ปลายทางฉิมพลี ๗ ( รอยอดีตที่ฝังจำ)

Author: 
อิสราวุธ

" ในความเงียบสงบของราตรีกาล .. 

ร่างหนึ่งคุดคู้อยู่ในความมืด 

บ่งบอกความทุรนทุรายอย่างแสนสาหัส .. 

อารมณ์ร้อนแรงแห่งดำกฤษณา แผดเผา  จนร่างแทบแหลกสลาย .. 

ความสงัดของบรรยากาศโดยรอบ  ทำให้เกิดความวิเวก ....  

อีสาพยายามสะกดอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงเพราะความวิเวกนั้น ..."  

 

(อีสา /สีฟ้า)

 

---------------------------------

 

               หลังจากวันนั้นผมกับภูมิชายแทบจะไม่ได้คุยกันเลยทั้งทางโทรศัพท์และข้อความ fact -note เพราะการงานรุมเร้าและกิจกรรมใหม่แทรกผ่านเข้ามาซึ่งผมกำลังสนุกกับมันก็คือ การตีปิงปอง
                          ปิงปอง เป็นกีฬาที่ผมเคยเล่นสมัยตอนเรียนม.1 ตอนนั้นตีปิงปองเพื่อให้ผ่านไปและเก็บสะสมคะแนนดีๆในวิชา taber-tennis ตอนท้ายเทอมแต่ไม่ได้คิดจะเล่นจริงจังอะไรเหมือนตอนนี้
กีฬาปิงปองสำหรับบางคนอาจจะไม่สนุกสนานเหมือนกีฬาชนิดอื่นๆในระหว่าเกมผู้เล่นจะต้องอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหนเหมือนกีฬาอื่น เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล หรืออื่นๆที่ต้องใช้เนื้อที่สนามขนาดใหญ่ แต่ปิงปองที่ผมเล่นทั้งมันส์ สนุกและลุ้นไปเสียทุกแต้มคะแนน ยิ่งถ้ามีทักษะพื้นฐานการเล่นการฝึกซ้อมมาดีด้วยแล้ว ยิ่งได้ใจที่จะปราบคู่แข่งขันให้ได้ในสองเกมเพื่อชัยชนะ
                          ผมมาเริ่มเล่นปิงปองตอนแก่ เนื่องจากถูกบังคับให้เป็นตัวแทนหน่วยงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าผมเป็นคนเดียวที่ไม่เล่นกอล์ฟกับฟุตบอล คงเหลือกีฬาให้เล่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือปิงปอง
                        “ ช่วยพี่หน่อยเถอะยอด .. หาคนหนุ่มแข็งแรงในหน่วยงานนี้คงไม่มีอีกแล้ว นอกนั้นมีแต่ อ้วน แก่ ลงพุงกันทั้งหมด..”
                          พี่ไชยา หัวหน้าแผนกช่างสำรวจลงทุนมาอ้อนวอนขอให้ช่วยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาปิงปองของตัวแทนภาคฯที่จะจัดขึ้นในอีก3 เดือนข้างหน้าด้วยตัวเอง ..ครั้งแรกได้ปฏิเสธไปเพราะไม่ได้มีฝีมือเก่งกาจขนาดเข้าแข่งขันใครได้แต่พี่แกไม่ละความพยายามมาพูดจูงใจโน้มน้าวสารพัด ..จนผมเริ่มใจอ่อนและตอบตกลงรับปากไปในที่สุด ซึ่งเท่ากับว่าผมมีเวลาทบทวนทักษะพื้นฐานปิงปองในสมัยมัธยมในเวลาอันน้อยนิดเท่านั้น
                        ผมรับปากพี่ไชยาแล้วเริ่มต้นไปหาซื้อไม้ปิงปอง .. เคยจำได้ว่าในสมัยเด็กๆราคาไม้ไม่เกิน 50 บาท แต่ตอนนี้เอาแค่คุณภาพกลางๆไม้ก็สนนราคาเกือบ5,000 บาท นี่ยังไม่รวมยางปิงปองอีก 2,000 กว่าบาท ทำไมมันช่างแพงและแตกต่างเสียเหลือเกิน
    แต่พอได้ไม้และยางมาแล้วก็ถึงได้รู้ว่าคุณภาพนั้นต่างกันลิบลับ .. ยิ่งเวลาที่ลูกปิงปองสัมผัสยางปิงปองคุณภาพดีคุณสมบัติในการยึดเกาะจับลูกจะดียอดเยี่ยมเลยทีเดียว แถมยังสามารถบังคับทิศทางได้ดั่งใจอีกต่างหาก สรุปแล้วว่าเหมาะสมแล้วกับราคาที่ต้องจ่าย ส่วนลูกปิงปองแต่เดิมมีสีขาวผิวบาง ตอนนี้มีสีส้ม หนา เด้งกะดอนกับพื้นโต๊ะมากกว่าเดิมเยอะเลย แถมเวลาตีลูกปั่นโค้ง หรือ top-spin ด้วยแล้ว ความเร็วบวกความแรงสุดยอดดียอดเยี่ยมเกินห้ามใจจริงๆเลย
ผมเตรียมพร้อมทั้งร่างกายจิตใจและอุปกรณ์ที่ดีในมือรวมทั้งน้ำดื่มสะอาดที่ระรินจัดเตรียมไว้ให้ ในกระติกใบหย่อม รีบไปยังโรงยิมของสนามกีฬากลางจังหวัดตามที่ได้นัดหมายพี่นนท์เอาไว้
พี่นนท์มายืนรอก่อนแล้ว .. เราสองคนจึงชวนกันเข้าไปข้างใน วิ่งอบอุ่นร่างกายพักใหญ่ค่อยมาตีknock ลูกกับบรรดานักกีฬาตัวน้อยสองสามคน ก่อนจะนัดตีเกมอีกประมาณ 10 เกม
เราเล่นอยู่เป็นเวลานานเกือบสองชั่วโมงเหงื่อพราวเต็มหน้า เรี่ยวแรงคนแก่หายไปเกือบหมดตัวแต่สีหน้ายังคงร่าเริง มีความสุข พอนั่งพักหายเหนื่อยพี่นนท์บอกว่าวันนี้พอแค่ก่อน.. แกจะเป็นลม
ผมจึงหยุดแล้ววิ่งไปรอบๆ โรงยิมเป็นการ warm downก่อนจะกลับบ้าน
                  วันนี้ผมกลับบ้านราวๆสามทุ่มพอถึงบ้านก็รีบสลัดข้าวของเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาทั้งหมดไว้ที่มุมห้องรับแขกและทรุดตัวนั่งเอนตัวพิงเบาะนุ่มแล้วงีบหลับไปในทันที
                    กระทั่งเวลาผ่านไปนานต้องสะดุ้งเมื่อมีคนมาสะกิดให้ตื่น
                “ จะนอนตรงนี้เลยไหมยอด ..”
                  เป็นระรินนั่นเอง ผมมองข้ามหลังเธอไปดูเวลาก็เห็นว่านาฬิกาเดินถึงสี่ทุ่มครึ่งแล้ว รีบเด้งตัวลุกขึ้นตรงไปอาบน้ำทันที
                   ผมเปลือยกายใต้ฝักบัวลูบไล้สรรพภางค์กายด้วยสบู่หอมกรุ่นละมุนกลิ่น .. ความเย็นของน้ำแทรกแทนความเปียกชื้นของเหงื่อไคลเมื่อสักครู่ไปจนหมดสิ้น.. รู้สึกซาบซ่านสดชื่นเป็นที่สุด
ลูบไล้เนื้อตัวไปมาอยู่นาน จนเกิดอารมณ์แปลกประหลาดขึ้นมาแทนที่อารมณ์เมื่อครู่
                  มันแปลกประหลาดบอกไม่ถูก ทั้งถวิลหา อาวรณ์ เปลี่ยวเหงาและต้องการบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาในทันทีที่จินตนาการโลดแล่นไปไกล
                    ผมกำลังมีอารมณ์ที่เป็นแรงขับภายใน มันสำแดงออกมารุนแรงจนแทบจะกลั้นเอาไว้ไม่ไหว
                   สัญลักษณ์ความเป็นชายเติบโตทำหน้าที่อย่างเต็มที่
                   ห้วงอารมณ์ภายในร้องหาการตอบสนองจากอีกฝ่ายหนึ่งอยู่เร่าเร่า
                    ผมยืนนิ่งใต้ฝักบัวที่มีสายน้ำไหลราดรดลงมาตั้งสติสกัดจุดกำหนัดที่กำลังร้อนระอุ รุนแรง ขึ้นเรื่อยๆ ทุกขณะ
                   พอเวลาผ่านไป .. ผมก็ทำได้ ..ร่างกายบางส่วนเริ่มสงบกลับมาเป็นปกติแล้ว
                   เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นเบาๆพร้อมเสียงเรียก
                  “ อาบน้ำเสร็จหรือยังค่ะ ..”ระรินมายืนเรียกอยู่หน้าประตู .. ผมสะดุ้งเรียกสติฟุ้งซ่านกลับมารีบฉวยผ้าขนหนูแล้วผลักประตูออกไปอย่างเร่งรีบ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดตอบไปว่า..
                   “ เสร็จแล้วจ๊ะ โทษทีๆอาบเพลินไปหน่อย..จะเข้าห้องน้ำใช่ไหม”
                    เธอไม่ตอบ แต่หันมาสำรวจผมทั่วตัวอีกครั้ง ก่อนจะเลิกคิ้วแปลกใจว่าทำไมทั้งเนื้อตัวมีหยดน้ำเกาะพราวผมเผ้าเปียกแฉะแต่ไม่เช็ดให้แห้งเรียบร้อยก่อนเปิดประตูออกมา
                    “ ไม่ค่ะ ..รินเห็นคุณเข้าห้องน้ำนานเกือบชั่วโมง เลยเรียกดูเผื่อเป็นลมเป็นแล้งอยู่ข้างใน..”
                        “ โอ .. ผมขอโทษนะมัวแต่ยืนแช่ฝักบัวนานไปสักหน่อยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพลินๆน่ะจ่ะริน ..”
                      “ เมื่อไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วรินอุ่นข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้บนโต๊ะอาหาร ..ยอดรีบกินแล้วก็รีบเข้านอนเสีย นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าเลยนี่นา ..”
                   ผมยิ้มกว้าง บอกเธอไปว่า “ขอบใจมากนะริน ..”
                   ระรินแยกตัวไปผมรีบเข้าห้องแต่งตัวเปลี่ยนชุดนอนแล้วออกมาซดข้าวต้มร้อนๆกลิ่นหอมฉุยอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องครัวของบ้านเรา
                   ผมประหวัดคิดไปถึงอารมณ์วูบไหวในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะรีบสลัดความคิดออกไปทันที ที่ยกช้อนข้าวต้มขึ้นมาเข้าปากอย่างใจลอย
                  ความรู้สึกมันเหมือนกำลังติดค้างอะไรบางอย่าง.. ต้องหาทางออก
                 เบื้องต้นที่คิดได้ก็คือ วันพรุ่งนี้จะต้องพาระรินไปทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ปล่อยปลาไหลหรืออะไรก็ได้เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตและเพื่อดับกิเลสตัวร้ายตัวนี้ให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว
                  ผมต้องทำให้ได้ ..เพื่อครอบครัวที่น่ารักของผมเอง
                                                                            --------------------------------------------
                         หลังจากที่ไปทำบุญตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้แล้ว.. ผมออกไปซ้อมปิงปองที่โรงยิมสนามกีฬากลางตามปกติ .. วันนี้เป็นวันหยุดนักกีฬาที่เล่นกันหนาตาทุกวันดูน้อยลงไป ..
                          โต๊ะปิงปองที่มีทั้งหมดเกือบ20 โต๊ะ วันนี้สมาชิกมาเล่นอยู่ไม่ถึง 5 โต๊ะ ผมกับพี่นนท์เลยน็อกลูกกันเบาๆ แต่พอเวลาผ่านไปนานเกือบสองชั่วโมงก็เริ่มจะเหนื่อยหอบ พี่นนท์บอกว่า ..
                        “ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะยอดพี่เหนื่อยว่ะ ..”
                         ผมปาดเหงื่อที่ไหลเต็มหน้าแล้วบอกแกว่า“ เหมือนกันเลยครับพี่ .. ดูเหมือนวันนี้อากาศจะร้อนอ้าวมากกว่าทุกวัน สงสัยว่าฝนใกล้จะตกนะครับ”
                      “ เออใช่ .. ถ้างั้นเรารีบกลับบ้านใครบ้านมันดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ..”
                       ผมพยักหน้าแล้วรีบเก็บของเดินออกจากโรงยิมก็เห็นว่าลมกำลังพัดแรง เศษกระดาษ ใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อนไปหมดจึงรีบขับรถออกจากที่นั่นทันที
                    ผมมาถึงบ้านทำอะไรๆเสร็จหมดทุกอย่างแล้วดูนาฬิกาว่าดึกหรือยัง.. ปรากฏว่าเวลาเพิ่งทุ่มครึ่งเองยังเหลืออีกหลายชั่วโมงจะถึงเวลานอน .. เดินเตร่ไปมาไม่รู้จะทำอะไรจึงเดินเข้าไปห้องทำงานเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาหลังจากที่ไม่ได้แตะต้องมานานเกือบเดือน
    เพราะรู้สึกว่าตัวเองสกปรกกับครอบครัวเสียเหลือเกิน
                     ใครๆ จะคิดยังไงถ้ารู้ว่า .. นายยอดชาย พิเศษนิมิต หัวหน้าครอบครัวที่ดีมีภรรยาสวยน่ารัก มีลูกชายลูกสาวกำลังน่าเอ็นดู แต่มีพฤติกรรมมากคู่ หลายรัก มั่วไปทั่ว เละเทะมานานแล้ว
ถ้าผมได้ยินคงรับไม่ได้เช่นกัน
                       ผมคลิก MOUSE เปิดจอคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านข่าวสารทั่วไปสลับกับดูslip เงินเดือนที่กำลังจะออก ดูอุปการณ์เสริมสำหรับกีฬาปิงปอง รวมทั้งเสื้อผ้าที่ออกแบบมาใหม่สำหรับกีฬาชนิดนี้ด้วย
                        และแล้วผมก็อดจะคลิกเข้าไปดูเจ้า face-note เข้าอีกจนได้ ความรับรู้ผิดชอบชั่วดีกำลังต่อยตีกันอย่างอลเวงจนในที่สุดผมก็พ่ายแพ้ไปอีกจนได้
                         ตอนนี้หน้า status ผมว่างเปล่า ไม่ได้อัพเดทความเคลื่อนไหวตัวเองมานานแล้ว
                        เพื่อนทั้ง5,000 คนต่างออกมาถามหานายยอดชายกันเยอะ100 กว่ากระทู้
         หลายข้อความก็ถามเป็นคำถามเดียวกันว่าผมหายไปไหน ไปทำอะไรแต่งงานหรือเปล่า บวชใช่ไหม สารพัดเหตุผลที่จะสรรหามาถามกัน
                           ผมไม่กล้าอ่านช่องข้อความที่มีเพื่อนชื่อภูมิชาย , กุ้ง ,อรอุษา และน้องมิ้น แม่ดาราร้อนสวาทคนนั้น แต่ก็แอบเปิดอ่านข้อความที่เพื่อนใหม่ส่งมาทักทายอยู่บ้างบางคน
                         จนสะดุดกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า.. กระต่ายในเงาจันทร์
                           จากรูปใน profile บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงสวยตาหวาน น่ารัก สวมเสื้อกราวน์ดูคล้ายเป็นหมอเฉพาะทางสาขาใดสาขาหนึ่ง
                         ผมใจเต้นตึกตักขึ้นมาด้วยความอยากรู้จักเธอทันทีทันใดจึงพิมพ์ข้อความตอบไปว่า ..
                        “ หวัดดีครับกระต่ายในเงาจันทร์ขอบคุณที่แอดมานะครับ ..”
                        ผมพิมพ์ไว้แค่นี้แล้วปิดคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วด้วยกลัวคำตอบที่เธอจะตอบกลับมา แต่แล้วก็ห้ามใจไม่ไหว รอคอยคำตอบจากเธออย่างใจจดใจจ่อ
                   “ หวัดดีค้ายอดชายยินดีที่รู้จักนะคะ ..”
                    “ หวัดดีครับผม..”
ผมพิมพ์ตอบไป มือสั่นเทา ตกประหม่าเหมือนกำลังจีบสาวตอนเป็นหนุ่มใหม่ๆ
“ ช่วงนี้ไม่เห็นออนเลยนะคะ .. กำลังหลงใครหรือเปล่าเอ่ย ” เธอเย้าแล้วถามต่อว่า “เอาน่าอย่ากลัวไปเลย กล้าแล้วจะรุ่งนะจ๊ะยอดชาย อิอิ ”
ดูเธอเป็นคนอารมณ์ดี ไม่หยิ่งทั้งๆที่เป็นหมอ ..เราคุยกันอีกหลายเรื่องก่อนที่ผมจะขอตัวไปนอนเพราะหนังตาจะปิดอยู่แล้วเธออวยพรให้ฝันดี .. ผมตอบกลับว่าเช่นเดียวกันเราจึงเลิกคุยกันเพียงเท่านั้น
วันต่อมาเธอทักทายผมอีกครั้ง ครั้งนี้เราเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น เล่าเรื่องราวต่างๆได้ทุกเรื่อง
“ วันนี้เพนไปซ้อมปิงปองวันแรกค่ะยอด ..ได้เหงื่อมากมาย เหนื่อยมากด้วยสงสัยร่างกายจะอวบอ้วนเกินไปหน่อยแล้ว .. นี่คงได้เวลาทำตัวเองให้กลับมาเพรียวลมอีกแล้วสินะ..."
ผมสะดุ้ง อ่านข้อความซ้ำไปอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าอ่านไม่ผิด
เธอชื่อเล่นว่า .. เพน .. ชื่อเหมือนแฟนเก่าสมัยเรียนของผมเลย
ครั้นพอขยายไปที่โปรไฟล์รูปใบหน้าของเธอ .. ผมก็ต้องตะลึงไปอีกครั้ง .. ทำไมเหมือนเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ที่ไหนมาก่อนรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน แต่ทว่ามันคงเป็นไปไม่ได้เพราะหมอเพน .. คนนี้ไม่ได้ใส่แว่นตาเลนส์หนาเหมือนวันเพ็ญอดีตแฟนเก่าของผมเมื่อหลายสิบปีก่อน
เวลาผ่านไปหลายปีเธอก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงได้มากมายได้ขนาดนี้
แต่ผมดีใจที่เรามีหัวข้อพูดคุยร่วมกันแล้ว นั่นก็คือ เรื่อง .. ปิงปอง
“ โห ... คุณรู้ไหมว่าผมกำลังจะไปแข่งปิงปองอีกไม่กี่วันแล้ว ..ไม่ใช่ทีมชาติแต่เป็นกีฬาของกระทรวงครับ ..”
เธอตอบมาว่าดีใจมากที่มีเพื่อนร่วมพูดคุยในเรื่องเดียวกัน
เราพูดคุยเรื่องการซ้อม เรื่องยางปิงปอง เรื่องวีซีดีในการฝึกตี รวมทั้งนักกีฬาปิงปองที่ชอบ ซึ่งบังเอิญเป็นคนเดียวกัน คือ Kong Ling Hungนักปิงปองที่เป็นตำนานของประเทศจีน เราสองคนไม่ชอบนักกีฬาปิงปองจากชาติยุโรปอย่างเยอรมัน เดนมาร์ค สเปน หรือชาติอื่นๆเลย
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าที่ผมกับหมอเพนจะต้องมาเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อพูดคุยในเรื่องปิงปองกันผ่านเจ้าface-note ตอนนี้การสนทนาของเราจะครบสองเดือนแล้ว
ส่วนตัวผมเองก็เข้าร่วมการแข่งขันในระดับหน่วยงานหลายครั้ง .. ทุกคนประหลาดใจที่ผมสามารถเก็บแชมป์มาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก.. หัวหน้ายิ้มแก้มปริส่งตัวผมไปร่วมแข่งขันในระดับกรมอีก แล้วผมก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวังเพราะเก็บแชมป์ชายเดี่ยวมาได้อีกครั้งเช่นกัน
พี่อัญชัญ ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศประจำกรมฯ เดินเข้ามาหาผมแล้วบอกว่าให้เตรียมตัวเข้าแข่งขันกีฬาสี่เส้าในเร็ววันนี้ก่อนจะถึงการแข่งขันครั้งสำคัญที่สุดนั่นคือ การแข่งขันกีฬากระทรวง
ผมขอบคุณพี่อัญและยินดีเสมอที่ได้ช่วยเหลือต้นสังกัด เธอยิ้มพอใจรับปากว่าจะขอสองขั้นให้เป็นการตอบแทนในการเสียสละของผมครั้งนี้
ผมตะเวนแข่งขันปิงปองต่อจากนั้นอีกหลายสนามเพื่อเป็นการวอร์มอัพก่อนจะถึงศึกใหญ่นั่นก็คือการแข่งขันกีฬาปิงปองระดับกระทรวงซึ่งจะมีทีมชาติมาร่วมแข่งขันด้วยหลายคน
                                                   ---------------------------------------
ในเวลาเช้ามืดประมาณตีห้าของวันนี้ ผมรีบเก็บเสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา รองเท้า ไม้ปิงปองจนครบถ้วนเตรียมตัวขึ้นรถตู้ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
ระรินเดินมาส่งที่ประตูโบกมือให้แล้วทำสัญลักษณ์ว่าโทรศัพท์กลับมาด้วยจะออกไปรับถ้ากลับมาถึงแล้ว ... ผมพยักหน้าแล้วเอนตัวนอนงีบไปบนเบาะรถตู้ ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีก็ถึงสนามกีฬากองทัพบกที่ใช้ในการแข่งขันกีฬากระทรวงในวันนี้แล้ว
เมื่อรายงานตัวเสร็จนักกีฬาก็เริ่มแข่งขัน ผมได้เป็นตัวสำรองกีฬาปิงปองประเภทชายเดี่ยว
ผมเสียสละให้น้องที่เคยเป็นนักกีฬาทีมชาติได้ลงแข่งขันก่อน เพราะถ้าหากเขาแพ้ผมถึงจะลงแข่งขันในประเภทชายเดี่ยวมือสองและแล้วผลการแข่งขันก็ปรากฏว่าน้องตั้มแพ้การแข่งขันในเซ็ทที่ 5ไปอย่างน่าเสียดายด้วยแต้มคะแนน 15-17
ผมจึงได้ลงแข่งขันเป็นคู่ต่อไปในทันที .. คู่แข่งขันของผมเป็นอดีตนักกีฬาปิงปองเยาวชนทีมชาติซึ่งเป็นเพื่อนกับน้องตั้มนั่นเอง ..เกมแข่งขันสูสีมาก แต่แล้วผมก็ใช้ความเก๋าของตัวเองเอาชนะไปได้อย่างง่ายดาย 2-0เกม ทำให้กระทรวงฯของผมได้เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้ในตอนสายๆ
ผมเก็บของเพื่อจะเดินทางไปโรงแรมที่พัก มองเห็นการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยวยังมีการแข่งขันอยู่เสียงเชียร์ดังสนั่นโรงยิมฯ ดูน่าสนุก .. ผมจึงแหวกกองเชียร์เข้าไปดูให้แน่ใจว่าทำไมเกมนี้ถึงสนุกสนานมีคนตามเชียร์กันมากมาย
พอเหลือบมองเห็นนักกีฬาผมถึงกับตกตะลึง ... สาวสวยที่เป็นนักกีฬาสวมเสื้อสีขาวสะอาดตาคนนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน.. เจ้าหล่อนกำลังจดจ่ออยู่กับเกมการแข่งขันอย่างเต็มที่ สมาธิไม่วอกแว่กไปไหนเลยเธอทั้งตบ ทั้งท้อปสปิน ทั้งหยอดอย่างเมามันส์ ..
ท่ามกลางเสียงเชียร์นับร้อยที่กำลังรุมล้อมอยู่
ผมเดินออกมาคิดนึกอยู่ในใจว่าไม่น่าเป็นไปได้เลยที่หมอเพนจะมาเป็นนักกีฬาปิงปองของกระทรวงสาธารณสุข เพราะแต่เท่าที่จำได้เธอเคยบอกว่าเป็นหมอฟันอยู่กระทรวงสาธารณสุขทำงานเป็นอาจารย์นักศึกษาแพทย์อยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง
แต่หมอเพนที่เห็นตอนนี้ .. เธอดูสวยสง่า น่ารักกว่าในรูปโปรไฟล์มากมายรูปร่างเธอไม่สูงมาก แต่สมส่วนพอดี ส่วนดีของใบหน้าเธอคือ ดวงตากลมโต มีประกายกล้าแกร่งมุ่งมั่นจมูกโด่งเชิดรับพอดีกับใบหน้าสวยคม แถมริมฝีปากก็หนาได้รูป ชวนให้หลงใหล
ผมมองเธอจนตกตะลึงอยู่กับที่ .. นิ่งอยู่นานเหมือนต้องมนต์
เธอดูดีและโดดเด่นกว่าใครตั้งแต่ผมเคยพบเจอผู้หญิงมา
หมอเพน .. คือสิ่งมีชีวิตที่สวรรค์ส่งมาให้ผมได้พบเจอเป็นแน่แท้
พี่นนท์เดินมาสะกิดข้างหลังแล้วบอกว่ารถตู้จะออกแล้ว .. ผมพยักหน้าว่ากำลังจะไป
กระทั่งการแข่งขันเสร็จสิ้น ผลปรากฏว่าทีมกระทรวงสาธารณสุขชนะทีมกระทรวงคมนาคม ด้วยคะแนน 2 - 1คู่จึงเป็นอันว่าได้เข้ารอบไปชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้เหมือนกันทีมกระทรวงของผม
หมอเพนเดินออกมาจากการแข่งขันใบหน้ายิ้มแย้ม เธอเดินตรงมาหาแล้วทักทายว่า..“ นี่เพนแอบเชียร์ยอดตั้งแต่เช้าแล้วเขินอายกลัวจะเห็นตัว แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเจอจนได้ 55 ..”
เธอหัวเราะร่าเริงมีเสน่ห์บอกไม่ถูก ผมยิ้มให้อีกครั้ง ..สรุปได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นหมอเพนที่ผมพูดคุยกันทาง face-note อย่างแน่นอน
“ อ้อ ...นี่ถ้าผมไม่แวบแอบดูการแข่งขันคู่นี้ก็คงไม่รู้ว่าเป็นคุณ ..”
ผมหัวเราะออกไปบ้าง จนรู้สึกว่ากำลังแสดงสีหน้าท่าทางออกไปมากเกินไปจึงค่อยเงียบลง
“ ค่ะวันนี้แข่งสามรอบ โหดมาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะชิงชนะเลิศวันพรุ่งนี้นะคะยอด..”
“ ใช่ .. ยอมรับเลยว่าคุณเก่งมาก..” “ คุณก็เก่งนะคะยอด เอาชนะทีมชาติได้นี่ไม่ธรรมดาหรอกนะ”เธอชมจนผมเริ่มเขิน เกาหัวแกรกๆ
“ เอ่อต้องขอโทษด้วย .. พี่ๆเขามาตามกลับที่พักแล้ว เดี๋ยวจะมืดเสียก่อนคนบ้านนอกก็แบบนี่แหละไม่ชำนาญถนนหนทางกรุงเทพฯเอาเสียเลย ..”
เธอไม่ตอบแต่หันไปกะวีกะวาดเก็บของลงกระเป๋า แล้วเดินไปบอกเพื่อนร่วมทีมสองสามประโยค ก่อนจะหันมาเกาะแขนผมออกจากสนามไปในทันที
พอมาถึงที่จอดรถตู้ เธอเดินเลี่ยงไปเก็บของที่รถยนต์ส่วนตัวก่อนจะเดินมาสมทบผมที่เดิมอย่างรวดเร็ว พอรถสตาร์ทเครื่องกำลังจะออกเธอเดินไปคุยกับพี่พนักงานขับรถเดินกลับมาหาผมอีกครั้งแล้วบอกว่า ..
“ ไปค่ะยอด .. ค่ำนี้เพนจะขอจะเลี้ยงข้าวคนบ้านไกล ..”
ผมงงงงมองหน้าพี่นนท์ก็เห็นว่าแกพยักหน้าอนุญาต ผมรีบหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วเดินตามเธอออกมาที่รถยนต์สามประตูคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล
หมอเพนเกาะแขนแล้วยิ้มกว้าง โลกพลันสว่างไสวไปชั่วขณะ .. เธอผลักตัวผมเข้าไปในรถแล้วเดินอ้อมด้านหน้ามาขับรถ
เราสองคนจึงออกจากที่นั่นในทันที
“ เดี๋ยวไปอาบน้ำที่คอนโดของเพนก่อน แล้วต่อจากนั่นเราไปทานข้าวอร่อยๆที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยารับพระอาทิตย์ตกดินสุดแสนโรแมนติก ต่อจากนั้นจะออกเดินทางไปทางมอเตอร์เวย์ เพื่อไปดื่มเบียร์ฉลองชัยชนะในวันพรุ่งนี้กันที่ร้านฮอปเบียร์พัทยากลาง.. โอเคไหมคะที่รัก ...”
“ พัทยา ... คุณจะไปพัทยา ...”
“ ใช่ ... ดูเน้นน้ำเสียงเข้าสิเพนแค่อยากจะพายอดไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ดูอะไรใหม่ๆเรียนรู้ชีวิต แล้วเปิดรับเอาความอิสระกลับคืนสู่ตัวเองอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานเกือบสิบปี ก่อนคุณจะแต่งงานเสียด้วยซ้ำนะคะยอด..”
ผมไม่พูดอะไร ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ต่อไป ..
หมอเพนอาจจะพูดถูก หลังจากที่ผมมีครอบครัว มีเมีย มีลูก .. ผมไม่มีอิสระที่จะไปไหนต่อไหนแบบตอนนี้ได้เลย คิดในใจปีหน้าโลกจะแตกแล้ว ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนเสียทีก็ดีเหมือนกัน
เพนกดเปิดเพลงเก่าออกมาเพลงหนึ่ง .. ฉันจะบิน เพลงนี้สะกิดต่อมความรู้สึกผมเสียเหลือเกิน
 
...ฉันจะบิน บินไป ..
แม้เส้นทางแสนไหลฉันก็จะไป
แม้สิ้นแรงพลังที่มีฉันก็จะบินไปให้ถึงเส้นขอบฟ้า ..
ฉันจะบินไปให้ไกล
*************

                                                                                                                                                   จบตอน