มาดามดำตับเป็ด บทที่ 1 : พระเอกขี่ม้าขาวกับสาวดำตับเป็ด

Author: 
มัาสามศอก
ประเภท: 
นิยาย

บทที่1
พระเอกขี่ม้าขาวกับสาวดำตับเป็ด

 
 
ในที่สุดดาวก็มาถึงงานEventที่พารากอนซึ่งวันนี้เป็นงานเปิดตัวสบู่สมุนไพรไทยยี่ห้อ''เลอลักษณ์''   งานนี้ดาวรับผิดชอบงานตั้งหลายอย่าง เรียกได้ว่าสากกระเบือยันเรือรบเลยจริงๆ ทันทีที่ดาวมาถึงและยังไม่ได้อ้าปากสวัสดีพี่น้อยซึ่งเป็นเจ้านาย พี่น้อยก็หันมาสั่งงานกับดาวอย่างฉับไว

“ดาวรีบไปที่ห้องแต่งตัวเลยนะ เอาชุดไปให้คุณแอ้มแล้วก็เจ้าเอกมันใส่ ส่วนนี้กระเป๋า เอาไปให้คุณแอ้มด้วย เมื่อกี้หล่อนลืมไว้ในรถ เรายังพอมีเวลาก่อนรันทรูนะ รีบไปให้ด่วนนะจ๊ะดาว”

พอพี่น้อยสั่งเสร็จ พี่น้อยก็หันไปสั่งงานกับลูกน้องคนอื่นๆต่ออย่างเคร่งเครียด  งานนี้ถือว่าดาวรอดตัวไปที่มาสาย เพราะว่าเธอมาในจังหวะที่งานชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ แต่จบงานมีหวังโดนเก็บบัญชีย้อนหลังอย่างละเอียดจากพี่น้อยแน่นอน

''พีน้อย'' เธอเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบสุดๆ เธอเก่งรอบด้านยิ่งกว่าผู้ชายซะอีก ในวงการขนานนามเธอว่าซูสีไทเฮาแห่งวงการEvent คนในวงการบันเทิงโดยเฉพาะศิลปินดาราล้วนแต่เกรงใจพี่น้อยกันทุกคน ก็แน่แหล่ะ คนที่จะพิจารณาว่าจะจ้างใครมาโชว์ตัวงานevent ก็คือพี่น้อยคนเดียวเท่านั้น ขืนดาราคนไหนทำตัวเรื่องมากแข็งข้อหล่ะก็ อดงานEventไปอีกนาน  ใครใครก็อยากร่วมงานกับพี่น้อย เพราะงานพี่น้อยแต่ละงานได้ค่าตัวค่อนข้างดีทีเดียว ถ้าดาราคนไหนทำงานEventกับพี่น้อยซักสามงาน ไม่นานดาราคนนั้นอาจซื็อกระเป๋าHermes มาถือเล่นได้เลยทีเดียว  
แต่สำหรับดาว พนักงานเงินเดือนสามหมื่นกว่า คงไม่มีปัญญาซื้อแน่นอน ตัวดาวเองก็คงไม่ทะเยอทะยานอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองไม่เหมาะสม  เพราะความเหมาะสมของดาว คือการใช้เงินให้เหมาะสมกับสถานะของตนเอง

ดาวไม่รอช้ารีบวิ่งตรงปรี่ไปที่ห้องแต่งตัว  ทันทีที่ดาวเปิดประตู ภาพที่เธอเห็นคือ แอ้มกำลังเอาหน้าคลอเคลียไปที่คอพี่เอก  ดาวเลยรีบปิดประตูอย่างแรงด้วยความตกใจ แล้วเพียงชั่วแวบเดียวประตูก็เปิดออกเสียงดังปะทะมาที่หน้าของดาวอย่างจัง ใบหน้าบึ้งตึงโผล่ออกมาที่หน้าประตู พร้อมท่าทางไม่พอใจอย่างสุดๆกับการโดนขัดจังหวะ
 
“อ่อ อีดำ แกนี่เอง ที่ไร้มารยาท ฝาประตูเค้าไว้ให้เคาะนะยะ หรือต้องให้ฉันเคาะกระโหลกแกด้วยหลังแหวนของฉันก่อนฮ๊ะ!” แอ้มโชว์แหวนทองทับทิมวงเบ้อเริ่มให้ดาวดู และทำท่าจะโขลกไปที่หัวของเธอ ดาวก็ได้แต่ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม เพราะดาวก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะคนอย่างแอ้ม แค่คำว่าขอโทษก็คงไม่จบ นอกจากโดนด่าหรือโขลกสับจนสาใจ แอ้มถึงจะยอมจบ

“ น้องแอ้มคะอย่าไปว่าดาวเค้าเลย" เสียงของพี่เอกดังมาจากด้านหลังและเดินตามมาที่หน้าประตู

"เค้าคงไม่ตั้งใจหน่ะ ก็เมื่อกี้แอ้มบอกให้คนไปหยิบกระเป๋ามาให้ไม่ใช่เหรอ นี่ไง ดาวเค้าเอามาให้แล้ว อย่าอารมณ์เสียสิคะ อีกครึ่งชั่วโมงน้องแอ้มจะโชว์ตัวแล้วนะคะ เดี๋ยวรอยริ้วขึ้นหน้ามันจะไม่สวยนะคะ รีบไปแต่งหน้าเพิ่มที่ห้องด้านบนเถอะ ทางนี้พี่จัดการเองนะคะ”

พี่เอกพูดกับแอ้มด้วยท่าทางอ้อนว้อนจนแอ้มหมดฤิทธิ์ไปโดยปริยาย และแอ้มเดินออกจากห้องไปอย่างง่ายๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แถมพี่เอกยังส่งรอยยิ้มให้กำลังใจมาทางดาวอีกด้วย มันเป็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย รอยยิ้มกว้างๆอย่างจริงใจ พี่เอกมักจะเป็นคนที่มาช่วยดาวได้ในทุกสถานการณ์คับขันแบบนี้เสมอ ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งที่ล้านแล้วก็ได้ที่พี่เอกใช้ความอบอุ่นอย่างละม่อมจัดการกับยัยนางแบบขี่วีนอย่างยัยแอ้ม แน่หล่ะพี่เอกและแอ้มเพิ่งเป็นแฟนกันได้สองเดือน ยัยแอ้มก็ต้องยอมเป็นธรรมดา แทบไม่น่าเชื่อว่าคนดีๆอย่างพี่เอกจะมาคบหาดูใจกับยัยแอ้ม  หน้าที่การงานดี นิสัยดีและหน้าตาก็ดี แบบพี่เอกเนี้ยมันไม่คู่ควรกับยัยปีศาจหน้าหวานอย่างยัยแอ้มเลยสักนิด

พี่เอกไม่ใช่เพียงเจ้านายที่แสนดีแต่ยังเป็นชายในฝันที่แสนรักของดาวมาตลอด เธอแอบรักพี่เอกมาตั้งนานแล้ว ซึ่งพี่เอกเคยเป็นรุ่นพี่โรงเรียนมัธยมเดียวกับดาว  เพียงแค่ครั้งแรกที่ดาวเห็นพี่เอกหน้าสนามโรงเรียน ซึ่งตอนนั้นพี่เอกกำลังเรียนวิชากระบี่กระบอง ตอนนั้นดาวตกหลุมรักเข้าอย่างจัง เพราะว่าพี่เอกหน้าตาเหมือนดาราหนังจีนที่ชื่อ กูเทียนเล่อในมังกรหยกอย่างมาก พี่เอกทั้งขาว ตี๋ มีลักยิ้ม เนี้ยแหล่ะเอี้ยก๊วยตัวจริงหลุดออกมาจากมังกรหยกชัดๆ ส่วนดาวเธอไม่คิดว่าเธอจะเหมาะกับบทเซียวเหล่งนึ่ง เพราะนางสวยเรียบร้อยแบบเย็นๆ อย่างเธอต้องเป็นอึ้งย้งผู้ร่าเริงแก่นแก้วแสนซน  ทุกครั้งที่ดาวพูดเรื่องพี่เอกให้ในวงเพื่อนฟัง เธอมักใช้นามแฝงในการเรียกพี่เอกว่า “พี่ตี่ตี๋” หรือ "เอี้ยก๊วย"

ในการรู้จักอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างดาวและพี่เอกไม่ได้น่าประทับใจเท่าไหร่นัก แต่ดาวยังคงจำได้ดีเสมอมา วันนั้นเป็นเย็นวันซ้อมเชียร์กีฬาสีที่สนามบอลหลังโรงเรียน

“ สีแดงน่ารัก คึกคักเวลาลงเล่น สีแดงใจเย็นๆ เวลาลงเล่น น่ารักน่ารัก ....”
 
เสียงกองเชียร์สีแดงผสมเสียงตีกลองรัวเร้ากันในสนามฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน  ซึ่งทีมเชียร์จะใช้เด็กม.ต้นทั้งหมดขึ้นแสตนด์เชียร์ และดาวก็เป็นหนึ่งในนั้น เรียกได้ว่าดาวเสียงดังและโดดเด่นที่สุดในกลุ่มกลุ่มคนเชียร์ทั้งหมด ดาวทั้งแก่นซนและมีคาแร็กเตอร์เป็นเอกลักษณ์ หรืออัปลักษณ์ก็ไม่รู้ เพราะบรรดาจะแซวทุกๆครั้งว่า"น้องดำ"บ้างหล่ะ "ยาย่าแอฟริกา"บ้างหล่ะ จนทำให้ดาวเป็นที่จดจำของรุ่นพี่และเพื่อนๆ สิ่งที่ทำให้ดาวไม่สนใจการล้อจากบรรดารุ่นพี่ปากมอมก็คือ พี่เอก เพราะว่าพี่เอกเป็นประธานสีแดง ดังนั้นพี่เอกจะมาตรวจซ้อมเชียร์ในทุกๆครั้ง ดาวคิดว่าแค่ได้เห็นหน้าหล่อๆและลักยิ้มน่ารักๆของพี่เอก แค่นี้ดาวก็อิ่มแล้ว พี่เอกจะมาพูดบอกข่าวสารหรือให้กำลังใจน้องๆในตอนท้ายของการซ้อมเชียร์ทุกครั้ง ไม่ว่าพี่เอกจะพูดอะไร มันฟังดูแล้วอบอุ่นมีชีวิตชีวามากๆสำหรับดาว

“เอาหล่ะครับน้องๆ วันนี้ทำได้ดีมาก ถ้าพร้อมเพรียงกันแบบนี้นะ พี่มั่นใจว่าสีเราต้องชนะเชียร์แน่นอน ซ้อมเหนื่อยนะน้องๆ แต่ไม่ต้องห่วงพี่มีรางวัลพิเศษให้พวกเราทุกคนเลย  แต่ก่อนจะบอกว่ารางวัลเป็นอะไร วันนี้หรีดจะมาขอซ้อมเพลงใหม่กับกองเชียร์หน่อยนะ วันนี้เค้าขอซ้อมเพลงซูซ่ากับเสต็ปมืออะไรซักอย่างกับพวกเราหน่ะ  เดี๋ยวให้พี่กิ่งหัวหน้าหรีดเค้าอธิบายหล่ะกัน”

พี่เอกผายมือเชิญพี่กิ่งและทีมหรีดเดอร์เข้ามาที่หน้าแสตนด์ เหล่าเชียร์หรีดเดอร์ประจำสีแดงเดินเชิดหน้าสลอนเข้ากันเป็นแถว ตัวดาวเองก็เคยเข้าไปคัดตัวกับเค้าเหมือนกัน แต่สิ่งที่ไม่ผ่านคือดาวเตี้ยไปจึงทำให้การวางตำแหน่งและสัดส่วนมันไม่สวยงาม แถมคนผิวแบบดาว จะมาใส่ชุดหรีดสีแดงให้เหมือนอีกาคาบพริกก็คงกลายเป็นดาวดับแน่นอน เพราะหรีดเดอร์ทีมาแต่ละคนวันนี้มีแต่หมวยๆขาวๆทั้งนั้น  นับแต่นั้นมาดาวแอบเคืองพี่กิ่งเล็กน้อยที่คัดดาวออก ที่สำคัญ พี่กิ่งคือคนที่พี่เอกชอบ มันคงรู้สึกร้อนรนเป็นไฟเมื่อเสือสาวสองตัวจะมาอยู่ถ้ำเดียวกันตรงนี้ในเวลานี้ แลัวยังมายืนสวยใส่อยู่หน้าแสตนด์ มันน่าหมั่นไส้ขัดลูกหูลูกตาชะมัด แต่ทำไงได้ เพื่อพี่เอก ดาวทำได้อยู่แล้ว ดาวไม่อยากสนใจอะไรที่พี่กิ่งพูดหน้าแสตนด์เลย เธอจึงหันไปง่วนกับการกินปลากหมึกปิ้งรสเด็ดแทน

“ยิ่งคิดแล้วแค้นอย่างนี้มันต้องเคี้ยวให้ขาดเป็นหนวดๆเลยคอยดู” ดาวแอบบ่นพึมพำอยู่คนเดียวขณะนั่งกินปลาหมึก
 
“ดาว ไหนแกบอกซื้อมาแบ่งกันกินไง ซื้่อมา7ไม้ แกจะกินหมดเลยหรอวะ”เพื่อนที่นั่งข้างดาวหันมาต่อว่าที่ดาวกินส่วนของเธอไปด้วย
 
“เออน่า เดี๋ยวเลิกซ้อมจะซื้อให้ใหม่หล่ะกัน” ดาวแก้ตัวด้วยความรำคาญ เพราะสายตาเธอตอนนี้จ้องไปที่หน้าของพี่เอกที่กำลังยิ้มให้พี่กิ่งอย่างหยดย้อย ในใจดาวตอนนี้อยากจะพับกระโปรงเข้าหว่างขาแล้วกระโดดลงไปหน้าแสตนด์แล้วดึงโบว์รัดผมของพี่กิ่งออกซะให้สะใจ แต่มันคงทำไม่ได้เพราะดาวไม่ใช่นางร้าย

หลังจากการพุดอันยาวยืดของพี่กิ่งจบลง การซ้อมกับหรีดกับกองเชียร์ก็เริ่มขึ้น หรีดส่งสัญญาณมือสั่งเพลงซูซ่ากับกองเชียร์เพื่อเริ่มการเต้น ถึงแม้ว่าดาวจะไม่ชอบพี่กิ่งแต่เธอก็ทำเต็มที่เพราะ The show must go on ที่สำคัญงานนี้ทำเพื่อพี่เอกล้วนๆ ว่าแล้วดาวก็ร้องเพลงอย่างเต็มที่ และตบมืออย่างสุดกำลังไปพร้อมกับกองเชียร์

“ซู่............ซ่าาาาา "

  "ซู่........ซ่าาาาาาา”
 
ในจังหวะที่ดาวเปล่งเสียงร้องในท่อนนั้น ดาวรู้สึกว่าท้องเธอดังโคล่กคล่ากอย่างบอกไม่ถูก มันปั่นป่วนๆพิกล แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร เธอร้องท่อนต่อไปอย่างสุดกำลังเสียง
“ซู่............ซ่า.........ซู่.....อุ้ย!”
 
ดาวหยุดร้องและรู้สึกได้ทันทีว่า มีบางอย่างมันกำลังรอระบายออกมาจากลำไส้เธอเป็นแน่ เธอรู้ตัวแล้วว่าเธอกำลังท้องเสีย แต่จะขอไปห้องน้ำตอนนี้ เพื่อนคงล้อ  เธอจึงคิดว่าเธอสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แน่นอน  ธรรมะตอนเช้าทางทีวีเคยสอนเรื่องนึงกับดาวว่า ตัวเราเป็นของเรา ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว ดังนั้นอาการปวดท้องมันเกิดจากจิตล้วนๆ  
 
“ซู่ๆซ่าๆ ปาทังก้าปาทั้งกี้ ซู่ๆซี่่ๆ.....”
 
พอท่อนเพลงนี้ขึ้นมา ทุกๆคนบนแสนตนเชียร์จะต้องลุกขึ้นและเต้นตามหรีดเดอร์เล็กน้อย และคนอย่างดาวมีหรอจะยอมน้อยหน้าหรีดเดอร์ เธอใส่แรงกระแทกจังหวะไปเต็มที่จนลืมไปว่าเธอท้องเสียอยู่  เท่านั้นแหล่ะ
 
“ปู๊ดดดดด.....”
 
เหมือนสายฟ้ามันฟาดมาที่หน้าดาว ดาวรู้เลยว่ามันออกมาแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ มีเธอเท่านั้นที่รู้ แต่สิ่่งที่มันเร็วก็เสียงก็คือความแรงของกลิ่น
 
“ใครตดวะ”   
เสียงเพื่อนข้างๆดาวบ่นพึมพำเล็กน้อย และคนทั้งแสตนด์เชียร์เริ่มทำหน้ามู้ทู่ มองกันไปมองกันมาเพื่อหาที่มาของกลิ่น ดาวรีบสูดจมูกฟุดฟิดเพื่อเก็บกลิ่นผายลมของตัวเองให้หมด แล้วแกล้งบ่นพึมพำลอยๆให้เพื่อนได้ยิน
 
“ไม่เห็นได้กลิ่นเลยอ่ะ เฮ้อเบื่อจังเป็นหวัดอีกแล้ว น้ำมูกไหลตลอดเลย ฟึดฟัดๆ”  

แล้วทุกคนก็เลิกสนใจกลิ่นเพราะต้องเตรียมนั่งลงในท่อนตอนปิดของเพลง

“ ซู่....ซ่าาาาา.......ซู่....ซ่าา...”
 
“ปู้ดดดดดด!!!”
เสียงผายลมดังแทรกมาในท่อนเพลงที่่ทุกคนกำลังร้องแผ่ว แต่อานุภาพกลิ่นมาเร็วยิ่งกว่า

เพื่อนข้างดาวหันควับมาที่เธอ
“ดาว แกตดหรอ?”

เท่านั้นแหล่ะคนทั้งหมดมาที่ดาวด้วยสายตาเดียวกัน  ตอนนี้หน้าดำๆของดาวซีดเขียวเป็นไก่ต้มเน่า เธอไม่รู้จะทำหน้ายังไงหรือบอกยังไง เธอได้แต่อธิบายไปเสียงเบาๆว่า
             
“คือ...คือ...หนู อุ้ย!”
 
“ปุ๋งง”
 
ไอ้เสียงลมทวารเจ้ากรรมมันดังมาอีกครั้ง แม้จะเบาแต่มันมาพร้อมกลิ่่นหนัก  และในสายตาของดาวช่วงนั้นดันไปเจอะกับสายตาของพี่เอกพอดีกันกับช่วงที่เสียงผายลมออกมา ดาวแทบไม่กล้าจ้องหน้าพี่เอกต่อเลยว่าเค้าหัวเราะอยู่หรือเปล่า ดาวจึงรีบก้มหน้าก้มตาหลบความอายทันที เพราะนี่คือความวิบัติสุดๆที่คนที่เธอแอบรักมาเห็นเธอในสถานการณ์แบบนี้  ทันใดนั้นดาวจึงแกล้งเป็นลมเพื่อกลบเกลื่อนทันที  

หลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงดังระคนวุ่นวายไปหมด สักพัก เธอรู้สึกได้ว่ามีมือหนาๆมือนึงมาช้อนตัวเธอขึ้นมา และใช้มืออีกข้างนึงโอบไปที่ตัวเธอ
 
“น้อง น้อง น้องครับ....." เสียงนี้ดาวคุ้นเคยดี  มันคือเสียงพี่เอก

"...เฮ้ยพวกเราเคลียร์ทางตรงแสตนด์หน่อย พี่จะพาน้องเค้าไปห้องพยาบาล “
 
เสียงพี่เอกมันอยู่ใกล้หูดาวมากๆ ใช่แล้วมือสองข้างนั้นคือมือของพี่เอกแน่นอน  ดาวรู้่สึกได้ทันทีว่าพี่เอกอุ้มดาวขึ้นมาและพาออกไปจากตรงนั้น  แม้ดาวจะหลับตาอยู่ แต่ดาวก็พอจินตนาการได้ว่าฉากนี้มันแสนโรแมนติคแค่ไหน ดาวมโนภาพว่า ตอนนี้เอี้ยก้วยกำลังอุ้มอึ้งยงที่ป่วยมาหาเฒ่าทารก แล้วอีกไม่นานเอี้ยก๊วยต้องถ่ายทอดกำลังภายในเพื่อรักษาแก่อึ้งยงด้วยการจุมพิตแน่นอน

 ตอนนี้เสียงสนทนาที่สับสนวุ่นวายมันค่อยๆเบาและเบาไปเรื่อยๆ แต่ยังคงมีเสียงหัวใจที่เต้นแรงของพี่เอกดังอยู่ใกล้ๆดาว หน้าของดาวตอนนี้อยู่ภายใต้อ้อมอกของพี่เอกจนได้ยินชัดเลยว่าหัวใจพี่เอกเต้นแรงมาก  มันเหมือนกับดาวฝันไป ตัวของพี่เอกทั้งอุ่นและหอม มันหอมมากด้วยน้ำหอมของพี่เอก มันหอมเย็นๆแบบสบายๆอย่างไม่ถูก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้นมันยังคงติดจมูกดาวจนมาถึงวันนี้
 
จากวันนั้นพี่เอกกับดาวก็ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งดาวก็ช่วยกิจกรรมพี่เอกทุกงานในโรงเรียนจนพี่เอกจบมัธยมเลยทีเดียว  ดาวถือว่าเป็นน้องคนสนิทที่สุดในช่วงเวลานั้นเลยก็ได้  แต่สำหรับดาว พี่เอกคือพี่ชายคนที่สนิทที่ดาวแอบหลงรักแบบจริงจัง  

“ดาว น้องดาวคะ “ เสียงหวานๆของพี่เอกเรียกดาวให้ตื่นมาจากภวังค์รอยยิ้มของเค้า

“คะพี่เอก? “ ดาวตอบกลับพี่เอกด้วยอาการเคอะเขิน

“คือ ดาวช่วยใส่สูทให้พี่หน่อยได้ไหมอ่ะ  พี่ใส่ไม่ถนัดเลยอ่ะ ใส่ให้พี่หน่อยนะคะ น้องดาว”

พี่เอกยังคงยิ้มอยู่ริมฝีปากพร้อมทั้งหน้าอ้อนวอนเหมือนเด็กๆ แค่พูดอย่างเดียวก็แทบละลายแล้วมาทำหน้าแบบนี้ดาวแทบตายไปเลยทีเดียว

“ได้ค่ะพี่เอก หันหลังมาสิคะ”

ทันทีที่พี่เอกเข้ามาใกล้ดาว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้นมาเตะจมูกเข้ามาอีกครั้ง

“พี่เอกยังใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ตลอดเลยนะ ดาวไม่เคยเห็นพี่ใช้กลิ่นอื่นเลย”

“ก็พี่ชอบหนิ่ DKNY MEN มันหอมแบบเย็นๆดี ไม่ฉุนมาก ดาวชอบหรอคะ?”

“ค่ะ ดาวชอบ มันหอมดี” ดาวตอบด้วยน้ำเสียงเขินอายแต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้
 
“ถ้าน้องดาวได้กลิ่นขนาดนี้ แสดงว่าพี่ฉีดมากไปหรอ “ พี่เอกหันมาถามด้วยความสงสัยหลังจากดาวใส่สูทให้เรียบร้อย

.  “เอตรงข้อมือกลิ่นไม่มีเลยนะ แต่ต้องต้นคอพี่ไม่แน่ใจว่ามีกลิ่นหรือเปล่า น้องดาวดมให้พี่หน่อยได้ไหมอ่ะ ว่ากลิ่นมันอ่อนไปหรือเปล่า”
 
ประโยคคำถามนี้ ทำให้ดาวถึงกับอึ้งและหยุดนิ่งไปในขณะที่กำลังจับปกคอสูทอยู่  ยังไม่ทันที่ดาวจะพูดอะไร พี่เอกก็โน้มคอมาใกล้ที่หน้าดาว ตอนนี้ลมหายใจของดาวที่เข้าออกแทบจะปะทะไปที่รูขุมขนบนต้นคอพี่เอกแบบระยะประชิดสุดๆ  ดาวไม่กล้าแม้จะหายใจออกแรงๆ ทั้งๆที่ใจข้างในมันเต้นเป็นประทัดไฟระรัว ดาวพยายามหายใจเข้าอย่างช้าๆที่สุดเพื่อรับไอกลิ่นน้ำหอมที่พี่เอกพรมไว้ที่ต้นคอด้านซ้าย ทำไมนะ ทำไมวันนี้ ไอ้เจ้ากลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้มันวนเวียนกับเธอตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้  มันเป็นน้ำหอมกลิ่นที่ผู้ชายนิยมหรือไง ดาวอยากจะบอกว่ากลิ่นนี้มันฆ่าดาวให้ตายศิโรราบได้เลยทีเดียว ดาวอย่างหยุดเวลานิ่งๆไว้ตรงนี้ให้นานที่สุด แต่ถ้านานเกินไปอาจจะดูออกอาการเกินงามไปหน่อย ไม่ทันไรเสียงประตูห้องก็เปิดมาพร้อมกับเสียงแจ๋นๆของแอ้ม

“อี๊ดำ”

ถ้าเป็นในละคร ฉากนี้คงมีการเข้าใจผิดกันทั้งๆที่ไม่มีอะไร แต่คนอย่างดาวคงไม่อยากให้จบไปแบบนั้น ไหนๆก็จะเข้าใจผิดแล้ว ก็ทำให้มันถูกซิ ว่าแล้วดาวก็แกล้งทำขาตัวเองให้อ่อนยวบลง พร้อมใช้ขาขวาเกี่ยวขาซ้ายพี่เอกให้ล้มลงมาด้วย ซึ่งมันก็ออกมาเหมือนฉากในละครเป๊ะ พระนางล้มทับกันและหน้าใกล้ชิดกันแทบจูบ ดาวรู้ตัวดีว่าไม่ต้องลุก เดี๋ยวยัยตัวร้ายอย่างแอ้มก็มาดึงพี่เอกเอง

“อร้ายยย อีดำ ทำอะไรของแก พี่เองลุกขึ้นมาเดี่๋ยวนี่เลยนะ”

แอ้มเป็นอย่างดาวคิดไว้ไม่มีผิด ส่วนพี่เอกก็ได้แต่ทำท่าเหรอหราตามประสาพระเอกซื่อบื้อ ส่วนดาวเองงานนี้ยิงนกนัดเดียวแต่ได้นกถึงสองตัว ได้ทั้งล้างแค้นที่โดนยัยแอ้มด่าจิก กับได้กำไรเล็กๆที่ได้ใกล้ชิดพี่เอก
 
“ คุณแอ้มคะ ชุดเตรียมไว้ให้ตรงนี้แล้วนะคะ “ ดาวพูดเสร็จก็เดินผ่านหน้ายัยแอ้มไปอย่างลอยหน้าลอยตา พร้อมทิ้งพูดลอยๆตอนเดินไปหน้าประตูห้อง

“อืมม ประตูเค้ามีไว้เคาะใช่ไหมเนี้ย สงสัยแหวนจะปลอมกลัวทองลอก ตะกี้ไม่เห็นทีใครเคาะเลย เฮ้อ ไม่มีมรรยาท”
 
ดาวทิ้งทวนคำพูดยียวนตอกกลับที่แอ้มอย่างไม่สนใจ ถือว่าดาวทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เลยทีเดียว เพราะไม่มีใครกล้ากระทบกระทั่งแอ้มแบบดาวมาก่อน
 
“อร้ายยยยยยยยย”

เสียงกรี๊ดวี๊ดว้ายฉบับนางร้ายละครน้ำเน่าดังตามหลังดาวมา แต่ดาวก็ไม่สนใจเพราะปิดประตูเดินหนีหน้าตาเฉยมาแล้ว แต่ในใจลึกๆดาวก็รู้ว่ามันเพิ่งเริ่มต้น อีกไม่นานเธอเตรียมเจอระเบิดลูกใหญ่ยิงใส่แน่นอน สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร แต่คนอย่างดาวมันวิ่งสู่ฟัดกัดไม่กลัวอยู่แล้ว