เนปยีดอเกมส์ สุดยอดกีฬาอาเซียน

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

ย้อนหลังไป ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ณ วังสราญรมย์ ผู้แทนจากประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน 5 ประเทศประกอบด้วย นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย นายตุน อับดุล ราซัก บิน ฮุสเซย รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายนาร์ซิโซ รามอส รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ นายเอส ราชารัตนัม รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ และ พันเอก ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ร่วมกันลงนามปฏิญญากรุงเทพฯ จัดตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ สมาคมอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเมือง สร้างสรรค์ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม การกินดีอยู่ดีบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก

ต่อมาการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 12 ที่อินโดนีเซีย ผู้นำอาเซียนยืนยันพันธกรณีที่จะเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558 จากเดิมที่ระบุไว้ในปี 2563 โดยผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบที่จะเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายในปี 2558 และเปลี่ยนแปลงอาเซียนให้เป็นภูมิภาคที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมืออย่างเสรี และมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรีมากขึ้น

นับวัน อาเซียน จึงเป็นที่จับตามองจากประเทศในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ในฐานะความโดดเด่นด้านต่างๆ ที่กำลังจะมาหลอมรวมกันในอนาคตอันใกล้

สุดยอดของประเทศอาเซียน ได้แก่ การมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก มีเมืองหลวงที่ชื่อยาวที่สุดในโลกคือ กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

ไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก การที่ อองซาน ซู จี ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ใน พ.ศ. 2534 ถือเป็นรางวัลสำคัญที่ทำให้ประชาคมโลกรู้จักผู้หญิงพม่าที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมาร์ รางวัลแม็กไซไซ ซึ่งถือเป็นรางวัลโนเบลแห่งเอเชียที่มอบให้กับผู้ทำประโยชน์แก่สังคม กำเนิดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ นายรามอน แม็กไซไซ อดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ที่เป็นแบบอย่างการอุทิศตนทำงานเพื่อสังคม ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีเกาะมากที่สุดในโลก มีประชากรที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมากเป็นที่ 4 ของโลก ขณะที่อินโดนีเซียมีภูเขาไฟมากที่สุดในโลก ส่วนสิงคโปร์ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงที่สุดในอาเซียน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสีเขียวมากที่สุดของเอเชีย และธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก คือ ธนบัตร 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ มาเลเซียส่งออกแร่ดีบุก เป็นอันดับ 1 ของโลก บรูไน มีอนุสาวรีย์แก้วเจียระไนเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก ถ้ำเซินดู่งในเวียดนามมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถ้ำเซบั้งไฟในลาว เป็นถ้ำน้ำลอดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนครวัดของกัมพูชา ได้รับยกย่องให้เป็นทั้งมรดกโลกและสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ทุก 2 ปี อาเซียนจะนัดชิงความเป็นเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬา ซึ่งพัฒนามาจากกีฬาแหลมทองและเปลี่ยนชื่อเป็น กีฬาซีเกมส์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 ในขณะที่แต่ละชาติต่างมีกีฬาประจำชาติเป็นเครื่องประกาศศักดิ์ศรี คือ อินโดนีเซีย มีปันจักสีลัต มาเลเซีย มีเซปัdตะกร้อ ไทย มีมวยไทย สิงคโปร์ มีคริกเก้ต ลาว มีเปตอง บรูไน มีฟุตบอล กัมพูชา มีมวย เวียดนาม มีฟินสวิมมิ่ง เมียนมาร์ มีชินลง และ ฟิลิปปินส์ มีอานิส

กีฬาซีเกมส์ เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และติมอร์ตะวันออก จัดขึ้นทุก 2 ปี เดิมใช้ชื่อว่า กีฬาแหลมทอง จนถึงปี พ.ศ.2520 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น กีฬาซีเกมส์ โดยประเทศอาเซียนผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ปีนี้ เป็นการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 27 จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2556 ที่ประเทศเมียนมาร์

เมียนมาร์ เคยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในยุคกีฬาแหลมทองมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2504 และครั้งที่ 5 พ.ศ.2512 หลังจากนั้นต้องรออีกถึง 44 ปี จึงได้เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ถือเป็นงานใหญ่ครั้งแรกหลังจากเมียนมาร์กลับมาเปิดประตูสู่อาเซียน จึงต้องการใช้เกมส์นี้เป็นเวทีเปิดตัวสู่เวทีโลก เปลี่ยนเมืองหลวงจากย่างกุ้ง มาเป็น เนปยีดอ

พม่าเพิ่งเปิดเมืองหลวงใหม่แห่งนี้ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมเยียน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ซึ่งทุกคนที่ได้มีโอกาสเห็น เนปยีดอ ต่างตื่นตาตื่นใจไม่คาดคิดว่า ประเทศเล็กๆที่เกือบจะถูกปิดตัวมายาวนาน จะสร้างเมืองหลวงใหม่ได้ยิ่งใหญ่โอฬาร โดยใช้เวลาซุ่มตัวอยู่นาน และเริ่มโยกย้ายจากย่างกุ้งมาที่เนปยีดอ ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ซึ่งคนทั่วไปไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดนักว่า เหตุใดผู้นำของพม่าจึงสามารถมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมากกว่าประเทศไทย ที่ยังคงปล่อยให้กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงที่แออัดและเต็มไปด้วยปัญหาการจราจรจนติดอันดับ 1 ของโลกไปเสียแล้ว

เล่าลือกันว่าการย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้งมาเป็นเนปยีดอ เพราะ นายพล ตาน ฉ่วย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่าเชื่อตามคำทำนายของโหราจารย์ที่ว่า ถ้าไม่ย้ายเมืองหลวง รัฐบาลทหารพม่าจะล่มสลายในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 บ้างก็ว่าย้ายเพื่อเสริมความเหมาะสมทางยุทธศาสตร์ เพราะอยู่ใกล้กับรัฐไทยใหญ่ คะฉิ่น และกะเหรี่ยง ซึ่งมีการสู้รบกับรัฐบาลมายาวนาน แถมยังมีทำเลที่ห่างไกลจากประชาชนที่จะมาก่อหวอดชุมนุมประท้วงต่อต้าน ความกว้างใหญ่ของเนปยีดอ ทำให้หน่วยราชการแต่ละแห่งไม่ได้อยู่ใกล้กันที่จะเป็นเมืองราชการอย่างที่ปุตราจายาของมาเลเซีย

รัฐบาลเมียนมาร์ได้สร้างศูนย์ราชการบริหารแห่งใหม่บนพื้นที่ใกล้เขตเมืองเก่า ชื่อ เปียนมะนา ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาลึก อันเป็นสถานที่ที่กองทัพพม่าเคยรบชนะกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ขนานนามให้ว่า
เนปยีดอ ซึ่งหากดูจากแผนที่จะอยู่ระหว่างเมืองหลวงเก่าย่างกุ้งกับเมืองมัณฑะเลย์พอดี บนพื้นที่ทั้งหมด 7,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 9 แสนคน เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 รองจากย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์

สิ่งแรกที่จำลองย่างกุ้งมาอยู่ที่เนปยีดอเห็นจะเป็นเจดีย์อุปปาตะศานติ บนเนินสูงที่สร้างเลียนแบบเจดีย์ชเวดากอง เพียงแต่เตี้ยกว่าเล็กน้อยและภายในกลวง ไม่ได้ก่ออิฐทึบตันอย่างชเวดากอง มีห้องโถงใหญ่ โดดเด่นด้วยเสาขนาดใหญ่ ประดิษฐานพระพุทธรูปสี่ทิศ ผนังโดยรอบประดับด้วยประติมากรรมนูนต่ำเล่าเรื่องพุทธประวัติ บนลานเจดีย์เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพกว้างไกล

เนปยีดอในภาษาพม่า มีความหมายถึงความยิ่งใหญ่ จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นถนนกว้างใหญ่ 20 เลน วิ่งเข้าสู่อาคารรัฐสภาที่มีอาณาบริเวณใหญ่โตมโหฬารเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ตัวเมืองก็มีอาคารพาณิชย์และย่านการค้า รองรับกับการพัฒนา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า รัฐบาลทหารพม่าจะทุ่มเทงบประมาณมหาศาลให้กับเมืองหลวงใหม่แห่งนี้อย่างที่ได้เห็นตรงหน้า เพื่ออวดโฉมหน้านานาชาติว่า เมียนมาร์ไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่คือประเทศที่รอคอยการพัฒนาไปสู่ยุคใหม่

การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 27 เมียนมาร์ตั้งใจใช้ เนปยีดอ เป็นเมืองหลักของการแข่งขัน ร่วมกับย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ แลปาเทียน ชิงชัยกีฬา รวม 33 ชนิด 460 เหรียญทอง โดยมีการตัดกีฬาสากลหลายอย่างออกไปไม่ว่าจะเป็นเทนนิส ยิมนาสติก และอีกหลายชนิดกีฬาจนสร้างความไม่พอใจให้กับชาติสมาชิกไม่น้อย ภายใต้คำขวัญ Green Clean and Friendship หรือร่วมกันรักษ์โลก มีน้ำใจนักกีฬาและมิตรภาพ โดยมีแมสคอตเป็นนกฮูก 2 ตัว ตัวผู้ชื่อ อู ซิ่ว ยู ตัวเมียชื่อ ดอว์ โม และเจ้าภาพยังได้ทุ่มทุนมหาศาลสร้างสนามกีฬาเพื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกร แม้จะถูกผู้ไม่หวังดีพยายามดิสเครดิตด้วยเหตุระเบิดเป็นระยะๆในนครย่างกุ้ง จนทางการต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงสุด และระดมกำลังเจ้าหน้าที่เต็มพิกัดเพื่อให้การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ สุดยอดของกีฬาอาเซียน ได้แสดงถึงความพร้อมของเมียนมาร์ในการเปิดประตูสู่อาเซียนอย่างเต็มศักยภาพ

กีฬา คือ เครื่องมือเชื่อมสัมพันธภาพระหว่างมนุษยชาติ เพราะมีหลักคิด สอนให้คนรู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย แต่การแข่งขันชิงชัยทุกครั้ง การทำสถิติเจ้าเหรียญทอง กลับเป็นเป้าหมายสูงสุดเสมอ ร่วมเชียร์ทัพนักกีฬาของไทยที่ส่งไปแข่งขันคราวนี้ทั้งสิ้น 726 คน เป็นชาย 403 คน หญิง 323 คน ชิงชัยใน 31 ชนิดกีฬา ขาดเพียง เคมโป และโววีนม เท่านั้น