ในดวงมาน :: 7 Days $ister <บทที่ 4>

Author: 
กษิรดา

บทที่ 4 :: แขกรับเชิญ
 
              หลังจากการรับประทานอาหารกลางวันของสองพี่น้องสิ้นสุดลง พิมพ์ประภัสร์ได้ขับรถมาส่งวาดลัดดาน้องสาวของเธอที่มหาวิทยาลัยดังเดิม สาวน้อยโบกมือลาพี่สาวก่อนที่จะรีบขึ้นตึกไปเรียนในคาบบ่าย ส่วนตัวเธอเองก็กำลังจัดแจงแต่งหน้าให้สวยงามดังเดิมก่อนที่จะลงจากรถสีส้มประกายทองคันเก่ง และขณะเดียวกันเธอก็ไม่ลืมที่จะเปิดเพลงฟังจากคลื่นวิทยุ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอโปรดปรานยามที่รู้สึกอยากจะผ่อนคลาย
“ สวัสดีครับตอนนี้คุณกำลังฟังคลื่น 77.5 MHz Lady Radio นะครับ วันนี้ทางสถานีของเรามีแขกรับเชิญพิเศษมาให้การสัมภาษณ์ถึงผลงานเพลงชิ้นแรก ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่นาที ซึ่งแขกรับเชิญที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอเป็นนักร้องสาวที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบ และนักแสดงที่กำลังมาแรงอยู่ ณ ขณะนี้ และตอนนี้เอง...เธอก็หันมาจับไมค์ผลิตผลงานเพลง ที่จะมาให้แฟนๆ ได้ฟังกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเชิญคุณผู้ฟังพบกับ คุณ ซีรี สาริสา ศิระมณีวัฒนา ครับ สวัสดีครับคุณซีรี... ” เสียงดีเจหนุ่มกล่าวทักทายผู้ฟัง และนักร้องสาว
“ ค่า!! สวัสดีค่ะ ” เสียงเจื้อยแจ้วของนักร้องสาวพูดขึ้น
“ คุณซีรีรู้สึกอย่างไรบ้างครับกับผลงานเพลงที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่อึดใจนี้ ” เสียงดีเจหนุ่มถาม“ รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ...และดีใจที่ได้ทำงานเพลง นับว่า เป็นอีกหนึ่งงานในวงการที่ซีรีได้ลองทำต่อจากงานเดินแบบ และงานแสดงเลย ” เธอกล่าว
“ คุณซีรีรู้ตัวไหมครับว่า คุณเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ และมีความสามารถมาก ที่ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างในคราวเดียวกัน ” เสียงดีเจหนุ่มกล่าวยอเธอ
“ คงไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ก็ขอขอบคุณนะคะ...และขอบคุณทุกๆ โอกาสที่ได้มีให้ ซีรีทราบค่ะว่า คนในวงการน้อยคนที่จะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ในคราวเดียว สำหรับตัวซีรีเองก็ไม่ได้เป็นคนที่เก่งอะไรมาก แค่เริ่มต้นจากการถ่ายแบบ เป็นนางแบบโนเนมที่ไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่งก็ได้ไปเล่นโฆษณา และละคร ก็พอมีคนรู้จักเพิ่มขึ้นบ้าง... ”  เธอกล่าวต่อ แต่ก็โดนดีเจหนุ่มแทรกขึ้น                
“ อย่าพูดว่า พอมีคนรู้จักเพิ่ม เลยครับ ที่จริงแล้วคุณซีรีมีชื่อเสียงมาก ไม่มีใครไม่รู้จักเลย คนที่ทำได้แบบคุณหายากนะครับ คุณทำให้ผมนึกถึงคุณ โรส รสรินทร์ เลย... ” เมื่อดีเจหนุ่มกล่าวมาถึงตรงนี้ ทำให้พิมพ์ประภัสร์หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ครู่หนึ่ง เธอละสายตาจากกระจกขณะที่เธอกำลังตบแป้ง มือข้างหนึ่งของเธอเอื้อมไปหมุนปุ่มเพิ่มเสียงที่วิทยุ เพื่อเร่งเสียงให้ดังขึ้น ก่อนที่จะยิ้มมุมปากอย่างสะใจเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่ดีเจหนุ่มกล่าว
“ เห็นใครๆ ต่างก็พูดกันว่า คุณซีรีกำลังจะมาแทนที่คุณโรสอย่างนั้นเหรอครับ ? ” ดีเจหนุ่มถาม
“ คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณโรสเธอเป็นตำนาน อีกอย่างหนึ่งซีรีเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง ” ดาราสาวกล่าวอย่างถ่อมตัว
 “ แหม...ผมแค่แซวเล่นน่ะครับ หวังว่า หลังจากออกอากาศไปคงไม่มีข่าวเกาเหลากันนะครับ เอาล่ะครับ..สุดท้ายนี้ผมอยากให้คุณซีรีกล่าวฝากผลงานเพลงทิ้งท้ายเสียหน่อย ” ดีเจหนุ่มรีบตัดบท
“ ค่ะ!! ยังไงก็ขอฝากผลงานเพลง เพลงแรกของซีรีด้วยนะคะ ชื่อเพลง เก็บหัวใจ ค่ะ ซีรีตั้งใจ และถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มที่ และอีกไม่นานก็กำลังจะมีผลงานที่สองที่จะปล่อยออกมาให้รับฟังกัน ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ!! ” เธอกล่าวทิ้งท้ายอย่างสวยงาม ก่อนที่จะกล่าวอำลาผู้ฟัง และปิดท้ายด้วยบทเพลงน่ารักๆ ของเธอ
               เพลง เก็บหัวใจ เป็นเพลงที่ดาราสาวร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ บวกกับความลงตัวของทำนองเพลงที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาขณะฟัง และขณะเดียวกันเนื้อร้องที่เลือกสรรแต่ถ้อยคำหวานๆ ซึ้งๆ ทำให้คนฟังรู้สึกเพลิดเพลินไปกับบทเพลงที่ชวนฝันเช่นนี้ ซึ่งเนื้อหาได้กล่าวถึง หญิงสาวคนหนึ่งเธอเปรียบความฝันของเธอเหมือนดั่งเช่นความรัก หากยังไม่ถึงเวลาของมันเราก็ต้องทำได้แค่เพียงที่จะรอ จนกว่าที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะช่วยนำพาให้ไปถึงจุดนั้น
               เพลงของ สาริสา ถูกปล่อยออกสู่คลื่นวิทยุ Lady Radio และอีกเพียงไม่กี่นาทีต่อมา คลื่นวิทยุอื่นๆ ก็เริ่มเปิดเพลงนี้ตามๆ กัน จนทำให้ผู้ฟังหลายๆ คน รู้สึกเพลิดเพลินในบทเพลงที่แสนไพเราะเช่นนี้ เพลงของเธอเปิดอยู่ทั่วไปทั้งในย่านชุมชนเมือง บนท้องถนน ตึกรามบ้านช่องห้างสรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานที่ประกอบการต่างๆ อีกมากมาย รวมไปถึงโรงพยาบาล โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของการทำศัลยกรรมตกแต่ง บทเพลงนี้ก็ดังขึ้นในห้องประชาสัมพันธ์ที่เหล่าสาวๆ นางพยาบาลผู้มีใจรักในเสียงดนตรีต่างเปิดฟังกันยามว่าง เพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน สาวๆ เหล่านี้หารู้ไม่ว่า สิ่งที่จะทำลายบรรยากาศอันสำราญอยู่ ณ ขณะนี้ กำลังใกล้เข้ามา และเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ รถสีม่วงเปลือกมังคุดดูลึกลับคันหนึ่งก็ได้เคลื่อนตัวเข้ามายังลานจอดรถของทางโรงพยาบาล แถมจอดในที่ V.I.P เสียด้วย นั่นย่อมหมายความว่า ผู้ที่เดินทางมากับรถคันนั้นไม่ใช่บุคคลธรรมดาเป็นแน่
               ท่ามกลางสังคมเมืองใหญ่ที่กำลังรับฟังบทเพลงอันไพเราะจากเสียงของดาราสาวนามซีรีอยู่นั้น คงมีเพียงรถคันนี้เพียงคันเดียวที่ไม่รู้สึกยินดีรับฟังบทเพลงเพราะๆ เพลงนี้ หรืออาจจะฟังแล้ว และไม่อยากฟังมันอีกก็เป็นได้ หลังจากที่เครื่องยนต์ของรถสีม่วงเปลือกมังคุดคันนี้ดับลง ปรากฏให้เห็นชายวัยกลางคนใส่ชุดสีเทาอ่อน ลุกลี้ลุกลนจากฝั่งคนขับ เพื่ออ้อมมาเปิดประตูรถให้กับผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านหลังทางฝั่งตรงข้าม เมื่อประตูรถถูกเปิดออก เผยให้เห็นเป็นหญิงสาวท่วงท่าดุจนางพญากำลังก้าวลงมาจากรถ ใบหน้าของเธอซีดขาว และสวมแว่นตากันแดดสีดำอำพรางนัยน์ตาไว้ เธอสวมชุดสีดำประกายม่วง และปล่อยผมดำขลับยาวสยาย ลักษณะของหญิงสาวแม้ว่า จะดูมีอายุเกือบเลขสี่แล้ว แต่ดวงหน้าของเธอก็ยังไม่มีร่องรอยที่บ่งบอกถึงริ้วรอยใดๆ เธอก้าวเดินออกมาจากลานจอดรถตรงนั้น เพื่อมุ่งตรงไปยังลิฟท์ และก้าวเท้าเข้าไป เธอกดปุ่มไปที่ชั้นสิบห้า หลังจากนั้นประตูของลิฟท์ก็ได้ทำการปิดลง
               ลิฟท์ได้พาเธอขึ้นไปสู่ชั้นบนสุดของอาคาร เธอก้าวออกมาจากประตูนั่น แล้วเดินไปตามทางเดิน พยาบาลแต่ละคนต่างหลบสายตา หรือไม่ก็ยืนหลบมุมเพื่อที่จะไม่เผชิญหน้า หรือเจอกับแรงปะทะ
              หญิงสาวย่างเท้าผ่านห้องประชาสัมพันธ์ ซึ่งภายในนั้นเหล่าพยาบาลสาวต่างผ่อนคลายด้วยการเปิดเพลง และแสร้งทำเป็นตรวจเอกสารกันอย่างเคร่งครัดเมื่อเห็นเธอเข้ามา ซึ่งขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่านพ้นไปนั้น อยู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่รู้สึกขัดต่อความรู้สึกของเธอ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินย้อนกลับมา แล้วมุ่งตรงไปหาพยาบาลที่อยู่ใกล้กับเธอที่สุด พยาบาลสาวคนนั้นก้มหน้า ไม่กล้าสบสายตากับเธอโดยตรง เธอมองพิจารณาพยาบาลสาวอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า...
“ ปิดเพลง...เดี๋ยวนี้ ” และไม่ทันที่จะต้องให้กล่าวซ้ำ พยาบาลสาวคนนั้นก็รีบลุกขึ้นไปปิดวิทยุโดยเร็ว
              หญิงสาวมองหน้าพยาบาลอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะเดินออกไปจากหน้าห้องประชาสัมพันธ์ ปล่อยให้เหล่าพยาบาลรีบวิ่งมาจับกลุ่มสนทนากันอย่างสนุกปากถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ไปต่างๆ นานา เมื่อเห็นเธอเดินลับสายตาไป
              หญิงสาวเดินมาถึงห้องริมสุดของทางเดิน เธอเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ ราวกับว่า ห้องนี้เป็นห้องของเธอเอง เธอผลักประตูออก และรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับบุคคลที่อยู่ตรงหน้า พยาบาลสาวร่างเล็กท่าทีดูมีความมั่นใจในตัวเองเดินเข้ามาหาอย่างไม่เกรงกลัวเธอเหมือนกับคนอื่นๆ ผมสั้นซอยบ่งบอกถึงลักษณะที่ดูปราดเปรียว ทำให้เจ้าหล่อนดูต่างจากพยาบาลทั่วไป ยิ่งกว่านั้นที่กระดุมชุดพยาบาลก็ติดต่ำลงมากว่าปกติ เผยให้เห็นขอบยกทรงสีแดงดูร้อนแรง
“ สวัสดีค่ะ...คุณโรส!! ” พยาบาลสาวกล่าวทักทายเธอด้วยน้ำเสียงที่เสแสร้ง พลางไหว้ด้วยท่าทีที่ดูประดิดประดอย
“ ใครใช้ให้หล่อนเข้ามาในห้องนี้ แล้วน้องชายฉันอยู่ไหน ? ” โรสถามพยาบาลสาว
“ ตอบทีละคำถามนะคะ!! ดิฉันเป็นเลขาฯ...ส่วนตัว ของคุณหมอ สามารถเข้ามาในห้องของคุณหมอได้ทุกครั้ง และตอนนี้คุณหมอไม่อยู่...ไปตรวจคนไข้ค่ะ!! ” สาวน้อยตอบด้วยท่าทีที่กวนอารมณ์
“ ใครแต่งตั้งหล่อนเป็นเลขาฯ ยะ ?!! ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงที่สุดทน
“ อย่างน้อยดิฉันก็ไม่ได้สถาปนาตัวดิฉันขึ้นมาเองหรอกค่ะ!! ” หล่อนตอบห้วนๆ
“ แก...กล้าต่อล้อต่อเถียงกับฉันเหรอ รู้ไหมว่า ฉันเป็นใคร ?!! ” เธอถามอย่างเกรี้ยวกราด
“ ทำไมดิฉันจะไม่รู้ล่ะคะ คุณ โรส รสรินทร์ นักร้องสาวดาวค้างฟ้าที่ไม่ยอมแก่ เพราะมีน้องชายเป็นหมอศัลยกรรมระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่ง...อีกไม่นาน คุณก็จะกลายเป็นพี่สามีของดิฉัน ” สาวน้อยตอบอย่างลอยหน้าลอยตา
“ อีทับทิม อีนางชั่ว!! แกทำให้น้องชายฉันเสียใจยังไม่พอ แกยังจะกล้าทำให้ฉันเสียใจอีกเหรอไง ?!! จำไว้นะ!! ชาตินี้ทั้งชาติ ฉันจะไม่มีวันยอมรับแกเป็นน้องสะใภ้ฉันหรอก!!! ” โรสตวาด
“ ถ้าดิฉันชั่ว!! คุณก็ชั่วยิ่งกว่าดิฉันแหละค่ะ!! ไม่ใช่เพราะคุณเหรอที่ให้ดิฉันไปทำลายความสัมพันธ์ของคุณหมอกับแฟนเขา!! เพียงเพราะคุณรับไม่ได้ที่คุณหมอไปคบกับอาจารย์มหาวิทยาลัยจนๆ ดิฉันก็ทำสำเร็จแล้วนี่คะ!! แล้วมันก็ไม่ผิดอะไรที่ดิฉันจะสานสัมพันธ์ของดิฉันกับคุณหมอเสียเอง คุณน่าจะดีใจนะคะที่แผนการของคุณสำเร็จเกินคาด!! ” พยาบาลสาวโวยวายกลับ
“ อีทับทิม!! อีงูพิษ!!... ” ไม่ทันจะขาดคำ ฝ่ามือของโรสก็ฟาดลงไปที่ใบหน้าของทับทิม และขณะเดียวกันประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นชายสวมแว่นคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาสวมเสื้อกาวน์ และถือถาดเอกสาร ซึ่งบ่งบอกว่า เขาคนนี้ประกอบอาชีพเป็นนายแพทย์
                รสรินทร์ เหลือบมองน้องชายก่อนที่จะรู้ตัวว่า ได้ทำอะไรลงไป เมื่อเห็นดังนั้นทำให้ทับทิมรีบบีบน้ำตา แล้วส่งเสียงสะอึกสะอื้นทันทีราวกับว่า เธอมีปุ่มบังคับอยู่ในตัวเอง
“ พี่โรส..ต้องถึงขั้นตบตีกันเลยเหรอครับ ทับทิมเขาทำอะไรให้ ?? ” คุณหมอถามพี่สาว ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
“ ข..ขอโทษค่ะพี่หมอ ทับทิมผิดเองที่เข้าห้องพี่หมอโดยพละการ ท..ทับทิมแค่จะเอาแฟ้มคนไข้มาให้ แล้วเผอิญคุณโรสแกเข้ามาเห็นทับทิมพอดี... ” สาวน้อยอธิบาย พลางร่ำไห้ไปพร้อมๆ กัน
“ อีตอแหล!!! เมฆ...แกเชื่ออีนางนี่มันเหรอ มันสร้างภาพหลอกแกอยู่นะ!! ” โรสอธิบายให้น้องชายฟัง
“ พอเถอะครับพี่..ผมก็เห็นอยู่ว่า พี่เพิ่งตบเขาไป ทับทิม..คุณออกไปก่อนเถอะ ” คุณหมอบอกแก่พี่สาว และพยาบาล
“ ค่ะ.. ” เธอกล่าวอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป พร้อมด้วยสีหน้าที่ซ่อนความเย้ยหยันไว้
โรสมองเธอออกจากห้องไปด้วยสายตาที่จงเกลียดจงชัง สาวใหญ่รู้โดยทันทีว่า ชาตินี้เธอจะไม่ขอข้องเกี่ยวใดๆ กับผู้หญิงคนนี้เป็นอันขาด
              หลังจากที่พยาบาลสาวออกไปจากห้องพักของ นายแพทย์ มงคลมาส หรือคุณหมอเมฆ แพทย์ศัลยกรรมชื่อดังแล้ว ตอนนี้ภายในห้องก็เหลือแต่คุณหมอ และพี่สาวของเขาเท่านั้น บรรยากาศภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง หมอเมฆเดินมาที่โต๊ะทำงาน แล้วนั่งลงก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประเด็นกับพี่สาวของเขาเอง
“ พี่มีธุระอะไรกับผมหรือครับ ? ” คุณหมอถาม พลางมองพี่สาวด้วยสายตาที่เบื่อหน่าย
“ นี่แกยังติดใจฉันในเรื่องนั้นอยู่เหรอไง ??...ฉันเป็นพี่แกนะ ฉันไม่มีทางทำให้น้องชายเพียงคนเดียวของฉันต้องเสียใจหรอก!! ” โรสรีบแก้ต่างให้ตัวเอง แม้รู้อยู่เต็มอกว่า เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะเธอ
“ แต่พี่ก็ไม่ได้เห็นด้วย หรือสนับสนุนพิมพ์เขาอยู่แล้วนี่ครับ ” คุณหมอกล่าวถึงคนรักเก่าอย่างพิมพ์ประภัสร์
“ ถึงพี่ไม่เห็นด้วย แต่พี่ก็ไม่ได้ขัดขวางนะ!! ” โรสทำเสียงแข็งใส่น้องชาย
“ เหรอครับ ? ” หมอเมฆถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ราวกับไม่เชื่อ
“ จะยังไงก็แล้วแต่ พี่ก็ไม่เห็นดีเห็นงามให้แกกับยายครูนั่นคบกันหรอก แล้วก็รวมถึงอีนางทับทิมด้วย!! ” โรสยื่นคำขาด
“ พี่วางใจได้เลยครับ ผมกับทับทิมไม่มีทางไปด้วยกันได้แน่ ผมมองเห็นเธอเป็นรุ่นน้องคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนพิมพ์... ” คุณหมอพูด แล้วหยุดนิ่งไป “ ...ผมอยากได้พิมพ์คืนมา ” หมอเมฆกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า
“ ฝันไปเถอะว่า ยายครูนั่นจะกลับมา ถ้าฉันเป็นยายนั่น แล้วเห็นแกอยู่ในห้องน้ำกับอีนางทับทิม แถมไม่ได้ใส่เสื้อผ้าด้วยแล้วล่ะก็...เป็นฉัน..ฉันก็ไม่มีวันกลับไปหาแกหรอก!! ” โรสกล่าว
“ วันนั้นมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มันเกิดเสียหน่อย ” คุณหมอพูดขึ้น
“ ไว้แกก็ไปอธิบายกับแม่นั่นเองก็แล้วกัน!! ” โรสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแกมประชดประชันแบบที่เธอถนัด พลางมองน้องชายอย่างผู้ชนะ ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องสนทนา
“ ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาทะเลาะกับแกหรอกนะ ฉันแค่อยากให้แกช่วยเติมหน้าให้ฉันหน่อยก็เท่านั้น คืนนี้ฉันมีงานโชว์ตัวที่โรงแรม ดารา นางแบบไปกันเยอะเชียว รวมทั้งพวกไฮโซ ไฮซ้อทั้งหลายด้วย แกน่าจะไปกับฉันนะ ”  โรสบอกกับน้องชายถึงจุดประสงค์ที่มา
“ พี่ไปเถอะครับ ผมไม่อยากไป...เดี๋ยวตอนเย็นผมก็ต้องประชุมอีก ผมจะแค่ฉีดคอลลาเจนให้พี่นะครับ ” คุณหมอบอกกับพี่สาว
“ ก็ได้...แต่แกจำเอาไว้นะ ทุกอย่างที่ฉันทำ ฉันทำเพื่อแกนะเมฆ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง แกเป็นคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้แกไปตกระกำลำบากที่ไหนหรอก!! ” โรสกล่าว
“ พี่ไม่ได้ทำเพื่อผมหรอกครับ พี่ทำเพื่อตัวเอง พี่กลัวว่า ผมจะทำให้พี่เสียชื่อเสียง ” หมอเมฆตอกกลับ
“ เมฆ!! ถ้าแกไม่มีฉัน แกก็ไม่ได้เป็นหมออย่างทุกวันนี้หรอก!! ” โรสตวาดอย่างเหลืออด ปากของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธระคนเสียใจ สักพักน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา แต่เธอก็พยายามสกัดกลั้นเอาไว้
“ พี่ครับ...ผมขอโทษ ” คุณหมอเดินเข้ามาปลอบพี่สาว พลางโอบไหล่เธอไว้
“ ผมขอโทษครับ... ” เขาพูดซ้ำ พลางกอดพี่สาวไว้แน่น
               ทั้งหมอเมฆ และโรสต่างรู้ดีว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง พ่อแม่ของพวกเขาจากไปเพราะอุบัติเหตุที่ต่างจังหวัด ต้องทำให้โรสเด็กสาววัยสิบห้าปี ดูแลน้องชายวัยห้าขวบเพียงลำพัง ในบ้านพักหลังเล็กๆ ที่พ่อกับแม่ทิ้งให้พวกเขาไว้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย โรสหาเงินตั้งแต่เด็กๆ ด้วยการร้องเพลงประกวดจนได้รับรางวัล และทุนการศึกษามากมาย จนกระทั่งมีคนเห็นแววของเธอจึงชักชวนเธอเข้าวงการ และปั้นเธอเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงในวัยแค่สิบแปดปี นอกจากนี้เธอยังรับงานเดินแบบ และงานแสดงละคร อีกทั้งเธอยังช่วยเหลือค่าเล่าเรียนให้แก่น้องชายจนเรียนจบแพทย์อีกด้วย เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้เธอมีความเด็ดเดี่ยว แข็งแกร่งกว่าผู้หญิงทั่วไป แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนั้นก็ทำให้เธอต้องเป็นผู้หญิงที่เย็นชา และร้ายกาจ จนใครๆ ต่างก็พากันเกรงกลัวในอิทธิฤทธิ์ของเธอ
               ทางด้าน ทิพย์อำพัน หรือทับทิม พยาบาลสาวแสนสวยสุดเปรี้ยว เธอก็ไม่ได้ออกไปไหนไกล นอกจากยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูห้องของหมอเมฆตรงนั้น เธอเบ้ปากทันทีที่รับรู้ถึงฉากซาบซึ้งของสองพี่น้องที่กำลังระลึกความหลังกัน เธอรู้สึกเอียน และขยาดกับคำพูดเหล่านี้ ถ้าไม่ติดว่า นายแพทย์ มงคลมาส เป็นหมอศัลยกรรมตกแต่งระดับต้นๆ ของประเทศ และมีพี่สาวเป็นถึงซูเปอร์สตาร์ค้างฟ้าอย่างนี้ เธอก็คงไม่ทนที่จะมานั่งอ่อยให้เปลืองตัว โดยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปหรอก เพราะเธอรู้ดีว่า คุณหมอเมฆ หรือพี่หมอของเธอนั้นไม่ได้มาสนใจไยดีอะไรในตัวเธอเลยด้วยซ้ำ นอกจากพิมพ์ประภัสร์เพื่อนสมัยเรียนของเธอเอง เธอหัวเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกมา เพื่อกลับไปยังห้องประชาสัมพันธ์ดังเดิม เธอเห็นเพื่อนพยาบาลของเธอกำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกปาก เดาได้เลยว่า เรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องของยายแก่โรสนั่น
 “ เป็นไงบ้างทับทิม เจอยายคุณนายโรสหรือเปล่า ? ” เพื่อนพยาบาลคนหนึ่งถามขึ้น
“ ก็เจอน่ะสิ!! ซวยชะมัด ” เธอกล่าวอย่างหัวเสีย
“ แล้วทะเลาะกันอีกหรือเปล่าล่ะ ? ” เพื่อนของเธอถามซ้ำ
“ จะเหลือเรอะ!! ” เธอตอบกระแทกเสียง
“ อุ๊ย!! ทำไมที่แก้มเธอถึงมีรอยแดงด้วยล่ะ...อย่าบอกนะว่า เธอโดนยายนั่นตบมา ? ” นางพยาบาลอีกคนถามขึ้น พลางชี้ไปที่แก้มของเธอซึ่งมีรอยฝ่ามือของรสรินทร์ประทับอยู่
“ คนอย่างฉันไม่มีทางปล่อยให้ยายนั่นทำฝ่ายเดียวหรอกน่ะ!! ” เธอตอบเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง
“ ไม่แน่หรอก เธออยากเป็นน้องสะใภ้เขาจะตาย ฉันเห็นเธอแทบจะคลานเข่าเข้าไปหา ” เมื่อคำพูดของพยาบาลนางหนึ่งจบลง เหล่าสาวๆ พยาบาลที่เหลือต่างก็หัวเราะกันครืน
“ นี่!! พวกเธอ!!...ถ้าไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่าพูดเสียดีกว่า สงบปาก สงบคำกันไว้บ้าง ก่อนที่จะไม่มีปากไว้ให้พูดอีกต่อไป!! ” เธอโวยวาย พลางหยิบคัตเตอร์ขึ้นมาขู่เพื่อนพยาบาลด้วยกัน เหล่านางพยาบาลคนอื่นๆ ต่างเงียบ และไม่อยากเข้าไปยุ่งกับคนอย่างเธอเสียเท่าไร นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอไม่มีเพื่อนสนิทเลยแม้แต่คนเดียว
“ ...สงสัยคงแทงใจดำ...” พยาบาลกล่าวกระซิบกระซาบกัน
“ ...ฉันว่า ยายคุณนายโรสเองก็ดูท่าจะป่วยทางจิตนะ อยู่ๆ มาถึงก็ให้ฉันปิดเพลงเฉยเลย ” พยาบาลคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างสงสัย
“ ท่าทางจะรับไม่ได้...ที่อยู่ๆ จะมีดาวรุ่งดวงใหม่มาดับแสง ” พยาบาลอีกคนกล่าวเสริม ซึ่งนั่นก็เป็นคำพูดทิ้งท้ายที่ทำให้คนอย่างทิพย์อำพันรู้สึกดี ที่รู้ว่า วันที่โรส รสรินทร์จะไม่เหลืออะไรใกล้เข้ามาถึง และเธอก็อยากเห็นวันที่ว่านั้นด้วยตาของเธอเอง
                ในคืนนั้น ที่โรงแรมหรูใจกลางเมือง รสรินทร์ปรากฏกายขึ้นกลางเวทีในห้องจัดเลี้ยง และโชว์บทเพลง ในดวงมาน ซึ่งเป็นบทเพลงอมตะประจำตัวเธอ และบทเพลงนี้เองที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักแก่ใครต่อใครนับตั้งแต่ครั้งนั้น ทุกคนต่างปรบมือ และให้การต้อนรับเธอเหมือนอย่างเคย แต่ครั้งนี้กลับทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองเป็นอย่างมาก เมื่อมีแขกรับเชิญพิเศษปรากฏกายขึ้นเคียงข้าง และร้องเพลงในดวงมานคู่กับเธอ แถมร้องเพราะเสียด้วย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่กลับเป็น สาริสา หรือซีรี ดาวดวงใหม่ที่เพิ่งมีเพลงเปิดตัวเพลงแรกเมื่อตอนบ่ายของวัน และในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เจ้าหล่อนก็ได้มายืนเคียงข้างเธอราวกับว่า พยายามจะเปรียบเทียบ แข่งรัศมีความเด่น ซึ่งมันก็ได้ผลเสียด้วย บรรดาสื่อมวลชนต่างมุ่งหมายถ่ายภาพแต่ที่เธอ แล้วยิ่งชุดสีเงินประกายฟ้าปักเลื่อมมุก ก็ยิ่งทำให้ชุดของเธอดูเด่นกว่าชุดสีม่วงเข้มของโรสเป็นไหนๆ และนั่นก็เป็นจุดที่สร้างความไม่พอใจในตัวซีรีให้แก่เธอมากยิ่งขึ้น และเมื่อบทเพลงสิ้นสุดลง โรสรีบเดินไปหลังเวทีโดยทันที ซึ่งสร้างความมึนงงให้แก่บรรดาผู้มาร่วมงาน สื่อมวลชน และออแกไนเซอร์เป็นอย่างมาก
“ ใครให้มันขึ้นมาร้องเพลงคู่กับฉัน!!! ” โรสโวยวายกับทางผู้ดูแลงาน
“ ใจเย็นๆ น่าโรส ทางเจ้าของงานเขาอยากให้เธอกับซีรีร้องเพลงคู่กัน ” พี่ไก่ สาวประเภทสองซึ่งเป็นนักจัดอีเวนต์ชื่อดังรีบอธิบาย
“ แล้วทำไมไม่มีใครบอกโรสก่อนล่ะคะ ?!! แล้วนั่นก็เป็นเพลงของโรส ไม่เคยมีใครร้องเพลงของโรส แล้วทำไมอีนางเด็กนั่นไม่ร้องเพลงของมันเองล่ะ ?!! ” เธออาละวาดถามอย่างหัวเสีย แต่ก็ไม่สามารถมีใครให้คำตอบแก่เธอได้ นอกจาก…
“ ผมเป็นคนสั่งเองแหละครับคุณโรส ” เสียงชายหนุ่มที่ดูคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง
               รสรินทร์หันกลับไปที่ต้นเสียงนั่น ปรากฏให้เห็นเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ครั้งนี้เขาไม่ได้สวมชุดสีน้ำตาลเข้ม และกางเกงสีดำเหมือนเมื่อตอนกลางวัน แต่เขากลับใส่ชุดสูทสีดำ และเนคไทสีเทาดูหรูหรา ยืนเคียงข้างกับดาราสาวสุดฮ๊อทอย่างสาริสา ด้วยสีหน้าที่ดูเอาจริงเอาจัง แต่แฝงด้วยความทะเล้นด้วยรอยยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก
“ นึกว่าใคร...ที่แท้ก็หลานเจ้าของโรงแรมนี่เอง ยังไงคะคุณยุทธ...คุณคิดว่า ที่นี่เป็นที่ของคุณ แล้วคุณจะสั่งให้ใครทำตามคุณก็ได้อย่างนั้นเหรอ ? ” โรสเอ่ยถามชายหนุ่ม ผู้ซึ่งเป็นหลานชายเจ้าของโรงแรม
“ ผมก็แค่อยากจะสร้างความประทับใจให้คุณลุงผมก็เท่านั้นเอง และอีกอย่างคุณลุงผมก็ปลื้มในตัวคุณอยู่แล้ว ข้อนี้คุณเองก็น่าจะรู้ดีนี่ครับคุณโรส แล้วคุณจะต้องกลัวอะไร ในเมื่อคุณก็เป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ ” ชายหนุ่มอธิบาย
“ ฉันทราบค่ะ...และก็ต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ยังไม่ลืมกัน แต่มันก็ไม่สมควรนี่คะที่จะให้เด็กใหม่มาร้องเพลงคู่กับฉัน ทั้งๆ ที่เพลงนี้เป็นเพลงอมตะโดยฉันร้องไว้เป็นต้นฉบับ และที่สำคัญที่ว่า สร้างความประทับใจ น่ะ มันน่าประทับใจตรงไหนคะ คุณลุงของคุณคงไม่ดีใจหรอกค่ะที่หลานของท่านเอาเพลงที่ท่านแต่งมาให้กับเด็กใหม่ที่มาจากไหนก็ไม่รู้มาร้องให้ฟัง ” โรสพูดกระแทกแดกดันเหมือนอย่างเคยๆ พลางส่งสายตาจิกใส่ซีรี
“ ครับ...เรื่องนั้นผมทราบดี คุณเป็นที่หนึ่ง เป็นนักร้องคนโปรดของคุณลุงผม แต่คุณคงยังไม่ทราบสินะครับว่า ซีรี เป็นลูกสาวของคุณลุง ” ยุทธพูดในสิ่งที่ทำให้โรสถึงกับอึ้ง และอ้าปากค้าง ไม่ใช่เพียงแค่โรสเท่านั้น ใครๆ ในด้านหลังเวทีต่างก็อึ้ง และตะลึงไปพร้อมกันๆ
“ ซีรีเป็นลูกสาวของป้าสะใภ้ผม อดีตภรรยาของคุณลุงเมื่อสิบแปดปีก่อน คุณลุง และคุณป้าท่านได้หย่ากัน จากนั้นคุณป้าก็ได้เดินทางไปอยู่ที่อเมริกาโดยที่ไม่รู้ตัวว่า ตนเองท้องลูกของคุณลุงได้สามเดือน ต่อมาไม่นานคุณป้าจึงตัดสินใจบอกกับคุณลุงเรื่องนี้ จึงทำให้ท่านทั้งสองกลับมาติดต่อกันใหม่ เพื่อร่วมกันรับผิดชอบ และส่งเสียซีรี... ” ยุทธเล่าค้างไว้ เพราะมีคนพูดแทรกขึ้น
“ ...จนกระทั่งเมื่อห้าเดือนที่แล้ว ซีรีได้เดินทางกลับมายังไทย เพื่อที่จะมาเยี่ยมฉัน แต่เพราะวันนั้นคุณติ่ง ผู้จัดการส่วนตัวของเธอ ได้พบกับเธอที่สนามบิน จึงทาบทามให้เธอเข้าสู่วงการบันเทิงในเวลาต่อมา และเรื่องนี้คนภายนอกก็ยังไม่มีใครรู้หรอกนอกจากคนในครอบครัวของฉัน และคุณติ่งเท่านั้นแหละ ” คุณ อมรวิสุทธิ์ ผู้เป็นเจ้าของโรงแรมเดินเข้ามาในห้อง เพื่ออธิบายให้โรส และทุกๆ คนฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ด้วยความเป็นหนุ่มวัยทองที่ดูน่าเกรงขาม ทำให้ใครๆ ต่างพากันเงียบ และรับฟังคำบอกเล่าจากปากเจ้าของโรงแรมคนนี้แต่เพียงผู้เดียว
               เมื่อสิ้นคำอธิบาย สื่อมวลชนต่างแห่แหนกันเข้ามาที่ซีรี ยุทธ และอมรวิสุทธิ์ เพื่อขอถ่ายรูป และสัมภาษณ์ในส่วนของเรื่องราวเพิ่มเติม เพื่อที่จะลงพาดหัวข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้น โดยที่ไม่สนใจดาวค้างฟ้าอย่างโรสเลยแม้แต่น้อย เธอหายใจถี่ขึ้นด้วยความโกรธปนช๊อค เธอเหลือบมองมาที่ซีรีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเดินออกจากด้านหลังเวทีไปอย่างหัวเสีย ไม่น่าเชื่อว่า ซีรี จะเป็นลูกสาวของคุณอมรวิสุทธิ์ คนรักเก่า และผู้ที่ปลุกปั้นเธอให้เข้าสู่วงการ ก่อนที่เธอจะโดนนางแมวขโมยคนหนึ่งแย่งคนรักไป และสิ่งที่น่าเจ็บใจมากไปกว่านั้นก็คือ เธอเพิ่งมารู้ทีหลังว่า งานที่เธอถูกเชิญมาโชว์ตัวในค่ำคืนนี้ เป็นงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาอย่างเป็นทางการของซีรี หรือ สาริสา ศิระมณีวัฒนา นั่นเอง
 
อ่านบทที่ 5 ได้ที่นี่ค่ะ >>> http://www.sakulthaionline.com/?q=story/7561