โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก

โรคภัยใกล้ตัว

จะทำอย่างไรเมื่อลูกตัวน้อยของคุณเจ็บป่วย แต่ไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยนั้นได้ บางครั้งอาจทำได้แต่ร้องไห้งอแง พ่อแม่จึงไม่ทราบว่าลูกเป็นอะไร หรืออาจมีอาการเจ็บป่วยของโรคที่พ่อแม่ไม่เคยรู้จักมาก่อน อย่าง "โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก" และในบางรายที่ลูกน้อยต้องทนทรมานและมีอาการข้ออักเสบมากขึ้นจนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น คุณพ่อ - คุณแม่ จึงควรสังเกตความผิดปกติของลูก

โดยเมื่อเร็วๆนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคข้อและรูมาติสซั่มในเด็กจากโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้ร่วมจัดกิจกรรม "ค่ายโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก" (JIA Camp) ปีที่ 3 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อให้ความรู้พ่อแม่และผู้ปกครองเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก วิธีสังเกตอาการ แนวทางการรักษาและการดูแลลูกน้อยอย่างถูกวิธี

โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก หรือ Juvenile Iidiopathic arthritis (JIA) เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (Autoimmune Disease) หรือที่เรียกว่า ภูมิแพ้ตัวเอง หรือ แพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งโรคข้ออักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็ก เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันหันกลับมาทำร้ายข้อตัวเอง ซึ่งทางการแพทย์ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าภาวะภูมิคุ้มกันทำร้ายข้อตัวเองนี้เกิดจากอะไร จึงเรียกโรคนี้ว่า โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก ซึ่งสามารถเกิดได้กับข้อทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อสะโพก กระดูกต้นคอ และบริเวณขากรรไกร เป็นต้น

พญ.โสมรัชช์ วิไลยุค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคข้อและรูมาติสซั่มในเด็ก หน่วยโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันและโรคข้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล แนะนำวิธีสังเกตอาการลูกน้อยที่ป่วยด้วยโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กว่า "โดยส่วนมาก อาการของข้ออักเสบหรือข้อติดมักจะเกิดกับลูกน้อยในตอนเช้า หรือที่เรียกว่า 'ภาวะ Morning Stiffness' หรือในช่วงที่อากาศเย็นๆ คุณพ่อ คุณแม่ควรสังเกตอาการว่า ลูกน้อยมีอาการข้อตึงแข็งทำให้ขยับหรือลุกลำบากหรือไม่ หรือการเดินกะเผลกในช่วงเช้า รวมไปถึงการสังเกตอาการเจ็บปวดต่างๆจากสีหน้าท่าทางของลูก เช่น เจ็บมือหากโดนจับหรือจูงมือ เจ็บขา หรือข้อเท้าเวลาเดิน ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีอาการแสดงที่สำคัญ คือ เป็นไข้สูงวันละครั้ง อาจจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ได้ หากเป็นช่วงเย็นมักจะเป็นช่วงเย็นของเวลาเดียวกัน และในช่วงไข้สูงเด็กจะมีอาการซึม แต่พอไข้ลดลงเด็กจะรู้สึกสบายดี ซึ่งต่างจากการติดเชื้อทั่วๆ ไปที่เด็กมักจะไข้สูงตลอดทั้งวัน นอกจากข้ออักเสบแล้วยังอาจจะมีอาการของผื่นเม็ดแดงๆ เล็กๆ ขึ้นเวลาที่มีไข้ขึ้น และเมื่อไข้ลงผื่นก็จะหายไปอีกด้วย"

"โรคนี้อาจจะยากในการวินิจฉัย แต่หากคุณพ่อ คุณแม่ช่วยสังเกตและอธิบายอาการของลูกได้ ก็จะสามารถช่วยให้แพทย์วินิฉัยได้ตรงจุดยิ่งขึ้น โดยเคล็ดลับง่ายๆในการสังเกตอาการข้ออักเสบของลูกน้อย คือ ลองเปรียบเทียบระหว่างข้อข้างซ้ายและข้อข้างขวา หรือเปรียบเทียบกับพี่น้องหรือเพื่อนๆ หากมีอาการข้ออักเสบ จะสังเกตได้ถึงข้อที่บวม นูน แดง หรือจับไปบริเวณข้อที่อักเสบจะรู้สึกร้อนๆ วิธีสังเกตอีกอย่างหนึ่งให้สังเกตจากบริเวณที่เป็น อาทิ หากเป็นข้ออักเสบบริเวณที่ข้อเข่าให้สังเกตว่าข้อเข่าจะมีรอยบุ๋มเหมือนลักยิ้ม หากรอยบุ๋มหายไปแสดงว่าข้ออาจจะเริ่มบวมหรือมีน้ำในข้อได้ หากเป็นที่ข้อเท้าให้สังเกตขณะเด็กนอนคว่ำเท้า ข้อจะอูมขึ้นมา และหากเป็นที่นิ้วมือให้สังเกตว่าลูกจะไม่สามารถจับดินสอเขียนหนังสือได้ หรือจะหยิบจับอะไรได้ลำบาก เป็นต้น"

ผศ. มลรัชฐา ภาณุวรรณากร ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อช่วยฟื้นฟูลูกน้อย "นอกจากการใช้ยาในการรักษาโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ยังจำเป็นต้องคอยช่วยเหลือฟื้นฟูลูกน้อยทางกายภาพอีกด้วย สำหรับวิธีการปฏิบัตินั้น คุณพ่อ คุณแม่สามารถให้ลูกออกกำลังกายเบาๆ ที่เหมาะสมและเน้นที่การบริหารข้อต่างๆของร่างกาย เช่น การวิ่งช้าๆ การเดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น หรือการบริหารข้อ เพื่อไม่ให้เกิดอาการข้อติด เช่น หากจะบริหารข้อเข่า ก็อาจทำท่าหมุนหัวเข่า หากจะบริหารนิ้วมือ บริหารด้วยการกำมือแบบหลวมๆ หรือฝึกบีบลูกบอล หากจะบริหารข้อเท้า อาจจะบริหารด้วยการยืนเขย่ง หรือการกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงกีฬาประเภทที่มีการกระแทกหรือการต่อสู้ เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล หรือ เทควันโด จะทำให้ข้อเกิดการอักเสบมากขึ้นได้"

นอกจากการรักษาด้วยยา และการฟื้นฟูทางกายภาพแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ยังจำเป็นต้องดูแลลูกน้อยในด้านต่างๆ ด้วย อาทิ การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เลือกทานอาหารที่สุกและสะอาด ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและอาหารดิบ เพราะเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้มักจะได้รับยากดภูมิคุ้มกันจึงติดเชื้อได้ง่าย และที่สำคัญยังควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย และละเอียดอ่อน เพราะต้องคำนึงถึงการเจริญเติบโตของเด็กด้วย ดังนั้น หากคุณพ่อ - คุณแม่สังเกตอาการของลูกน้อย และพามาปรึกษาแพทย์ทันทีที่พบความผิดปกติ ก็จะช่วยให้อาการข้ออักเสบไม่ลุกลาม และการรักษาก็สามารถทำได้โดยง่าย เพื่อให้ลูกน้อยไม่ต้องทนทรมานกับโรคร้ายเช่นนี้ และสามารถเติบโตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป