ปลูกผักสลัด ในแบบของ "ลุงต้า"

เกษตรพอเพียง

"คิดจะปลูกต้นรักสักกอ เกรงว่าหน่อรักนั้นจะตาย..." เอ๊ย! ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ "ผักหวาน" กำลังคิดจะปลูกผักสลัดต่างหาก แต่จะว่าเพิ่งคิดก็ไม่ถูกนัก จริงๆคือคิดมานานแล้ว แต่ยังไม่กล้าลงมือสักที เพราะได้ยินมาว่า ผักสลัดนั้นปลูกยากกว่าผักอย่างอื่น ถึงขนาดมีคนให้สมญาว่าเป็น "ผักปราบเซียน" เลยนะ

ก็แหม! จะไม่ให้คิดมากได้อย่างไร ขนาดกวางตุ้ง คะน้า ผักกาดขาว ข้าพเจ้ายังปลูกไม่ขึ้นเลย ตั้งแต่เริ่มหัดปลูกผักมา ก็ประสบความสำเร็จแต่ ผักบุ้ง ผักโขม มะเขือเปาะ และผักประเภทที่ใช้ตำเครื่องแกงอย่างมะกรูด มะนาว ข่า ตะไคร้ พริกขี้หนู อ้อ! ใบกะเพรากับโหระพาด้วย...นอกนั้นเจ๊งหมดค่ะ

อุตส่าห์ทำใจแล้วว่าปลูกอะไรขึ้นก็กินอย่างนั้นแหละ จะได้อุดหนุนแม่ค้าบ้าง แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องกลับมาคิดใหม่อีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งสาวน้อยที่บ้านเธอบ่นว่า "แม่ หนูรู้สึกว่า ร่างกายต้องการผักอย่างแรง" อ๊ะ! อย่าเพิ่งคิดว่า "ผักหวาน" ปล่อยให้ลูกอดๆอยากๆนะคะ ผักอื่นหมื่นแสนเราก็กินอยู่เป็นประจำ เพราะที่บ้านไม่เน้นพวกเนื้อสัตว์สักเท่าไหร่ แต่ที่สาวน้อยเธอร่ำร้องและสรุปตอนท้ายเฉยเลยว่า "แม่ปลูกให้กินหน่อย" นั่นหมายถึง เจ้าผักสลัดนี่แหละ...ฮึ่ม! เล่นของยากซะด้วยนะลูก

มูลเหตุของเรื่องคือ บ้านของเราอยู่ไกลจากตลาดค่ะ ปกติข้าพเจ้ามักจะพึ่งพารถกับข้าวที่วิ่งเข้ามาขายในหมู่บ้านเป็นประจำ นานทีถึงจะตื่นเช้าๆไปหอบหิ้วกับข้าวมาจากตลาดสด รถส่วนตัวก็ไม่มี หอบมาทีก็พะรุงพะรัง หิ้วมันครบทั้งสิบนิ้วเลย หนักเอาการอยู่นะ กว่าจะถึงบ้านแขนแทบจะยืดออกมาเป็นอีทีเลยทีเดียว สาวเหลือน้อยอย่างข้าพเจ้า จึงเลือกที่จะดักโบกรถกับข้าวดีกว่า แต่รถพวกนี้เขาก็ไม่ได้มีของครบเหมือนกับที่ตลาดสด โดยเฉพาะของหายากอย่าง ผักสลัด จะมียืนพื้นอยู่อย่างเดียวคือ ผักกาดหอม แถมบางช่วงแม่ค้าก็ไม่เอามาขาย บอกว่าแพงเกิน จะอาศัยได้ผักสลัดหลากหลายก็ตอนไปเดินห้าง ซึ่งต้องยอมรับว่าราคาก็จะยิ่งสูงกว่าข้างนอกมาก ด้วยเหตุนี้ สลัดผักจึงกลายเป็นเมนู "ในฝัน" ของบ้านเรา

เป้าหมายสำคัญของสาวน้อยคืออยากลดหุ่น แต่คนเป็นแม่ดีใจกับผลพลอยได้ในเรื่องของสุขภาพเพราะจะได้กินผักที่สด สะอาด และปลอดสารพิษจริงๆ นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งปณิธานกับตัวเองว่า บ้านเราจะต้องมีผักสลัดเป็นของตัวเองให้ได้...ว่าแล้ว "ผักหวาน" ก็ลงมือปลูกทันที โอ๊ะ! ไม่ใช่ค่ะ ขอตั้งหลักหาข้อมูลก่อน

ตามประสาแม่บ้านยุคดิจิทัล แหล่งข้อมูลของข้าพเจ้าก็คือ การท่องเว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวกับการปลูกผัก โอ้โฮ! ทั้งภาพทั้งข้อมูลเยอะแยะมากมาย ดูเพลินเจริญใจยิ่งนัก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังรีรออยู่นั่นแล้ว กลัวจะปลูกแล้วไม่โต ไม่งามเหมือนที่มืออาชีพเขาปลูกกัน กระทั่งเมื่อ "ผักหวาน" ได้ไปเห็นเพจแนะนำเกี่ยวกับการปลูกผัก โดยเฉพาะผักสลัดในเฟซบุ๊คของผู้ที่ใช้ชื่อว่า "ลุงต้า เกษตรพอเพียง" ความรู้สึกที่ว่า ยังไม่กล้าลงมือปลูกและอาจจะต้องลงทุนหาที่เรียน เข้าคอร์สอบรมกันเลยทีเดียวนั้น ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง...

ขออนุญาตเรียกชื่อเจ้าของเพจสั้นๆว่า "ลุงต้า" นะคะ จริงๆแล้วลุงต้าเขียนแนะนำการทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเองในหลายๆด้าน ทั้งการเพาะเห็ด และการปลูกผัก-ผลไม้ แต่ที่ข้าพเจ้าสนใจติดตามเป็นพิเศษก็คือ การปลูกผักสลัด ลุงต้าจะโพสต์แนะนำวิธีการต่างๆวันละนิดละหน่อย พร้อมถ่ายภาพผักสวยๆที่บ้านมาให้ชมกันด้วย จนกลายเป็นความคุ้นชินว่า เปิดเฟซบุ๊คมาในตอนเช้า จะต้องคอยติดตามดูโพสต์ของลุงต้าก่อนเพื่อนเลย และไม่แต่เฉพาะจะถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ของนักปฏิบัติตัวจริงเท่านั้น แต่ลุงต้ายังมักจะมีหลักการดีๆในการดำเนินชีวิต ความใฝ่รู้ใฝ่เรียน ความเพียรพยายาม ความขยัน และไม่ย่อท้ออะไรง่ายๆ พร้อมคำพูดให้กำลังใจนักปลูกมือใหม่มาฝากด้วยเสมอๆ

"ผักหวาน" คิดว่า สิ่งที่ทำให้ตัวเองเกิดความมั่นใจที่จะลงมือปลูกหลังจากติดตามอ่านเรื่องราวของลุงต้าก็คือ การเน้นย้ำให้เห็นว่า มีปัจจัยสำคัญเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ที่จะทำให้ผักเจริญงอกงาม ทั้งปัจจัยของผัก เช่น ดิน น้ำ ปุ๋ย แสงแดด ฯลฯ และปัจจัยของเราเอง คือความตั้งใจ ใส่ใจ และดูแลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำแบบเหราะแหละแล้วหวังจะให้ผักงอกงามได้ดั่งใจ สิ่งเหล่านี้ ลุงต้าย้ำอยู่บ่อยๆเพื่อให้คนอยากปลูกเกิดความมั่นใจว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าเราตั้งใจและเคร่งครัดกับหลักเพียงไม่กี่ข้อที่ว่า เราก็จะประสบความสำเร็จในการปลูกผักได้เหมือนกับที่ลุงต้าทำมาแล้ว...ดูเหมือนลุงต้าจะไม่เคยเหน็ดเหนื่อยที่จะให้กำลังใจและถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ ที่ลุงต้าย้ำว่า เป็นการปลูกผักในแบบของลุงต้าเอง

ขอบคุณลุงต้ามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ที่อนุญาตให้นำภาพประกอบสวยๆ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเผยแพร่ให้กับแฟนๆ "หญิงไทย"...ใครอยากมีสวนผักสลัดเป็นของตัวเอง ตามมาอ่านวิธีการปลูกผักของลุงต้ากันเลยค่ะ

"ผักสลัดของลุงต้า ปลูกผ่าหน้าแล้งบนดาดฟ้า ปลูกในดิน อากาศร้อนสุดๆ ทำลายความเชื่อเดิมๆที่ต้องปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ เท่านั้น หรือต้องปลูกในที่อากาศหนาวๆเท่านั้น จนเรียกว่า ผักเมืองหนาว...มาปรับความเข้าใจกันใหม่ครับ ปลูกได้ทั่วทั้งประเทศไทย"

หัวใจสำคัญของการปลูกผัก มีอยู่แค่ 3 อย่างเท่านั้นคือ...

- ดินดี : ผสมให้ถูกวิธี ดินสามส่วน ปุ๋ยหมักหรือขี้วัวหนึ่งส่วน

- น้ำดี : รดน้ำเช้า-เย็น โดยรดในปริมาณที่พอดีๆ อย่ารดน้ำจนท่วม เพราะจะล้างปุ๋ยออกไปหมด (ถ้าเป็นน้ำประปาควรพักไว้ก่อนที่จะนำมาใช้)

- แดดดี : วางผักที่ปลูกไว้ในที่ที่มีแดดทั้งวัน และพรวนดินบ่อยๆ ทุก 5-7 วัน เพื่อให้รากได้มีอากาศหายใจ

ขั้นตอนแรกของการปลูกผักคือ การเพาะกล้าผัก ซึ่งการเลือกชนิดของผัก ลุงต้าแนะนำผักสลัดเร้ดโอ๊ค หรือกรีนโอ๊ค เพราะดูแลง่ายกว่าผักชนิดอื่น และที่ผ่านมา ลุงต้าสังเกตว่า ผักสลัดที่หนอนจะไม่ค่อยชอบ คือผักสลัดคอส เนื่องจากลำต้นของผักตระกูลนี้จะมียางขาวๆ ต่างจากผักกาดหรือกวางตุ้ง

ดินที่ใช้ในการปลูกและเพาะกล้าผักใช้แบบเดียวกัน คือดินทั่วไป 3 ส่วน ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน บางท่านอาจจะใช้ดินที่ซื้อมาปลูกก็ได้ แต่ก็ยังแนะนำให้ผสมปุ๋ยอีกเช่นกัน หรือผสมขี้วัวแห้ง หรือขี้ม้า ขี้แพะ หรือปุ๋ยหมักแห้ง ผสมให้เข้ากันดี พลิกกลับไปมาสองสามรอบ เมื่อเอาดินลงถาดเพาะแล้ว รดน้ำให้ชุ่ม วางในที่ร่มทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง แล้วค่อยเอาเมล็ดกล้าผักลงหยอดหลุมละเมล็ด ดูแลรดน้ำเบาๆ ฝอยๆ อย่าฉีดน้ำแรง เมล็ดจะกระจุยกระจายหมด พอเมล็ดเริ่มงอก ก็ยกไปไว้กลางแดด รดน้ำเช้าเย็นทุกวัน จนกล้าผักโต

นำดินที่ผสมไว้ใส่ลงในกระถาง (หรือจะใช้ขวดน้ำหรือถุงดำก็ได้) ถ้าจะให้ดี ใส่กากมะพร้าวสับรองก้นกระถางไว้เล็กน้อย เพื่อให้น้ำระบายได้ดี แล้วเอาดินผสมที่เตรียมไว้ใส่ให้เต็ม รดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงหรือมากกว่า

มาถึงการนำต้นกล้าออกจากถาด มีเทคนิคที่จะไม่ให้รากช้ำคือ เอามือดันก้นหลุมผลักขึ้นมาเบาๆ กล้าจะหลุดขึ้นมาทั้งต้น ตามแบบทรงหลุมเลย ยกไปลงปลูกแบบทะนุถนอม อย่าให้ดินแตก เพราะรากจะขาด ดังนั้น จึงไม่ควรรดน้ำผักในถาดเพาะก่อนที่จะย้ายกล้าลงกระถาง หลังปลูกเสร็จก็รดน้ำอีกครั้งให้ชุ่ม คอยดูแล ถอนหญ้าออกบ้าง ถ้ามีหญ้าขึ้น ผักจะค่อยๆโต การรดน้ำก็รดเช้าและเย็น

ถ้าปลูกในขวดน้ำ การเจาะรูให้เจาะด้านล่างประมาณ 5 - 6 รู ขนาดสองหุน เพื่อระบายน้ำ หลังจากลงปลูกผ่านไปประมาณ 10 วัน ให้พรวนดินรอบๆ เน้นว่าการพรวนดินก็มีส่วนทำให้ผักโตเช่นกัน หรือจังหวะนี้ท่านอาจจะเติมปุ๋ย ลงไปบ้างก็ได้ แต่ไม่ต้องมากครับ ท่านที่หาปุ๋ยคอกยาก ถ้าจะจำเป็นใช้ปุ๋ยเคมี เติมเล็กน้อย ให้ใช้สูตร 25-7-7 สีเหลืองๆครับ แนะนำให้ใช้ในกรณีที่หาปุ๋ยคอกไม่ได้จริงๆ โดยเติมกระถางละครึ่งช้อนชา โรยรอบๆต้น

นอกจากนี้ ยังมีเกร็ดความรู้ที่ลุงต้าตอบปัญหาคาใจให้กับแฟนเพจ ที่ "ผักหวาน" รวบรวมมาฝากนักปลูกมือใหม่ด้วยค่ะ...

- กระถางที่ปลูก ควรใช้ขนาด 10 นิ้ว และปลูกลงกระถางละหนึ่งต้น (ลุงต้าบอกว่า หากดูแลดีๆก็จะได้น้ำหนักต้นละเกือบหนึ่งกิโลฯ ทีเดียว)

- ภาชนะทุกชนิดที่ใช้ปลูก ต้องเจาะรูระบายน้ำ ไม่อย่างนั้นแล้วก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะยุงลาย ภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน

- ปล่อยให้บางต้นแก่จนออกดอก และรอจนกว่าดอกจะแห้ง (สังเกตดูที่ดอกจะมีตุ่มเล็กๆที่โคนดอก แสดงว่าแก่เต็มที่แล้ว) เมื่อบี้จะได้เมล็ดแตกออกมาไม่ต่ำกว่าสิบเมล็ด เอาไปเพาะต่อได้อีกเยอะแยะเลยค่ะ

- แก้ปัญหาผักสลัดขม โดยหลังจากตัดผักที่โคนแล้ว ปล่อยให้ยางไหลออกให้หมดก่อน ค่อยเอามาตัดล้างอีกที

- ดินที่ปลูกแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก โดยนำมาผสมใหม่ตามสูตรเดิมทุกอย่าง

- ถ้าต้องวางกระถางบนพื้นปูนร้อนๆ ควรทำราววางยกกระถางให้สูงจากพื้น เพื่อหลบความร้อนที่จะวิ่งเข้าสู่กระถาง ซึ่งจะทำให้ผักงามช้า แต่ถ้าปลูกในลังโฟม ก็สามารถวางกับพื้นได้ เพราะโฟมมีคุณสมบัติกันความร้อนอยู่แล้ว

เป็นอย่างไรบ้างคะ อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม ไม่ต้องไปเรียนหรือไปอบรมที่ไหน แค่ลงมือทำดูนะคะ อย่างที่ลุงต้าบอกกับแฟนเพจอยู่เสมอว่า...

"ไม่ลองไม่รู้ครับ อ่านสิบครั้งสู้ลงมือครั้งเดียวไม่ได้...ครับท่าน"

ใครสนใจจะศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเกษตรจากเกษตรมืออาชีพ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเฟซบุ๊คของลุงต้าได้ที่ - ลุงต้า เกษตรพอเพียง.คอม