ศึกกุมภกรรณตอน "โมกขศักดิ์"

สังคีตศิลป์

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่มีรับสั่งให้มีการจัดแสดงโขนขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์วิจิตรนาฏศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป ดังนั้น ในปี 2556 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทในเรื่องรามเกียรติ์ชุด "ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชน ได้มีส่วนร่วมในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดง กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักถึงคุณค่า ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติไทย โดยเฉพาะการแสดงโขน อันเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร รวมทั้งศิลปะการแต่งหน้า ในการแสดงนาฏกรรมแบบประเพณี เมื่อ พ.ศ. 2550 เพื่อใช้สำหรับการแสดงพระราชทาน ทั้งฟื้นฟูงานช่างฝีมือหลากสาขา อาทิ ช่างทำหัวโขน ช่างปักสะดึงกรึงไหม และช่างเงินช่างทอง รวมทั้งการแต่งหน้าแบบโบราณ

ที่ผ่านมาจัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ชุด "พรหมาศ" เมื่อปี 2552 ชุด "นางลอย" ในปี 2553 ชุด "ศึกมัยราพณ์" ปี 2554 และ 2555 ชุด "จองถนน" ในปี 2556 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทในเรื่องรามเกียรติ์ชุด "ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์" มาจัดแสดง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยจัดแสดงยาวนานที่สุดเท่าที่เคยจัดมา เพื่อให้จำนวนรอบเพียงพอต่อความต้องการของผู้ชม

เรื่องย่อโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯชุด "ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์" กล่าวถึงกุมภกรรณ พญายักษ์ซึ่งเป็นอนุชาของทศกัณฐ์ ดำรงตำแหน่งพระอุปราช กุมภกรรณเป็นพญายักษ์ซึ่งครองธรรม รักษาไว้ซึ่งสัจจะและความสุจริตยุติธรรม หลังจากที่พญามัยราพณ์ พระนัดดาต้องสิ้นชีพลงแล้ว ทศกัณฐ์ได้รำพึงถึงการศึก ที่จะทำสงครามกับฝ่ายพระราม ทศกัณฐ์นึกถึงกุมภกรรณพระอนุชา จึงเชิญขึ้นมาเฝ้าและปรึกษาการศึก

กุมภกรรณผู้มีความสุจริตยุติธรรม ตรึกตรองถึงชนวนศึก เห็นว่าต้นเหตุมาจากทศกัณฐ์ ไปลักพานางสีดามเหสีของพระราม มาไว้ในอุทยานกรุงลงกา จึงทูลให้ทศกัณฐ์ส่งคืนนางไปเสีย ด้วยราคจริตของทศกัณฐ์ ที่หลงใหลในรูปโฉมนางสีดา จึงบริภาษประกาศโทษและขับไล่ กุมภกรรณเห็นว่าเมื่อทัดทานมิเป็นผล จึงจำใจรับอาสาออกทำสงคราม โดยจะนำหอกโมกขศักดิ์อันมีฤทธิ์ร้ายกาจ ซึ่งฝากไว้กับพระพรมาธิบดีบนสรวงสวรรค์

กุมภกรรณขึ้นไปทูลขอหอกโมกขศักดิ์ แต่ด้วยเหตุอาเพศที่ต้องเสียสัจสุจริต หอกนั้นกลับเป็นสนิมทั้งสี่คม พระพรหมตักเตือนแต่ก็บอกถึงวิธีแก้ไขให้ กุมภกรรณนำหอกโมกขศักดิ์ กลับไปประกอบพิธีลับหอก ที่เขาทับทิมริมแม่น้ำใหญ่ กุมภกรรณจัดสั่งให้ตั้งโรงพิธีใหญ่ พร้อมทั้งเครื่องบูชาอย่างครบถ้วนตามตำรา และได้สั่งไพร่พลกวดขันดูแลมิให้สิ่งปฏิกูลใดๆ ผ่านเข้ามาเป็นอันขาด ทางฝ่ายพระราม มีพระยาพิเภกกราบทูลว่า กุมภกรรณไปประกอบพิธีลับหอก ถ้าสำเร็จจะมีฤทธิ์ร้ายกาจนัก และทูลต่ออีกว่า โดยอุปนิสัยของกุมภกรรณ เป็นพญายักษ์ที่รักความสะอาด สิ่งที่จะทำลายพิธีได้ คือ ให้พญาวานรหนุมานและพญาวานรองคต แปลงกายเป็นหมาเน่าและอีกา ที่จิกกินซากหมาเน่า ลอยผ่านเข้าไปใกล้บริเวณพิธีกรรม

เมื่อทางด้านกุมภกรรณได้กลิ่น ก็จะประกอบพิธีกรรมต่อมิได้ พญาวานรทั้งสองต่างรับอาสาไปทำลายพิธีตามคำแนะนำของพญาภิเภก เมื่อกุมภกรรณเสียพิธี จึงยกทัพออกรบ พระรามให้พระลักษณ์คุมกองทัพออกรบ ด้วยเหตุกุมภกรรณเป็นอุปราช มีศักดิ์เสมอพระลักษณ์ ในการรบครั้งนี้ พระลักษณ์เป็นฝ่ายเสียที ถูกหอกโมกขศักดิ์ปักพระอุระจนสลบลง กองทัพของกุมภกรรณ จึงกลับเข้ากรุงลงกาอย่างฮึกเฮิม เมื่อพระลักษณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์สลบลง หนุมานจะฉุดถอนอย่างไรก็ไม่สำเร็จ สุครีพจึงใช้ให้ให้นิลนนท์ ไปทูลข่าวและอัญเชิญให้พระราม เสด็จมาสนามรบโดยเร็ว พระรามเสียพระทัยมาก ถามพิเภกถึงวิธีแก้ไข

พญาพิเภกกราบทูลว่า สรรพยาที่จะแก้ฤทธิ์หอกนี้ได้ คือ ต้นสังกรณีตรีชวา และน้ำปัญจมหานที แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าหากแสงพระอาทิตย์สาดส่องมาเมื่อใด จะหมดโอกาสแก้ไขได้ หนุมานรับอาสาเหาะขึ้นไปบนฟากฟ้า เข้าหยุดรถพระอาทิตย์ จนตนเองต้องพินาศ เพราะอำนาจของแสงอาทิตย์ พระอาทิตย์เห็นเหตุการณ์ประหลาดในครั้งนี้ จึงชุบหนุมานขึ้นมาใหม่ แล้วถามไถ่ถึงสาเหตุ ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ให้การช่วยเหลือ โดยชักรถหลบเข้าไปในกลีบเมฆ แล้วหนุมานไปเก็บสรรพยา และน้ำปัญจมหานทีจากกรุงอโยธยา มาให้พิเภกบดโอสถ แก้หอกโมกขศักดิ์ได้สำเร็จ พระราม พระลักษณ์พร้อมกองทัพ ก็กลับคืนสู่พลับพลา

อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง เปิดเผยว่า "การแสดงโขนชุดนี้ค่อนข้างมีความสำคัญ ตอนสมัยเป็นนักเรียนบางคนคงได้ศึกษามาบ้าง แต่ในปัจจุบันหายไปแล้ว เพราะไม่อยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งในบทนี้สอดแทรกคุณธรรมหลายเรื่อง เช่น ธรรมะย่อมชนะอธรรม การเสียสละเพื่อส่วนรวม ซึ่งการที่เลือกตอนนี้มาจัดแสดง นอกจากสอดแทรกเรื่องคุณธรรมแล้ว ยังประกอบไปด้วยฉากสำคัญหลายฉาก ที่ใช้เทคนิคการแสดงสมัยใหม่เข้าผสมผสาน เพื่อให้การแสดงตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น เช่น ฉากลับหอกโมกขศักดิ์ เป็นฉากสำคัญฉากหนึ่ง มีการสร้างโรงพิธีขึ้นใหม่ ฉากวิมานพระพรหมาธิบดี ฉากหยุดรถพระอาทิตย์ ซึ่งจะมีพระอาทิตย์ทรงรถ เหาะมากลางอากาศ และใช้เทคนิคพิเศษ ทำให้มีแสงสว่างเสมือนจริง

โดย อาจารย์สุดสาคร ชายเสม ผู้ออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก เปิดเผยว่า ในการแสดงมีฉากที่น่าสนใจ อาทิ ฉากโรงพิธีกุมภกรรณ ความพิเศษอยู่ที่พื้นหลังของฉาก วาดด้วยลายรดน้ำกำมะลอ ได้แรงบันดาลใจมาจากลายจิตรกรรมของหีบพระธรรมสมัยอยุธยา-รัตนโกสินทร์ตอนต้น มีพื้นเป็นสีดำสื่อถึงมาร ผี หรือยักษ์ แต่เขียนเส้นของต้นไม้กับภูเขาเป็นสีทอง ต้องใช้ช่างเขียนฝีมือดีและเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ งานจิตรกรรมฉากไม่เขียนฉากมิติ แต่จะใช้วิธีการเขียนมิติแบบไทย อาศัยความละเอียดในทุกรายละเอียด

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯชุด "ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์" กำหนดจัดแสดงในระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2556 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.khonperformance.com ได้เลยครับ