รักในรอยทราย

Author: 
เอริชา
ประเภท: 
นิยาย

 
ตอนที่ 1
ร้านกาแฟขนาดกระทัดรัดรูปทรงทันสมัย แม้จะดูเล็กแต่ก็จัดแต่งได้เก๋ทีเดียว มีมุมนอกร้านที่เหมาะจะนั่งในยามแดดร่มลมเย็นๆ ด้านในมีมุมเอกเขนกวางหมอนอิงลายดอกไม้เล็กๆใบสวยสำหรับลูกค้าขี้เมื่อยได้เอนหลัง หากในตอนนี้มีลูกค้านั่งอยู่เพียงคนเดียว... ใบบุญยังคงนั่งจมจ่ออยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างทรงสูง มือเล็กขาวหมุนถ้วยกาแฟในมือเหมือนกำลังเพ่งกระแสจิตกับบางสิ่ง แม้ดวงหน้าขาวนวลนั้นก็ยังดูครุ่นคิด
 หญิงสาวเพิ่งเดินทางกลับจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปส่งเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งเรียนชั้นอนุบาลกระต่ายน้อย เดินทางไปทำงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ ลดาละทิ้งงานทางด้านทนายความของเธอ เพื่อความฝันและความชอบของตัวเอง นั้นคือการมุ่งมั่นที่จะเป็นเชฟทางด้านขนมหวานให้จงได้...ในขณะที่เพื่อนสนิทวิ่งตามความฝันอย่างกระชั้นชิด แต่เธอกำลังสะดุดกับความฝันตัวเอง และกำลังอยู่ในสถานะของคนตกงานอย่างเต็มรูปแบบ เพราะอาการใจร้อนวู่วามลาออกจากงานที่ทำอยู่อย่างกระทันหัน ด้วยเหตุผลที่เธอบอกกับตัวเองว่า จะให้ทนความงกของนายจ้างยังไงไหวเงินเดือนน้อยกระจ้อยร้อย แต่งานต้องเต็มประสิทธิภาพ ขาดสายลาหักเรียบขืนทำต่อไปมีหวังอนาคตคงรุ่งริ่งมากกว่ารุ่งโรจน์
...เธอเรียนจบทางด้านบัญชีมา งานคงหาไม่ยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรแปซิฟิกเหรอน่า ที่ไหนๆก็ต้องการขุนคลังกันทั้งนั้น
… เสียงเพลงเบาๆจากเครื่องเสียงภายในร้านเตือนให้ใบบุญรู้ตัวว่า เธอนั่งอยู่ในนี้นานเกินไปเสียแล้ว หญิงสาวจึงลุกขึ้น เดินไปจ่ายเงินค่ากาแฟกับแซมวิชชิ้นจุ๋มจิ๋มในราคาเกือบสองร้อยบาท  
“ขอบคุณค่ะที่มาใช้บริการ วันหลังเชิญที่ร้านเราอีกนะคะ”  
ใบบุญรับเงินทอนจากแม่สาวฟันเหล็กดัดสีชมพูแปร๋ดหลังเคาน์เตอร์นั้น ก่อนจะเดินออกร้านวันหลังสำหรับเธอคงต้องรอให้หางานทำได้เสียก่อน ถึงจะมาใช้บริการร้านกาแฟสุดเริ่ดแบบนี้ได้ ยังโชดดีหน่อยที่คอนโดมิเนียมที่อยู่ทุกวันนี้เป็นสมษัติที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้ เมื่อครั้งเธอสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯได้ ถ้าได้เช่าเขาอยู่ ตกงานแบบนี้มีหวังได้หอบหิ้วข้าวของพร้อมแมวอีกหนึ่งตัวไปอาศัยวัดอยู่แน่ หญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดงัดเศษกระดาษขยุกขยิกออกมาคลี่ดูรายการซื้อของยาวเหยียด ที่เธอตัดออกไปบ้างตามสภาวะเศรษฐกิจของกระเป๋าสตางค์ในตอนนี้ เมื่อเดินมาถึงหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้กับทางเข้าคอนโดมิเนียม หญิงสาวระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ ตัดใจซื้อก็แล้วกันทั้งอาหารคนและอาหารแมวนั้นแหละ
 
คะน้าต้นใหญ่ถูกหั่นให้เป็นชิ้นพอคำจากนั้นใบบุญก็นำมาเทรวมกับมะเขือเทศและหอมหัวใหญ่ที่หั่นเตรียมไว้แล้ว เมนูข้าวผัดสำหรับคนตกงานเช่นเธอ...ขืนกินหรูมากกว่านี้อนาคตข้างหน้าถ้ายังหางานทำไม่ได้มีหวังใส้แห้งเป็นแน่แท้
 “ผัดเสร็จปุบก็หม่ำปับเลยเนอะหวานหวาน แต่จะอร่อยหรือเปล่านั้น… ยังไม่รู้”
หญิงสาวหันไปพูดกับเจ้าแมวหน้าแป้นแล้นตัวอ้วนกลม ที่กำลังนั่งละเลียดอาหารในถ้วยของมัน อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน จากนั้นจึงหันไปลงมือปรุงเมนู ‘คนตกงาน’ อย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมฉุยของข้าวผัดไข่ใส่ผักเยอะจึงกรุ่นกระจายไปทั่วห้อง
 “เงี้ยว!”
 เสียงตอบรับจากเจ้าเหมียวซึ่งเจ้าของต้องตีเอาเองว่า เยสหรือโน
 “อร่อยล่ะซิกินใหญ่เลยนะ”
ก็ชีวิตเพียงลำพังในคอนโดมิเนียมขนาดกระทัดรัด ดูไม่อ้างว้างและเงียบเหงาจนเกินไปนัก เมื่อมีบางสิ่งอยู่ในห้องแม้จะพูดไม่ได้แต่เมื่อเห็นเขาเดินโลดแล่นไปมา คลอเคลียบ้างเป็นเวลาก็ทำให้หัวใจสดใสขึ้นมาได้ แมวของคนอื่นอาจจะสายพันธุ์ไฮโซหรูเริ่ด พ่อแม่ได้แชมป์เจ็ดชั่วโคตรชนิดผูกขาด แต่แมวของเธอเก็บมาจากวัดเมื่อครั้งไปทำสังฆทานกับเพื่อนซี้ เธอยังจำวันแรกที่เจอเจ้าหวานหวานได้ดี
ลดาดูเจ้าเหมียวสีส้มลายขาวตัวนั้นสิ เดินตามเรามาด้วย” ใบบุญชี้ชวนให้เพื่อนสนิทหันไปมองเจ้าลูกแมวตัวน้อย
 “น่าสงสารนะตัวเองเอาไปเลี้ยงที่ห้องสิ” เพื่อนรักเสนอความคิดด้วยจิตเมฆตา
 จะดีเหรอลดาห้องแค่นั้นเนี่ยนะแค่เราสองคนก็จะเดินชนกันตายอยู่แล้ว ขืนเอาแมวไปเลี้ยงอีกตัว คงต้องปีนขึ้นไปนอนบนเพดาน”
แหมพูดซะเวอร์เชียวมีตั้งสองห้องนอน ไหนจะห้องครัวกับห้องนั่งเล่นอีกล่ะเอาไปเถอะน่า..ตัวเองรักแมวไม่ใช่เหรอถือว่าได้ทำบุญสองชั้นเลยนะวันนี้ ดูซิมันนั่งมองตาแป๋วเลย..น่ารักอะ”
ใบบุญหันไปสบตากับเจ้าเหมียวน้อยที่มีสายตาสุดเว้าวอน แกมออนอ้อนชวนให้ใจอ่อน นับจากวันนั้นเป็นต้นมาเจ้าเหมียวสีส้มลายขวาง ก็ได้ย้ายสำมะโนครัวเข้ามาอยู่ชายคาเดียวกับเธอ ดูมันก็ชอบเสียด้วยสิเริงร่ามีความสุขจนตัวอ้วนกลมขึ้นทุกวัน
 
ในเช้าวันรุ่งขึ้นหน้าที่หลักของคนตกงานก็คือ...ออกไปหางานทำใบบุญไปตามสถานที่ของบริษัทต่างๆที่เปิดรับสมัครงานทั้งดูจากอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ ในตำแหน่งที่เธอเคยทำหากทุกคำตอบที่ได้รับ มักไม่ค่อยหนีจากกันเท่าไรนัก
“เขียนใบสมัครก่อนนะคะจากนั้นทางเราจะนัดให้มาสอบสัมภาษณ์วันหลังค่ะ”
“นานไม๊คะพี่...”
“อุ๊ยไม่นานหรอกค่ะ ประมาณสองสามวันได้”
แบบนี้ค่อยมีความหวังหน่อย หากอีกบริษัทหนึ่งคำตอบช่างทำให้หัวใจปวดร้าวเสียเหลือเกิน
“อีกสามสี่อาทิตย์โน้นแหละค่ะ ถึงจะให้มาสอบสัมภาษณ์ได้ ตอนนี้คนเก่ายังไม่ลาออกเลย”
‘อ้าว!’คำอุทานพรวดพราดขึ้นในใจแต่เดชะบุญที่ไม่หลุดออกปากไป และอีกหลายบริษัทที่เจ้าตัวได้พบตลอดระยะเวลาร่วมเดือนที่หญิงสาวพยายามเสาะแสวงหางาน กำลังใจของใบบุญเริ่มถดถอยเมื่อ ‘งาน’ ยังเป็นแค่ความฝันไม่มีวันล่วงเข้ามาสู่ความเป็นจริงของชีวิตได้ ‘แม่’ โทรศัพท์ทางไกลมาจากพิษณุโลกเพื่อโน้มน้ามใจลูกสาวคนเดียวอีกครั้ง
“กลับมาหางานทำที่บ้านเราไม่ดีกว่ารึ...อยู่ตรงโน้นมันลำบากหน่า...เดี๋ยวจะให้พ่อเขาฝากงานให้งานแถวพิษณุโลกก็มีตั้งเยอะแยะ”
“ขอลองดูอีกพักนะแม่...เผื่อดวงงานของหนูกำลังจะมา”
นั้นมันเป็นคำปลอบใจตัวเองมากกว่า ‘ดวงงาน’ ของเธอจะเดินทางมาวันไหนหนอ...เร็วหรือช้า...ชื่อของเธอคือใบบุญ ย่าเป็นผู้ตั้งให้เพราะย่าชอบทำบุญทำทานยิ่งนัก...หากแล้วเมื่อไหร่ใบบุญจะหนุนนำชีวิตของตัวเองบ้างนะ เย็นวันนั้นหญิงสาวก้าวลงรถประจำทางด้วยหัวใจอันอ่อนล้า มันพลอยทำให้ขาสิ้นเรี่ยวแรงตามไปด้วย ใบบุญเดินผ่านศาลพระภูมิหน้าคอนโดมิเนียมที่มีคนมากราบไหว้ขอพรบ่อยครั้ง...หญิงสาวหยุดมอง บางครั้งมนุษย์เราก็ต้องการที่พึ่งทางใจเหมือนกัน
“เจ้าประคู้ณขอให้ลูกได้งานเสียทีเถอะเจ้าค่ะ…”
เธอนั่งลงจุดธูปเทียนตั้งจิตอธิษฐานเฉกเช่นคนอื่นที่ต้องการที่พึ่งทางใจในยามนี้ แม้กำลังใจอาจจะมาบ้างส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังห่อเหี่ยวเช่นเดิม หญิงสาวเปิดประตูเข้าห้องพักภาพซองจดหมายค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เจ้าหน้าที่ของคอนโดนำมาสอดไว้ที่ใต้ประตู ยิ่งทำให้ท้อแท้มากขึ้น ใบบุญหยิบซองเหล่านั้นขึ้นมาจากพื้นห้องแต่ยังไม่อยากอ่านวางลงบนโต๊ะกลางไว้ก่อน
“หวานหวาน...อยู่ไหนเอ่ยมาทักทายกันหน่อยเร้ว”
หญิงสาวร้องเรียกแมวตัวโปรดก่อนละล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว เสียงกระดิ่งคอเสียงเงี้ยวง้าวของเจ้าเหมียวทำให้เธอรู้ว่า...การมีชีวิตอยู่เพื่อแมวมันก็ดีเหมือนกันนะ ไม่มีแฟน...แต่มีแมวเป็นกำลังใจ
“ไปแอบหลับที่ไหนมาดูซิหัวหูเหมือนจะยังไม่ตื่น”
 เธอบ่นกับเจ้าเหมียวที่นั่งทำหน้าสลึมสลืออยู่ใกล้ๆ ก็ธรรมชาติของแมวนั้นจะนอนมากกว่านั่งอยู่เฉยๆ มีคนเคยทำสถิติไว้ว่า ‘แมวนอนวันละสิบหกชั่วโมง’ ใบบุญถอนลมหายใจอีกเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ผมบ๊อบสั้นของเจ้าตัวดูยุ่งเหยิงแม้ดวงหน้าก็ยังเหนื่อล้า หญิงสาวหยิบซองจดหมายเหล่านั้นขึ้นมาดู...ความเป็นจริงแห่งชีวิตเธอจะหลบเลี่ยงได้ยังไง...เป็นหนี้ก็ต้องใช้แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีก็เถอะ...ไปรษณียบัตรสีขาวขุ่นที่สอดแทรกอยู่ในจดหมายทวงหนี้เหล่านั้น ทำให้หัวใจของเจ้าตัวดูจะแช่มชื่นขึ้นมาบ้าง
‘ข้อความนัดสัมภาษณ์งานพรุ่งนี้’
ใบบุญพลิกดูชื่อบริษัทและชื่อผู้ติดต่อ บริษัทนี้เธอสมัครไปทางอินเตอร์เน็ตนานพอสมควรตั้งแต่ตกงานวันแรกเสียด้วยซ้ำไป เพิ่งจะเรียกให้ไปสัมภาษณ์ก็ไม่แน่หรอกนะ บางทีโชคชะตาอาจทำให้เธอได้ทำงานในบริษัทนี้ก็เป็นได้   
  
ใบบุญขยับชุดสูทสีครีมสุดเนี้ยบให้ดูดีขึ้น เติมริมฝีปากอิ่มให้ดูเซ็กซี่เย้ายวนด้วยลิปกลอสเฉดสีพีช ปัดแก้มให้ดูสดใสเหมือนสาวสุขภาพดีด้วยบลัชออนเฉดชมพู วันนี้เธอเลือกรองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาลอ่อนสูงปรี๊ดใส่แล้วดูเพรียวเหมือนยีราฟที่เขาดิน หมุนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกรอบ หญิงสาวชโงกหน้ามองกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำสุดหรูเริ่ดอลังการ ไม่ต่างจากโรงแรมห้าดาวของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เธอเข้ามาสอบสัมภาษณ์ในวันนี้ แค่ห้องน้ำก็กินขาด แล้วห้องทำงานจะขนาดไหนนะ ถ้าได้ทำงานที่นี้ล่ะก็ จะเก็บเอาไปคุยให้พ่อแม่ญาติพี่น้องที่พิษณุโลกฟังสามวันสามคืนไม่มีจบแน่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ออกจากห้องน้ำไปยังห้องรับรองของบริษัทเพื่อเตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์ ตามเวลาที่นัดหมายไว้
 “คุณใบบุญเชิญค่ะ”
หญิงสาวลุกเดินตามคนนำทางอย่างว่าง่าย รู้สึกหัวใจเต้นแรงกว่าปกติมือเย็นเฉียบ แม้จะเคยสอบสัมภาษณ์มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้กลับตื่นเต้นผิดปกติคงเป็นเพราะภาพลักษณ์ภายนอกขององค์กรที่เธอมองเห็นเมื่อก้าวเข้ามานั้นเอง ใบบุญยกมือไหว้สตรีร่างอ้วนท้วมและบรุษร่างจ้ำม่ำที่นั่งอยู่ตอนหน้าของโต๊ะสัมภาษณ์
  “เชิญนั่งค่ะคุณใบบุญ”
สาวใหญ่รูปร่างท้วมผิวขาวจัดท่าทางใจดีเอ่ยขึ้นก่อน จากนั้นทั้งคู่ต่างก็ช่วยกันรัวคำถามทั้งประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงานที่ผ่านมาของเธอ  ราวเหมือนสอบสัมภาษณ์นางงาม เพราะทุกคำตอบที่เธอมีให้ต้องดูดีและถูกใจเสมอ และในตอนท้ายทั้งสองก็สรุปว่า
“เดินทางไปทำงานต่างประเทศได้หรือเปล่า…ประมาณสามสี่เดือน”
“ไปได้ค่ะไม่มีปัญหา”
คนอยากได้งานตอบโดยไม่ต้องคิด ขืนบอกว่าไม่ได้ก็...อดนะสิ!
“คุณยังไม่ได้แต่งงานใช่หรือเปล่า...แฟนก็ยังไม่มีนะ”
ผู้ชายคนอ้วนเป็นผู้ตั้งคำถามนี้ ใบบุญยิ้มหวานก่อนจะตอบว่า
“ยังไม่มีค่ะ...หนูโสดสนิท”
“เราต้องการผู้ร่วมงานที่ไม่มีภาระมากนัก เพราะโปรเจคนี้ต้องเดินทางไปทำงานถึงตะวันกลางและต้องเป็นคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี ไม่เกี่ยงงอนเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ…เรียกว่าต้องทนได้ทุกสภาวะร้อนหนาวไม่มีบ่น ถึงจะเป็นงานในสำนักงานก็ตาม”
คนนั่งฟังยังยิ้มอ่อนหวาน สีหน้าพยายามปั้นให้หนักแน่นประมาณว่า หนูนี่แหละทนดีสีไม่ตก... ครั้นเมื่อเดินออกจากห้องสัมภาษณ์เจ้าตัวต้องกลับมาย้อนถามตัวเองว่า...แล้วที่เขาจะให้ไปมันเป็นประเทศอะไรหนอ...เอาน่าประเทศอะไรก็ช่างหัวมันหัวเผือก ขอให้ได้งานทำเป็นใช้ได้ ขืนยังลอยเท้งเต้งอยู่อย่างนี้ มีหวังอีกไม่กี่วันต้องโดนเรียกตัวกลับไปอยู่พิษณุโลกเป็นแน่แท้
                                    
หลังจากการสอบสัมภาษณ์กับบริษัทก่อสร้างแห่งนั้นผ่านไปไม่กี่วัน ใบบุญก็ได้รับโทรศัพท์บอกกล่าวถึงการเข้ารับการทำงาน ดีใจจนแทบจะกระโดดเข้าจูบปากเจ้าหวานหวาน แต่ก็ระงับเอาไว้ได้ทัน และไม่ลืมที่จะเอ่ยถามถึงประเทศที่จะไปทำงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล
“ประเทศกาตาร์ค่ะ...เคยได้ยินไม๊คะ”
แค่ชื่อประเทศก็งงงวยเสียแล้ว ไอ้นวนิยายเกี่ยวกับทะเลทรายและบรรดาท่านชี้คทั้งหลายแหล่ที่เจ้าตัวโปรดปรานอ่านนักหนา ก็มิเคยเอื้อนเอ่ยถึงประเทศนี้เลย เพราะแต่ละฉากแต่ซีนมีแต่ในห้องนอนเสียเป็นส่วนใหญ่ จะบอกเล่าถึงสถานที่ความเป็นอยู่ผู้คนให้คนอ่านได้รู้บ้าง...เป็นไม่มี!
“ไม่เคยได้ยินเลยค่ะ...อยู่ใกล้กับประเทศอะไรคะ?”
เจ้าหน้าที่ใจดียกแผนที่โลกมาไว้ในโทรศัพท์อธิบายฉะฉานให้คนรับฟังรู้แจ้งเห็นจริงกันในตอนนั้น หากเมื่อใบบุญรีบโฟนอินแจ้งข่าวอันน่ายินดีนี้ให้กับญาติพี่น้องที่พิษณุโลกได้รับรู้...เสียงตอบรับกลับมา แสดงอาการน่าเป็นห่วง
“จะไหวหรือ...มันร้อนหน่า...เดี๋ยวตัวดำ...เมืองไอ้โม่งคลุมหน้าคลุมตากันทั้งประเทศ...กลัวได้ผัวแขกกลับมาแล้วจะคุยกันไม่รู้เรื่อง”
คำกังวลสุดท้ายเป็นของย่า...แต่โอกาสไม่เคยวิ่งเข้ามาชนใครบ่อยครั้ง แม้มันจะเป็นประเทศที่เธอไม่รู้จักก็เถอะ หากนางสาวใบบุญคนนี้จะคว้าเอาไว้...อย่างอื่นค่อยว่ากัน!
แล้ววันแรกของชีวิตการทำงานก็เริ่มขึ้น หลังจากห่างหายไปเป็น ‘ผู้ตกงาน’ เสียเกือบเดือน ใบบุญตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอาบน้ำแต่งตัวด้วยหัวใจอันรื่นรมย์ ก่อนเดินออกจากห้องหญิงสาวไม่ลืมที่จะหอมแก้ม เจ้าหวานหวานเสียสองที ‘เอาฤกษ์เอาชัย’ เสียหน่อย
 ใบบุญถูกนำเข้าสู่ห้องอบรมบ่มนิสัยทันทีเมื่อก้าวเข้าสู่บริษัท สยามคอนสตรัคชั่น บริษัทรับเหมาก่อสร้างและงานโยธาทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังมีบริษัทลูกในเครืออีกเยอะแยะ ดูเป็นองค์กรขนาดใหญ่เชื่อมโยงเป็นใยแมงมุมกันเลยทีเดียว ภาระกิจแรกของน้องใหม่คือการเรียนรู้เรื่องงานหลักของตัวเอง พร้อมทั้งกวดขันเรื่องภาษาอังกฤษวันละสามชั่วโมงตามที่บริษัทกำหนดให้ ระยะเวลาในการเรียนรู้งานมีแค่สองเดือนเท่านั้น จากก็เลสสะโกไปเมืองแขกในบัดดล
“สวัสดีค่ะคุณน้องใบบุญ...อุ๊ยชื่อแปล๊กแปลกนะคะ สมกับตัวเชียวค่ะผอมบางเหมือนใบยูคาลิปตัล”
คนเข้ามาทักทายพร้อมกับเป็นเทนเนอร์ประจำตัวของใบบุญนั้น ชื่อเสียงเรียงนามว่า ‘พี่อึ่ง’ พี่แกก็อึ่งอ่างสมชื่อเพราะบวมสม่ำเสมอไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน พี่อึ่งคล่องแคล่วว่องไวเกินคาดทั้งปากและการทำงาน
“เอกสารทั้งหมดจะอยู่ทางด้านหลังนะจ๊ะน้องใบบุญ งานหลักๆก็คือเก็บเอกสารทั้งหมดของโครงการซื้อย่อยซื้อยับเก็บหมดเพื่อเอามาทำต้นทุน เดี๋ยวอีกสองสามวันก็คงได้รู้จักทีมงานที่จะไปด้วยกันครบแหละ ยังมีอีกหลายคนที่ยังอยู่ที่ไซค์งานระยอง พอมาแล้วพี่จะแนะนำให้รู้จักนะจ๊ะ”
“ค่ะพี่อึ่ง”
ใบบุญรับคำสั้นๆและตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ หญิงสาวจดรายละเอียดของงานใส่ในสมุดเล่มเล็กของเธอ เพราะเนื้องานอันหนาแน่นนั้นเกินจะจดจำได้ทุกรายการ
‘มันไม่เหมือนงานบัญชีนี่หว่า…ต้องสลัดขนออกจากตัวเสียหน่อยจะได้ไม่ต้องกลับไปอยู่ สมาคมคนตกงานอีกครั้ง’