หวานเป็นลม...ขมเป็นยา...ทำอย่างไร...

เปลี่ยนขมเป็นหวานอย่างน่าอัศจรรย์
ด้วยรักและผูกพัน

หวานเป็นลม...ขมเป็นยา

เชื่อว่าคนไทยทุกคนต้องเคยได้ยินคำพังเพยนี้กันมาตั้งแต่เด็ก เช่นเดียวกับดิฉันที่มักได้ยินคุณยายพูด
เสมอๆตอนที่บังคับให้พวกเรากินยาตอนเด็กๆ ยังจำได้ว่าถ้าเป็นหวัด เจ็บคอหรือไอ ไม่มีใครรอดพ้นฝีมือหมอประจำบ้านอย่างคุณยายหรือคุณพ่อที่เทผงแสงหมึกสีดำจากซองกระดาษผสมน้ำอุ่นแล้วบดในครกกระเบื้องเล็กๆ แล้วใช้นิ้วชี้กวาดยาจากครก บังคับให้คนไข้เด็กอย่างพวกเราอ้าปากและใส่นิ้วลงไปเช็ดกวาดล้างทะลุทะลวงลงไปถึงคอหอย รสชาติทั้งเฝื่อนทั้งเค็มและแปร่งปร่านั้นยังไม่เท่าเจ็บผนังคอสุดสุด หากผ่านนาทีวิกฤตนั้นมาได้ รุ่งขึ้นก็หายเจ็บคอจริงๆตามที่คุณยายบอกว่าต้องกวาดเม็ดในคอออกไปให้หมด

ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เป็นความรักและผูกพันอยู่ในความทรงจำกับความขมที่ถูกบังคับให้รับประทานตั้งแต่วัยเด็กตั้งแต่สะเดา มะระขี้นก ขี้เหล็ก ตลอดไปจนถึงบอระเพ็ด อย่างหลังนี้ทุกคนเจอะเจอมาตั้งแต่พึงเริ่มรู้ความ ก็ตอนที่ต้องหย่านมแม่ คนโบราณไม่รู้จะทำอย่างไรดีก็ใช้บอระเพ็ดทาหัวนม เมื่อลูกไปดูดรู้สึกถึงรสขม ก็จะกลัวและไม่อยากกินนมแม่ไปเอง ความขมของบอระเพ็ดนี้สุดยอดจริงๆ เด็กๆจะเข็ดขยาดกันไปอีกนาน นับเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ใจร้ายจริงๆนะคะ

แปลกแต่จริง! เมื่อโตขึ้นเป็นวัยรุ่นพวกเรากลับได้เห็นบอระเพ็ดในรูปแบบของขนมหวาน ท่อนสั้นๆตะปุ่มตะป่ำ สีเขียวสดที่ขึ้นเงามันวับฝีมือคุณแม่นี่มันอะไรกัน?

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าไปงานออกบวชถือศีลอดของเพื่อนบ้านชาวมุสลิม เขานำขนมหวานมาเลี้ยงหลายอย่าง แต่มีอยู่สองอย่างที่โดนใจคุณแม่ เพราะมีความสวยงามละเอียดประณีต และรสชาติหวานฉ่ำจนลืมไม่ลง คุณแม่จึงได้ขอสูตรและวิธีทำ "บอระเพ็ดและมะละกอแช่อิ่ม" ของเขามาหัดทำ

ในเมื่อขอตำราแล้ว คุณแม่ก็ขอบอระเพ็ดจากเขาด้วยซะเลย วิธีทำขั้นตอนแรกง่ายมาก ด้วยการนำบอระเพ็ดมาหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 3 นิ้ว นำไปแช่น้ำเกลือ 1-2 วัน ขั้นตอนต่อไปจะเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือเมื่อนิ่มแล้ว นำมาลอกเปลือกนอกออกผ่ากลางดึงไส้ออก นำไปแช่น้ำสารส้มไว้จนกว่าเนื้อบอระเพ็ดแข็ง จึงนำไปต้มในถาดทองแดง ที่คุณแม่ซื้อต่อมาจากเพื่อนบ้านมุสลิม ซึ่งความจริงแล้วเขาไว้ใช้เป็นถาดขนมหม้อแกง การต้มในถาดทองแดงนี้ จะช่วยทำให้บอระเพ็ดมีสีเขียวเข้มสดสวยงาม ต้มพอสุกแล้วนำไปผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ระหว่างนั้นเคี่ยวน้ำเชื่อมด้วยความหวานอ่อนๆ ทิ้งให้น้ำเชื่อมเย็น จึงนำบอระเพ็ดลงแช่ ทุกเช้าต้องนำบอระเพ็ดออก นำน้ำเชื่อมไปอุ่นโดยต้องเติมน้ำตาลทุกวัน แล้วนำลงไปแช่อีก ทำเช่นนี้นานกว่าสัปดาห์ เมื่อชิมแล้วได้ความหวานจนพอใจก็นำขึ้นจากน้ำเชื่อมได้ เชื่อหรือไม่ว่า บอระเพ็ดที่เข็ดขมยิ่งกว่ายากลับเสียท่าความหวาน จนกลายเป็นของหวานกรอบอร่อยถูกใจชาวไทยไปอีกนานแสนนาน

จากบอระเพ็ด คุณแม่ยังขยันไปฝึกการจักและแกะสลักมะละกอดิบเป็นดอกไม้และกระเช้าอย่างละเอียดประณีต แล้วนำไปทำกรรมวิธีแช่อิ่มเช่นเดียวกับบอระเพ็ด โดยใช้เวลานานนักหนากว่าจะได้บอระเพ็ดและมะละกอแช่อิ่มเต็มหม้อใหญ่ ที่เตรียมไว้เป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่มอบแด่ญาติผู้ใหญ่ ครู อาจารย์ และเจ้านายของลูกๆเพื่อไม่ให้ลูกต้องสิ้นเปลืองเงินไปซื้อของขวัญอื่น

นอกจากความหวานอร่อยแล้ว ผู้รับประทานยังได้ประโยชน์จากบอระเพ็ดอีกด้วย เนื่องจากคนโบราณใช้เป็นเครื่องยารักษาโรคได้แบบครอบจักรวาล ตั้งแต่ไข้หวัดหรือที่เรียกกันว่าไข้หัวลม จนถึงเป็นยาอายุวัฒนะ บอระเพ็ดเป็นพืชสมุนไพรไทยที่มีลักษณะเป็นเถามีผิวตะปุ่มตะป่ำ เกาะอาศัยตามต้นไม้ใหญ่ๆคล้ายๆกาฝาก มีรสขมมาก ในอดีต บอระเพ็ดหาได้ไม่ยากนักในชนบท ปัจจุบันหาจากธรรมชาติยากขึ้น ผู้ต้องการใช้ต้องปลูกเองบ้าง แต่ตามท้องตลาดเกือบไม่มีจำหน่ายแล้ว เป็นที่น่าเสียดายที่ศิลปะการทำแช่อิ่มเหล่านี้เกือบหายไปจากประเทศไทย แต่เมื่อเร็วๆนี้ ดิฉันได้พบว่ามีการทำบอระเพ็ดแช่อิ่มเป็นโอท็อปและของดีเมืองแม่กลอง รู้สึกดีใจที่ยังคงมีผู้อนุรักษ์ขนมหวานประเภทนี้ไว้และเปิดสอนวิธีทำด้วย

สำหรับดิฉันเอง รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้รับถ่ายทอดวิชาจากคุณแม่ที่ปัจจุบันมีอายุ 86 ปีแล้ว จึงได้แต่นั่งรำลึกถึงอดีตร่วมกันในวันที่คุณแม่ยังแข็งแรงและนั่งหลังขดหลังแข็งทำขนมหวานหลายตำรับ โดยมีลูกๆรายล้อมให้กำลังใจอยู่เสมอๆ เพียงแค่ถามแล้วให้ท่านเล่าถึงอดีตเท่านี้ ความสุขก็บังเกิดแก่ทุกคนในครอบครัวแล้วละค่ะ!