มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

 
ปีพุทธศักราช 2539
“อร” น้ำเสียงแสดงให้เห็นถึงความปีติยินดี ในทันทีที่เห็นหล่อนเปิดประตูเดินเข้าห้องมา ร่างสูงรีบสาวเท้าเข้าไปหา “ทายซิ ว่าวันนี้วันอะไร” ว่าพลางยิ้มแฉ่ง ดวงตาเป็นประกาย หากคำตอบที่ได้รับ ก็ดับฝันของเขาเสียดื้อๆ เมื่อหล่อนกล่าวหน้าเครียดออกมาว่า
“ก็วันใกล้จะสอบนะสิ” ร่างบางออกอาการหงุดหงิด อรรัมภาไม่สู้สบอารมณ์สักเท่าได้นัก เมื่อเห็นแฟนหนุ่มมายืนขวางหน้าขวางตาเช่นนี้ หล่อนกำลังรีบ ร่างบางแค่กลับมาเอาของ แล้วรีบกลับไปอ่านหนังสือสอบ หญิงสาวกำลังจะเรียนจบ หล่อนจึงมีความกังวลค่อนข้างสูง วันพรุ่งนี้เป็นวันสอบวันแรกในเทอมสุดท้าย ของนักศึกษาพยาบาลปีสี่
“หลีกไปเลยตั้ม อรจะรีบไปอ่านหนังสือ” หากก็หาได้รับความร่วมมือตามที่ขอ เมื่อแฟนของหล่อนโวยออกมาว่า
“อรอะ” นราธรร้องเสียงหลง หมดกัน อุสตส่าห์จะทำโรแมนติกสักหน่อย แม่คุณก็ดันไม่เก็ตซะงั้น ลืมไปแล้วเหรอว่าวันอะไร “ตั้มอุสตส่าห์ทำอะไรพิเศษๆ ให้ วันนี้วันวาเลนไทน์นะ วาเลนไทน์แรกของเราสองคนด้วย ลืมไปแล้วรึไง”
“ไม่ลืมหรอก แต่พรุ่งนี้สอบ อรไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้นนอกจากอ่านหนังสือ หลีกไปตั้ม อรแค่จะกลับมาเอาของแล้วรีบกลับวิทยาลัย อรนัดเพื่อนๆ ติว เพื่อนรออยู่” ว่าจบก็ไม่สนหนุ่มคนรักอีกต่อไป ร่างบางเดินผ่านเขาไป หากหล่อนก็ต้องชะงัก ในทันทีที่เดินไปถึงกลางห้อง
ที่โต๊ะญี่ปุ่น ที่ได้เคยใช้ทำกิจกรรมร่วมกันสารพัด ตั้งแต่ กินข้าว ทำรายงาน ไปจนถึงอ่านหนังสือ แปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อมันมีตะกร้าดอกไม้ และผอบแก้วเจียระไนใบสวยวางอยู่ พร้อมกับเทียนหอม
“ตั้ม” อรรัมภาหันไปเพื่อที่จะถาม หากก็ยังไม่ทันจะถาม ชายคนรักของหล่อนก็กดให้ร่างบางนั่งลง แล้วนั่งลงตาม
“วันวาเลนไทน์แรกของเรา” ว่าพลางเขาก็จุดเทียน กลิ่นหอมจากเครื่องหอมชั้นดีส่งกลิ่นอบอวนทันที “ตั้มก็เลยอยากจะทำให้มันพิเศษกว่าทุกๆ วัน ทั้งหมดนี้ ตั้มทำให้อร”
“งั้น ทั้งหมดนี่ตั้มทำเองเหรอ” หล่อนว่าพลางก็เปิดผอบแก้ว ที่ชายหนุ่มสู้อุตส่าห์ไปหอบเอามาจากบ้าน ผอบแก้วเจียระไนแกมทอง ซึ่งตกทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ลูกตาลลอยแก้วหน้าตาแปลก ถูกบรรจุอยู่ในนั้น
“ใช่” ร่างสูงตอบ ดอกไม้ตั้มก็จัดเอง เทียนตั้มก็ทำเอง ลูกตาลลอยแก้วตั้มก็ทำเอง อรรัมรัมภาจึงต้องมองเขาอย่างทึ่งจัด
“ตั้มตื่นไปปากคลองตลาดแต่เช้าเลยนะ แล้วก็รีบไปเรียน กลับมาก็ทำของพวกนี้ให้อร กินลูกตาลลอยแก้วสิ แล้วอรจะได้รู้ ว่าตั้มรักอรเสมอ” นราธรคะยั้นคะยอ
หากอรรัมภากลับไม่กล้าแม้แต่จะเอาช้อนลงไปคน ลูกตาลลอยแก้วที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิ หน้าตาสวยเกินไปจนไม่กล้ากิน ด้วยไม่เพียงมีแต่ลูกตาลกับน้ำเชื่อมอย่างที่หาซื้อได้ตามตลาด หากมันกลับมีสีสันตกแต่ง อันเกิดจากขนุนฉีกฝอย และเนื้อเมล่อนซึ่งถูกควักเป็นลูกกลมเล็ก ผสมปะปนลงไป ตามด้วยดอกมะลิที่วางประดับอยู่บนหน้า
“กินสิอร” เขาคะยั้นคะยออีก “มีเป็นหม้อ ไม่พอเต็มได้”
“อรไม่กล้ากิน” หล่อนจึงต้องสาระภาพ “มันสวยเกินไป อรเสียดาย”
“ไม่ต้องเสียดาย กินเถอะ หมดก็ทำไหม่ได้ ตั้มยินดีจะทำให้อรกินไปจนตลอดชีวิต ก็ตั้มอยากจะบอก ว่าตั้มรักอรเสมอ ผ่านลูกตาลลอยแก้วของตั้ม”
“น้ำเน่า” อรรัมภาแอบคิด พลางกลั้นหัวเราะ นราธรพูดจาเลี่ยนๆ แบบนี้ก็ได้ด้วย อยากทำซึ่งแต่จั๊กจี้ไปไหม ไม่รู้ไปจำไอ้คำพูดลิเกๆ แบบนี้มาจากไหน หล่อนจึงตัดใจกินดังที่เขารบเร้า ทั้งขำทั้งสงสาร หน้าตาของเขา มันบ่งบอก ชายหนุ่มหวังเต็มที่ว่าหล่อนจะปลื้ม
และเมื่อขนมหน้าตาสวยได้สัมผัสกับลิ้น อรรัมภาต้องหันไปมองหน้าเขาทันที ของหวานที่ชายหนุ่มทำ มันอร่อยมาก อร่อยอย่างที่เคยได้กินที่ไหนมาก่อน ร่างสูงจึงยิ้มอย่างพึ่งพอใจแล้วกล่าวว่า
“จำไว้นะอร เมื่อไหร่ก็ตามที่อรได้กินลูกตาลลอยแก้วของตั้ม นั่นหมายความว่า ตั้มกำลังจะบอก ว่าตั้มรักอรเสมอ”
 
ราวกับนั่งอยู่ท่ามกลางสงครามเมืองทรอยด์ก็ไม่ปาน ดาริกาอยากจะทิ้งช้อนทิ้งส้อม แล้วเดินหนีไปเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด ผู้ชายสามคน แย่งกันเอาอกเอาใจเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง พวกเขาตักโน่นตักนี้ให้หล่อนกินจนวุ่นวาย ภาพนั้น สร้างความอึดอัดใจให้หม่อมราชวงศ์สาวอยู่ไม่น้อย
ทั้งๆ ที่เห็นบ่อยไป ยามได้ไปเยือนบ้านหลังใหญ่ของสามี แต่ดาริกาก็ยังคงไม่เคยจะชิน เมื่อมันหาได้เป็นสิ่งอันน่าดู สามีของหล่อน หลานชายของเขา และเพิ่มขึ้นมาในตอนนี้ก็คือน้องชายของหล่อน
หนังม้วนเดิม เปลี่ยนก็แต่ตัวพระนางเฮเลน เมื่อ ณ วินาทีนี้ คนที่ต้องเล่นบทคนที่อยู่ตรงกลาง ของการชิงดีชิงเด่น เพื่อพิชิตดวงใจ หาใช่อรรัมภา ชายหนุ่มทั้งสาม กำลังทำราวกับว่า ตนเอง กำลังช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งในดวงใจของมาลาตี ผิดเพียงว่า เอาชนะใจลูก เพื่อทำคะแนน ในการที่จะให้หล่อน ยอมเป็นสะพาน ให้ชายคนใด คนหนึ่ง ข้ามไปหาแม่ของเด็กสาว ที่อยู่อีกฝั่งฟาก อันแสนห่างไกล
คนอื่นน่ะ ไม่แปลกหรอก เมื่อพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่สามีของหล่อน ที่ลงไปร่วมวงกับเขานี่สิ เกี่ยวอะไรด้วย อติรุจทำราวกับหึงหวงพี่สาวอย่างไรอย่างนั้น
“คิดมากไปรึเปล่านะเรา” ดาริกาพึมพำกับตนเอง “เป็นไปไม่ได้หรอกน่า ต้าเส่งกับคุณอรเป็นพี่น้องกัน ใครเขาจะคิดอะไรบ้าๆ กับพี่สาวตัวเองอย่างนั้น” หญิงสาวโต้แย้งกับตนเอง “ถ้าต้าเส่งรักคุณอร เขาจะมาแต่งงานกับเราทำไม” หากก็คิดขึ้มาได้อีก ที่อติรุจแต่งงานกับหล่อน ก็เพราะต้องการจะรับผิดชอบที่หญิงสาวเกิดตั้งท้องขึ้นมา อันเนื่องมาจากมีอะไรกันตอนที่ชายหนุ่มเมามิใช่หรือ ดาริการีบกัดริมฝีปากให้หยุดคิด
แต่ก็หาห้ามได้ หล่อนคิดอีก เมื่อต้าเส่งพยายามเอาใจมาลาตี แข่งกับอีกสองหนุ่ม ด้วยการตักอาหารให้กับเด็กสาว
“กินนี่สิหนูมะลิ กินให้เยอะๆ นะ เราน่ะ ตัวเล็กเกินไปนะ กินเยอะๆ จะได้สูงกว่านี้อีกสักหน่อย” หน็อยตักกับข้าวให้หลานสาว ทีเมียตัวเอง นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ แถมยังท้องด้วย จะสนใจกันบ้างเป็นไม่มี เขาคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าพาภรรยามาด้วย ดาริกาก้มลงมองตัวเอง
“สงสัยเราคงจะกลายเป็นมนุษย์ล่องหนไปแล้วล่ะมั้ง เขาถึงทำเหมือนมองไม่เห็น” หม่อมราชวงศ์สาวคิด
“โอ้ย... เวอร์ไปมั้งน้าต้า” หากเสียงของณนนท์ก็ทำให้ดาริกาต้องสะดุ้ง หล่อนหยุดหมกมุ่นครุ่นคิดไปชั่วขณะ “หนูมะลิเขาโตเป็นสาวแล้วนะครับ อย่าพูดอะไรหลอกเด็กแบบนั้นสิ ไปๆ มาๆ ก็ว่าหนูมะลิเตี้ยนั่นแหละ ใช่มะ แหม...” ชายหนุ่มผู้เป็นหลานลากเสียงยาว ในขณะที่คนซึ่งถูกเหน็บถึงกับหน้าตึงไปในทันที พร้อมกับกัดฟันกลั้นคำผรุสวาทจนเหลือหลุดรอดออกมาเพียงคำเดียวบางเบาว่า
“ไอ้” หากณนนท์ก็หาได้แยแส แล้วกล่าวต่อไปอีกว่า
“อยากให้หนูมะลิกินของที่ตัวเองตักให้ ก็ช่วยหามุกเจ๋งๆ กว่านี้หน่อยสิครับ หลอกด่ากันแบบนี้” ใครกันแน่ที่หลอกด่า “เป็นผม ผมเคืองนะ น้องสาวของผมเขาไม่ใช่เด็กแคระเด็กแกรนสักหน่อย หนูมะลิเขาตัวเล็กน่ารักสมตัวจะตายไป หุ่นแบบนี้ น่าทะนุถนอมดีออก” ว่าจบ คนพูดกระต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเจอเข้ากับสายตาที่มองมาของมาลาตี ที่จ้องราวกับจะถามอย่างประชดว่า
“เหรอ” เด็กสาวแสดงออกถึงความรำคาญ ใช่ว่ามาลาตีจะไม่รู้ คิดอะไรกันอยู่ หล่อนรู้ทั้งนั้น “คิดอย่างที่พูดจริงๆ เหรอ พี่ลูกตาล”     
“หนูมะลิครับ” แล้วนราธรก็กล่าวขึ้นมาบ้าง กล่าวราวกับไม่เห็นชายหนุ่มอีกสองคนอยู่ในสายตา “เดี๋ยวทานข้าวแล้ว กลับเลยนะครับ ผมจะไปส่ง”
“คงไม่ต้องรบกวนหรอกครับ อาจารย์หม่อม” ต้าเส่งจึงแทรกขึ้นมา “เกรงใจเปล่าๆ หนูมะลิมารวบกวนอาจารย์กับหม่อมแม่นานแล้ว เดี๋ยวให้ผมไปส่งดีกว่า ยังไงก็ทางผ่าน”
“ผมว่าไม่น้าต้าก็ไม่ต้องด้วยนั่นแหละ หนูมะลิจะกลับกับผม ผมมานี่ก็เพื่อมารับหนูมะลิ น้าต้ารีบพาคุณหญิงน้ากลับบ้านไปพักผ่อนจะดีกว่า ดูท่าทางเธอเพลียๆ อยู่นะครับ อย่าลำบากแวะเข้าบ้านอีกเลย”
“ไม่ได้ลำบากอะไรสักหน่อย น้าว่าจะแวะเข้าบ้านอยู่แล้ว ให้หนูมะลิไปกับน้านั่นแหละ ดีที่สุด ถ้าให้คุณชายหมอไปส่ง จะต้องเหนื่อยขับรถกลับไปกลับมาเปล่าๆ ส่วนนาย” เขาหรี่ตามองหลานชาย “น้าเป็นห่วงความปลอดภัยของหนูมะลิ เดี๋ยวนายจะทำน้องหายอีก หรือไม่ ก็อาจจะโดนกิ๊กของนายรุมตบ” หากในขณะที่การประทะคารมกำลังเริ่มจะดุเดือด การรวบช้อนรวบส้อมแล้วลุกพรวดขึ้นยืนของดาริกา ก็ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก
“หญิงอิ่มแล้ว” ทนอึดอัดใจไม่ได้อีกต่อไป นราธร อติรุจ ณนนท์ ผู้ชายสามคนนั่น กำลังทำราวกับว่า ต้องการจะสมัครเป็นพ่อใหม่ของมาลาตี หากที่ว่างมีตำแหน่งเดียว จึงต้องแย่งชิง ประมานนั้น
“หญิงเหนื่อย” ยิ่งเห็นก็ยิ่งรำคาญ รำคาญจนอยากจะเดินหนี แต่ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง หาไม่แล้ว วันนี้วังของหล่อนคงต้องนองไปด้วยเลือด ชายหนุ่มทั้งสาม ก่อการวิวาทแก่กันหนักข้อขึ้นทุกที ซึ่งคนแรกที่จะต้องถูกดึงตัวออกมา ก็คือสามีของหล่อน
“หญิงอยากพักผ่อน คืนนี้หญิงจะค้างที่นี่นะคะ”
“เฮ้ย ได้ไง” สามีของหล่อนจึงถึงกับต้องสบถ หากดาริกาก็หาได้สนใจ หล่อนเดินจากไปทันที ในขณะที่ต้าเส่งก็ไม่รอช้า เขาลุกขึ้น แล้ววิ่งตามภรรยาออกไปทันที
“ไม่นะหญิงต้อง” ราวกับเจอเข้าให้กับสงครามประสาท “คุณค้างที่นี่ไม่ได้ ผมไม่ยอม” ดาริการู้จักสามีของหล่อนดี พอๆ กับที่เขารู้จักตัวเอง
มันเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว นับตั้งแต่แต่งงาน หากคืนไหนไม่มีหญิงต้องให้นอนกอด ดอกเตอร์โรงน้ำปลา ก็ไม่อาจจะข่มตาให้หลับลงได้
 
Always smile and always hold yourself together with always saying “Hello, Thank you and I love you”, on everyday, miracles will happen to you.
So, “hello, Thank you for being all my inspiration and I love you.”
 
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า...