มีดขุกุรี...มีดกู้ชาติของชาวเนปาล

โน้ตบุ๊ค

แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเป็นแรมเดือนแล้ว แต่ "บันนี่" ก็ยังคงมีควันหลงจากเนปาลมานำเสนอแก่คุณผู้อ่านอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งหักมุมจากความสวยงามของธรรมชาติและของฝากคุณสุภาพสตรีโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นของฝากสำหรับคุณสุภาพบุรุษที่เป็นอาวุธไว้ประหัตประหารข้าศึกในยามสงคราม แต่ในยามสงบและปัจจุบันกลายเป็นของฝากและของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่งของเนปาลไปแล้ว นั่นคือมีด "ขุกุรี" ของทหารกุรข่า ยอดนักรบชาวเนปาล

มีด "ขุกุรี" (Khukuri) นับเป็นหนึ่งในศิลปวัตถุแบบดั้งเดิมของเนปาล มีลักษณะโค้งงอน ตัวฝักทำจากไม้หรือหนังสัตว์ ใช้คาดที่เข็มขัด ขุกุรีชั้นดีอาจมีอัญมณี ทอง หรือเงินประดับปะดาเป็นอันมาก แต่ถ้าเป็นของที่ระลึกพื้นๆก็เป็นเพียงฝักไม้ประดับด้วยทองเหลือง ตัวมีดแกะสลักลายงดงาม หากต่อรองเก่งๆ สามารถซื้อได้ในราคาเพียงอันละ 600 รูปี หรือประมาณ 200 บาทเท่านั้น

เมื่อพูดถึงทหารรับจ้าง ชื่อของ "ทหารกุรข่า" โด่งดังเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะอังกฤษชอบทหารกุรข่ามากกว่าทหารรับจ้างชาติอื่น เพราะมีความอดทนสูง เก่งกล้าสามารถมากในการรบแถบถิ่นทุรกันดาร ในสมัยที่มลายูเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ทหารกุรข่าก็ถูกจ้างมาปราบโจรในแหลมมลายู

ตามประวัติศาสตร์ ทหารกุรข่าสืบเชื้อสายจากพวกราชปุต หรือราชบุตร ที่อาศัยอยู่แถวเมืองอุทัยปุระ ใกล้กับเมืองชัยปุระในอินเดีย พวกกุรข่าหรือกอรข่าที่อพยพมาอยู่ในอินเดียแต่แรกนั้น เข้ามาอาศัยทำมาหากินพอไม่ให้อดตายเท่านั้น แต่กลับถูกพวกอิสลามตามราวีไม่รู้จบ ในที่สุดต้องหนีเข้าป่าแถบเทือกเขาหิมาลัยในเขตประเทศเนปาล สมรสกับชาวเนปาลจนสร้างชุมชนเชื้อสายกุรข่าได้อย่างมั่นคง จนกลายเป็นแคว้นเล็กๆขึ้นแบบราชาปกครองหรือราชอาณาจักร ราชาองค์แรกคือพระเจ้านาภุปาลษะ ต่อมาทรงเห็นว่าน่าจะต้องขยายดินแดน จึงกรีธาทัพรุกรานเพื่อนบ้านในย่านเนปาล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ครั้นมาถึงรัชสมัยพระเจ้าปริทวินารายันพระราชโอรส ได้ทรงยกทัพใหญ่ไปบุกอาณาจักรกาฐมาณฑุ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับมาอีกครั้ง ต่อมาจึงหันไปผูกไมตรีกับพวกมหาราชาในอินเดียโดยทำมาค้าขายด้วย ทำถนนหนทางติดต่อกันรวมทั้งส่งสาวเนปาลและสาวกุรข่าหน้าตาสะสวยไปถวายเป็นราชบรรณาการเนืองๆ ในที่สุดก็ทรงขอกำลังกองทัพพันธมิตรร่วมบุกกาฐมาณฑุจนได้รับชัยชนะ จากนั้นก็รุกรานเมืองอื่นๆ จนทุกเมืองในหุบเขากาฐมาณฑุตกอยู่ในอำนาจของพระเจ้าปริทวินารายัน แล้วได้รวบรวมแคว้นกุรข่าเข้ากับแคว้นอื่นเป็นดินแดนเนปาล

ความเก่งกล้าสามารถในด้านการสู้รบของชนชาติกุรข่าได้ปรากฏในประวัติศาสตร์ เมื่อในระหว่างที่กองทัพกุรข่าโจมตีหัวเมืองต่างๆในหุบเขากาฐมาณฑุนั้น พระเจ้าชัยประกาศแห่งอินเดียได้ทรงส่งทูตไปเจรจาขอความช่วยเหลือจากอังกฤษ ต่อมาอังกฤษได้ส่งทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยมาปราบ ปรากฏว่าทหารกุรข่าฆ่าทหารอังกฤษและอินเดียตายเป็นจำนวนมาก จนพ่ายแพ้กลับไป เมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าปริทวินารายัน พาหาดุลชา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระโอรสได้นำกองทัพอันเกรียงไกรบุกเข้าไปในสิกขิม เพียงแค่ล่วงล้ำเขตแดนไปกี่กิโลเมตร สิกขิมก็ยอมจำนนต่อเงื่อนไขของเนปาล จากนั้นก็ยกทัพบุกทิเบต ทำให้จีนต้องส่งกำลังทหารมาช่วยรบกับกองทัพกุรข่านานถึง 2 ปี ทหารทั้งสองฝ่ายตายลงนับแสน จีนและทิเบตจึงเป็นฝ่ายขอเลิกจะเรียกว่ายอมแพ้แก่กองทัพกุรข่าก็ได้ เพราะในสนธิสัญญาสงบศึก ทิเบตเอื้อประโยชน์ให้เนปาลมากมาย

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 รัฐบาลเนปาลได้ส่งทหารกุรข่าจำนวนถึง 16,500 คน ไปช่วยกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรรบกับฝ่ายอักษะ และยังได้ฝากผลงานไว้ในสมรภูมิต่างๆอีกมากมาย โดยเฉพาะในสมรภูมิซาโลนิกอียิปต์ และเมโสโปเตเมีย ทหารกุรข่าได้รับเกียรติประวัติในการรบ ได้รับเหรียญกล้าหาญและได้รับการยกย่องว่าเป็นทหารที่ยอดเยี่ยมในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์มีฝีมือด้านการรบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการรบแบบกองโจร ที่ใช้มีดขุกุรีหลากหลายขนาดซึ่งเหน็บไว้ที่เอว ปาดคอข้าศึก และขว้างปาไปฆ่าข้าศึกได้ในระยะไกล นอกจากนั้น ทหารกุรข่ายังเป็นกำลังสำคัญของกองทัพอังกฤษมานานถึง 150 ปี จนถึงปัจจุบัน ในระหว่างสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง ทหารกุรข่าได้ไปร่วมรบประมาณ 200,000 คน เสียชีวิตไป 43,000 นาย ปัจจุบันยังมีอยู่ในสังกัดกองพลของอังกฤษประมาณ 3,500 นาย โดยยังคงเอกลักษณ์ด้วยมีดขุกุรีเหน็บไว้ที่บั้นเอว

ไปเนปาลเมื่อไร อย่าลืมซื้อ "มีดขุกุรี" มาเก็บไว้เป็นที่ระลึกนะคะ อย่างนี้ "บันนี่" ขอตั้งสมญาให้ว่า "มีดกู้ชาติ" ค่ะ!