ยำถั่วพู

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

สมัยตะหลิวยังอยู่กรุงเทพฯ ตะหลิวจะมีร้านประจำอยู่แถวบ้านร้านหนึ่ง ซึ่งเวลาไปทานอาหารที่ร้านนี้คราใดต้องสั่ง "ยำถั่วพู" ทุกครั้ง เพราะยำถั่วพูร้านนี้อร่อยมาก ถั่วพูกรอบ ถึงเครื่อง รสชาติใช้ได้ อร่อย หวาน มันครบรส

ตะหลิวไปทานอาหารร้านนี้เป็นประจำทุกเดือน เพราะอาหารถูกปากแถมมีบ่อปลาให้หยอดอาหารปลาเล่นด้วย จนกระทั่งวันหนึ่งตะหลิวกะจะไปทานอาหารที่ร้านนี้ซักหน่อย (จำได้ว่าวันนั้นฝนตกพรำๆด้วยละ) แต่พอไปถึงกลายเป็นว่าร้านนี้ก็ปิดกิจการไปซะงั้น ทั้งที่ทุกวันร้านนี้จะมีลูกค้าแน่นมาก ไปรู้เพราะเหตุใดถึงปิดกิจการไปซะได้

ด้วยเหตุนี้เองตะหลิวก็เลยต้องก้มหน้าทำ "ยำถั่วพู" ทานเองในวันที่อยากรับประทาน และหาเครื่องครบ เพราะใช่ว่าเพียงอยากรับประทานยำถั่วพูก็ทำได้นะจ๊ะ คือถ้าไม่เจอแม่ค้าขายเมี่ยงคำ ก็ทำยำถั่วพูกับยำส้มโอกุ้งกรอบไม่ได้

ก่อนจะโม้อะไรไปเยอะ เรามาดูเครื่องปรุงกันก่อนดีกว่า

เครื่องปรุง

ถั่วพูสด 2 ขีด

เนื้อหมูหรือเนื้อไก่สด 1 ขีด

น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

หัวกะทิหรือนมสด 2 ช้อนโต๊ะ

มะพร้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ

ถั่วลิสงทอด 2 ช้อนโต๊ะ

กุ้งสด 10 ตัว

หอมไทย 6-10 หัว

ไข่ต้ม 4 ฟอง

พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด

ผักชี เอาไว้โรยหน้า

ขั้นตอนการปรุง

1. ส่วนสำคัญคือน้ำพริกเผาจ้ะ เพราะเราต้องชิมรสของน้ำพริกเผาก่อนว่าน้ำพริกเผาเผ็ดมากน้อยแค่ไหน ถ้าเผ็ดมาก อาจต้องลดพริกแห้งลงหน่อย

2. เริ่มต้นหอมแดง เราต้องเลือกหอมแดงที่ใหม่หน่อยนะจ๊ะ จากนั้นให้ลอกเปลือกแห้งๆทิ้งให้หมด นำหัวหอมล้างน้ำ (ดูด้วยว่าต้องไม่มีราดำๆอยู่ด้วยนะจ๊ะ) แล้วผึ่งให้แห้ง

3. หั่นหอมแดงตามขวาง ซอยเป็นแผ่นบางๆ ประมาณ 2-3 มิล ด้วยมีดบางและคมด้วย

4. หั่นหอมเสร็จแล้ว แบ่งมาครึ่งหนึ่งแล้วใส่เกลือลงไปในหอมซอย 1 หยิบ ก่อนขยำเบาๆ ให้หอมแตกออกเป็นแว่น และให้เกลือละลาย

5. จากนั้นให้ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อนๆ เติมน้ำมันทอดลงไป รอจนน้ำมันร้อน

6. พอน้ำมันร้อนแล้วให้ใส่หอมซอยคลุกเกลือลงไปเจียวเลยจ้ะ เจียวด้วยไฟอ่อนๆ

7. เวลาเจียวหอมก็คนเบาๆ แล้วคอยดูว่าหอมเจียวเริ่มเหลืองเมื่อไหร่ (ขอเน้นว่าเริ่มเหลือง) ก็ให้ตักขึ้นมาพักในจานทันที เพราะถ้ารอให้เหลืองเข้มแบบที่เราเห็นตามร้านเมื่อไหร่แล้วค่อยตักออกมานอกกระทะ หอมแดงอาจไหม้ได้

8. ตักหอมแดงใส่กระชอนสะเด็ดน้ำมัน แล้ววางไว้บนกระดาษซับน้ำมัน เพราะถ้าหอมแดงมันเยิ้ม มันจะไม่อร่อย

9. ยังไม่ต้องดับไฟนะจ๊ะ ให้ทอดพริกแห้งแบบเร็วๆ เพื่อเพิ่มความหอมจ้ะ แล้วเก็บเอาไว้

10. จากนั้นตำมะพร้าวคั่วให้ละเอียดแล้วพักไว้ (มะพร้าวแบบเดียวกับที่ใช้รับประทานกับเมี่ยงคำ หรือยำส้มโอจากคราวก่อนจ้ะ ไปขอแบ่งซื้อจากแม่ค้าขายเมี่ยงคำได้)

11. ตำถั่วลิสงทอดแบบหยาบๆ แล้วพักไว้ (อันนี้ก็ซื้อแบบซองๆสำเร็จได้)

12. ทีนี้ให้จัดการกุ้งสด โดยลอกเปลือก เก็บหาง ผ่าหลัง ดึงเส้นหลังออกแล้วพักไว้

13. สำหรับหมูหรือไก่ให้ทำการสับบะช่อแล้วพักไว้

14. ถั่วพูล้างให้สะอาดแล้วซอยหยาบๆ (ซอยแบบที่เอาไปทอดมันได้น่ะ)

15. เอาละเตรียมเครื่องครบแล้ว คราวนี้ก็ตั้งน้ำบนเตา ใช้ไฟแรงๆ เดี๋ยวเราจะลวกของกัน

16. เริ่มต้นที่กุ้งก่อน ลวกกุ้งให้สุกแล้วตักพักใส่ถ้วยไว้

17. จากนั้นให้ลวกหมูหรือไก่บะช่อ โดยระหว่างลวกก็บี้ๆให้บะช่อแตกออก อย่าให้จับเป็นก้อน

18. แล้วให้เปลี่ยนน้ำใหม่ โดยเทน้ำลวกกุ้งทิ้งไปตั้งน้ำต้มใหม่อีกรอบ

19. ระหว่างนี้ก็ไปเตรียมน้ำเย็นจัดๆ โดยให้ใส่น้ำแข็งลงไปด้วย

20. พอน้ำเดือดก็เอาถั่วพูลงไปลวกจนเกือบสุก แล้วตักมาใส่น้ำผสมน้ำแข็งที่เตรียมไว้ เพื่อให้ได้ถั่วพูที่กรอบสวย (อันนี้เทคนิคนะจ๊ะ อย่าไปข้ามขั้นตอนนี้เชียว)

21. เริ่มทำน้ำยำกันต่อจ้ะ โดยให้ใส่น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ หัวกะทิ (ใช้แค่ 1 ช้อนก่อน) ผสมให้เข้ากัน

22. แบ่งพริกแห้ง (ทอด) มา 5 เม็ด ผ่าพริกเพื่อเอาเมล็ดทิ้งไปแล้วตำให้ละเอียดแล้วใส่ลงไปในน้ำยำ (ใส่ทีละน้อยๆนะจ๊ะ เดี๋ยวเผ็ดเกินไป)

23. ชิมให้ได้ 4 รส เปรี้ยวหวานนำ ตามด้วยเค็มเผ็ด

24. ใส่มะพร้าวคั่วที่ตำแล้ว กับถั่วตำหยาบลงไป แล้วคนให้เข้ากัน

25. ใส่ถั่วพูลวกลงไปในภาชนะที่ใช้ทำยำ (พวกอ่างใบเขื่องหน่อย)

26. ราดด้วยน้ำยำแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่หอมแดงซอย (ส่วนที่ไม่ได้ทอด)

27. ใส่หอมเจียวลงไปแล้วคลุกเคล้านิดหน่อย ก่อนตักใส่จาน

28. สุดท้ายโรยด้วยหอมเจียว พริกทอดไข่ต้มผ่า และหัวกะทิอีก 1 ช้อนโต๊ะกับผักชีจ้ะ

ต้องขอโทษคุณผู้อ่านเรื่องรูปจริงๆ เพราะตะหลิวไม่ถนัดกับการผ่าไข่ต้มจริงๆ ต้มมาเกือบโหล ผ่าให้สวยไม่ได้ซักฟอง รูปเลยออกมาเป็นเยี่ยงนี้ โปรดอภัยในความไม่สวยงามด้วยนะจ๊ะ

สำหรับฉบับนี้ต้องขอสวัสดีเพียงเท่านี้นะจ้ะ ^_^