หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

พระอรหันต์ผู้เป็นที่รักของทวยเทพ
ประสบการณ์ลี้ลับ

พระอรหันต์องค์หนึ่งของเมืองไทยนามว่า "หลวงปู่ชอบ ฐานสโม" พระสงฆ์ซึ่งเป็นที่เคารพและศรัทธาไม่แม้ในหมู่มวลมนุษย์ หากแต่ในภูมิของเทพทั้งหลายท่านก็เป็นที่รักของเหล่าเทพยดาด้วยเช่นกัน

ชาติกำเนิด

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านเป็นพระป่าในสาย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านอยู่ที่วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย หลวงปู่ชอบเกิดในตระกูล "แก้วสุวรรณ" เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2444 ตรงกับวันพุธขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 ปีฉลู ณ บ้านโคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย เดิมท่านมีชื่อว่าบ่อ โยมบิดาชื่อมอ โยมมารดาชื่อพิลา ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน เป็นชายสอง หญิงสอง มีชื่อดังนี้ 1. บ่อ แก้วสุวรรณ (หลวงปู่ชอบ) 2. พา แก้วสุวรรณ (น้องสาว) 3. แดง แก้วสุวรรณ (น้องสาว) 4. สิน แก้วสุวรรณ (น้องชาย)

ต้นตระกูลของหลวงปู่ชอบมีถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย อาชีพหลักคือการทำนา พ่อและแม่เล่าให้ท่านฟังว่า เมื่อครั้งที่ทำนาอยู่ อ.ด่านซ้ายนั้นต้องอาศัยทำนาบริเวณไหล่เขาบนพื้นที่ภูเขาโดยยกดินเป็นขั้นบันได จึงจะปลูกข้าวได้แต่ผลผลิตที่ได้ก็ยังไม่พอกิน เพราะถ้าปีไหนฝนแล้งข้าวก็ไม่ให้ผลผลิตที่ดี ต้องอดอยากแร้นแค้น จึงคิดโยกย้ายไปแสวงหาที่ทำกินใหม่ในที่ราบลุ่ม พ่อและแม่ของท่านจึงพากันอพยพหนีความแร้นแค้นมาหาภูมิลำเนาใหม่ พบชัยภูมิเหมาะที่บ้านโคกมนแห่งนี้ จึงทำการหักร้างถางพายึดอาชีพหลักคือการทำนาเช่นเดิม ที่บ้านโคกมนนี้เองคือที่กำเนิด เด็กชายบ่อ แก้วสุวรรณ

ชีวิตในวัยเด็กของหลวงปู่ชอบนั้นเพราะความที่เป็นลูกชายคนโตท่านจึงต้องช่วยพ่อแม่ทำงานในเรือกสวนไร่นา และยังต้องช่วยดูแลเลี้ยงน้องชายหญิงทั้งสามคนด้วย นิสัยของเด็กชายบ่อในวัยเด็กนั้นท่านยินดีที่จะช่วยพ่อแม่ทำงานเลี้ยงควาย ไถนา เกี่ยวข้าว หาผักหญ้า แต่หากจะให้หาอาหารอันเกี่ยวกับชีวิตผู้อื่น เช่น การจับปู ปลา หากบ เขียด นั้น ท่านจะไม่เต็มใจทำ โดยเฉพาะการเล่นแบบเด็กในหมู่บ้านทั่วไป คือ ยิงนก กระรอก กระแต ท่านจะไม่ร่วมเล่นด้วย นั่นคือท่านไม่มีนิสัยทางปาณาติบาตมาแต่เด็กนั่นเอง

จิตมุ่งสู่ทางธรรม

เมื่อหลวงปู่ชอบอายุได้ 14 ปี ก็ได้มีพระธุดงค์กรรมฐานองค์หนึ่ง จาริกไปปักกลดอยู่ที่วัดบ้านตระครูแซ ใกล้บ้านท่าน พระธุดงค์องค์นั้นมีชื่อว่าพระอาจารย์พา เป็นศิษย์องค์หนึ่งของหลวงปู่มั่น ท่านเป็นพระที่มีจริยาวัตรนุ่มนวล และเคร่งครัดในพระธรรมวินัย คนในหมู่บ้านโคกมนรวมถึงพ่อแม่ของหลวงปู่ชอบต่างศรัทธาเลื่อมใส พากันไปปรนนิบัติอุปัฏฐากถวายอาหารอยู่ไม่ขาด หลวงปู่ท่านก็ได้ตามโยนแม่ไปวัดด้วยเสมอ ความที่เป็นเด็กผู้ใหญ่จึงมักเรียกใช้ให้ท่านช่วยประเคนของ ล้างบาตรให้พระอาจารย์ทุกวันจนสนิทสนมคุ้นเคยกับพระอาจารย์พาเป็นอย่างดี ท่านจึงสอนในสิ่งที่เด็กๆควรรู้ เวลาว่างท่านยังเมตตาสอนหนังสือให้หรืออบรมการสวดมนต์ภาวนาให้ จิตของเด็กชายบ่อจึงโน้มน้าวไปสู่ทางธรรมมากขึ้น จนในที่สุดเมื่ออาจารย์พาเห็นนิสัยอันสงบเสงี่ยมเรียบร้อยฝักใฝ่ในทางธรรมของเด็กชายคนนี้ท่านจึงเอ่ยปากชวนไปบวชด้วย "ไปบวชกับเราไหม" เด็กชายบ่อตอบทันทีอย่างไม่ลังเลว่า "ชอบครับ" พระอาจารย์พายังถามย้ำ "บวชกับเราแน่หรือ" "ชอบครับ" ก็ยังเป็นคำยืนยันอันเด็ดเดี่ยว ท่านจึงให้ไปขออนุญาตจากพ่อแม่เสียก่อน เมื่อไปบอกพ่อแม่ของท่านต่างก็ประหลาดใจและตกใจ เพราะคิดไม่ถึงว่าลูกชายของท่านจะใจคอเด็ดเดี่ยวทิ้งพ่อแม่พี่น้องไปบวชได้ในวัยเพียงเท่านี้ แต่พ่อและแม่ก็ยังอุ่นใจว่าลูกชายของท่านคงจะได้รับการดูแลอย่างดีจากพระอาจารย์พาและแม้ว่าพ่อแม่จะถามกี่ครั้งว่าจะบวชแน่หรือ ลูกชายก็ยังตอบว่า "ชอบครับ" ทุกครั้งไป ดังนั้น ในเวลาต่อมาชื่อของเด็กชายบ่อจึงกลายมาเป็นเด็กชายชอบด้วยเหตุนี้

เมื่อหลวงปู่ชอบมีอายุได้ 19 ปี พระอาจารย์พาก็ได้บรรพชาให้ท่านเป็นสามเณร ณ วัดบ้านนาแก บ้านนากลาง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ท่านใช้ชีวิตสามเณรอยู่ถึง 4 ปีกว่า จนเมื่อท่านมีอายุครบ 23 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดสร่างโศก (ปัจจุบันคือ วัดศรีธรรมาราม) อ.เมือง จ.ยโสธร ซึ่งขณะนั้นยังเป็นอำเภอหนึ่งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี หลวงปู่ชอบบวชเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2467 มีพระครูวิจิตรโสธนาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แดงเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ฐานสโม" เมื่อบวชแล้วหลวงปู่ชอบท่านไม่ชอบศึกษาหรือสนใจทางด้านปริยัติธรรมแต่ท่านดื่มด่ำในการภาวนามาก ท่านชอบใช้คำบริกรรมว่า "พุทโธ" อย่างเดียว สิ่งนี้ทำให้ท่านได้พบเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติมากมาย เป็นเรื่องของจิตซึ่งอัศจรรย์ ท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่าจิตของท่านรวมลงสู่ความสงบได้โดยง่ายมากและเกิดความรู้พิสดาร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับท่านตั้งแต่เป็นสามเณร ท่านสามารถมองเห็นสิ่งที่แปลกลึกลับได้ดีเกินกว่าสายตาของมนุษย์ทั่วไปจะรู้เห็นได้ และยังล่วงรู้ความคิดในจิตของผู้อื่น สิ่งที่เขาคิดในใจก็สามารถได้ยินชัด ไม่ได้นึกอยากเห็นก็เห็นขึ้นมาเอง ไม่ได้นึกอยากรู้ก็รู้ขึ้นมาเอง รวมทั้งการมองเห็นสิ่งแปลกๆ เช่น พวกกายทิพย์ เทวบุตร เทพธิดา อินทร์พรหม ยมยักษ์ นาค ครุฑ สิ่งเหล่านี้เมื่อแรกเห็นท่านก็ตกใจและประหลาดใจแต่เมื่อเป็นมาระยะหนึ่งได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรระหว่างความจริงหรือภาพนิมิตทำให้มีสติและรู้ว่าสิ่งนี้ไม่ควรจะให้ความสนใจมากนักควรมุ่งหน้าปฏิบัติต่อไป

ครูบาอาจารย์ของหลวงปู่ชอบได้สอนสั่งท่านว่า เมื่อท่านมีนิสัยวาสนาทางนี้ แล้วก็ควรเร่งทำความเพียงต่อไป สิ่งที่รู้เห็นทั้งหลายนี้อย่างหลงติดคิดว่าท่านคือผู้วิเศษเก่งกล้า ผู้ใดมีวาสนาบารมีสร้างสมมาอย่างไรก็จะเป็นไปอย่างนั้น ความรู้เหล่านี้ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของผู้กระทำความเพียรภาวนา มันคือ "โลกียอภิญญา" จุดมุ่งหมายปลายทางของท่านคือการกำจัดอาสวกิเลสที่หมักดองอยู่ภายในกมลสันดานของเราให้หมดสิ้นไปโดยไม่เหลือแม้แต่เชื้อต่างหาก

หลวงปู่ชอบท่านมักไปเทศน์โปรดโยมมารดาของท่านที่บ้านอยู่เสมอ ทำให้จิตของโยมมารดาเพิ่มความเลื่อมใสศรัทธาในพระะพุทธศาสนามากขึ้นจนเห็นทางสว่างในแดนธรรม โยมมารดาของท่านจึงปลงใจสละเพศฆราวาสโกนผมบวชเป็นชี โยมมารดาของหลวงปู่ชอบท่านได้พบกับความสุขสงบอันแท้จริง รู้จักทางภาวนา กระทั่งวันหนึ่งโยมมารดาได้บอกแก่หลวงปู่ว่า ท่าน "รู้" แล้ว ให้พระลูกชายธุดงค์เที่ยววิเวกไปได้ตามใจ ไม่ต้องห่วงท่าน