"ความมั่งคั่งของคนมีเพียงอย่างเดียวคือชีวิต"

ชีวิตคือ คืนวันอันผ่านพ้น...ชีวิตคือ ความว่างไร้ หรือชีวิตคือ ความมหัศจรรย์ หลากหลายความครุ่นคิดความคำนึงถึงคำจำกัดความเรื่องชีวิต และทั้งหมดนี้อาจเพียงเพื่อต้องการคำยืนยัน หรือความกระจ่างในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์อย่างเราๆที่มักต้องการคำอธิบาย เราหมายถึง ฉันหมายถึงใครต่อใครอีกบางคน...เราต่างต้องการคำอธิบาย ทั้งที่คำอธิบายเหล่านั้นอยู่ในสรรพสิ่งรอบๆตัวเสมอๆมิใช่หรือ?

วันนี้ ฉันออกจากบ้านในขณะลมฟ้าลมฝนโปรยปราย ผ่านสิ่งต่างๆริมทางอย่างสลัวเลือนรางเพราะม่านฝน ต้นไม้หลายต้นโอนเอนตามแรงลม มีบางสิ่งบางอย่างหลุดร่วง ปลิดปลิวตลอดเวลา ฉันหยุดการเดินทางแล้วเฝ้ามองสายลม เฝ้ามองความแปรเปลี่ยนของภาพข้างหน้าจนกระทั่งฝนซาขาดเม็ด สังเกตเห็นช่อดอกของต้นสักริมทางเริ่มเปลี่ยนเป็นลูกสักสีเขียวอ่อนๆ ดอกเล็กๆสีขาวๆกระจิ๋วหลิวยังหลงเหลือเพียงประปราย ปลิดปลิวลิ่วคว้างปะปนกับสายลม ดอกเล็กๆดอกแล้วดอกเล่าลิ่วคว้างตามแรงลม และอาจไม่อยู่ในสายตาของคนผ่านทางเลยก็ว่าได้

นี่! ฉันปล่อยให้เรื่องราวที่เคยเฝ้ามอง เคยหลงรักผ่านเลยไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ เพราะปีนี้ตั้งแต่สักเริ่มแตกใบ ฉันพบแต่เรื่องยากๆในชีวิต ยากยิ่งในความรู้สึกจนทำให้หลงลืมชีวิตส่วนที่ดีที่สุดเสียสิ้น...

ดอกสัก...ดอกเล็กๆจำนวนมากแตะแต้มอยู่บนพื้นดิน เล็กจนคล้ายไร้การมีอยู่ แต่กลิ่นหอมกรุ่นๆปะปนกับความหมาดชื้นของสายฝนที่น่าเป็นฝนสุดท้ายของฤดูกาลนี้ต่างหากเล่าที่ทำหน้าที่อยู่มิวายเว้น และวันนี้ที่ฉันทอดทิ้งและหลงลืมเรื่องบางเรื่องเสียสิ้น ชีวิตจะมีหมายความอะไรหนอ? หรือสิ่งใดก็อาจดูไร้ความหมาย หากการมีอยู่ของตัวเราในชั่วขณะ หมายถึงการรับรู้ต่อสิ่งเหล่านี้ถูกทอดทิ้งหรือหลงลืมไป...ฉันรู้สึกเช่นนี้จริงๆ

สักไม้ใหญ่ยืนต้นที่นอกเหนือจากคุณค่ามากมายทางเศรษฐกิจที่ใครๆต่างรู้ และต้นไม้ชนิดนี้อาจมีความหมายในวัยเด็กของใครต่อใครที่เติบโตในภาคเหนือ และปรารถนาให้สักสีเขียวอ่อนๆกลับมาแจ่มกระจ่างได้อีกครั้งแล้วครั้งเล่าในห้วงนึก ใครบางคนจะคุ้นเคยกับกลิ่นหอมของดอกสักที่ลอยมากับหมาดฝนและกลิ่นหอม ของควันไฟยามใกล้ค่ำขณะลมหนาวกำลังจะเริ่มต้น และความคุ้นเคยกับเสียงดังของใบสักยามหลุดจากขั้ว เพราะนั่นหมายถึงการเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างช้าๆ ดอกเล็กๆจิ๋วๆมีกลีบดอก ๕ ถึง ๖ กลีบ หลุดจากขั้วปลิวคว้างดอกแล้วดอกเล่า จากนั้นใบที่เริ่มแห้งกรอบก็ค่อยๆปลิดปลิวจนไม้ใหญ่ต้นนี้แลดูแห้งผากราวไร้ชีวิต หรือคล้ายยืนต้นตาย...แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะนั่นกลับหมายถึงว่า อีกไม่นานจะมีการเริ่มต้นครั้งใหม่ของชีวิตอีกครั้งต่างหาก ทุกสิ่งเหล่านี้ค่อยๆเป็นไปในวิถีอันมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

และดอกสัก ในความรับรู้ของฉันในวันนี้ ณ ขณะนี้ก็มีค่า มีความหมายมากในความรู้สึกนึกคิดมากกว่าความคุ้นเคย เพราะได้ปลุกฉันขึ้นจากความหลับใหล ความหลับใหลที่ทำให้ฉันจ่อมจมกับเรื่องราวของชีวิตบางเรื่องจนลืมความจริงแท้ที่ว่า ทุกสิ่งล้วนผ่านเลย

ต้นสัก ดอกสักคือหนึ่งในอีกหลายสิ่งในโลกที่เห็นและเป็นอยู่ ล้วนเป็นขบวนการอันเป็นของธรรมชาติอันจริงแท้ที่ยืนยาวและผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจากไปและกลับมา มั่นคงเสียยิ่งกว่าความเป็นไปในชีวิตมนุษย์เล็กๆอย่างเราที่ยามทุกข์โศกมักทำให้หลงลืมว่า ทุกสิ่งล้วนผ่านเลย

"ทุกสิ่งล้วนผ่านเลย " ฉันบอกตัวเองพร้อมกับสูดลมหายใจรับความหอมของดอกสักอย่างเต็มที่ขณะที่จิตใจผ่องแผ้วตระหนักในบางสิ่งอย่างลึกซึ้ง จากนั้นก็เดินทางต่อไปบนถนนสายเล็กๆที่คดเคี้ยว ไปในหมู่บ้าน มองความเป็นไปของวิถียามเช้าของผู้คน และอาจเป็นยามอรุณรุ่งของดวงใจบางดวงที่แจ่มกระจ่างและดำเนินไปอย่างเป็นธรรมดา

และดอกสักก็ยังคงปลิดปลิวล่องพรูพรายจนกว่าจะหมดเวลา ส่วนชีวิตเราก็ล้วนคือ คืนวันอันผ่านพ้น เรื่องราวทุกเรื่องต้องผ่านไป เช่นนั้น...มิมีทางเป็นอื่นจริงๆ...ฉันยิ้มกับตัวเองและรื่นรมย์กับทุกสิ่งที่ผ่านทาง

วูบนั้นฉันพลันคิดถึงถ้อยคำอมตะของ เฮนรี่ เดวิทธอโร ต้นแบบคนแรกของอารยะขัดขืนที่ว่า "ความมั่งคั่งของคนมีเพียงสิ่งเดียวคือชีวิต"