จรณเวท ศักดิ์ศรี นักลงทุนหัวใจธรรมะ

นัดพบ

ผู้คนส่วนใหญ่มักมองว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องเก่าล้าสมัย และไม่คิดใส่ใจที่จะศึกษาถึงแก่นแท้ของศาสนา ถึงแม้ว่าในทางปฏิบัติชาวไทยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ ไหว้พระ และนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ในความเป็นจริงคนที่เข้าใจในความจริงของพระพุทธศาสนานั้นหาได้ไม่ง่ายนัก

สำหรับ นักลงทุนในตลาดหุ้นนั้นคงไม่ต่างจากคนส่วนใหญ่ทั่วไปมากนักในเรื่องนี้ ถ้าเราศึกษาในเรื่องของศาสนาจริงๆแล้วจะพบว่ามีหลายเรื่องสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี รวมถึงในเรื่องการลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่ง จุ๊ย-จรณเวท ศักดิ์ศรี นักลงทุนหัวใจธรรมะ กำลังจะเล่าให้ฟังว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าที่มีอายุกว่า 2,500 ปีมาใช้ในการลงทุน สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนได้อย่างไร?

นักวิเคราะห์การลงทุนที่ชื่อ จรณเวท มีที่มาที่ไปอย่างไรคะ

ผมเป็นคนจังหวัดพิจิตรครับ เรียนจบเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อเรียนจบแล้วก็ตะลุยสมัครงานเหมือนบัณฑิตที่จบใหม่ทั่วไป 50-60 ที่ ที่สุดก็เริ่มต้นด้วยการทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยทำเกี่ยวกับ Researchของ PRI ซึ่งเป็นงานที่ผมรู้สึกสนุกมาก ผมทำทุกอย่างโดยไม่เกี่ยงงานเลย เพราะต้องการหาประสบการณ์ให้มากที่สุด

กอปรกับโดยส่วนตัวผมชอบเรื่องการ Trader อยู่แล้ว พอได้มาทำที่ AUSIRIS จึงถือเป็นโอกาสดี พอหลังจากนั้นก็ทำในลักษณะของเขาเรียกว่าเป็น Dealer ของทองคำแท่ง สมัยนั้นย้อนไปสัก 7-8 ปีครับ พนักงาน Dealer คอยให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ สนุกมากเลยครับ

วันแรกที่เข้าทำงานกลัวเสียงโทรศัพท์มาก เพราะมีสายเข้ามาในห้องค้าเต็มไปหมด ผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์จึงเริ่มชิน ไม่เคอะเขินที่จะคุยกับลูกค้า เพราะทุกรายก็ไม่ถามอะไรมากไปกว่าราคาขึ้นลงของทองคำ ถ้าเตรียมหาข้อมูลดีๆ ก็สามารถคุยกับลูกค้าได้

ลูกค้าที่ผมดูแลส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจิวเวลรี่ ซื้อขายทองคำแท่งเป็นหลัก บางครั้งผมก็ต้องทำหน้าที่เมสเซนเจอร์ส่งทองคำแท่งให้กับลูกค้าแถวถนนเจริญกรุง ถนนมเหศักดิ์ แต่สมัยก่อนทองราคาบาทละ 80,000 บาทยังไม่สูงเท่าปัจจุบัน

ทำไมจุ๊ยเลือกที่จะเรียนเศรษฐศาสตร์

สมัยเรียนชั้นมัธยมผมเป็นเด็กเรียนดีนะครับ ผมเป็นเด็กสายวิทย์ที่ทึ่งในวิชาเศรษฐศาสตร์ว่าทำไมเวลาที่อัตราดอกเบี้ยขึ้นลงเพียงแค่ เปอร์เซ็นต์ จึงส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจทั้งระบบ เศรษฐศาสตร์จึงเป็นวิชาที่มหัศจรรย์มากในความรู้สึกของผม ทำให้ผมเลือกที่จะเรียนเศรษฐศาสตร์

Trader ทองคำแท่งอยู่นานเท่าไหร่คะ

ปีกว่าๆ ครับ หลังจากนั้นทางตลาดเขาก็จะมีการทำ Product ที่เรียกว่า Gold Futures กับตลาด TFEX บริษัทก็คุยกันในบริษัทใครอยากมาทำฝั่ง Futures ให้โหวตมีใครจะไปบ้าง ผมก็ยกมือคนแรกเลยมาทำ Futures เพราะอยากรู้เนื่องจากเป็นเรื่องที่ใหม่มาก Gold Futures เริ่มเข้ามาในเมืองไทยเมื่อปี 2551 เห็นจะได้ครับ

ลักษณะการซื้อขายแบบ Gold Futures สนุกตรงที่เล่นได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ทำได้สักพักก็บังเอิญว่ามีนักวิเคราะห์การลงทุนออกไปคนนึง ผมก็เลยได้รับโอกาสนั้น งานที่เพิ่มเข้ามาคือการต้องออกไปบรรยายเกี่ยวกับเทคนิคการลงทุน

ครั้งแรกผมก็ประหม่าครับ สิ่งที่ผมต้องทำคือพยายามหาข้อมูลให้มากๆเข้าไว้ แล้วก็พยายามทบทวนกลับไปว่า เวลาเราไปฟังใครบรรยายเราอยากฟังอะไร แล้วโดยส่วนตัวตอนสมัยเรียนปริญญาตรี ผมเป็นเด็กหลังห้อง เวลาอาจารย์พูดสนุกๆ ผมก็จะตั้งใจฟัง แต่ถ้าอาจารย์คนไหนมา Serious ผมก็จะหลับบ้างอะไรบ้าง ผมก็เลยอนุมานเอาว่าถ้าผู้มาฟังผมบรรยายเป็นเด็กหลังห้องทั้งหมด ผมต้องการฟังอะไรเค้าก็คงต้องการฟังแบบนั้นเช่นกัน ทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องที่สนุกสนาน ใช้ภาพประกอบเยอะๆ เพราะเวลาคนเห็นเป็นภาพมันจำได้ง่ายกว่าตัวหนังสือ

เรื่องที่บรรยายส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้างคะ

เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนซึ่งมีมันเยอะมากเลยนะ แล้วก็มีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้เรื่องนี้ แต่พอจะสรุปได้ว่า ส่วนใหญ่เป็น Product ของ SET50 Futures Gold Futures การวิเคราะห์ทาง Technical

ปัจจุบันนักลงทุนบ้านเราเลือกที่จะลงทุนกับ...

เกือบทุกพอร์ตการลงทุนครับ แต่ Futures ก็กำลังมาแรง เพราะเล่นได้ทั้งขาขึ้นและขาลง เมื่อใดตลาดหุ้นลงถ้าเราไม่มี Futures เราก็อาจจะน้ำตาตกในได้ เพราะราคามันก็ร่วงลงใช่ไหม แต่ Futures มันสามารถที่จะไป Short Short ก็คือเล่นขาลงครับ ตรงนี้มันเป็น Product ที่เรียกว่าค่อนข้างถือว่าเป็นขั้นสูงของ Product ทางการเงินของประเทศ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงสุด

ถามว่าในตลาดรวมทั้งหมดตอนนี้หุ้นตัวใดไม่ควรลงทุนบ้าง

ผมไม่ได้มองเป็นตัวหุ้นนะครับ ผมมองเป็นพวกเป็นตัว Product หุ้นมันก็มีหุ้น Futures เสี่ยงสุด เพราะใช้เงินลงทุนน้อย พอเงินลงทุนน้อยเวลามันเหวี่ยงแค่นิดเดียวเงินเราอาจจะหายไปได้ ต่างกับหุ้นซึ่งเราต้องใช้เงินซื้อเต็มมูลค่าเพราะเป็นการซื้อขาด เพราะฉะนั้นจะขึ้นจะลงก็เป็นหุ้นของเรา

ส่วนที่นิยมของนักลงทุนทั่วไปตอนนี้ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ หรือคนที่ไม่มีเวลาในการลงทุนก็คือ กองทุนรวม ซึ่งกองทุนรวมเขาจะเอาเงินของเราไปให้ผู้จัดการกองทุนรวมไปเป็นคนบริหารให้ว่าจะลงทุนอะไรแบบนี้ครับ ซึ่งค่าใช้จ่ายของคุณก็จะเยอะกว่าการลงทุนประเภทอื่น เพราะคุณต้องไปจ้างผู้จัดการกองทุนมาดูแลเงินของคุณแล้วแต่จะเลือก แต่ถ้าคุณบอกว่า คุณมีความสามารถพอไม่จำเป็นต้องจ้างผู้จัดการกองทุนรวมลุยเองได้

คนทั่วไปในบ้านเรามีความสนใจเรื่องการลงทุนอยู่ในระดับไหน

ณ ช่วงนี้ผมว่าเยอะครับโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ กลุ่มนิสิตนักศึกษา ตอนนี้ถ้าสมมติว่าเราลองไปถามนักศึกษาจบใหม่ โตขึ้นคุณอยากทำอาชีพอะไร เยอะมากเลยที่ตอบว่าอยากเป็น Freedom Trader

Freedom Trader ต่างกับ Broker อย่างไร

Broker คือบริษัทหนึ่ง แต่คำว่า Freedom Trader คือผมคนเดียวไป Trader ผมไป Trader ผ่าน Broker นี่เขาเรียกว่า Freedom Trader ตอนนี้เป็นกระแสค่อนข้างเยอะพอสมควร โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบมา

ระบบตลาดหลักทรัพย์ของบ้านเราเป็นยังไงบ้างถ้าเทียบกับ Dow Jones Wall Street หรือNASDAQ

เรื่องการซื้อขายไม่ต่าง สิ่งที่ต่างคือความล้าหลัง ตลาดหุ้นไทยเกิดมาประมาณ 40 ปี แต่ในขณะที่ของเขาเกิดขึ้นมา 200-300 ปี ไอน์สไตน์ก็เคย Trader หุ้น และก็เคยเจ๊งหุ้นมาก่อน เมืองไทยเพิ่งเริ่มต้นตลาดเกิดใหม่ยังต้องพัฒนากันอีกเยอะครับ โดยเฉพาะระบบการซื้อขาย เรื่องของ platform

ถามว่าอาชีพนักวิเคราะห์การลงทุนอย่างจุ๊ยยังมีโอกาสโตขึ้นอีกหรือไม่

มีครับ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรบ้านเราซึ่งมีมากกว่า 60 ล้านคน แต่มีนักลงทุนหรือคนเล่นหุ้นไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมมองว่า โอกาสการเติบโตมันยังมี 2-3 ปีที่ผ่านมา ต่างจังหวัดบูมมากตอนนี้ พวกหัวเมืองใหญ่ๆ มีตลาดหลักทรัพย์แล้วครับ

อาชีพอย่างจุ๊ยจะต้องมีองค์ประกอบอะไร และสิ่งที่เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอคือ

เรื่องแรกเลยต้องรู้ก่อนว่า Product ที่เราทำอยู่ตรงนี้คืออะไร ต้องรู้ไปถึงข้อดีข้อเสีย สุดท้ายคือต้องไม่ลืมพัฒนาตัวเราเองด้วย เพราะหน้าที่ของเราคือให้คำปรึกษาลูกค้า สมมติว่าในต่างประเทศเขามีอะไรมาใหม่ๆ เช่น มีแนวโน้มอะไรใหม่ๆ หรือ Product อะไรมาใหม่ๆ เราก็ต้องติดตามนะครับ เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์แล้วก็มาเสิร์ฟให้กับลูกค้า ตอนนี้ราคาทองเขาเป็นอย่างไร ธนาคารกลางเขาขายกันเยอะแล้วนะ QE เป็นยังไง อเมริกาเป็นยังอย่างไร เหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องทราบ สิ่งที่สำคัญคือ เราเป็นที่ให้คำปรึกษาให้กับลูกค้านะครับห้ามหยุดนิ่งเด็ดขาดเลย มีอะไรใหม่ๆ ต้องเรียนรู้ตลอดเกี่ยวกับเรื่องของการลงทุน เพราะว่าในโลกของเรามันมีเงินอยู่ก้อนเดียวครับ ประเด็นคือไม่มีทางที่เงินนี้ได้กำไรเอาไปไว้ดาวอังคาร เพราะฉะนั้นเราต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า เงินก้อนนี้ ณ ตอนนี้มันไปอยู่กับสินทรัพย์ตัวไหน หาเงินให้เจอ ดูรอยทางเดินของเงินว่า ตอนนี้มันไปเล่นอะไรแล้ว

มาที่เรื่องส่วนตัวบ้างเห็นว่าชอบอ่านหนังสือธรรมะ และยังเป็นหนึ่งในของสะสมด้วย

เกี่ยวกับเรื่องหนังสือธรรมะต้องยกคุณงามความดีให้พ่อครับ ต้องบอกก่อนเลยว่าเมื่อก่อนไม่ชอบอ่านแต่ที่ต้องอ่านเพราะโดนบังคับ เวลาเราไปทำผิดหรือหนีเที่ยวตามประสาเด็กตอนชั้นประถม วิธีการทำโทษของพ่อ คือตีด้วย ให้นั่งสมาธิ และก็ให้อ่านหนังสือธรรมะ

แต่สิ่งที่ผมรู้สึกตอนนั้นคือ แค่ตีอย่างเดียวก็พอมั้ง ไม่เข้าใจเลย ลูกบ้านอื่นเขาไม่เห็นต้องทำอย่างเราเลยก็แค่โดนตีก็จบ นี่ยังไงให้นั่งสมาธิครึ่งชั่วโมงเป็นชั่วโมง บางครั้งนั่งไปร้องไห้ไป

ตอนนั้นไม่เข้าใจ แล้วหนังสือที่ให้อ่านรู้ไหมครับว่าหนังสืออะไร คู่มือมนุษย์ครับคือสิ่งที่เด็กชั้นประถมอย่างผมต้องอ่าน แถมด้วยบางครั้งต้องฟังเทปของหลวงพ่อจรัญ

แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นที่รู้กันว่าพ่อดุมากๆ แล้วพอหลังจากนั้นโตมาสักหน่อยสมัยมัธยม วัยรุ่นครับก็มีของที่อยากได้นู่นนี่นั่น แปลกมากเลยครับเวลาผมอยากจะได้อะไรสักอย่างหนึ่งพ่อจะบอกเลย งั้นไปย่อหนังสือเล่มนี้มา เช่น "ศิษย์โง่ไปเรียนเซน" แลกกับสิ่งที่อยากได้ คือแบบอีกแล้วทำไมเราไม่มีอะไรที่มันง่ายๆ เหมือนคนอื่นเลย

พอโตขึ้นผมจึงเข้าใจว่าสิ่งที่พ่อเคี่ยวเข็ญนั้นดีทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องของการอ่านหนังสือ ตอนนี้ผมชอบอ่านหนังสือของ วินทร์ เลียววารินทร์ โปรดมากที่สุด คือ "ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน สมัยก่อนนี้ไปต่อเข้าคิวขอลายเซ็นพี่วินทร์ด้วย ตอนแรกนึกว่าอายุมาก ที่ไหนได้อายุยังน้อยอยู่เลย หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไล่อ่านเยอะเลย คืออ่านด้วยความชอบแล้วไม่ได้อ่านด้วยโดนบังคับ

แล้วจุ๊ยคิดว่าธรรมะมีประโยชน์อย่างไรต่ออาชีพนักวิเคราะห์การลงทุนในแง่ใดบ้าง

ธรรมะมีประโยชน์มากในการ Trader การอ่านหนังสือธรรมะหรือการปฏิบัติธรรมทำให้เรามีจิตใจที่แข็งแกร่ง พอมีจิตใจที่แข็งแกร่งเสร็จปุ๊บมันจะสามารถที่จะทานทนต่อภาวะตลาดที่มีความผันผวนรุนแรงได้เยอะ ทำให้เรานิ่งขึ้น รู้สึกถึงก้าวแต่ละก้าวว่ามีความสำคัญเสมอ

ทุกวันจุ๊ยใช้ชีวิตอย่างไร

เรื่องจิตใจนะครับ นอกเหนือจากอ่านหนังสือธรรมะ การปฏิบัติธรรม สิ่งที่สำคัญ คือการออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่ต้องใช้ความอดทนระยะเวลานาน เช่น วิ่งมาราธอน อย่างล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปวิ่งงานกรุงเทพมาราธอนครับ วิ่งมา 20 กิโลเมตร เสียดายว่า ซ้อมไม่เยอะ ซ้อมน้อยมากเลย ตอนแรกที่วิ่งเนี่ยก็กลัวเหมือนกัน เพราะเราซ้อมน้อย แต่ปีที่แล้วซ้อมเยอะพอสมควรเลยมั่นใจ ปีนี้ซ้อมน้อยมากเลย สิ่งที่ตามมาคือ ผมจึงต้องวิ่งไปวางแผนไป เกี่ยวกับเรื่องพละกำลัง ร่างกาย จิตใจ เท้า หัวเข่า ค่อยๆ วิ่งช้าที่สุดเท่าที่เราจะวิ่งช้าได้ เพราะมันต้อง Manage กำลังครับให้ถึงให้ได้

ประเด็นก็คือ ถ้าสมมติว่าผมยอมแพ้แล้วเรียกโบกแท็กซี่มันก็ไม่ได้อยู่ดี ตอนนั้นมีหน้าที่อย่างเดียวคือ Manage พละกำลัง ค่อยๆ พยายามฟังเสียงร่างกายตลอดเวลา ฟังเสียงร่างกาย หัวเข่าเริ่มเจ็บ ข้อเท้าเริ่มไม่ไหว ก็เมื่อรู้สึกแบบนี้ครับก็เริ่มผ่อน ค่อยๆ แบบนี้ครับ ก็มาเรื่อยๆ จนถึงเส้นชัยได้ สรุปใช้เวลาสามชั่วโมงกว่า

การวิ่งครั้งนี้ทำให้เรารู้จักคำว่าประมาณตนเอง คุณอย่าคิดว่าคุณเก่งนะ คุณไม่ได้เก่งนะคือ ถ้าคุณคิดว่าคิดเก่งนะแล้วคุณก็จะวิ่งไว แล้วคุณก็ไม่จบเส้นชัย เพราะตอนนั้นคุณคิดว่าคุณเก่ง ไม่ประมาณตนเอง เพราะฉะนั้นต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างทุกอย่าง ต่อธรรมชาติ ต่อทุกอย่างหมด เพราะถ้าคุณไม่อ่อนน้อมสุดท้ายเดี๋ยวคุณก็ตาย

ทราบว่าเป็นนักปั่นจักรยานด้วย

ปั่นจักรยานด้วยครับผม สืบเนื่องมากจากว่าวิ่งแล้วเยอะ ก็คือวิ่งๆ ปวดเข่า ปวดข้อเท้า แล้วก็พอดีก่อนหน้าที่จะวิ่งเป็นโคเลสเตอรอลสูงครับ สูงมาก สูงแบบเว่อร์ๆ หมอก็ Serious มากคุณต้องออกกำลังกายนะ วิ่งได้สักพักเจ็บหัวเข่า เจ็บหมอทำยังไงดีครับ หมอบอกงั้นลองปั่นจักรยานซิ

พอคิดว่าจะเป็นนักปั่น ก็เริ่มหาข้อมูลว่า คนที่ใช้ชีวิตในการปั่นจักรยานมาทำงาน การปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายในกรุงเทพฯเขาใช้ที่ไหนอะไรยังไงกันบ้าง ชีวิตเขาเป็นยังไง เมื่อคิดว่าได้ข้อมูลแล้วก็ไปซื้อจักรยานมาคันหนึ่ง แล้วก็นั่งดูอยู่นานทีเดียว จะไปหาพักพวกที่ไหนปั่นคนเดียวก็ไม่สนุก กลัวรถชน ข้ามถนนจะยังไงวะเนี่ย ถ้าติดไฟแดงจะไปอยู่ตรงไหน คิดอย่างนี้มาอาทิตย์หนึ่งแล้วกลับมานั่งคิดว่า ถ้าคิดอย่างนี้ก็ไปขายจักรยานทิ้งไม่ต้องปั่นแล้ว ที่สุดก็ ตัดสินใจ เป็นไงเป็นกันจับจักรยานปั่นไปทำงาน จากอ่อนนุชไปสีลม

รู้สึกอย่างไรในการปั่นจักรยานวันแรก

วันแรกกลัวมากค่อยๆ ปั่น กลัวรถ วันแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร รู้สึกมีเหงื่อออกตั้งแต่เช้า แล้วเราจะ Alert ทั้งวันเลยนะครับ ปกติเราจะง่วง คือตื่นเช้าเกินแล้วก็จะง่วงทั้งวันเลยจนกว่าจะได้กินกาแฟถึงจะโอเคขึ้น แต่นี่มันได้เหงื่อตั้งแต่เช้าครับ กระฉับกระเฉงทั้งวันเลย วันแรกที่ปั่นใช้เวลา 45 นาที

ผมใช้เส้นทางพระราม 4 ครับ พอเริ่มปั่นได้ดีขึ้น ชินขึ้น ไม่กลัวรถ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง ก็โอ.เค. แล้วก็มีช่วงเมื่อประมาณเดือนที่แล้วมีสัมมนาที่แถวนครปฐมก็ปั่นจากบ้านครับ ปั่นจักรยาน ประเด็นคือช่วงนี้ประชุมเสาร์ อาทิตย์ เยอะไม่ค่อยได้ปั่นจักรยานเลย อยากปั่นจักรยานแต่มันก็ต้องทำงาน ก็เลยตัดสินใจปั่นจักรยานไปประชุม เออก็สนุกดี

สรุปแล้วจุ๊ยสนุกกับงานนี้ไหม

สนุกนะครับ สนุกตรงที่เวลาเราตื่นเช้ามา พอเข้าออฟฟิศมันจะเจออะไรใหม่ๆ ทุกวันเลย เช่น นักลงทุนหน้าใหม่ ตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ๆ เขาประกาศใหม่ เหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นใหม่ๆ อะไรอย่างนี้ครับก็สนุกดี

ปัญหาที่นักวิเคราะห์การลงทุนต้องเจอคือเรื่องใดบ้าง

ปัญหาที่เราเจอก็คือ นักลงทุนยังขาดความเข้าใจในเรื่องของ Product หรือวิธีการเล่น หรือบางครั้งก็เข้าใจก็เป็นความเข้าใจแบบผิดๆ แล้วก็มาลุยเลยก็ทำให้เกิดความเสียหาย อันนี้ตัวผมเองก็พยายามพูดเยอะๆ พยายามบรรยายเยอะๆ ให้นักลงทุนไม่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าเราเองก็ได้นะ ก็นักลงทุนที่ลงทุนเกี่ยวกับ Futures ทั้งหมดครับให้เขามีความเข้าใจ โดยสื่อสารออกไปอย่างง่ายๆ ไม่ยาก เพราะด้วยตัว Product มันยากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยิ่งอธิบายให้ยากยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ครับ

จุ๊ยมีคำแนะนำสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่มั้ยคะ

ครับ สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่อยากให้ศึกษาหาความรู้เยอะๆ นะครับ แล้วก็พยายามมานั่งคุยกับคนที่รู้ว่าระหว่างทางที่คุณจะมาถึงตรงนี้คุณจะต้องเจออะไรบ้างเตรียมใจไว้ก่อน เพื่อที่จะบอกว่า อยู่ดีๆ คุณจะกระโดดเข้ามาแล้วประสบความสำเร็จเลยไม่ใช่นะ เพราะในชีวิตจริงแล้วคุณก็ต้องไปลอง Trader ไปพบเจอปัญหา ไปเจอการขาดทุน คุณจึงจะเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

เพราะฉะนั้นก่อนอื่นคือต้องไปทดลองเล่นดูก่อน แต่การทดลองเล่นไม่ใช่บอกว่า เอาเงินทั้งชีวิตที่เก็บหอมรอมริบมาลงเล่นไม่ใช่นะ ไม่ใช่มาลองเล่นแบบนี้นะ คำว่าลองเล่นหมายถึง อาจจะเอาเงินเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ของที่เรามีมาลงทุน เวลามันเจ๊งมันเจ๊งตรงไหน วิธีการเจ๊งมันเจ๊งยังไง พฤติกรรมใดๆบ้างที่ทำให้เราเจ๊งได้ หรือมีพฤติกรรมใดๆบ้างที่ทำให้เรากำไรได้ เพราะคนส่วนใหญ่ที่เจ๊งมักจะไม่ค่อยได้มีการจดบันทึก ซึ่งความจริงแล้วถ้าสมมติเราจดก็ยังมาดูได้ว่า อ๋อ ถ้าทำแบบนี้นะมันผิดนะเราก็จะไม่ทำ อย่างน้อยนะครับสิ่งข้อดีของมันของการ Trader เจ๊ง 10 ครั้ง คือได้เรียนรู้วิธีการ Trader เจ๊ง 10 วิธี ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ได้สนใจไม่ได้จด 10 ครั้งนี้ ก็อาจจะวนกลับมาเป็น 10 ครั้งต่อไปก็ได้

ตอนนี้อะไรที่น่าลงทุนมากกว่ากัน

ถ้าในมุมผมนะ คนที่ลงทุนในหุ้น ลงทุนในทองคำแท่งจริงๆ แล้วควรที่จะต้องมาดู Futures เพราะ Futures สามารถที่จะป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่สินทรัพย์นั้นๆ เป็นขาลง อย่างที่ผมบอกว่า Futures เล่นได้ทั้งขาขึ้นขาลง ณ จังหวะแบบนี้ครับ ถ้ามีทองแท่งหรือมีหุ้นทำอะไรไม่ได้ ก็ถือขาดทุนแบบนั้นถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยสามารถที่จะ Short ทองก็ได้ หรือ Short หุ้นก็ได้ ณ ปัจจุบันตลาด Futures มีหุ้นรายตัว เช่น KTB TMB สามารถที่จะ Short หุ้นรายตัวได้แล้ว มีประมาณ 60 กว่าตัวในตลาด Futures

มีอะไรที่อยากจะฝากไปถึงนักลงทุนหน้าใหม่บ้าง

สิ่งที่อยากจะฝากก็คือ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจก็ควรบริโภคข่าวสาร คือต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะข่าวสาร ไม่ว่าจะข่าวสารอะไรก็แล้วแต่นะครับ ในเรื่องของการลงทุน ในเรื่องของปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของอะไร พยายามรับมาแล้วก็คิดวิเคราะห์แยกแยะให้ดี อย่ารับมาปุ๊บเชื่อทำเลย ไม่ใช่ ต้องรู้จักคิด เพราะในตลาดแบบนี้นักลงทุนเวลามาเปิดบัญชีมันไม่มีให้ติ๊กหรอกคุณเป็นคนดีคนไม่ดี เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่า สิ่งที่คุณเห็น สิ่งที่คุณได้ยินมามันเป็นสิ่งจริงแท้แน่นอน มันไม่ใช่ เพื่อที่คุณจะได้ไม่โดนหลอกได้ง่ายๆ อันนี้สำคัญที่สุดแล้วครับ...