ปลายทางฉิมพลี ๔ (ในห้วงเสน่หา)

Author: 
อิสราวุธ

ห้วงน้ำนั้นชื่อห้วง        เสน่หา
เวียนว่ายสายน้ำตา       เชี่ยวกล้า
วังวนแห่งอนัตตา        เวียนว่าย
หลายฝั่งหวังชาติหน้า           กี่ฟ้า สลายฝัน
                                                                                                                                                                                             (อังคารกัลยาณมิตร)
                                                                                                                                           ----------------------------
เรื่องราวบนเขาค้อผ่านไปเหมือนสายลมพัด ทุกอย่างผ่านมาก็ผ่านไป .. จบลงแค่นั้นเอง
ผมไม่ได้พูดคุยสนทนาข้อความface-note หรือโทรศัพท์หาอรอุษาอีกเลยหลังจากที่เราแยกกันในค่ำของวันนั้นที่บนเขาค้อเพชรบูรณ์
การงานปกติยังคงรุมเร้าเหมือนเดิม .. เช้าตื่นขึ้นมาต้องรีบขับรถออกไปส่งลูกสาวลูกชายทั้งสองที่โรงเรียนก่อนจะกลับมาส่งระรินที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่มีสำนักงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมืองซึ่งกว่าจะไปถึงที่นั่นรถก็ติดแสนวุ่นวายน่าเบื่อหน่ายมาก
ผมรีบบึ่งไปถึงที่ทำงานในเวลาเก้าโมงครึ่ง นั่งตรวจงานคงค้างจากวันก่อนพร้อมรับงานที่ได้รับมอบหมายมาใหม่อีกหลายแฟ้ม ทำจนเสร็จนั่งพักทานข้าว ก่อนจะก้มมองนาฬิกาดูเวลาพักว่ายังเหลืออีกเท่าไหร่ อ้อ .. ยังพอจะมีเวลาเหลืออยู่อีกครึ่งชั่วโมงจึงเดินไปศูนย์กาแฟ ที่จัดไว้เป็นห้องเล็กๆสำหรับพนักงานในสำนักงานได้พักผ่อน มองเห็นกลุ่มพี่ๆหลายคนกำลังสนทนาอย่างออกรสผมยิ้มให้ทุกคนแล้วชงกาแฟ จิบชิมความข้นเข้มกลิ่นหอมฉุย เย้ายวนให้ลิ้มลองจากแก้วร้อนในมือทันที
พี่อดุลย์เป็นนักวิชาการชำนาญการพิเศษ เป็นหัวโจกประจำกลุ่ม รอบรู้ในทุกเรื่องตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบแต่ประเด็นที่กำลังพูดคุยกันในวันนี้ก็คือ เรื่อง social network ที่กำลังระบาดหนักไปทุกหย่อมหญ้าในขณะนี้ ซึ่งแกเปิดหัวเรื่องออกมาทำเอาผมแทบสำลักกาแฟแก้วโปรดออกมา
“ เฮ้ยทุกคน ... ได้อ่านข่าวหน้าหนึ่งวันนี้ไหมเอ่ย..” พี่สันต์ตอบไปว่า “ ข่าวอะไรครับพี่ ท่าทางน่าสนใจนะนี่ ..”
พี่ดุลจึงตอบว่า“ เมียหึงโหดเพราะผัวติด face-note เกิดอาการหึงหนัก จนต้องเอาลูกซองกรอกปากแทนข้าวหลังจากจับได้คาหนังคาว่านัดสาวธนาคารไปฟิตเจอริ่งกันที่ม่านรูดตั้งหลายครั้งแล้ว ..”
พี่ประเวชยกแก้วขึ้นจิบแล้วพูดแซงขึ้นมาว่า“ อ่านสิพี่ .. ข่าวเขาดังออกลงโทรทัศน์แทบทุกช่อง เมียผมมองผมตาลุกเลยตอนข่าวออกอากาศ นี่ผมยังหวาดๆ กลัวว่าแม่ไอ้หนูจะจับได้ว่าแอบซุกกิ๊กเอาไว้เหมือนในข่าวฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ”
“ แหมเกือบซวยแล้วไหมล่ะเวชสู้พี่ก็ไม่ได้ ไม่ล่งไม่เล่นมันเลยเจ้า face-noteบ้าบออะไรนี่ พี่เห็นลูกน้องในแผนกมันจ้องโปรแกรมนี่ทั้งวี่ทั้งวัน.. การงานไม่ยอมทำ จ้องแต่จะ post จะกด like จะติดตามอะไรหลายสิ่งอย่างไม่รู้อะไรกันนักกันหนา .. ความคิดพี่นะพี่ว่าเด็กๆพวกนี้น่าจะเอาเวลาที่จับจ้องมองดูความเคลื่อนไหวคนอื่นมาทำงานตรงหน้าให้สำเร็จลุล่วงน่าจะดีกว่านะยอดนะ..”
พี่อดุลย์พี่ใหญ่ในวงสนทนาโยนลูกมาใส่ทำเอาผมสะดุ้งแทบสำลักกาแฟไปอีกรอบ
คิดนึกเข้าข้างตัวเองไปว่าพี่ๆทั้งสี่คงไม่มีใครรู้สึกพะอืดพะอมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาหมาดๆไม่กี่วันที่ผ่านมาเหมือนอย่างผม
“ ครับ .. ครับพี่ผมเห็นด้วย ..”
“ เห็นไหมเวช ชาญขนาดพ่อบ้านตัวอย่างอย่างยอดยังคิดเหมือนพี่เลย ..”
พี่ชาญชัยกับพี่ประเวชหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดังพร้อมพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยเต็มที่ คงปล่อยให้พี่ใหญ่ของเราอย่างพี่อดุลย์สาธยายความไม่ดีของเจ้า face-note ต่อไปจนกระทั่งแยกย้ายกันไปทำงานตามโต๊ะใครโต๊ะมัน
ผมทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองจับ mouse ขึ้นมาเขย่าให้เคลื่อนไหวบนจอคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเจ้าปัญหาที่พี่ๆพูดถึงโผล่วาบขึ้นมาเหมือนดลใจ ทั้งที่ตอนแรกผมตั้งใจจะไม่ยุ่งไม่เปิดอะไรแล้วในระยะนี้
เพราะกรณีพี่แมวและดร.อรอุษายังคาราคาซังเรื่องราวคุกกรุ่นในใจอยู่เลย
ผมกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายและเซ็งอะไรๆหลายๆอย่างอธิบายไม่ถูก
ผมแค่อยากจบเรื่องราวที่เกินเลยไปหลายอย่างแล้วหันหลังกลับมาทำหน้าที่พ่อที่ดีสามีที่ดี ก็เท่านั้น
แต่แล้วปลายนิ้วเจ้ากรรมดันทะลึ่งไปคลิกโปรแกรมเจ้าปัญหาขึ้นมาจริงๆ ผมมองเห็นหน้าจอด้านมุมซ้ายสุดมีคนมาขอเป็นเพื่อนใหม่มากกว่า10 คน มีข้อความฝากทิ้งไว้ 15 ข้อความ และมีการ postข่าวสารของเพื่อนอีกเกือบ 50 status
ผมคลิกไปที่ statusล่าสุดทุกช่อง เพื่อไม่ให้ขึ้นโชว์ตัวหนังสือสีแดงที่หน้าจอจนพอมองไปที่ช่องฝากข้อความก็สะดุดกับรูปprofile สาวสวยน่ารักคนหนึ่งหน้าตาจิ้มลิ้ม แววตาวาววับเป็นประกาย ผิวพรรณขาวใสโอโม่มากมาย รู้สึกคุ้นเคยและคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
เธอเขียนข้อความทักทายว่า..
“ หวัดดีค้าเพื่อนใหม่หนูแอดเป็นเพื่อนพี่มานานแต่ไม่เคยได้คุยกันเลย ชื่อ Mint เป็นดาราทีวีค่ะ ..”
ผมเด้งตัวตรงลุกขึ้นทันทีที่เห็นภาพเต็มตัวของน้องMint สาวน้อยวัยใสดวงตากลมโตเหมือนกวางน้อยมีแววขี้เล่นอยู่ในนั้นเต็มเปี่ยม ค่อยเคาะแป้นพิมพ์ตอบไปด้วยมือสั่นระริก ไม่คิดว่าจะมีดาราวัยรุ่นชื่อดังแห่งยุคมาสนอกสนใจเป็นเพื่อนในโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงแบบนี้
“ ครับ .. เรียกผมว่ายอดก็ได้นะครับ..”
“ ค่ะพี่รูปหล่อ อิอิ ..”เธอพิมพ์ตอบมาทันทีทำเอาใบหน้าผมร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย จู่ๆมาชมกันซึ่งหน้าไม่ไหวจริงๆเลยเด็กสมัยนี้หลอกคนแก่หน้าแดงเป็นลูกตำลึงโดยไม่มีสาเหตุ
ผมจึงพิมพ์ตอบกลับไปด้วยใจระเริงรมย์ เริ่มสนุกสนานกับการสนทนาครั้งนี้ขึ้นมาแล้ว
“ Mint ก็น่ารักนะครับ แล้ววันนี้ว่างหรือยังไงถึงมาChat ได้ ..”
“ ค่ะว่างค่ะว่างมาก ..วันนี้กองถ่ายหยุดถ่ายทำทุกวันจันทร์ - อังคาร พอวันพุธเริ่มลุยถ่ายต่อเลยถึงวันอาทิตย์ ตอนนี้Mint ถ่ายทำค้างอยู่สามเรื่องเป็นตัวสองตัวสามทั้งหมด ไม่ได้เป็นนางเอกกับเขาหรอกค่ะพี่ยอดขา ..”
ผมพิมพ์ตอบกลับไปว่า “ อ๋อครับ ..แล้วเหนื่อยไหมในการถ่ายทำแต่ละเรื่อง .. พี่เดาว่าดาราน่าจะเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันหา ต้องตะเกียกตะกายกันเต็มที่เพื่อให้ได้เป็น ได้แต่งตัวสวยหล่อ ได้มีแฟนคลับนับร้อยนับพันตามมารุมเร้าขอลายเซ็นขอถ่ายรูปและเป็นอาชีพที่ทำเงินมากกว่ากรรมกรแบกหามไม่รู้กี่เท่าตัว พี่ว่าดีมากเลยนะครับการเป็นคนของประชาชน..”
เธอเงียบอึ้งนิ่งหายไปครู่ใหญ่แล้วพิมพ์ตอบกลับมา “ โทษทีค่ะพี่ .. ผู้กำกับเรียกหนูไปซ้อมคิวถ่ายซีนต่อไปแล้วเอาไว้วันหลังจะเล่าเรื่องราวในวงการให้พี่ฟังทั้งหมดเลย ไว้เจอกันตัวเป็นๆ ดีกว่าไปแล้วนะคะพี่คนหล่อ ..”
เธอไปแล้ว ผมปิด face-note แล้วเปิดหน้า status หน้า Googleเพื่อค้นหาชื่อ ดาราสาวแสนซนที่ชื่อน้อง Mint ไอลดาคนนี้แล้วคลิกไปที่คำว่า “ค้นรูป” คลิกซ้ำลงไปอีกครั้ง
ภาพนับร้อยของเธอเด้งปรากฏตรงหน้าพึ่บพับในอิริยาบถต่างๆหน้าตรง เอียงคอ หันข้าง หันหลัง ถ่ายกับแฟนคลับ เพื่อนดารา งานออก Event ต่างๆ รวมทั้งรูปถ่ายบรรดาหนุ่มๆเพื่อนดาราที่เธอเป็นข่าวหลายคนเหล่านั้นด้วย
ผมกด save รูปถ่ายไว้ทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์notebook อย่างรวดเร็ว ได้มาเกือบสองร้อยกว่าภาพ ตั้งใจไว้ว่าคืนนี้จะจะเปิดภาพ Mintดาราคนสวยให้ฉ่ำปอด แต่คงจะทำได้หลังจากที่ระรินกับลูกเข้านอนกันไปแล้ว
                                                                                           ------------------------------------------
ในตอนค่ำผมไปรับลูกๆกลับมาจากโรงเรียนกวดวิชา.. ลูกกบเรียนอยู่ ป.2 แต่ต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติม 5 วิชาเพื่อปูพื้นฐานก่อนเรียนชั้น ป.3 ส่วนนายลูกออดกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลหนึ่ง ต้องเรียนพิเศษหนักกว่าลูกกบคือ เรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ บ่ายสามถึงหนึ่งทุ่ม
ผมเคยเถียงกันอย่างรุนแรงกับระรินว่าทำไมลูกออดถึงต้องเรียนพิเศษตั้งแต่ชั้นอนุบาลทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่เขาจะต้องอยู่ในภาวะกดดันตั้งแต่อายุเท่านี้
เธอโกรธจัดมองผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ตะคอกออกมาว่าแม่สั่งมาและออกเงินค่าเล่าเรียนให้ทั้งหมด .. เธอย้อนผมว่าตัวผมมีปัญญาทำเพื่ออะไรลูกได้บ้าง ลำพังเงินเดือนแต่ละเดือนก็ผ่อนส่งรถยนต์จนไม่มีเหลือให้ลูกเมียใช้จ่ายหรือทำอะไรได้อีก
ผมเถียงไม่ออกไม่คิดว่าระรินจะคิดเล็กคิดน้อยอะไรขนาดนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกได้เลยว่าเธอเปลี่ยนไปเป็นอีกคนที่ผมไม่รู้จักมาก่อน
แต่เจ้าลูกออดก็เป็นเด็กดีเหลือเกิน ไม่เคยบ่นหรือเบื่อหน่ายให้ได้เห็น คงไว้แต่ความร่าเริงสมวัยให้ได้ชื่นใจตลอดเวลา.. ชีวิตเด็กสมัยนี้มันน่าเหนื่อยกายใจเสียจริงๆ บางครั้งผมรู้สึกสงสารลูกทั้งสองคนที่ต้องมาเจอสภาพแบบนี้ แต่เมื่อคิดอีกแง่มันอาจจะเป็นการช่วยฝึกความมีวิริยะเพียรพยายามที่จะได้มาซึ่งความสำเร็จอันดีในอนาคตข้างหน้า รวมทั้งฝึกความอดทนต่อสิ่งต่างๆ มากกว่าพ่อของเขาที่อดทนต่อกิเลสราคะ ตัณหา ที่เข้ามารุมเร้าไม่ได้เลยในตอนนี้
เมื่อลูกๆเข้านอน .. บ้านแสนสุขของเราก็เหลือแต่ความเงียบปกคลุม
ผมนั่งในห้องทำงานส่วนตัว ..ห้องนี้มีหนังสือมากมายหลากหลายมากกว่าพันเล่ม จัดวางเรียงกันสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยแน่นผนังห้องกับโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งเด่นตรงกลาง
ผมได้ใช้เป็นที่ทำงานนอกเวลาและเขียนหนังสือเป็นบางครั้ง..
มันเป็นที่สงบและเป็นส่วนตัวแห่งเดียวในบ้านหลังนี้
ผมกด mouseคลิกเลื่อนดูรูปน้อง mintจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัวช้าๆ
แม่ดาราสาวคนนี้สวยพราวเสน่ห์ไปทุกองศาจริงๆ อดแปลกใจไปไม่ได้ว่าตัวผมมีดีอะไรเธอถึงเหลือบตามองอย่างสนใจ
สัญญาณอินเตอร์เน็ตชัดแรงขึ้นโปรแกรม face-note ได้ถูกเปิด ผมมองไปที่ช่องข้อความมีข้อความฝากไว้ จึงคลิกดูเห็นprofile เป็นคนที่ผมใจจดใจจ่อรอคอย ..
หัวใจเต้นระรัวดังโครมครามอยู่ข้างใน.. ร่างกายเริ่มร้อนระอุขึ้นมาทุกส่วนโดยไม่มีสาเหตุ นี่ผมเป็นอะไรไป .. อารมณ์ดำกฤษณาเป็นแรงขับได้มากมายขนาดนี้เลยหรือ
“ พี่ยอดที่รักกำลังทำอยู่เอ่ย ..” น้อง mint ส่งข้อความทักทายมาก่อนหน้านี้ 1 ชั่วโมง ผมเดาว่าเธอคงเล่น Face-note อยู่ที่คอนโดมิเนียมราคาหลายล้านบาทแสนหรูหราของเธอ
“ เรียกที่รักเดี๋ยวรักเสียจริงๆหรอก mint..”
ผมนั่งรอว่าเธอจะโต้ตอบการสนทนาระหว่างกันหรือไม่ แต่ก็พบแต่ความเงียบ
จึงนั่งรอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสักครู่ใหญ่กระทั่งสัญญาณไฟสีแดงกระพริบถี่ขึ้นมาสองสามครั้ง หัวใจผมก็เต้นเร่าอีกครั้ง
“ จะรัก mintก็รีบรักเถอะค่ะ ตอนนี้กำลังโสดมากมากรีบจับจองก่อนจะสายเกินไปเพราะมีคนมาจองคิวจีบไว้แล้วถึงปีหน้า ..”
“ 555 ได้เลย ..พี่จะรีบไปเลี้ยงข้าว mint ที่เมืองกรุงเร็ววันนี้นะครับ ..” ผมเย้าหยอกไปอารมณ์ดี
“ โห .. วัยรุ่นใจร้อนนะคะนี่ เอาอย่างนี้ไหม.. Mint ไม่มีคิวถ่ายละครประมาณวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้กองถ่ายไปถ่ายทำที่ต่างประเทศก็เรื่อง พิสูจน์เสน่หา ที่ออกอากาศช่องเคเบิ้ลตอนนี้ไงคะ.. ผู้กำกับต้องการเพิ่มฉากต่างประเทศเข้าไปให้พระเอกนางเอกมีเวลาโรแมนติก sweetหวานกันมากขึ้นอีกสักหน่อย ก็ยังงี้แหละละครทีวีที่ถ่ายทำไปออนแอร์ไปเรทติ้งดีกว่าช่องอื่นด้วยแล้ว .. ธุรกิจต้องมาก่อนคุณภาพเสมอ ..Mintเลยสบายๆ ได้พักผ่อนกินซาบูชิกับพี่ยอดไงล่ะค่ะ..”
ผมดีใจจนเกือบหัวเราะออกมาเธอคิดเหมือนกันกับความคิดผมเลย .. อยากเจอ .. อยากสัมผัสตัว อยากทุกๆอย่าง ..มันเป็นความต้องการข้างในที่ยากจะต้านทานได้
“ งั้นวันศุกร์นี้เราเจอกันนะครับMint ..”
เธอหัวเราะร่วนพิมพ์เป็นข้อความว่า“ พี่ยอดอยู่ต่างจังหวัดขึ้นรถทัวร์ ชั้น 1 แล้วมาลงที่สถานีขนส่งหมอชิตแห่งใหม่ เอ .. เราเจอที่ไหนดี .. อ้อ !รู้แล้วเจอกันที่ JJmall ดีไหมนั่งรอที่ร้านกาแฟ sweet to you อยู่ตรงประตูทางเข้าด้านหน้าตกลงนะคะ ..”
ผมพิมพ์ข้อความด้วยมือสั่นเทาอารามดีใจตอบไปว่า“ ครับครับ ตกลงตามนี้แล้วเจอกันนะครับ ..”
“ โอเคค่ะ .. ตามนี้นะคะ ”
ประโยคสุดท้ายนี้เป็นประโยคสุดท้ายที่เราพิมพ์ข้อความคุยกันถือว่าเราได้นัดหมายกันแล้ว ..
ผมไม่ขอเบอร์โทรศัพท์เพราะว่าเกรงใจไม่อยากจะรบกวนเวลาอันมีค่าของเธอ เดาเอาว่าการเป็นดาราเป็นคนของประชาชนโทรศัพท์น่าจะเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
                                                                                                         -----------------------------------------
และแล้วผมก็หาเรื่องเดินทางเข้ากรุงเทพฯจนได้คราวนี้ผมอ้างว่าป้านงลักษณ์ พี่สาวของแม่ให้ไปเป็นเพื่อนเพื่อเจรจาขอเจ้าสาวให้กับเจ้าเดี่ยวลูกชายโทนของป้านง ที่สุพรรณบุรี
ระรินไม่ค่อยจะรู้จักมักจี่ญาติข้างผมสักเท่าไหร่ อย่างเวลารวมญาติฝ่ายผมทีไร เธอมักจะบ่ายเบี่ยงอ้างโน่นอ้างนี่ไม่ไปด้วยกันทุกครั้ง.. เธอไม่สงสัยอะไรแค่กำชับมาว่าให้รีบไปรีบกลับ มาถึงบ้านก่อนค่ำวันอาทิตย์จะได้ช่วยกันสอนการบ้านลูกๆ.. ผมรับปากว่าจะพยายามเดินทางออกจากรุงเทพฯแล้วมาถึงตามเวลาที่เธอกำหนด เธอพยักหน้าตอบตกลงสีหน้าคลายความสงสัยหวาดระแวงไปได้มากทีเดียว
ร้านกาแฟ sweetto youที่ผมนัดหมายน้องMint เป็นร้านกาแฟหรูหรา ดูไฮโซ โก้เก๋สมกับที่คนเมืองกรุงมีเงินถุงเงินถังเข้ามาใช้บริการมากกว่าชนชั้นกลางหรือชนชั้นล่างปากกัดตีนถีบทั่วไป
ยิ่งเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ด้วยแล้วคนปกติคงไม่มีทางเฉียดใกล้ร้านเป็นแน่
ร้านนี้ตกแต่งร้านสไตล์บูติก ดูสวยเก๋ น่ารักด้วยโซฟาแยกเป็นสัดส่วนแบ่งแต่ละโต๊ะด้วยม่านลายลูกไม้น่ารักๆกันความเป็นส่วนตัวให้แต่ละโต๊ะ
ผมเดินตัวลีบเข้าร้านไปเพราะสายตาหลายคู่กำลังจดจ้องมองมาอย่างสงสัยว่าไอ้หนุ่มที่แต่งตัวมอมแมม เหงื่อย้อยเต็มหน้า ไฉนจึงเดินหลงเข้ามาในที่ที่ไม่สมควรอยู่ .. ผมเดินเลยไปยังโต๊ะด้านในเผื่อจะเจอแม่ดาราสาววัยทีนแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีวี่แววเธอแถวนี้เลย เดินไปเดินมาสองรอบจนมองไปสะดุดเห็น Mint กำลังนั่งชิดกระจกด้านในสุดร้าน
เรือนผมสีทองโดดเด่นมองเห็นแต่ไกลผิวขาวใสกระจ่างดังหลอดนีออนส่งแสงเรื่อสะดุดตาเป็นอย่างแรกที่มองเห็นยิ่งพิศมองจากข้างหลังทำให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนสวย .. เกิดมาครบสมบูรณ์แบบจริงๆ
“ น้อง Mint หรือเปล่าครับ” ผมยืนตัวตรง ยิ้มร่าตรงหน้าเธอ
เธอไม่ตอบทันที เงยหน้าขึ้นมามอง เลิกคิ้วสูง พินิจพิจารณาผมอยู่นาน ผมอ่านสายตาที่เธอมองมาไม่ออก ไม่รู้ว่าสมหวังหรือผิดหวังกันแน่ .. จึงถามออกไปว่า “ พี่ดูน่าผิดหวังขนาดนั้นเลยหรือครับ..”
น้อง Mint  ตีสีหน้าปกติแล้วเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักอารมณ์ดี
“ ปละ .. เปล่าจ๊ะ .. หนูอึ้งเพราะไม่คิดว่าพี่จะดูดี หล่อ ล่ำบึก ได้ใจขนาดนี้ .. มันผิดคาดจากที่คิดเอาไว้เยอะเลย..”
ผมวางกระเป๋าไว้บนเบาะแล้วทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเธอ ก่อนจะหันไปจดจ้องเธอบ้าง
“ แล้วมันดีหรือไม่ดียังไงครับ..”
“ ก็ดีสิคะพี่ พี่ดูแมน ดิบเถื่อนกว่าเพื่อนดาราหนูตั้งเยอะ นี่ไปสมัครเป็นพระเอก Music- video หรือถ่ายโฆษณาได้สบายๆเลยเอาไว้หนูจะฝากผู้จัดละครให้ดีไหม .. เผื่อพี่จะเก็บเงินไว้เป็นรายได้พิเศษจากงานประจำมีเงินทองมากขึ้น เลี้ยงข้าวกิ๊กได้อีกหลายคนนะคะ ”
“ ไม่ดีกว่า .. พี่ก็เป็นผู้ชายธรรมดานี่แหละอย่าชมมากเดี๋ยวเหลิง แล้วนี่มารอนานหรือยัง ”
เธอตอบว่าได้พักใหญ่ แต่ก็ต้องอำพรางตัวเข้ามาในร้านเพราะกลัวพวกแฟนคลับจะแตกตื่นเมื่อเห็นว่า Mint ไอลดาอยู่แถวนี้
เราพูดคุยปรับระดับความสัมพันธ์กันพักใหญ่ท้องไส้ก็เริ่มหิว
น้อง Mint บอกว่าอยากรับประทานซาบูที่ห้างมาบุญครองผมบอกว่าตามใจวันนี้เป็นวันพักผ่อน
เธอเล่าว่าชอบไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ร้านโกเบเป็นประจำ .. ร้านนี้คนนิยมมาทานกันมากเพราะรสชาติน้ำซุปอร่อยดีผัก เนื้อ ปลาก็สะอาด คิวรอทานเลยนานสักหน่อย .. น้อง Mint เล่าต่อว่าเจ้าของร้านนี้สนิทสนมกันดี เคยนัดหมายพบเจอกันก็หลายครั้งแล้ว พักหลังต้องห่างๆกันไปเพราะเมียของเจ้าของร้านขี้หึงอย่างร้ายกาจ ถึงขั้นข่มขู่เธอว่าถ้ายังติดต่อกับสามีเธอเธอแฉเรื่องราวฉาวโฉ่กับนักข่าวอย่างหมดเปลือก
น้อง Mintคนสวยเลยต้องถอยร่นออกมาตั้งหลักตามระเบียบ
ผมนั่งตัวลีบขณะรถยนต์สปอร์ตคันหรูราคาหลายล้านพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ผมมองฝ่าการจราจรที่ติดขัด คิดในใจเล่นๆว่าน้อง Mintมีรถยนต์ มีบ้านที่หรูหรา มีเงินทองมากมายแบบนี้เธอไปร่ำรวยมาจากไหน... การเป็นดาราอย่างเดียวคงสร้างรายได้ไม่มากพอขนาดนี้ หรือคิดอย่างมีอคติเธออาจจะเป็นเมียน้อยเสี่ยใหญ่เงินถุงเงินถึงสักคน ... เสี่ยคนนั้นอาจไม่มีเวลา มีแต่เงินกับบรรดาสมบัติที่มาปรนเปรอนานๆจะพบเจอกันที เธอจึงดูเปลี่ยวเหงาอยู่ลึกๆ โหยหาแต่ความรักที่ฉาบฉวย แม้กระทั่งความรักที่จอมปลอมปนเปื้อนกามาเหมือนอย่างที่ผมกับเธอกำลังทำในตอนนี้
เราสองคนรับประทานซาบูกันอย่างเอร็ดอร่อยสมกับความหิวในเวลาจำกัดชั่วโมงยี่สิบนาที แล้วเดินออกมาเลือกซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ เป็นระบบสัมผัสมีฟังค์ชั่นดีๆอำนวยความสะดวกมากมาย
น้อง Mintรูดบัตรเครดิตซื้อหาไปอย่างง่ายดายในวงเงินห้าหมื่น
ผมเหลือบมองเห็นยอดเงินแล้วตกใจ .. ทำไมเธอใช้เงินเปลืองได้ขนาดนี้ เธอส่งยิ้มมาให้แล้วตอบคำถามเหมือนจะรู้ว่าผมถามไปว่าอะไร ...
“ ซื้อเป็นรางวัลในการทำงานให้ตัวเองค่ะพี่ยอด..”
ผมยิ้มไปให้เธอ คิดอยู่ในใจว่า .. คนเมืองกรุงนี่ใช้เงินมือเติบจริงๆ
“ พี่จะเข้าที่พักเลยไหม หนูเสร็จธุระหมดแล้ว ..”
ผมพยักหน้ารวดเร็วรู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว ขาก็ตึงๆ เนื้อตัวก็เหนียวและร้อน ผิวหนืดเป็นยาง สุดจะฝืนทนอยู่ได้แล้ว น้องMint ฝากรถคันหรูไว้กับโรงแรมที่อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ก่อนจะเดินมาพร้อมกับผม ไม่ลืมที่จะอำพรางใบหน้าด้วยแว่นตาสีดำแฟชั่นหนาเตอะดูไม่ออกเลยว่าเป็นแม่ดาราสาวพราวเสน่ห์ มีชื่อเสียงคนรู้จักทั้งประเทศในตอนนี้
เธอสอดแขนเดินคลอเคลียกันไปเหมือนประหนึ่งเราเป็นคู่รักกัน กระทั่งมาถึงโรงแรมที่เดินตามหาซึ่งอยู่ในซอยที่อยู่ไม่ไกลจากที่จอดรถ
ผมเช็คอินเข้าที่พัก กดลิฟท์ขึ้นไปชั้นสี่ห้องพักหมายเลข 416 ทันทีที่เดินออกมาจากcourterประชาสัมพันธ์น้อง Mint นิ่งเงียบมองไปทางอื่นตลอดเวลา เธอคงกลัวพนักงานจะจำหน้าได้
ครั้นพอประตูลิฟท์ปิดลง เธอรีบผวาเข้ามากอดผมไว้แน่น โน้มคอลงมากดริมฝีปาก บดจูบรุนแรงและหิวกระหาย
ผมใจเต้นตึกตัก โครมครามเลือดในร่างกายสูบฉีดอย่างหนักหน่วง
เธอได้พยายามเบียดตัวเข้าสู่อ้อมกอดผมเต็มที่ ลมหายใจเราสองคนดังฟืดฟาด ขาดห้วงแข่งกัน
แต่พอเสียงลิฟท์กำลังจะเปิดออกดังขึ้น.. เรารีบผละออกจากกันทันทีโดยอัตโนมัติ
                                                                                                       ----------------------------------
สายน้ำฝักบัวไหลราดรดตัวผมเป็นสายทำให้รู้สึกสดชื่นชุ่มฉ่ำอย่างบอกไม่ถูก
พอได้อาบน้ำเสร็จสิ้นผมมานั่งปลายเตียงด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว .. เอื้อมมือกดรีโมททีวีเพื่อดูรายการต่างๆ แต่ก็ไม่มีสมาธิจะดูเลยเพราะใจปะหวัดนึกถึงร่างอันอวบอั๋นอรชรของคนที่กำลังอาบน้ำในตอนนี้
คิดอะไรไปเพลินๆ ตาก็ปรือกำลังจะงีบหลับ..
เธอเดินออกมาพอดีด้วยผ้าขนหนูสีขาวสะอาดผืนเดียวเช่นกันกับผม
เวลาแห่งการรอคอยสิ้นสุดแล้วสำหรับผมกับแม่ดาราสาวพราวเสน่ห์ในค่ำคืนนี้ เราคงไม่มีการพักผ่อนนอนหลับกระทั่งถึงรุ่งเช้า
เราจะอ่อนเพลียกันในหายรอบก่อนจะหมดแรง หอบกระเส่าข้างๆกันรอบแล้วรอบเล่า
 
เธอเป็นนักสู้ตัวฉกาจบนเตียงนอน
เธอเป็นนางแมวยั่วสวาท กระหายเลือดตลอดเวลา
เธอเป็นแม่ดาวจรัสฟ้า ส่องแสงยามราตรีในคืนแรม
เธอเป็นทุกสิ่งที่สวยงามบนโลกใบนี้
เธอเป็นดาราสาวเสน่ห์เร่าร้อน เริงแรง
 
ผมนอนนิ่งอิ่มเอมในกามรสอยู่บนเตียงนิ่งๆมองดูน้อง Mint ที่กำลังรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำ หลังจากมีข้อความโทรศัพท์ส่งเข้ามาถี่ยิบ
พอสักครู่ใหญ่เธอออกมาสีหน้าไม่ค่อยดีแล้วบอกว่า..
“ พี่รีบไปอาบน้ำสิหนูจะแต่งตัวรอ เดี๋ยวเราไปทานข้าวแล้วก็ค่อยแยกกันเลย ..”
ผมรีบเด้งตัวขึ้นจากที่นอน ทั้งๆที่ รู้สึกเมื่อยขบและอ่อนล้าไปทั้งตัว
วิ่งเข้าห้องน้ำในเวลาอันรวดเร็วด้วยกลัวเธอจะวีน เหวี่ยง อะไรอีกอย่างที่สาวๆวัยรุ่นสมัยนี้นิยมเป็นกัน
พออาบน้ำเดินออกมา ในห้องก็ว่างเปล่าไม่เห็นตัวน้อง Mintอยู่ในห้องแล้ว
ข้าวของที่วางกระจัดกระจายเมื่อสักครู่หายไปหมดสิ้น ไม่เหลือทิ้งไว้แม้กระทั่งถุงยางอนามัยที่กองไว้สองสามอันบนพื้นที่ผมเกือบเหยียบลื่นไปเมื่อครู่
ผมรีบกดโทรศัพท์ไปหาเธอ แต่ปลายสายตอบกลับมาว่าหมายเลขนี้ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ
ผมทรุดตัวลงนั่งปลายเตียงแล้วถอนหายใจหนักหน่วง.. ชั่วเวลาแค่สิบนาทีที่อาบน้ำ น้อง Mint สามารถหายไปจากชีวิตอย่างไร้ร่องรอย .. ไม่เหลืออะไรสักอย่างที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหลัง นอกจากบทรักที่ร้อนแรง เร่งเร้า ไม่รู้หน่าย
                                                                                                       ---------------------------------
รถปรับอากาศชั้นหนึ่งเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่งหมอชิต.. ผมมองผ่านกระจกไปอย่างใจลอย ไม่คิดนึกว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ชั่วคราวของน้องMint จะจบลงแบบนี้
ทั้งๆที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายแต่ก็เสียความรู้สึกค่อนข้างรุนแรง เหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ
รถโดยสารจอดเทียบชานชาลาเมื่อถึงปลายทาง .. ผมสูดลมหายใจเพื่อเรียกความมั่นใจอีกครั้งก่อนจะมองเห็นระรินกำลังชะเง้อหาผมอย่างใจจดใจจ่อ
ผมรีบเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมาก่อนที่สมองจะสั่งการขึ้นมาว่า .. จะต้องโกหกเรื่องงานแต่งงานเจ้าเดี่ยวลูกชายป้านงลักษณ์ ให้ได้อย่างแนบเนียนและไม่เป็นที่น่าสงสัยที่สุด
สำรวมมั่นใจ และปั้นเรื่องให้สมจริงมากที่สุดเท่าที่ทำได้ .. คือสิ่งที่ผมต้องทำในตอนนี้
 
จบตอน