ครูสมคิด

Author: 
ทินภัทร สำเร็จงาน
ประเภท: 
เรื่องสั้น

เรื่อง...ครูสมคิด
โดย...ทินภัทร  สำเร็จงาน
...............................................................................................................................................
          บ้านของผมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว  ด้านหน้าเปิดเป็นร้านขายของชำ  ขายของใช้ในชีวิตประจำวันให้กับชาวบ้านชนบทแห่งนี้  ในหมู่บ้านแห่งนี้มีร้านค้าเพียงสองร้าน  ร้านของพ่อกับแม่จึงดูโดดเด่นกว่าร้านนั้นมาก  เพราะมีอาหารตามสั่ง  ก๋วยเตี๋ยวและอาหารประเภทลาบ น้ำตก  ที่ขึ้นชื่อก็เห็นจะเป็นพุงต้มฝีมือของพ่อ  จนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า  “ตื่มพุงต้ม”  พ่อผมชื่อตื่ม  ส่วนพุงต้มนั้นก็คล้ายกับต้มแซ่บนั่นเอง  แต่ใส่ขี้เพี้ยมากๆ หน่อยให้มีรสขม  เหมาะสำหรับเป็นกับแกล้มมากกว่า
            ฝีมือทำอาหารของพ่อไม่เป็นสองรองใคร  แม้แต่แม่เองยังต้องยอมแพ้  แต่พ่อไม่ค่อยเข้าครัวทำอาหารให้ลูกๆ กินนัก  ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร  พ่อชอบทำอาหารขายมากกว่า  พ่อเคยทำงานอยู่บนเรือตังเกแถบภาคใต้หลายปี  ซึ่งผมก็จำอะไรไม่ค่อยได้  ตอนที่พ่อไปพเนจรอยู่บนเรือหาปลานั้นผมยังนอนแบเบาะอยู่เลย   การได้ท่องเที่ยวไปในทะเลกว้างในฐานะที่ต้องทำอาหารเลี้ยงชาวเรือ  พ่อจึงเป็นคนทำอาหารที่มากฝีมือ
          ร้านของพ่อไม่เคยว่างเว้นจากลูกค้า  มีทั้งชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ  หรือชาวนาที่ไม่มีเวลาทำอาหาร  ตกเย็นชาวนาขึ้นจากนาก็มักจะแวะมาที่ร้าน  สั่งเหล้าขาวสักก๊งสองก๊ง  จากนั้นก็หิ้วถุงกับข้าวไปฝากลูกฝากเมีย
          ลูกค้าที่พ่อมักพินอบพิเทาก็เห็นจะเป็นบรรดาครูในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน   พวกครูมากินอาหารกลางวันที่ร้าน  ส่วนตอนเย็นพวกครูผู้ชายบางคนก็มานั่งรากงอกสรวลเสเฮฮาตามประสา  เพราะครูบางคนต้องจากบ้านมาไกล  บางคนอยู่ต่างจังหวัด  บางคนอยู่ในตัวอำเภอ  ชีวิตบ้านนอกคอกนาอย่างนี้ตกกลางคืนมีแต่ความเงียบเหงา  ถนนหนทางจากหมู่บ้านสู่ตัวอำเภอก็คดโค้งเละทะ  หน้าฝนรถราผ่านไม่ได้  ต้องเดินลูกเดียว 
          บ้านพักครูที่มีอยู่เพียงหลังเดียวก็เก่าโทรมจนไม่น่าพักอาศัย  ครูผู้ชายบางคนจึงไปอาศัยนอนที่วัดซึ่งอยู่ติดกับโรงเรียนนั่นเอง  บ้านพักครูจึงมีแต่ครูผู้หญิงพักอาศัย
          เวลาที่พวกครูมากินข้าวหรือดื่มกินที่ร้านผมมักจะปลีกตัวไปอยู่ที่อื่นๆ  กลางทุ่งนาหากเป็นกลางวัน  ถ้ากลางคืนก็ไปอยู่บ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้เคียง  ผมรู้สึกตะขิดตะขวางใจบอกไม่ถูก  ครูที่มากินที่ร้านบางคนสอนผมด้วย  ผมไม่ชอบให้ครูถามต่อหน้าพ่อแม่  ด้วยเหตุนี้เองพ่อจึงดุผมอยู่บ่อยครั้ง
          “ครูบาอาจารย์มาถึงบ้านถือว่าเป็นเรื่องดี  ไม่ค่อยมีใครที่ไหนได้มีโอกาสใกล้ชิดครูอย่างเอ็งหรอก  เอ็งควรจะอยู่รับใช้ครูถึงจะถูก”  พ่อว่าอย่างนั้น  แต่ผมไม่สนใจคำพูดของพ่อหรอก
          พ่อมักจะนั่งดื่มกินกับพวกครูจนค่ำมืดดึกดื่น  จนกว่าพวกครูจะกลับไปหลับนอนโน่นแหละพ่อจึงจะเก็บร้านและเข้านอน  พ่อมีความอดทนสูงมากทีเดียว
          ครูสมคิดเป็นครูอีกคนหนึ่งที่มากินอาหารกลางวันที่ร้าน  บางวันถ้าไม่ขับมอเตอร์ไซค์คันบุโรทั่งกลับบ้านที่ตัวอำเภอครูสมคิดก็จะมาดื่มกินกับเพื่อนครู   ครูสมคิดเป็นชายวัยกลางคน  ผมไม่รู้อายุที่แท้จริงของครู  และคงไม่มีนักเรียนคนไหนกล้าถาม  รูปร่างอ้วนลงพุง  ผมสีดอกเลา  ใบหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลาสอน  ไม่มียิ้มแย้มเล่นหัวกับนักเรียน  ครูสมคิดเป็นที่เกรงขามของนักเรียนทุกระดับชั้น
          อาคารโรงเรียนประจำหมู่บ้านมีเพียงอาคารเดียว  เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว  หน้าฝนน้ำมักท่วมทุกปี  ห้องเรียนมีสี่ห้อง  ตั้งแต่ปอหนึ่งถึงปอสี่  แต่มองเห็นกันทุกห้อง  เพราะไม่มีฝากั้นระหว่างห้อง  มีเพียงกระดานดำกั้นพอให้รู้ว่าเป็นห้องเรียนเท่านั้นเอง
          ห้องพักครูมีห้องเดียว  แออัดยัดเยียดอย่างกับอะไรดี  เวลาเอาการบ้านไปส่งต้องเดินอย่างระมัดระวังเพราะกลัวชนโน่นชนนี่
          ครูสมคิดไม่ใช่ครูประจำชั้นของผม  โรงเรียนชนบทอย่างนี้ครูไม่ค่อยพอ  บางวันมีครูอยู่สอนเพียงคนเดียว  มีนักเรียนรอเรียนอยู่ถึงสี่ห้อง  ครูจึงทำหน้าที่หนัก  ต้องวิ่งรอกตั้งแต่ชั้นปอหนึ่งถึงปอสี่  เหตุการณ์ครูอยู่คนเดียวท่ามกลางนักเรียนนับร้อยเกิดขึ้นเป็นประจำ
          หากวันใดครูวิภาซึ่งเป็นครูประจำห้องปอสองของผมไม่มาสอน  และวันนั้นครูสมคิดอยู่เพียงคนเดียวในโรงเรียนแห่งนี้  ผมและเพื่อนๆ ก็จะอยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด  ไม่เฉพาะพวกผมหรอก  นักเรียนชั้นปอสี่ชั้นสูงสุดก็เงียบเกร็งไปตามๆ กัน
          มีการล้อเลียนครูสมคิดอยู่เนืองๆ ในเรื่องการทำโทษนักเรียน  ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี  ทั้งครูภายในโรงเรียน  และชาวบ้านภายในหมู่บ้าน  หากใครทำให้ครูสมคิดไม่พอใจ  ครูสมคิดจะใช้ฝ่ามือดันศีรษะคนนั้นไปข้างหน้า  รอให้ศีรษะเด้งกลับ  จากนั้นก็ตบเผียะที่ท้ายทอย  พร้อมกับพูดคำว่า  “ทะลึ่ง”   มันไม่เจ็บเท่าไรหรอก  ผมเคยโดน  รู้สึกอับอายเพื่อนๆ มากกว่า  ลองคิดดูเอาเถิด  นักเรียนทั้งสี่ห้องก้มมองลอดใต้กระดานดำก็เห็นกันหมดแล้ว
          ผมเริ่มสังเกตว่าเวลาที่ครูสมคิดมากินข้าวกลางวันที่ร้านพ่อ  ครูสมคิดมักจะให้ลงบัญชีไว้  และผมก็ยังไม่เคยเห็นครูสมคิดจ่ายค่าอาหารสักที  สิ้นเดือนก็แล้ว  สองเดือนก็แล้ว  บางคืนผมได้ยินแม่บ่นกับพ่อเรื่องนี้  แต่พ่อไม่ได้ใส่ใจนัก  พ่อบอกว่าครูสมคิดเป็นครู  และเป็นครูที่สอนลูกพ่อด้วย  ไม่จ่ายก็ไม่เป็นไร  ขอให้มีครูสอนเด็กในโรงเรียนนี้ก็พอ  แม่ก็เลยนิ่งเงียบไป
          สิ่งที่พ่อพูดกับแม่นั้นเป็นเรื่องจริงของลูกชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งนี้   บ้านป่าที่ทุรกันดาร  การเดินทางก็ลำบาก  ไม่มีใครอยากมาเป็นครูสอนที่นี่นักหรอก  ไฟฟ้าไม่มีใช้  น้ำประปาไม่มีอาบ  อาบน้ำตามห้วยหนองคลองบึงไปตามอัตภาพ  ครูสาวๆ หนุ่มๆ  จึงสอนได้ไม่นาน  หนีเข้าไปสอนในตัวเมืองกันเสียหมด  เหลือเพียงครูสูงวัย  และครูที่ยึดมั่นในความเป็นครูเท่านั้น
มีอยู่ครั้งหนึ่ง  คืนนั้นฝนตกหนักทั้งคืน  ตกตอนเช้าท้องฟ้าก็ยังขมุกขมัว  วันนั้นเป็นวันจันทร์  ผมกับเพื่อนๆ  ไปโรงเรียนตามปกติ  พวกเรารอจนกระทั่งแปดโมงเช้า  ไม่เห็นครูเข้ามาในโรงเรียนสักคน  อาจเป็นเพราะวันศุกร์ครูกลับบ้านกันหมด  พอวันจันทร์จะกลับมาสอนก็เจอฝนที่ตกหนัก  ทำให้ทางเข้าออกหมู่บ้านลื่นเละจนไม่สามารถเข้ามาได้
พี่ใหญ่ชั้นปอสี่ถือวิสาสะเคาะระฆังเพื่อให้นักเรียนทั้งหมดเข้าแถว  นักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ  และสวดมนต์ตามประสาเด็ก  โดยไม่มีผู้ใหญ่ซึ่งเป็นครูหรือชาวบ้านสักคนเดียวอยู่บริเวณนั้น  มันเป็นภาพที่เศร้าใจอย่างยิ่งเมื่อผมหวนนึกถึง
เมื่อเคารพธงชาติและสวดมนต์เสร็จเรียบร้อย  พี่ใหญ่ชั้นปอสี่คนเดิมก็ออกไปพูดหน้าแถว  บอกพวกเราว่าพี่ใหญ่ชั้นปอสี่ทั้งสามสิบคนจะเดินออกไปรับครูที่ทางเข้าหมู่บ้าน  ซึ่งก็ห่างจากหมู่บ้านประมาณเจ็ดกิโลเมตร  ใครจะไปบ้าง  มีเสียงปรึกษากันพึมพำชั่วครู่  ผมเห็นทุกคนยกมือพร้อมเพรียง
พวกเราออกเดินเท้าเปล่าไปตามถนนดินเละๆ เส้นทางคดเคี้ยวนั้นอย่างมีความหวังว่าจะเจอครูติดหล่มอยู่ตรงไหนสักแห่ง  ด้วยความที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ  จึงทุลักทุเลน่าดู  เดินกันเป็นทิวแถวขาวโพลน  จนกระทั่งแดดเที่ยง  พวกเราจึงเห็นครูสมคิดยักแย่ยักยันอยู่กับมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ  ครูสมคิดกำลังจูงมอเตอร์ไซค์ฝ่าทะเลโคลนตมอย่างมุ่งมั่น  พอเห็นพวกเราครูสมคิดยิ้มแฉ่ง  นับเป็นรอยยิ้มครั้งแรกในรอบปี  พวกรุ่นพี่ตัวใหญ่ๆ  ช่วยกันดันรถมอเตอร์ไซค์ครูสมคิด  คนตัวโตสุดรับหน้าที่จูงแทนครู  พวกผมตัวเล็กเดินตามให้กำลังใจ
          วันนั้นกว่าจะกลับถึงโรงเรียนก็สามโมงเย็น  ได้เวลาเลิกเรียนพอดี  มันเป็นวันแห่งความทรงจำ  มีความรู้สึกเกิดขึ้นหลายอย่าง   วันนั้นมีเพียงครูสมคิดที่มาทำงาน
          นอกจากกินข้าวกลางวันไม่จ่ายแล้ว   ผมยังสังเกตเห็นว่าเวลาที่ครูสมคิดมาร่วมดื่มกินกับเพื่อนครูในโรงเรียน  ไม่เคยเห็นครูสมคิดร่วมจ่ายค่าเหล้าค่ากับแกล้มเลยสักครั้ง  ครูคนอื่นๆ พากันพูดเหน็บแนมเอาบ้าง  ว่าจะเก็บเงินไปทำอะไรนักหนา  จ่ายเพื่อสังคมหาความสุขบ้างก็ได้  ครูสมคิดไม่เคยคิดโกรธ  ครูสมคิดบอกว่า  ครูมีลูกสาวห้าคน  กำลังเรียนมัธยมสามคน  สองคนกำลังเรียนประถม  เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หาได้ก็ให้ลูกเมียทั้งนั้น
          ชาวบ้านทั่วไปโจษจันกันว่าครูสมคิดเป็นครูขี้เหนียว  ไม่เคยให้อะไรใคร  มีแต่อยากได้เท่านั้น  ถ้าลูกชาวบ้านคนไหนเรียนไม่จบหรือสอบไม่ผ่านเอาไก่ไปแลกสักตัว  หรือเอาแกงเอาข้าวไปให้ก็จะสอบผ่านและเรียนจบ  สามารถออกจากโรงเรียนมาช่วยพ่อแม่ทำนาได้
          แม่เคยให้ผมเอาข้าวไปส่งครูหลายครั้ง  ชาวบ้านเวลานั้นมองครูอย่างมองเห็นพระ  เมื่อเห็นครูอยู่บ้านพักไม่ได้กลับบ้านก็จะให้ลูกๆ นำข้าวปลาไปให้   เป็นเพราะพ่อแม่มีร้านและดูมีรายได้ดีกว่าเพื่อนบ้าน  พ่อและแม่จึงให้ผมนำข้าวนำแกงไปส่งครูในตอนค่ำบ่อยๆ
          ครูสมคิดชอบขนมมากกว่าข้าวปลาอาหาร  ครูบอกว่าข้าวกินมาเกือบทั้งชีวิตแล้ว  ครึ่งหลังของชีวิตขอกินขนมดีกว่า   นั่นแหละ  ผมจึงนำขนมที่ร้านไปให้ครูสมคิดทุกเย็นหากครูไม่กลับบ้าน  ถึงแม้เทอมนั้นผมจะนอนป่วย  ไม่ไปโรงเรียนเกือบสองเดือน  แต่ผมก็สามารถเลื่อนไปเรียนชั้นปอสามได้อย่างราบรื่น
          ตอนที่ครูสมคิดย้ายออกจากโรงเรียนประจำหมู่บ้านไปสอนในตัวอำเภอนั้น  ผมเรียนอยู่ชั้นปอสี่  และทางโรงเรียนกำลังจะขยายให้มีการเรียนถึงชั้นปอหก  พวกเราดีใจกันใหญ่ที่จะได้เรียนชั้นที่สูงกว่าใครๆ ในหมู่บ้าน  อีกทั้งยังได้เรียนภาษาอังกฤษด้วย
          วันเวลาผันผ่านไปตามยุคสมัย  ผมในวัยสี่สิบเศษรับราชการอยู่กับกรมๆ หนึ่ง  เพื่อนๆ ก็เดินไปตามวิถีของแต่ละคน   ผมมีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้าน  ซึ่งตอนนี้ไม่มีร้านค้าอีกต่อไปแล้ว  พ่อแม่แก่แล้ว  วิ่งไล่จับหลานก็แทบไม่ไหว
          ผมพูดคุยถึงเรื่องเก่าๆ เดิมๆ ตอนเป็นเด็กกับแม่  คิดถึงร้านของพ่อแม่  คิดถึงกลุ่มครูที่มาดื่มกิน  คิดถึงครูสมคิด   ใบหน้าแม่สลดลง
          แม่เล่าว่าครูสมคิดได้เสียชีวิตแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา   ครูสมคิดถูกหมากัด  แต่ไม่ยอมไปฉีดยาป้องกัน  ลูกสาวของครูที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่า  ครูสมคิดเสียดายเงินค่าฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
                             .........................................................