ยลนครหัตถศิลป์ เยือนถิ่นลิกอร์

บันทึกการเดินทาง

2...รุ่งอรุณเบิกฟ้าสว่างชัด แสงนวลส่องเข้ามาในห้องพัก ปลุกผมให้ตื่นขึ้นอย่างเป็นสุข เหม่อมองผ่านกรอบหน้าต่างออกไป เห็นอากาศยามเช้าที่สดใส

วันนี้ชาวปากพนังอยู่เย็นเป็นสุข แต่ก็ให้นึกไปเมื่อปี '31 ในบรรยากาศแถวลุ่มน้ำปากพนัง ฟุ้งกระจายด้วยความหมองมัว อันเนื่องจากทรัพยากรตามธรรมชาติเกิดภาวะวิกฤตขั้นรุนแรง โดยเฉพาะทรัพยากรน้ำ สิ่งที่สำคัญของทุกสรรพชีวิต

ปัญหาป่าต้นน้ำถูกทำลาย ปัญหาน้ำฝนตกมาขาดช่วง ปัญหาขาดแคลนน้ำจืด ปัญหาน้ำท่วมนานแทบทุกปี ปัญหาการปล่อยน้ำเน่าเสีย หรือปัญหาน้ำเค็มล้ำน้ำจืด โดยเหล่าปัญหาสะสมเรื่อยๆมา จนกระทั่งยากแก่การแก้ไข ครรลองของคนลุ่มน้ำปากพนัง จากที่เคยทำกินอย่างปกติสุข กับกลายเป็นการต่อสู้ดิ้นรน เพียงเพื่อความอยู่รอดไปวันๆ

หลังฝนพรำฟ้าก็แจ่มแจ้ง ฝันร้ายยามตื่นก็คลี่คลาย

เมื่อความทราบไปถึงพระเนตรพระกรรณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ไพศาล จึงได้พระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ พิจารณาให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นรูปเป็นร่างจริงจัง โดยลงมือก่อสร้าง "ประตูระบายน้ำปากพนัง" เป็นกุญแจดอกแรกในการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ตามลุ่มน้ำปากพนัง ณ บ้านบางปี้ ตำบลหูล่อน อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

และนั่นเป็นที่หมาย "บันทึกการเดินทาง" ของวันที่ 2 คือการเรียนรู้ภายในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ช่วงสายเมื่อมาถึงศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แล้วตรงไปอาคารพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ รับรู้กระบวนการพลิกฟื้นผืนแผ่นดินลุ่มน้ำปากพนัง ให้คืนกลับเป็นแผ่นดินทองอีกครั้ง

ปากพนัง...เสมือนดวงใจของเมืองนคร ในอดีตเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของทางภาคใต้ แม้แต่ชนชาวชวา-มลายู ยังเคยแล่นเรือมาซื้อข้าวของกัน เห็นได้ชัดเลยว่า ปากพนังมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ผลิตข้าวส่งออกขายไปต่างประเทศ ปัจจุบันยังเห็นปล่อง โรงสีข้าว หรือโรงสีไฟ ริมฝั่งแม่น้ำ เป็นหลักฐานชี้ชัดแห่งความรุ่งโรจน์

แต่บทบาทเมืองท่าการค้าขาย ลดลงราวทศวรรษที่ 2510 แล้วมายุติลงในทศวรรษที่ 2520 ภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางค้า เฉกเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งในอดีต กลับรางเลือนและจางหายไปสิ้น เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นผลพวงการพัฒนาของราชการ รวมถึงประชาชนในแต่ละชุมชนก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยมีความทันสมัยกว่าหรือเท่าเทียม ทำให้การมาพึ่งพาที่ปากพนังนั้น หาได้มีความจำเป็น หรือไม่มีความสำคัญแล้ว

พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อยู่ทางตอนใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอปากพนัง อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอลานสะกา อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอพระพรหม และอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และอำเภอควนขนุน อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง โดยรวมเนื้อที่ทั้งหมดราว 1.9 ล้านไร่ หรือประมาณ 3,100 ตารางกิโลเมตร

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยกรมชลประทาน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และส่วนราชการต่างๆ รับสนองพระราชดำริ ทำการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง ด้วยงานระบบชลประทานและโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาจัดวางระบบชลประทานน้ำเค็ม พร้อมกับการพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ระบบลุ่มน้ำ โดยเริ่มก่อสร้างปี 2538 แล้วเสร็จปลายปี 2547 จึงควบคุมการบริหารน้ำได้ทั้งระบบ

ประตูระบายน้ำปากพนัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ (อุ-ทก-วิ-ภาค-ประ-สิต) อันมีความหมายที่ล้ำลึกว่า ประตูที่ให้ประสบความสำเร็จในการแยกน้ำ

เจ้าหน้าที่นำชมในพิพิธภัณฑ์ว่า ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ก็เหมือนกับประตูระบายน้ำทั่วๆไป เราจึงยกขบวนไปศึกษาให้ใกล้ยิ่งขึ้น

ก็จริงครับ...เห็นมีช่องระบายน้ำ เป็นช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความลึกของช่องระบายน้ำ และจำนวนช่องระบายนั้น เป็นไปตามอัตราการไหลของน้ำนองสูงสุด แล้วเนื่องจากต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งป้องกันไม่ให้น้ำทะเลไหลย้อนเข้าไปในแม่น้ำปากพนัง และระบายน้ำหลากในช่วงฤดูฝนอีก เพื่อความสะดวกในการเปิด-ปิดบานระบาย จึงกำหนดให้เป็นบานระบายแบบ Vertical Fixed Wheel Gate ซึ่งมีทั้งบานระบายคู่และบานระบายเดี่ยว

บานระบายคู่หรือบานสองระดับ ใช้ระบายน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยการลดระดับบานระบายลง แล้วให้น้ำไหลข้ามบานระบายไปท้ายน้ำ บานระบายปิดและเปิดด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์การทดแรง ด้วยรอกและเฟืองเกียร์ ประตูระบายเป็นอาคารขนาดใหญ่ มีความกว้างของบานระบายมาก ดังนั้น Service Bridge ของบานระบาย จึงกำหนดให้อยู่บนตอม่อกลาง และตอม่อริมทางด้านท้ายน้ำ ซึ่งมีสะพานสำหรับซ่อมบำรุง และเนื่องจากอาคารตั้งบนดินอ่อน จึงใช้เข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก รองรับน้ำหนักประตูระบายทั้งหมด

มาดูบานระบายเดี่ยวกันบ้าง เป็นบานระบายบานเดียวที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้น้ำทะเลไหลย้อนกลับเข้าไปในแม่น้ำปากพนัง และระบายน้ำหลากในกรณีที่บานระบายสองระดับ ไม่สามารถระบายได้เพียงพอ โดยการยกบานระบายขึ้นให้สูงกว่าระดับน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ระดับสันบานระบายน้ำของประตูระบายน้ำ ที่อยู่ใกล้ๆกับทะเล จะกำหนดจากระดับน้ำทะเลสูงสุด และเผื่อระยะพ้นน้ำของบานระบาย เท่ากับความสูงของคลื่น

รายละเอียดการออกแบบประตูระบาย นำลักษณะทางอุทกวิทยาและการใช้น้ำ ถือเป็นกุญแจสำคัญของโครงการฯ ประกอบด้วยกิจกรรมการก่อสร้างหลักๆ ได้แก่ ประตูระบายน้ำ (Regulator) มีช่องระบายน้ำ 10 ช่อง กว้างช่องละ 20 เมตร คลองลัด (Diversion Canal) มีความยาวช่องลัด 262.75 เมตร ความยาว 1,600 เมตร และ ทำนบดินปิดกั้นน้ำเค็ม (Closure Dam) ความยาว 222 เมตร ความกว้างบนสันทำนบราว 8 เมตร

ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ประตูแยกน้ำจืดและน้ำเค็มได้สำเร็จ อันเกิดจากพระปรีชาญาณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งผลต่อชาวลุ่มน้ำปากพนังคืนกลับสู่ความมั่นคงแห่งวิถีอีกครา โดยความสุขสงบในชีวิตครั้งใหม่นี้ จะดำรงต่อไปอย่างยั่งยืนนาน ในอดีตความทุกข์ยากที่ผ่านๆมา คงหลงเหลือแต่ความทรงจำ หรือเพียงฝันร้ายในค่ำคืนหนึ่ง ทั้งนี้ก็ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานพระราชดำริ และแนวทางพัฒนาฟื้นฟู ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังโดยแท้

จากนั้นเดินไปเข้าร่มเงา พระตำหนักประทับแรม ที่สร้างขึ้นในโครงการสร้างบ้านให้พ่อ จากความร่วมมือของชาวไทยทั่วหล้า ด้วยวัตถุประสงค์อันสำคัญยิ่ง เพื่อให้เป็นสถานที่ทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จฯมาทรงเยือน

หลังจากได้ปลาบปลื้มกับพระตำหนัก ก็ให้คะนึงกับพระราชดำรัสของในหลวง ถึงเรื่องราวที่ว่า "รู้ รัก สามัคคี" อันเป็นแนวทางปฏิบัติการบริหารดำเนินงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริว่า รู้...การที่จะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา รัก...คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรัก การพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ สามัคคี...การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงถึงเสมอว่า เราทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจ เป็นองค์กร เป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหา ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

หลังเที่ยงไป...เรามี "บันทึกการเดินทาง" แก้ตัว

ด้วยมาแถวๆริมน้ำปากพนัง ก็ประมาณครั้งสองครั้งได้แล้ว แต่มีเหตุให้ต้องพลาดการเข้าชม คอนโดนกแอ่น ซึ่งได้แต่เห็นจากภายนอก ที่ลักษณะเป็นตึกตระหง่าน หรืออาคารที่พักของผู้คน ทว่ากลับสร้างเอาไว้อย่างดี สำหรับให้ฝูงนกแอ่นอาศัย

โชคดีกว่าทุกๆครั้ง ด้วยผู้ใหญ่ใจดีที่เคารพ พี่น้อง-จำเนียร รักดี ประสานกับ บริษัทขวัญมุย จำกัด แถวถนนพานิชสัมพันธ์ ขอไปชมภายในคอนโดฯ

บริษัทผลิตรังนกที่มีชื่อเสียง ตกลงพาชมและเพิ่มเติมสาระว่า ที่มาที่ไปของคอนโดนกแอ่นนั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อราวปี 2480 ณ อาคารตึก 3 ชั้นอาคารหนึ่ง มีฝูงนกแอ่นเริ่มทยอยเข้าอยู่อาศัย เจ้าของอาคารก็มากด้วยน้ำใจ แบ่งปันพื้นที่ให้พักพิงตามชอบ ต่อมาเมื่อมีจำนวนฝูงนกแอ่นมาพำนักภายในอาคารมากขึ้น จึงเกิดการทุ่มเททุนอย่างหนัก เลี้ยงนกแอ่นเก็บรังเพื่อการค้า ต่อมาก็มีการสร้างอาคารอย่างแพร่หลาย ตอนนี้อาคารหรือคอนโดฯนกแอ่น เฉพาะที่อยู่ในเขตอำเภอปากพนัง มีจำนวนกว่า 80 อาคาร โดยแต่ละอาคารสูงไม่เกิน 7 ชั้น

ด้วยคอนโดฯนกแอ่น มิใช่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ในการปฏิบัติตัวอย่างแรกเลย ต้องเข้าชมด้วยความเงียบ ที่สำคัญใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการเข้าชมคอนโดฯนกแอ่น การประพฤติตัวคร่าวๆนั้น เพื่อไม่ให้ฝูงนกแอ่นตื่นตกใจ หรืออาจจะส่งผลในด้านอื่นๆ

เดินออกมาก็รีบจดบันทึกไว้ ว่า นกแอ่นกินรัง (C.fuciphage) ทำรังด้วยน้ำลายตัวเอง เป็นรังรูปถ้วยครึ่งซีก ขอบบนของรังยาว 13.3 เซนติเมตร กับความลึกราว 5.1 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 7-10 กรัม นกแอ่นทั้งสองเพศนั้น จะสร้างรังเฉพาะช่วงกลางคืน ใช้ระยะเวลาในการสร้างรัง 30-35 วัน แล้วจะทำการสร้างรังทดแทน หากรังเกิดถูกทำลายหรือหายไป โดยรังที่ทำถัดมาใหม่ขนาดเล็กลง มีน้ำหนักเฉลี่ย 5-7 กรัม ใช้เวลาในการสร้างรัง 20-25 วัน แต่หากรังเกิดถูกทำลายหายไปอีก ก็จะสร้างรังขึ้นมาเป็นรังที่ 3 ขนาดรังก็เล็กกว่ารังก่อนเล็กน้อย แต่น้ำหนักของรังกลับใกล้เคียงกัน ซึ่งใช้เวลาสร้างรังประมาณ 15-17 วัน

นกแอ่นกินรังวางไข่รังละ 2 ฟอง ระยะในการฟักไข่ 22-24 วัน ช่วงเวลาเลี้ยงลูกราว 5-6 สัปดาห์ นกแอ่นทั้งสองเพศช่วยกันฟักไข่ ผลัดกันเลี้ยงดูนกตัวอ่อน ธรรมชาติแต่ละรังมีแค่ 2 ตัว แต่จะมีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่จะเหลือรอดชีวิตต่อไป เนื่องจากรังมีขนาดค่อนข้างเล็ก จึงเกิดการเบียดเสียดกัน ทำให้ตัวใดตัวหนึ่งถูกเบียดตกรัง อีกทั้งเมื่อลูกนกเติบโตขึ้น ความต้องการอาหารก็มากตามไปด้วย พ่อแม่นกหาเลี้ยงไม่เพียงพอ ลูกนกตัวที่แข็งแรงกว่า จะแย่งชิงอาหารไปกินจนหมด ส่วนลูกนกตัวที่อ่อนแอกว่า จะถูกเบียดให้ตกจากรัง

เดินออกมาจาก บริษัทขวัญมุย จำกัด กับรังนกแอ่นคุณภาพหนักหนา เพราะรับทราบถึงสรรพประโยชน์ที่ว่า เป็นอาหารเสริมยอดนิยมในหมู่คนที่รักสุขภาพ ด้วยช่วยในการบำรุงร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น แก้อาการอ่อนเพลีย ขับเสมหะ ไอเป็นเลือด แล้วว่ากันว่า...คนที่สูบบุหรี่จัด ทานรังนกแอ่นทุกๆเช้า ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ลดอาการไอ และช่วยฟอกปอด แต่ก็ว่ากันว่าอีกละ...งดสูบบุหรี่ เป็นวิธีให้มีเรี่ยวแรง หรือไม่กะปลกกะเปลี้ยกว่า

ด้วยความหวังดีของทางร้านอาหารบ้านริมคลอง ขอสะกิดเตือนเอาไว้ว่า เพราะด้วยรังนกแอ่นได้รับการยอมรับในด้านคุณค่าที่ดีต่อร่างกาย แต่เนื่องจากมีราคาที่สูง จึงมีรังนกปลอมระบาดทั่วไป รูปลักษณ์ก็มีความคล้ายคลึงกันจนไม่สามารถแยกแยะด้วยตาเปล่า โดยรังนกปลอมผลิตจาก กัม...gum ชนิดคารายากัม ลักษณะเหนียวคล้ายวุ้น เมื่อต้มจะคล้ายรังนกแท้มาก เพียงแต่ไม่มีกลิ่นคาวอ่อนๆ ที่แฝงภายในรังนกธรรมชาติ

สารกัมที่อยู่ในรังนกปลอมนั้น จะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ชนิดที่ร่างกายดูดซึมไม่ค่อยได้ แต่รังนกแท้ๆประมาณ 100 กรัม ให้โปรตีนสูงถึง 54 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรต 23.3 เปอร์เซ็นต์ น้ำ 16.2 เปอร์เซ็นต์ และไขมัน 0.3 เปอร์เซ็นต์

รังนกแอ่นตามธรรมชาติ จัดเป็นอาหารชั้นสูง เทียบเท่ากับโสม ปลิงทะเล เขากวางอ่อน หรือหูฉลามได้เลย แต่จะเท็จจริงอย่างไรต้องพิสูจน์กันเอง

สำหรับการเสาะหารังนกแท้ อาจซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง หรือร้านค้าที่น่าเชื่อถือ มีแหล่งการผลิตที่ชัดเจน เพราะจ่ายแพงไปแล้ว ก็ควรได้สิ่งดีๆกลับคืน

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า