วิหคผืนฟ้า หมาป่าแผ่นดิน บทอารัมภ์

Author: 
เสวี่ยอวี้ถาน
ประเภท: 
นิยาย

อารัมภ์ : ของวิเศษนำทาง โชคชะตาไร้ทางเลือก
 
"เป่ายิ้งฉุบ !"
 
นับตั้งแต่เป็นตัวเป็นตน....หรือก็คือนับแต่ถูกสร้างมา และกลายเป็นภูตแห่งของวิเศษล้ำค่าแล้ว ตลอดช่วงชีวิตนับพันปีของนาง ลู่อวี้ไม่เคยรู้สึกหัวร่อไม่ได้ร้องไห้มิออกเท่านี้มาก่อน
 
นางคือของวิเศษที่อยู่ในรูปของหยกชิ้นหนึ่ง เวลาล่วงเลยมาถึงเพียงนี้ ผู้คนต่างเรียกขานนางไปร้อยแปดอย่างแต่นางไม่เคยสนใจ ยอมรับแต่เพียงว่านางคือลู่อวี้ ดังที่นายท่านเรียกขานเท่านั้น
 
นายท่านของลู่อวี้เองก็จากไปเนิ่นนาน แต่ลูกหลานของนายท่านยังอยู่ แตกแขนงจนนางจำไม่หวาดไม่ไหว ทั้งยังคร้านจะจำ หากดีที่นายท่านเองก็ทราบนิสัยเช่นนี้ของนาง จึงทำให้มีเพียงเชื้อสายของนายท่านเท่านั้นที่จะเพรียกหากนาง และขอร้องบางสิ่งจากนางได้หนึ่งอย่าง....ในหนึ่งชีวิต
 
นายท่านทราบดี ว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่มีค่าตอบแทน แม้จะสร้างลู่อวี้มาเพื่อช่วยเหลือลูกหลาน แต่นายท่านก็ไม่เคยละเลยกฎเกณฑ์นี้ ไม่ลืมที่จะร่ายอาคมผนึกไว้ให้ลู่อวี้รับค่าตอบแทนเป็นช่วงอายุขัยของผู้ขอ ยิ่งเป็นสิ่งอันสูงค่า สิ่งหายาก สิ่งอันไม่ควรเป็นไปได้เท่าใด อายุขัยของผู้นั้นก็จะถูกบั่นทอนไปเท่านั้น
 
และที่สำคัญที่สุด เพื่อมิให้ทุกคนมุ่งหวังแต่จะใช้ลู่อวี้ ดังนั้น หลังจากลู่อวี้ทำตามความปรารถนาหนึ่งแล้ว นางก็จะหลับใหลไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง อาจเป็นเพียงปี สิบปี หรือร้อยปีก็ตามแต่เรื่องราวใหญ่น้อยที่ตนเพิ่งกระทำลงไปเช่นกัน
 
แต่ถึงกระนั้น....ก็ยังมีคนที่ร่ำร้องหาลู่อวี้ อ้อนวอนลู่อวี้ มุ่งหมายให้ความปรารถนาของตนเองเป็นจริงให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร
 
เพราะไม่มีสิ่งใด คำขอใด ที่ลู่อวี้ไม่อาจบันดาลให้ได้
 
เพียงแต่ครั้งนี้......
 
 
"เสมออีกแล้ว !"
 
"อีกครั้งเถอะ คราวนี้แหละ...เจ้าชนะแน่...."
 
"เป่ายิ้งฉุบ !"
 
"พวกเจ้าจะต้องเป่ายิ้งฉุบไปจนถึงเมื่อไรกัน นี่มันสองร้อยครั้งแล้วนะ" ลู่อวี้อดรนทนไม่ไหวในที่สุด "ข้าขอรับประกันเป็นกรณีพิเศษ ด้วยพลังของข้า พวกเจ้าอีกคนจะเป็นท่านหญิงก็ยังสามารถเป็นได้ ต่อให้เป็นองค์หญิงก็ยังเป็นได้ ขอเพียงพวกเจ้าตัดสินใจมา...."
 
"นั่นแหละที่ไม่เอา" ไม่ทันขาดคำของลู่อวี้ ก็มีเสียงขัดประสานกันสองเสียงอย่างพร้อมเพรียงจนน่าชื่นชม
 
ลู่อวี้เบะปาก ยังคงไม่อาจตัดสินใจได้ ว่านางสมควรร้องไห้ที่ต้องมาติดอยู่กับเพียงแค่การเป่ายิ้งฉุบนี้จึงจะเสร็จเรื่องราวคำขอนี้ได้ หรือว่าควรหัวร่อกับบุคคลอันแปลกประหลาดที่ตนเองเจอดี
 
ตรงหน้านาง คือวิญญาณของหญิงสาวสองดวง วิญญาณที่มาจากภพอื่น ไม่ใช่ภพที่ลู่อวี้ถือกำเนิด กระนั้นก็เป็นวิญญาณที่ลู่อวี้ต้องการ
 
ไม่สิ เป็นวิญญาณที่ผู้ร้องขอกับลู่อวี้ต้องการต่างหาก
 
"เสมออีก ? ถ้าอย่างนั้น...."
 
"พอได้แล้ว" ลู่อวี้ตวาดพลางผุดลุกขึ้น "ข้าไม่อาจรอพวกเจ้าได้อีกต่อไป ข้าจะตัดสินใจเอง..."
 
มีเสียงค้านขึ้นทันที ทำให้ลู่อวี้ต้องรีบโบกไม้โบกมือพลางกล่าวเพิ่ม
 
"ก็ได้ จริงๆคือข้าจะให้พวกเจ้าจับไม้สั้นไม้ยาวกัน..."
 
คราวนี้เสียงค้านค่อยเงียบลง กลายเป็นเสียงร้องอ้อในลำคอ ก่อนคนหนึ่งจะกล่าว
"คนที่ได้ไม้ยาวคือผู้ชนะ"
 
อีกคนพยักหน้า
"ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร"
 
ลู่อวี้ถอนใจ แล้วสะบัดมือเบาๆ  ไม้ที่จะกำหนดชะตากรรมของวิญญาณทั้งสองก็อยู่ในกำมือนาง นางยื่นมือออกไป ระหว่างนั้นก็อดถามไถ่ไม่ได้
 
"พวกเจ้า....คนที่ไม่ได้ไปเป็นท่านหญิง อยากจะไปเป็นอะไร ?"
 
คนที่อยู่ทางซ้ายของลู่อวี้เอื้อมไปหยิบไม้ทางขวา พลางตอบ
"เป็นแม่ค้า ทำมาค้าขายก็ไม่เลว...จริงสิ ฉันชอบกินน้ำเต้าหู้ เป็นแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ดีกว่า ยังไงทำของกินเป็นก็ไม่อดตายแน่ๆ"
 
อีกคนที่หยิบไม้ด้านตรงข้ามกับตัวเองเช่นกัน หัวเราะเบาๆเมื่อเอ่ยบ้าง
"แบบนั้นเจอคนเยอะไป ฉันอยากอยู่อย่างสงบมากกว่า ...ไปทำไร่ไถนาน่าจะดีนะ มีครอบครัวสักครอบครัว เล็กใหญ่ไม่ว่า เพียงตื่นแต่เช้าก็คว้าจอบเดินไปทำไร่ ทำนาจนหมดแรง เย็นมาก็นอนได้เลย ต่อให้ข้าวยากหมากแพงก็คงพอขุดหัวมันกินประทังได้กระมัง"
 
"...." ลู่อวี้อึ้งไปเล็กน้อย กว่าจะหาเสียงของตัวเองเจออีกครั้ง "พวกเจ้า...ไม่มีใครอยากจะเกิดเป็นยอดหญิงงามล่มเมือง คุณหนูสะคราญผู้เก่งกาจ  องค์หญิงผู้ปราดเปรื่องเลื่องชื่อ...."
 
"ลำบากไป ไม่เอา" ทั้งคู่ตอบอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอีกครั้ง ก่อนพลิกไม้ในมือ
 
ผู้ที่หยิบไม้จากด้านขวาของลู่อวี้ขมวดคิ้ว ขณะที่อีกคนอมยิ้มก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะในตอนท้าย
 
"เธอชนะ...." คนหนึ่งบอก "ชนะได้เป็นเจ้า....ไปเป็นท่านหญิงซะเถอะ"
 
"ไม่ยุติธรรมสักนิด" ผู้ที่ได้ไม้ยาวร่ำร้อง
 
หากลู่อวี้ไม่ยอมให้มีการว่ากล่าวสิ่งใดอีก....ในทีแรก แต่ครั้นเมื่อนางขยับจะโบกมือก็เกิดลังเลขึ้นมาเล็กน้อย อดหันไปถามผู้ที่ได้ไม้สั้นไม่ได้ว่า
 
"เจ้าแน่ใจหรือ ว่าจะไม่ไปเกิดเป็นหญิงสาวสูงศักดิ์.... เป็นลูกคหบดีที่ไหนสักแห่งก็ยังอาจจะดีนะ...."
 
"ขอบคุณที่เป็นห่วง" วิญญาณหญิงสาวนั้นกล่าว "แต่เอาแบบที่บอกไปนั่นแหละ มีความสุขที่สุดแล้ว..."
 
ลู่อวี้มองฝ่ายนั้น และอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเล็กน้อย
 
"อาจจะจริงของเจ้า" เพราะอย่างน้อย ลู่อวี้ก็ไม่เคยต้องรับคำขอจากครอบครัวชาวนา ชาวไร่  ไม่ใช่ว่าลูกหลานของนายท่านไม่เคยต้องไปทำงานเช่นนั้น แต่อาจจะเพราะบางที สิ่งเดียวที่ครอบครัวเกษตรกรครอบครัวหนึ่งปรารถนาอย่างสุดใจ มีเพียงมีชีวิตรอด มีอาหารให้กินอิ่มท้อง ในท้ายที่สุดในความปรารถนานั้น ยังคงอาศัยสองมือเติมเต็มได้ ไม่พักต้องพึ่งแรงของวิเศษเช่นนาง...... "เช่นนั้น ในฐานะที่เจ้าถูกนำมาด้วยเพราะคำร้องขอของข้าที่ขอวิญญาณจากภพเจ้า ข้าจะให้เจ้าได้เกิดในครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง ตามที่เจ้าปรารถนา"
 
"ขอบคุณมาก"
 
คำพูดสุดท้ายนั้นแผ่วเบาและเจือจาง เช่นเดียวกับร่างวิญญาณที่ค่อยๆเลือนหาย หลงเหลือไว้แต่ลู่อวี้กับวิญญาณอีกหนึ่งดวงที่จะใช้เพื่อให้ความปรารถนาของลูกหลานนายท่านของลู่อวี้เป็นจริง
 
"เจ้ามีอะไรจะขอหรือเปล่า" ลู่อวี้ออกปากถามวิญญาณที่ยังเหลืออยู่ และทำให้ผู้ถูกถามกะพริบตาถี่ๆด้วยความตื่นเต้นยินดีทันที
 
"ข้าขอได้เหมือนกันหรือ"
 
"ย่อมได้ เพราะจะอย่างไรนี่ก็นับว่าเป็นการรบกวนเจ้าประการหนึ่ง ข้าย่อมไม่ให้เจ้าทำงานโดยไร้ค่าตอบแทน" ลู่อวี้ตอบ ก่อนดับความหวังในดวงตาคู่นั้นด้วยคำพูดว่า "แต่ต้องไม่ขัดกับที่ข้าได้รับการร้องขอมา"
 
"งั้นช่างเถอะ" เมื่อความหวังอันสำคัญที่สุดมอดไหม้ไปแล้ว จะยังหลงเหลืออะไรอีก ดังนั้นวิญญาณของหญิงสาวจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรมของตนแต่โดยดี
 
ทว่าลู่อวี้ไหนเลยไม่ทราบ นางทราบจากผู้ที่นำพาวิญญาณดวงนี้มาให้นางแล้ว ว่าการก้มหน้ายอมรับชะตากรรมไม่ใช่ลักษณะของวิญญาณดวงนี้ ดังนั้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องหรือไม่ ก็มีสิ่งหนึ่งที่ลู่อวี้จะมอบให้อยู่ดี
 
"ไปกันเถอะ" นางยื่นมือให้ดวงวิญญาณ "ข้าจะพาเจ้าไปหาครอบครัวใหม่ของเจ้าเสียที"
 
ทั้งไร้ทางเลือก ทั้งไม่อาจเลือก ดวงวิญญาณได้แต่จับมือที่ยื่นมาให้และก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่
 
......
 
...
 
.
 
.
 
"หยกสราญโลหิตเอ๋ย ข้าขอวิงวอนต่อเจ้า โปรดมอบชีวิตคืนให้บุตรีในครรภ์ข้า ไม่สิ ไม่  โปรดมอบบุตรีให้กับข้า บุตรีผู้งามสะคราญเหนือผู้ใด บุตรีผู้มีดวงจิตอันเข้มแข็ง ไม่ตกอยู่ในกรงแห่งกรอบของผู้ใดหรือสิ่งใดดังที่ข้าตกอยู่ บุตรีผู้ที่จะโผบินได้อย่างอิสระเสรีแทนข้า ก้าวข้ามขอบเขตที่ข้าเคยถูกจองจำ ได้โปรดเถิด...มอบบุตรีผู้เข้มแข็งเช่นนั้นให้กับข้า...."
 
"หากเป็นดังนั้นแล้ว... แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้า..ไป๋เสวี่ยเอ๋อร์ พระชายาแห่งอ๋องเจิ้ง ก็ไม่นึกเสียดายแม้แต่นิดเดียว !"
 
 
ลู่อวี้โบกมือ...ส่งดวงวิญญาณของหญิงสาวที่นำมาเข้าสู่ร่างของทารกที่ว่างเปล่าในครรภ์ของลูกหลานนายท่านที่ร้องขอต่อนาง ทารกนี้เดิมไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่บัดนี้ด้วยดวงวิญญาณที่ลู่อวี้เสาะหามาตามเงื่อนไขแห่งคำขอ ด้วยอำนาจของวิเศษเช่นนาง ทารกหญิงในครรภ์ของพระชายาแห่งอ๋องเจิ้งจึงมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง....
 
ร่างสะคราญของพระชายาสะดุ้งเฮือก ยามรับรู้ถึงจังหวะแห่งชีวิตในร่างของตนเอง พร้อมกับแรงขับเคลื่อนแห่งความปรารถนาที่จะออกมาสู่โลกภายนอกของทารกน้อย
 
นางหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางความแตกตื่นแกมยินดีของคนรอบข้าง ทว่าลู่อวี้ไม่ใส่ใจ นัยน์ตาสีเขียวอ่อนของภูตของวิเศษเริ่มหรี่ปรือลง
 
นางทำตามคำร้องขอแล้ว ย่อมรับค่าตอบแทนแล้ว และตระเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
 
ทุกสิ่งอย่างที่เหลือก็ดี ภายหลังจากนี้ก็ดี.....ล้วนแต่เป็นเรื่องราวของแต่ละบุคคลเองนั่นแล้ว ต่อให้เป็นของวิเศษเลอค่าใด...ก็ไม่อาจกำหนดโชคชะตาทั้งหมดได้....