บุหรงรังเพลิง...ตอนที่ 1

Author: 
golffer
ประเภท: 
นิยาย

บุหรงรังเพลิง

ตอนที่ 1

 ‘เมธ่า เวดดิ้ง สตูดิโอ’ ตัวอักษรนูนโลหะสีเงินขนาดใหญ่ อยู่บนแป้นรูปหัวใจสีแดง กระจ่างตาแก่ผู้คนที่เดินอยู่ริมทางเท้า รวมถึงรถที่สัญจรผ่านไปมา บริเวณสี่แยกหนึ่งแถวสุขุมวิท ขณะนี้แสงสีส้มจากโคมไฟคริสตัลห้อยระย้าอยู่กลางโถง สว่างจากภายในร้านสู่สายตาเบื้องนอก

ชุดเจ้าสาวหลากหลายชุด ถูกสวมอยู่ในหุ่นนางแบบราวสิบตัว ทั้งท่านั่งและท่ายืน ด้านหลังกรอบกระจกใสหน้าร้าน ซึ่งแบ่งเป็นแต่ละโซน หลังฉากเป็นภาพทิวทัศน์ของต่างประเทศกั้นไว้ตามคอนเซปต์ในชุดแต่งงาน

ในบรรดาหุ่นที่สวมชุดเจ้าสาว ซึ่งมีทั้งชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี ล้วนสวยงามด้วยการตัดเย็บอย่างประณีต โดยช่างฝีมือเลื่องชื่อ อีกทั้งชุดเจ้าสาวซึ่งมีหลากหลายแบบ ชุดที่โดดเด่นเข้าตาว่าที่เจ้าสาวประจำปีล่าสุด เป็นทรงเอไลท์ มีระบายที่กระโปรงหลายชั้น

แล้วชุดนี้ก็ต้องตาต้องใจแก่ว่าที่เจ้าสาวคนหนึ่ง ดังนั้นหล่อนจึงพูดกับเจ้าของร้าน “พี่เมคะ ตาลชอบชุดนี้จังเลย ดูเหมาะกับตาลไหมคะ”

เจ้าของร้านสบตากับผู้ถาม พลางเหลียวไปมองชุดเจ้าสาวซึ่งสวมอยู่ในหุ่น ครุ่นคิดก่อนตอบ “พี่ว่าชุดนี้ก็เข้ากับน้องตาลดีนะคะ แถมยังเป็นดีไซน์ล่าสุดของทางร้านที่เป็นเทรนด์ในปีนี้ซะด้วย นับว่าน้องตาลนี่ตาถึงไม่หยอก แต่พี่ว่าถ้าน้องตาลจะใส่ให้เหมาะ คงต้องปรับแก้ช่วงลำตัวอีกสักนิด เพื่อให้รัดรูปเข้ากับเอว ดีไหมคะ”

ไม่พูดเปล่า เมธาวีเอื้อมมาจับลำตัวหญิงสาวพลิกดูโดยรอบ ก่อนเอ่ยชมเอาใจลูกค้าเพิ่มเติม “ตรงช่วงเอว พี่ว่าเพิ่มขนาดของดอกไม้ให้ใหญ่ขึ้นอีกนิดดีไหมคะ เพราะว่าน้องตาลเป็นคนเอวค่อนข้างเล็ก ติดจะกิ่วจนคอดเกินไปนิด ถ้าเติมดอกใหญ่เพิ่ม แล้วมีลูกไม้สีขาวคาด พี่ว่าน่าจะทำให้เจ้าสาวอย่างน้องตาลดูอิ่มเอิบ เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดประจำปีนี้ก็ว่าได้ จริงไหมคะน้องนกยูง”

เมธาวีหันไปถามผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งยืนอยู่ถัดไปด้านข้างว่าที่เจ้าสาว คนถูกถามสะดุ้งเล็กน้อย ด้วยเหตุที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“ค่ะพี่เม ตาลใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็สวย”

นกยูงตอบไปเพียงผ่านๆ ทั้งที่อาสาจะมาเป็นเพื่อนตวงตาล ซึ่งเป็นญาติผู้น้อง...เดิมทีหล่อนก็ตื่นเต้นที่จะมาดูชุดเจ้าสาวเป็นเพื่อนแทนว่าที่เจ้าบ่าวอย่างลักษณ์ ครั้นมาถึงร้าน หล่อนกลับมีความรู้สึกบางอย่างเข้ามาแทรกซึม

จะเรียกว่าเป็นความหดหู่ในส่วนลึก ก็คงไม่ผิดนัก

“พี่นกยูง เป็นอะไรรึเปล่าคะ เห็นใจลอยตั้งหลายที”

ตวงตาลจับที่ต้นแขนญาติผู้พี่ หล่อนแสดงความเป็นห่วงจับใจ เพราะพักหลังนกยูงนั้นค่อนข้างเงียบและเก็บตัว ดูจะพูดจาพาทีน้อยลงกว่าเดิม ดังนั้นหล่อนจึงชวนนกยูงมาช่วยเลือกชุดเจ้าสาวแทนลักษณ์ ซึ่งต้องบินไปดูงานที่ต่างประเทศกะทันหัน

“ตาลชอบชุดนี้ ไม่ลองไปสวมชุดดูก่อนล่ะ ถ้ามีจุดไหนต้องแก้ไข จะได้ให้พี่เมเขาแก้ให้”

“พี่ว่าน้องตาลลองชุดก่อนดีกว่าค่ะ ว่าถูกใจหรือเปล่า” เมธาวีจึงหันไปเรียกพนักงานในร้าน ให้มาถอดชุดออกจากหุ่นโชว์

ระหว่างที่ตวงตาลเข้าไปลองชุดเจ้าสาว โดยมีเจ้าของร้านและพนักงานช่วยกันดูแล นกยูงจึงมานั่งคอยที่ชุดรับแขกบริเวณโถงด้านหน้า

นกยูงหยิบนิตยสารเกี่ยวกับแบบชุดเจ้าสาว ซึ่งวางบนโต๊ะพลิกไปมา หลายชุดรู้สึกสะดุดตาหล่อน มันสวยเสียจนทำให้เสี้ยวหนึ่งของความคิด ผลักดันลมหายใจพรูทิ้งหนักหน่วง

หล่อนคิดเพียงแค่ว่า...คงสักวันที่หล่อนจะมีโอกาสสวมชุดเจ้าสาวเช่นนี้บ้าง

จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อหล่อนยังไม่มีคนรัก ทั้งที่คุณสมบัติของหล่อนนั้นเพียบพร้อมไปทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉมโนมพรรณ อันประกอบไปด้วยสรีระอิ่มเนื้อ สูงได้มาตรฐานหญิงไทย หน้าตาคมคายปนหวาน ผิวพรรณละเอียด รวมถึงกิริยามารยาทก็ชดช้อย หล่อนจึงได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบแห่งผู้หญิงยุคใหม่ ทั้งสวยทั้งเก่ง

ส่วนเรื่องฐานะชาติตระกูล นับได้ว่าเป็นอันดับต้นๆในวงการธุรกิจค้าอัญมณี แม้ว่าตัวของนกยูงจะเข้ามาร่วมบริหารกับครอบครัวไม่นาน แต่หล่อนก็ประสบความสำเร็จกับธุรกิจซึ่งต่อยอดมาจากบิดาไม่น้อย

ในวงสังคมจึงเป็นที่กล่าวถึง ชื่อของนกยูงจึงเป็นที่หมายปองแก่บุรุษเพศ

แต่กระนั้นจะมีสักกี่ผู้คน ที่หยั่งรู้ว่าส่วนลึก หล่อน ‘อ่อนแอ’ เกี่ยวกับเรื่องของความรักขนาดไหน

แล้วสายตาของนกยูงก็มาสะดุดที่หน้าหนึ่งในนิตยสาร ภาพชุดเจ้าสาว  ซึ่งเป็นภาพข่าวภายในงานหนึ่งที่เมืองหนานจิง ประเทศจีน นางแบบในชุดเจ้าสาวประดับขนนกยูง ตั้งแต่ช่วงเอวยาวกรอมเท้า สนนราคาที่ระบุไว้สูงลิบลิ่วถึงห้าสิบกว่าล้านบาท

แต่กระนั้นราคาชุดแต่งงานแค่นี้ สำหรับครอบครัว ‘อัศวเวชพาณิชย์’ ถ้าหล่อนปรารถนาขึ้นมาจริงๆ เห็นทีคุณนิธิกับคุณมยุรี บิดามารดาของหล่อนก็คงไม่นึกขัด เพราะสิ่งใดถือว่า ‘ดีที่สุด’ สำหรับลูกสาวคนเดียว ทั้งคู่ล้วนเต็มใจ

เมื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดเจ้าสาว หล่อนก็เห็นควรว่าน่าจะเหมาะสมกับราคา เพราะชุดแต่งงานดังภาพ ถูกประดับประดาด้วยขนนกยูงจำนวน 2,009 อัน แถมยังผ่านการตัดเย็บโดยช่างฝีมือเยี่ยมถึงแปดคนด้วยกัน อีกทั้งระยะเวลาที่ตัดเย็บ ประดิดประดอยชิ้นงานกินเวลากว่าสองเดือน

แต่ความขัดแย้งในใจเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อหล่อนก็นึกภาพไม่ออก ว่าจะมีวันเป็นจริงหรือไม่ กับงานแต่งของตนเอง

“กำลังดูภาพอะไรอยู่คะพี่นกยูง”

เสียงเจื้อยแจ้วของตวงตาลดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างสูงโปร่งในชุดเจ้าสาวเดินออกมาช้าๆ นกยูงมองหน้าผู้พูดด้วยความตื่นตะลึง แม้ขณะนี้ว่าที่เจ้าสาว ยังไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ หากก็ดูสวยสง่าราศีจับ แลอิ่มเอิบประดุจอัญมณีเลอค่าบนตัวเรือนราคาแพง

“สวยจังเลย พี่ว่าตาลเหมาะกับชุดนี้มากเลยจ้ะ” นกยูงเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมไปจับต้นแขนตวงตาล เผยรอยยิ้มน้อยๆเป็นวง “ถ้าคุณลักษณ์ได้มาเห็นตาลในชุดเจ้าสาว พี่ว่าเขาคงต้องตกตะลึงทีเดียว”

“พี่นกยูงพูดเกินไป ไม่รู้ว่าคุณลักษณ์จะคิดเหมือนทุกคนรึเปล่าสิคะ ตาลล่ะกลั๊วกลัว ไม่นึกว่าพอจะได้แต่งงานอย่างที่เคยฝันไว้แต่เด็ก มันจะทำให้ตื่นเต้นมากขนาดนี้ ยิ่งใกล้วัน ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก”

เมธาวีซึ่งยืนอยู่ข้างกันยิ้มปลื้มจนออกนอกหน้า ก่อนจะเอ่ยสำทับ “ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกค่ะน้องตาล แต่ก่อนพี่ก็มีอาการคล้ายน้องตาลนี่แหละ”

นกยูงฟังความรู้สึกของตวงตาล ที่แสดงออกถึงความดีใจ เมื่อพูดถึงการแต่งงานในอนาคต แวบหนึ่งหล่อนเกิดความรู้สึก ‘อิจฉา’ ขึ้นมา

เมธาวีตรวจตราความเรียบร้อยของชุดอีกครั้ง ก่อนจะชักชวนว่าที่เจ้าสาวไปดูชุดไทย ที่จะสวมในพิธีหมั้นช่วงเช้า นกยูงจึงกลับไปนั่งคอยที่เดิม

กว่าที่ตวงตาลจะเลือกชุด และลองสวมจนเป็นที่พออกพอใจ ใช้เวลาไปราวสองชั่วโมงเศษ จนเกือบจะถึงเวลาปิดร้าน จากความตื่นเต้นในช่วงก่อนมาที่ร้าน แปรเปลี่ยนเป็นความเบื่อหน่ายอย่างไม่รู้ตัว แต่หล่อนยังคงฝืนยิ้มให้ทั้งเจ้าของร้านและญาติผู้น้อง ขณะที่กำลังจะขอตัวกลับ

“ตาลขอบคุณพี่เม มากเลยนะคะที่อุตส่าห์ช่วยแนะนำ ตกลงตาลเลือกทั้งสองชุดเลยนะคะ ถ้ายังไงฝากพี่เมช่วยเป็นธุระจัดการแก้ชุดตรงที่หลวมตรงช่วงอกให้ด้วยละกันค่ะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ รับรองที่ร้านไม่ทำให้น้องตาลผิดหวังแน่นอน แล้วถ้าแก้เสร็จเมื่อไหร่ พี่จะให้เด็กที่ร้านโทร.หาน้องตาลนะคะ ถ้าใกล้วันแต่งงาน คงต้องรบกวนให้น้องตาลมาลองชุดอีกสักครั้ง”

เมื่อพูดดังนั้น ตวงตาลจึงหันไปทางญาติผู้พี่ “พี่นกยูงมาเป็นเพื่อนตาลอีกนะคะ”

หากนกยูงกลับอิดออด “พี่ว่าถึงเวลานั้น ให้เจ้าบ่าวมาเป็นเพื่อนจะดีกว่าไหมจ๊ะ”

ตวงตาลหน้างอเล็กน้อย หากนกยูงก็มิได้ใส่ใจนัก เพราะรู้จัก ‘อารมณ์’ อันเอาแต่ใจและแปรปรวนของญาติผู้น้องเป็นอย่างดี

“พี่ว่ากลับเถอะ เพราะรู้สึกว่าวันนี้เหนื่อยเหลือเกิน...ยังไงขอตัวก่อนนะคะพี่เม” ท้ายประโยคหล่อนหันไปล่ำลาเจ้าของร้าน

หากกระนั้นเมื่อเดินออกมานอกร้าน เพื่อจะไปยังรถยนต์ซึ่งจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านข้างของร้าน จิตใจหล่อนยังหวนนึกถึงชุดแต่งงานที่ประดับไปด้วยขนนกยูงชุดนั้น

แล้วหล่อนก็ตัดสินใจเดินกลับไปที่ร้านอีกครั้ง “เดี๋ยวตาลรอที่รถก่อนนะ พี่จะไปขอยืมหนังสือของพี่เมกลับไปดูที่บ้านสักเล่ม”

นกยูงไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวกลับไปที่ร้าน เมื่อพบเมธาวีจึงเอ่ย “พี่เมคะ นกยูงว่าจะขอยืมนิตยสารกลับไปนอนดูที่บ้านสักเล่ม ได้ไหมคะ”

เมธาวีเอ่ยอนุญาต แต่ก็สัพยอกด้วยความคุ้นเคย “แสดงว่าน้องนกยูงสนใจชุดเจ้าสาวชุดไหนแน่เลย ใช่ไหมคะ”

“ถ้าสนใจชุดไหน จะติดต่อหาพี่เมแน่นอนค่ะ ว่าแต่จะตัดให้นกยูงได้รึเปล่าเท่านั้นล่ะค่ะ”

“ไม่ได้คุยนะคะน้องนกยูง ร้านพี่เมตัดได้ทุกแบบ”

นกยูงยิ้มพอเป็นพิธี เอ่ยขอบคุณก่อนจะหมุนตัวกลับ ขณะเดียวกันประตูหน้าร้านเปิดออก พร้อมกับที่ผู้ชายรูปร่างสูง มีความสง่าผ่าเผยในที เดินเข้ามาในร้าน และเอ่ยทักทายเมธาวีอย่างสนิทสนม

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหล่อนจึงชำเลืองมองชายผู้นั้นอย่างสนอกสนใจ เพียงแค่เห็นยิ้มอันอ่อนโยน อบอุ่น ระบายแต่งแต้มมาทางหล่อน

เสียงหัวใจกลับเต้นตึกตัก...โครมคราม และส่งผลให้หล่อนรู้สึกเคอะเขินอย่างเสียไม่ได้ ได้ยินเมธาวีเรียกชื่อเขา มันติดอยู่ในความจำเพียงชั่วแล่น

‘ปราชญ์’ ชื่อนี้ถูกท่องจำตลอดฝีก้าวจนถึงรถยนต์

..................................................

หากพูดถึง ‘ความรัก’ สำหรับนกยูง คงไม่มีคำนิยาม หรือคำจำกัดความใด เพราะตั้งแต่เด็กจนเริ่มเป็นสาวสะพรั่ง หล่อนถูกเลี้ยงให้อยู่แต่ในกรอบ การไปไหนมาไหน จึงมีพี่เลี้ยงบ้าง มีญาติคนนั้นคนนี้บ้าง ไม่เคยได้ออกไปไหนมาไหนตามลำพัง

การเรียนรู้ชีวิตของหล่อน บางครั้งจึงเหมือนถูก ‘บีบ’ ทั้งที่ความเป็นจริง ฐานะอย่างหล่อน สามารถที่จะเรียนรู้ความเป็นไปของมนุษย์รอบข้างได้ดีทีเดียว

คนใกล้ชิดที่ไปไหนมาไหน เป็นเพื่อนตั้งแต่นกยูงยังเล็กบ่อยที่สุด จึงไม่พ้นตวงตาล...แม้กระทั่งหล่อนเรียนจนจบจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ อันมีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันเก่าแก่เป็นอันดับสองของสหราชอาณาจักร แต่ระหว่างเรียนหล่อนก็ยังต้องใช้ชีวิตในเมืองนอกแบบครอบครัวเมือง ‘ผู้ดี’ ดังคำกล่าว

จะเปรียบว่าหล่อนคือ ‘พญานกยูง’ ก็ไม่ปาน ทั้งที่จริงแล้ว ส่วนลึกหล่อนก็อยากใช้ชีวิตอิสระ อยากหลุดจากกรอบตารางของชีวิต แต่นกยูงอย่างหล่อน ก็มิอาจโบยบินขึ้นท้องฟ้าได้ จำต้องอยู่แต่บนผืนพสุธา โดยมีความสวยงามอันมีสีสันเอกเทศเป็นที่ต้องตาแก่ทุกผู้คน

นกยูงถือพร้อมว่าเป็นคน ‘สวย’ ทั้งรูปสมบัติที่ได้มาตั้งแต่เกิด รวมถึงทรัพย์สมบัติอันได้มาจากบุพการีก่อร่างสร้างไว้ แต่กระนั้นความสวยงามที่ดูเหมือนจะถูกเติมจนเต็ม ก็ยังมีส่วนที่ขาดวิ่น มีซอกที่เติมเท่าไหร่ก็ไม่อาจเต็ม

นั่นคือเรื่องของ ‘ความรัก’

จะว่าหล่อนไม่อยากมีใครนั้นคงจะไม่ใช่ทีเดียวนัก แต่คำสอนของคุณมยุรี เป็นเหมือนไม้บรรทัด ที่ไว้ขีดเส้นชีวิตให้คอยตรง ไม่เฉียงซ้ายเฉียงขวา แม้ว่าไม้บรรทัดนั้นอาจงอได้ แต่ก็งอไม่สุด แถมยังดีดคืนตัวกลับมาตั้งตรงตามเดิม

นกยูงจึงเป็นลูกผู้ลากมากดีที่ ‘หัวอ่อน’ โอนไปตามไม้บรรทัด...แม้ว่าจะมีคุณนิธิ รักและเอ็นดูหล่อน ไม่ตรงเป็นไม้บรรทัด เป็นเหมือนเกลียวเชือกขดหนา ที่ชักนำชีวิตหล่อน แต่บางครั้งเชือกนั้นก็เผลอรัดจนแน่น ทำให้รู้สึกอึดอัด จนหล่อนอยากจะหลุดพ้นจากพันธนาการ

ดังนั้นเมื่อนกยูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริหารธุรกิจค้าอัญมณีอย่าง ‘N.Y GEMS GROUP’ หล่อนจึงเริ่มมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น

นกยูงมุมานะในการทำงานเป็นอย่างสูง เพราะไม่อยากให้บรรดาหุ้นส่วน หรือเครือญาติที่อยู่ในกรุ๊ป ต่อว่าต่อขานลับหลัง ว่าหล่อนอาศัยบารมีบิดาเข้ามาบริหารงาน...ผลจากการทำงานอย่างหนัก โดยไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง ทั้งเรื่องการติดต่อพบปะลูกค้า หรือการติดต่อดูแหล่งผลิต รวมถึงหน้าที่ในการบริหารส่วนอื่นๆ ทำให้หล่อนเป็นที่รู้จักกว้างขวางในวงสังคมอย่างรวดเร็ว

จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เติบโตเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้า นกยูงเป็นที่ชื่นชมแก่บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ และยังเป็นที่ชื่นชอบ สำหรับผู้ชายทุกคน ที่มีโอกาสใกล้ชิด

หากแต่ความปรารถนาเดิม ที่หล่อนเคยไขว่คว้าในใจ อยากได้ใคร่ดีกับการ ‘แต่งงาน’ กลับถูกเก็บไว้ยังซอกมุม ที่บุพการีเติมความรักส่วนนั้นไปไม่ถึง หล่อนไม่นึกถวิลหา รู้สึกประทับจิตประทับใจแก่ชายคนใดคนหนึ่งเพียงนิด

บางทีเกิดการ ‘ไว้ตัว’ ขึ้นมาเสียเฉยๆ อันได้มาจากคุณลักษณะ ที่คุณมยุรีพร่ำสอนว่าเกิดเป็นกุลสตรี ควรจะรู้จักรักนวลสงวนตัว รู้จักทิ้งระยะห่างกับพวกผู้ชาย เพื่อให้ตนเองได้คงไว้ซึ่ง ‘คุณค่า’ ซึ่งยากแท้ที่จะหากับหญิงสาวในรุ่นปัจจุบัน

นกยูงจึงไม่ลงเอยกับใครเป็นพิเศษ จวบจนกระทั่งญาติสนิทเพียงหนึ่งอย่างตวงตาล กำลังจะออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝานั่นล่ะ หล่อนจึงเก็บความปรารถนาในใจนั้นกลับมาครุ่นคิด ว่าชีวิตหล่อนจะมีโอกาสได้พบเจอผู้ชายที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติของคู่ครองที่ดีหรือไม่

หญิงสาวเริ่มถอด ‘ด่าน’ ในใจ ซึ่งกั้นขวางเอาความสูงต่ำระหว่างชนชั้นออก การเดินเชิดหน้ามองแต่คนที่ต้องอยู่ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า จึงมอดมลายคลายตัวลง เมื่อไร้ซึ่งกำแพงตรงนั้น สายตาของนกยูงจึง ‘เปิด’ มองผู้ชายคนหนึ่งอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

‘ปราชญ์’ ชื่อของเขายังติดหู ตั้งแต่ออกจากร้านเมธาวี นกยูงแทบจะไม่ตอบคำถามใดของตวงตาล ระหว่างขับรถกลับบ้าน อย่างดีก็ถามคำตอบคำ เป็นเพราะผู้ชายคนนั้นทีเดียว

แม้เป็นเพียงแค่การพบกันชั่วประหนึ่งลมหายใจ แต่มันก็ทำให้หัวจิตหัวใจของหญิงสาววัยยี่สิบสาม รู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อย ได้โบยบินเป็นอิสระ

หรือสิ่งนั้นจะเรียกว่า ‘ชะตา’ หรือเป็น ‘พรหมลิขิต’ สุดแท้แต่ความคิดใคร แต่กับนกยูงขณะนี้ ชายผู้นั้นตราตรึงเพียงแค่เห็นรอยยิ้มละไมส่งมา จนกระทั่งล้มตัวลงบนที่นอนแล้วก็ตาม

ในห้องนอนของนกยูง เต็มไปด้วยความเป็น ‘ส่วนตัว’ เครื่องเรือนทุกชิ้นที่ใช้ตกแต่งห้อง จึงเกิดจากความคิดอันเป็นแบบฉบับ ซึ่งหล่อนตามใจตนเอง

ใครจะเชื่อว่าห้อง ‘นักธุรกิจ’ ไม่ได้เรียบขรึม หรือว่าโอ่อ่าอย่างมหาเศรษฐี กลับเต็มไปด้วยความ ‘เรียบง่าย’ แต่เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้างขวาง ดังนั้นจึงสามารถแบ่งโซนเป็นทั้งห้องนอน และพื้นที่ส่วนติดกันถูกแบ่งไว้เป็นห้องทำงาน ทางซ้ายมือสุดยังแบ่งเป็นส่วนนั่งเล่น เลยออกไปจึงเป็นชานโล่งนอกตัวบ้านไว้รับอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก

หล่อนนอนเล่นอยู่บนเตียงขนาดกว้างเล่นระดับ สูงจากพื้นเพียงคืบเดียว ปูผ้าสีขาวสะอาด ซึ่งตัดกับผนังด้านหนึ่งซึ่งทาสีเขียวใบตอง หล่อนพลิกกายหลายตลบ จนรู้สึกว่าคืนนี้คงจะหลับตาลงไม่ง่ายนัก จึงลุกขึ้นไปยังมุมที่จัดเป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งตกแต่งไว้ด้วยกรอบรูปหลากขนาดหลายสีสัน มีรูปภาพงานศิลป์ รวมถึงภาพถ่ายจากธรรมชาติ ประดับแขวนไว้ได้จังหวะลงตัว

หญิงสาวนั่งลงบนโซฟาผ้าบุนวม ลายเถาไม้เลื้อยกับดอกไม้จีน ด้านข้างมีแจกันกระเบื้องทรงสูงลายนกยูงคู่ มีขนนกยูงกำใหญ่ปักในแจกันนั้น

หล่อนหยิบขนนกยูงขึ้นมาทีละอัน แล้ววางเรียงบนหน้าตักจนแน่นเป็นแพเล็กๆ ยิ้มอย่างมีแสงสว่างขึ้นที่มุมปาก

มือข้างหนึ่งเอื้อมไปยังนิตยสารชุดแต่งงานที่หยิบยืมมาจากเมธาวี แล้วพลิกไปยังหน้าที่คั่นไว้...ชุดเจ้าสาวซึ่งประดับไปด้วยขนนกยูงชุดนั้น ผุดแวบไปมาในความคิด

หล่อนมีชุดที่อยากจะสวมในวันมงคลนั้นแล้ว ติดก็แต่ผู้ชายที่คู่ควรและเหมาะสมนั้นจะเป็นใคร ทันใดนั้นภาพของผู้ชายชื่อปราชญ์ก็ลอยเด่นผ่านมาในห้วงคำนึง

เขาเป็นใครกันนะ

คนที่จะให้คำตอบกับหล่อนได้ ไม่ใช่ใครอื่น พรุ่งนี้หล่อนจะไปหาคำตอบจากเมธาวี

นกยูงยิ้มเย็นใจ วางขนนกยูงลงข้างกาย แล้วลุกขึ้นไปยังโต๊ะทำงาน เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ดูไฟล์รูปซึ่งเป็นผลงานเซทล่าสุด เกี่ยวกับการออกแบบอัญมณีหลายชิ้น ที่นักออกแบบส่งตัวอย่างมาให้ชม

เพียงแค่ชิ้นแรกที่เปิดขึ้นมาดู ก็ทำให้หญิงสาวฝันหวานเสียแล้ว...แหวนลายขนนกยูงรูปไข่ บนตัวเรือนซึ่งล้อมเพชรเหลี่ยมเกสร มันช่างเหมาะกับชุดวิวาห์ของหล่อนเสียนี่กระไร

หล่อนจึงคิดว่าจะระงับการผลิตแหวนวงนี้ออกสู่ท้องตลาด เพราะมันควรเป็นเอกลักษณ์ของแหวนวงสำคัญในวันแต่งงาน ที่หล่อนควรสวมแต่เพียงผู้เดียว

.................................................................