วัดข้างวังสระปทุม

150 ปี ศรีสวรินทิรา

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างสระบัวสำหรับเป็นที่เสด็จประพาสในยามว่างจากพระราชกรณียกิจ ทรงพระราชดำริถึงบริเวณนาหลวง ริมคลองบางกะปิ ในพื้นที่ทุ่งพญาไท ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ น้ำขังตลอดทั้งปี และมีบัวขึ้นอยู่โดยทั่วไป ราวปี 2396 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จ้างจีนขุดลอกสระกว้าง 2 สระ สระด้านเหนือ เรียกว่า สระใน ทางด้านใต้ เรียกว่า สระนอก ปลูกบัวพันธุ์ต่างๆไว้ ทั้งบัวสาย บัวดิน บัวเผื่อน และบัวหลวง

ทางฝั่งเหนือของสระใน ทรงกำหนดให้เป็นเขตหวงห้ามส่วนพระองค์ ข้างในโปรดเกล้าฯให้ปลูกโรงเรือนเป็นพระที่นั่งสำหรับประทับแรม1องค์ เรือนฝ่ายในเป็นที่ประทับแรมของเจ้าจอม โรงครัวข้างในและโรงครัวเลี้ยงขุนนาง ส่วนสระนอกทรงอนุญาตให้เป็นที่แล่นเรือของข้าราชการและราษฎรทั่วไปได้ รมณียสถานแห่งนี้พระราชทานนามว่า ปทุมวัน แปลว่า บัวหลวง แต่เนื่องจากขุดไว้เป็นสระอย่างงดงามจึงเรียกกันลำลองว่า สระปทุม ส่วนที่ประทับเมื่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 2400 พระราชทานนามว่า "วังสระปทุม"

เมื่อสร้างสระบัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดฯให้สร้างวัดขึ้นทางตะวันตกของสระบัว เป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี พระราชทานนามว่า วัดปทุมวนาราม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไปเชิญพระใสและพระแสน มาจากวัดเขมาภิรตาราม นนทบุรี แล้วแห่แหนมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดปทุมวนาราม พระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง1ศอก1นิ้ว ประดิษฐานอยู่บนชุกชี 4 ชั้น ข้างหลังองค์พระมีซุ้มประทับ ส่องให้เห็นองค์พระงามเด่นยิ่งขึ้น ผนังหลังพระประธานเขียนเป็นรูปดอกบัวสวรรค์ขนาดใหญ่ แต่ละดอกมีนางฟ้าฟ้อนรำอยู่ถึง 7 นาง ส่วนพระแสน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 1 ศอก 6 นิ้ว

ที่บริเวณหน้ามุขด้านทิศตะวันออกของโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดปทุมวนาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระสถูปเจดีย์ ซึ่ง สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สร้างไว้เพื่อบรรจุพระสรีรางคารของผู้ที่สืบสายตรงแห่งราชสกุลมหิดลของพระองค์ การที่สมเด็จฯทรงมีความผูกพันกับวัดแห่งนี้มาก จึงเห็นสมควรให้มีการสร้างพระสถูปเจดีย์สำหรับบรรจุพระสรีรางคารประจำราชสกุล

พระสถูปเจดีย์บรรจุพระสรีรางคารของแต่ละพระองค์มีดังนี้

1. พระบรมราชสรีรางคารส่วนหนึ่งของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งก่อนเสด็จสวรรคต ได้กราบบังคมทูลพระราชมารดาให้บรรจุพระบรมราชสรีรางคารส่วนหนึ่งของพระองค์ไว้ ณ สถูปเจดีย์ของวัดปทุมวนาราม เพื่อสังวาลย์และลูกๆ จะได้มาหาโดยสะดวก บรรจุเมื่อ พ.ศ.2472

2. พระทนต์ของ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า บรรจุเมื่อ พ.ศ.2472

3. พระทนต์ของ สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินทร บรรจุเมื่อ พ.ศ.2481

4. หนังส่วนพระเศียรของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล บรรจุเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2538

5. พระอัฐิส่วนหนึ่งของพระโสณี (สะโพก) ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี บรรจุเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2538

6. พระทนต์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บรรจุเมื่อ พ.ศ.2539

พระสถูปเจดีย์แห่งนี้จึงเป็นเสมือนสถานที่ส่วนพระองค์ของพระประยุรญาติที่สืบสายตรงในการบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายตลอดมา

บริเวณด้านหลังของวัด คือ สวนป่าพระราชศรัทธา บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีศาลาพระราชศรัทธาที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เปิดให้ผู้ที่สนใจการปฏิบัติธรรมทั่วไปมานั่งสมาธิ ฟังธรรม หรือทำกิจทางศาสนา

ศาลาพระราชศรัทธาแห่งนี้ ถือกำเนิดขึ้นจากการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาทอดผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์ ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2533 จากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯไปทรงถวายบังคมพระสถูปเจดีย์ที่ประดิษฐานพระราชสรีรางคารพระบรมราชชนก และเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปยังลานปฏิบัติธรรมลานสวนไผ่ ทรงมีพระราชปรารภถึงสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ควรจะสร้างขึ้นอย่างถาวร หาใช่เป็นเพียงหลังคาจากหรือเป็นอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อว่าเมื่อมีสถานที่สัปปายะพอสมควรแล้ว จะได้เป็นที่พักใจของคนเมืองกรุงด้วย ต่อมาทางวัดปทุมวนารามฯ จึงได้สนองพระราชปรารภจัดสร้างศาลาพระราชศรัทธาขึ้นในที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญตรา ภปร. ประดิษฐานที่หน้าบันศาลาทั้งสองด้าน และที่ผ้าทิพย์องค์พระพุทธรูปจำลองที่อัญเชิญมาเป็นพระประธาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯมาทรงวางศิลาฤกษ์และทรงเททองหล่อพระประธานจำลอง ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2535 และต่อมา ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาในพิธีเปิดศาลาพระราชศรัทธา ทรงเจิมป้ายศาลา และทรงประกอบพิธีเปิดศาลาพระราชศรัทธาเป็นที่ปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสวนป่า ข้างศาลาพระราชศรัทธาและบริเวณโดยรอบ

ปัจจุบันศาลาพระราชศรัทธาอยู่ในการดูแล และบริหารงานของมูลนิธิศาลาพระราชศรัทธา-มูลนิธิถาวรจิตตถาวโร-วงศ์มาลัย โดยพระราชพิพัฒนาทร (หลวงพ่อถาวร จิตตถาวโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เป็นสถานที่ให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำทั้งในวันธรรมดา และวันหยุด หรือปฏิบัติแบบต่อเนื่องหลายวันซึ่งดำเนินการเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว ท่ามกลางความเจริญทางวัตถุที่รายล้อมรอบพระอารามซึ่งอยู่ในพื้นที่ย่านธุรกิจชั้นนำของกรุงเทพมหานคร วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร คงความสงบ พร้อมให้ความร่มรื่นแก่ผู้ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น

เมื่อครั้งยังทรงพระชนมชีพ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้ประสบกับความทุกข์อย่างแสนสาหัสยากยิ่งที่ปุถุชนธรรมดาจะทานทน แต่พระองค์ได้ใช้หลักธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และทรงประกอบพระราชกุศล ณ วัดปทุมวนารามฯ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งพระจริยาวัตรนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ดำรงพระองค์สืบต่อมาไม่ต่างไปจากกัน ทั้งสองพระองค์จึงสามารถล่วงพ้นความทุกข์จากความอนิจจังไม่เที่ยง ซึ่งเป็นสัจธรรมที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกผู้นาม ไม่เว้น แม้แต่ผู้ทรงสถิตอยู่ชั้นฟ้า