พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 - พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย

เรื่องเล่าจากหนังสือพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทรมหาราชา
รายงานพิเศษเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว86ชันษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับความจงรักภักดีอย่างแน่นแฟ้นจากประชาชน ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรของพระองค์ และทรงประกอบพระราชกรณียกิจตามโบราณราชประเพณีควบคู่ไปด้วย ทรงขจัดปัดเป่าบรรเทาความยากจนและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงพระวิริยะอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ทุกสภาพโดยมิทรงย่อท้อต่อความลำบากตรากตรำ แม้บนภูเขาสูงในถิ่นที่แสนทุรกันดาร พระองค์ทรงพระอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฏร พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อใช้ในการดำเนินงาน ทรงศึกษาโครงการทุกโครงการอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะพระราชทานให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปสนองพระราชดำริ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานจึงเป็นบริเวณที่มีแปลงทดลองปลูกข้าวและพืชพันธุ์ต่างๆ มีฝูงวัว ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

ข้อความดังกล่าวได้รับการบันทึกในหน้าหนังสือพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทรมหาราชา เป็นหนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติจัดพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาไทย โดยบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นภาษาอังกฤษ เรื่อง KING BHUMIBOL : Strength of the Land เพื่อเผยแพร่ให้ชาวต่างประเทศทราบถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฏร์ รวมทั้งมีการแปลอีก7ภาษา จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย สเปน อาหรับ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสำคัญนานัปการ ผลงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อพัฒนาประเทศเป็นจำนวนมากกว่า 4,000 โครงการ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทยดีขึ้นภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการดำรงชีวิตของคนไทยในทุกระดับ

หนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 23 บท บทแรกพระบรมราชสมภพ 2 นบมหาจักรีบรมราชวงศ์ 3 ทรงพระปรีชาชาญพูนเพิ่ม 4 เริ่มใฝ่ฝันผูกพันรัก 5 พระทรงศักดิ์นิวัตนครา 6 บรมราชาภิเษกสิริสวัสดิ์ 7 ทรงเจนจัดวิชาการทันสมัย 8 เทิดไท้ทรงงานล้ำคุณค่า 9 เจ้าหล้าเจ้าแผ่นดิน 10 ภูมินทร์หวังประชาพึ่งพาตนได้ 11 ขาดทุนคือกำไร 12 น้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมรักราษฏร 13 ทรงอาทรทวยราษฏร์ 14 ภูวนาถรังสฤษฏ์มูลนิธิชัยพัฒนา 15 ทรงอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม 16 น้อมนำนโยบายขยายการจราจร 17 พระภูธีพระราชทานฝนหลวง 18 ลุล่วงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 19 พระมหากรุณาธิคุณในยามวิกฤต 20 เจริญมิตรทั่วหล้าประชาคม 21 บรมธรรมิกราชสดุดี 22 พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 23 พระราชาธิบดีแห่งปวงชน

ตลอดยี่สิบเอ็ดวันที่ทารกน้อยอยู่ในโรงพยาบาลเมานท์ ออเบิร์น (โรงพยาบาลเคมบริดจ์) เมืองเคมบริดจ์ แมสซาชูเซทท์ ทารกน้อยคือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช ภูมิพล แปลว่า พลังของแผ่นดิน(เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) พระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เสด็จพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา พระโอรสองค์ที่ 3 ในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ (เจ้าฟ้าชายมหิดลแห่งสงขลา) เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2470 เวลาเช้าตรู่ที่แสนเหน็บหนาว วันนั้นแปดนาฬิกาสี่สิบห้านาที สูติแพทย์ผู้ชำนาญ ดับเบิลยู สจ๊วต วิตต์มอร์ มีคณะพยาบาล คุณพยาบาลเลย์ตัน คุณพยาบาลเฟย์ คุณพยาบาลเวลดัน คุณพยาบาลแฮร์ริงตัน นำทารกน้อยบรรจงวางในอ้อมอกของ มิสซิสสังวาลย์ สงขลา ต่อแต่นั้นมาทารกน้อยช่างรู้นอนและเลี้ยงง่ายจริงๆ ทั้งยังเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของพยาบาลพี่เลี้ยงทั้งสี่ด้วย

ในเวลา 18 ปีต่อมา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้รับอัญเชิญให้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงได้รับเหรียญทองในการแข่งขันกีฬานานาชาติ เหรียญรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 SEAP Games เป็นกีฬาระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังทรงได้รับเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ลำดับที่ 23 ของสถาบันฯ เช่นเดียวกับนักไวโอลินชาวอิสราเอล เยฮูดิ เมนูฮิน

เมื่อปี 2493 ไมค์ ทอดด์ ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์บลูเดย์ ไปบรรเลงประกอบการแสดงละครบรอดเวย์ เรื่อง Peep Show และเปลี่ยนชื่อเพลงเป็นบลูไนท์ ในปี 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ทรงได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ กังหันน้ำชัยพัฒนาใช้เติมออกซิเจนให้น้ำในสระและแหล่งน้ำนิ่งต่างๆซึ่งเป็นผลงานประดิษฐ์ที่ใช้ได้ผลเป็นอย่างมากในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของบริเวณที่นำกังหันน้ำนี้ไปใช้ ผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกว่าพระมหากษัตริย์ทรงสามารถมีบทบาทในการพัฒนาประเทศชาติอย่างได้ผลแท้จริง และยังทำให้ราษฏรของพระองค์ตระหนักดีว่าพระองค์มีน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาคุณ ทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของพสกนิกรของพระองค์อยู่ตลอดเวลา

จัตุรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อยู่บนแนวถนนอันร่มรื่นเมืองเคมบริดจ์ สะท้อนให้เห็นความภาคภูมิใจของชาวเมืองเคมบริดจ์ในฐานะที่เมืองนี้เป็นสถานที่แห่งเดียวในสหรัฐฯ เคยมีพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชสมภพ

พ.ศ.2472 การทิวงคตของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์อย่างกระทันหันของพระสวามีทำให้หม่อมสังวาลย์ มหิดล ในวัย 29 ปี เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องอภิบาลพระโอรสและพระธิดาทั้งสามพระองค์ในต่างแดนคือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะนั้นพระโอรสองค์เล็กมีพระชนมายุไม่ถึง 2 พรรษา ในเวลาต่อมาทรงเป็นสมเด็จพระราชชนนีพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์

ครั้งหนึ่งพระองค์มีพระราชประสงค์จะได้รถไฟที่วิ่งด้วยไฟฟ้าจึงทรงพระอุตสาหะประกอบรถไฟฟ้าด้วยพระองค์เอง ถ้าเป็นเด็กอื่นๆก็ใช้วิธีรีบไปซื้อจากร้านขายของเล่น แต่พระองค์ทรงเก็บวัสดุเล็กๆน้อยๆจากภายในที่ประทับ ไม้แขวนเสื้อ สายไฟ แล้วทรงนำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นรถไฟของเล่น และยังทรงพระวิริยะพันสายทองแดงรอบแกนแม่เหล็กให้เป็นมอเตอร์ของรถไฟฟ้าด้วยพระองค์เอง พระอุปนิสัยอดทนและพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในงานที่ทรงทำอยู่ เป็นพระราชจริยวัตรเฉพาะพระองค์ที่เด่นชัดสะท้อนให้เห็นในเวลาต่อมา คือการที่ทรงมุ่งมั่นอุทิศพระองค์เพื่อทรงช่วยเหลือขจัดความทุกข์ของอาณาประชาราษฏร์

ในขณะที่ประทับ ณ วิลล่าวัฒนา เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพัฒนาการเป็นพิเศษในเรื่องความละเอียดลออ และโปรดที่จะทรงประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วยพระองค์เอง ทรงเพียรพยายามอย่างไม่ลดละ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทรงทำได้ ทรงพันลวดเพื่อสร้างมอเตอร์ไฟฟ้าใช้เอง และทรงแกะไม้เป็นเครื่องร่อน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระปรีชาชาญมากในการนำงานอดิเรกมาทรงใช้ประกอบกับพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชน เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะพระราชทานทุนแก่องค์กรการกุศล สภากาชาดไทย และมูลนิธิอานันทมหิดล จะพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ไปฉายเพื่อหารายได้ ที่สยามสมาคมฯโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

สัญลักษณ์ประจำพระองค์ที่สังเกตเห็นได้ง่าย คือกล้องถ่ายภาพนิ่งขนาด 15 มิลลิเมตรที่ทรงคล้องพระศอไว้เสมอเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนท้องถิ่นที่ห่างไกล ทรงถ่ายภาพชาวบ้านและภาพชนบท และยังทรงบันทึกความคืบหน้าของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อทรงวางแนวทางแก้ไขงานในอนาคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นช่างภาพที่ทรงมุ่งมั่น และเข้าพระราชหฤทัยถึงความสำคัญของสื่อที่จะทรงใช้เป็นอย่างดี ทรงสนับสนุนให้สมาคมช่างภาพแห่งประเทศไทยใช้ภาพถ่ายให้เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือสังคม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้ทรงเรือใบมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ แม้ว่าจะโปรดน้ำและโปรดการออกกำลังพระวรกายด้วยการว่ายน้ำมานานแล้ว เรือที่ทรงเป็นครั้งแรกเป็นเรือกรรเชียง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ผู้ร่วมทรงเรือใบทรงเล่าว่า ในสมัยที่ยังทรงพระเยาว์นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้เคยแสดงความสนพระราชหฤทัยในการทรงเรือใบเลย แต่บังเอิญโดยแท้ ครั้งหนึ่งขณะที่ทรงกรรเชียงเรือออกทะเลที่ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสังเกตว่า หม่อมเจ้าภีศเดชฯ ทรงเรือใบในเวลาที่ลมอ่อนด้วยความลำบาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงตระหนักว่า พระองค์ทรงสามารถกรรเชียงเรือได้เร็วกว่าเรือใบ ต่อมาได้ทรงพระราชดำริที่จะสร้างเรือใบให้แล่นได้เร็วกว่าเรือลำที่หม่อมเจ้าภีศเดชฯทรง

เมื่อครั้งประทับ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงสามารถจำลองสิ่งของต่างๆได้ทุกอย่าง ทรงประดิษฐ์เครื่องร่อนที่ใช้งานได้ สามารถบินร่อนได้จริงมิใช่เพียงเพื่อตั้งอวด ทรงตัดกลึงไม้ชิ้นส่วนต่างๆด้วยพระองค์เองและทรงออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เครื่องร่อนเพรียวลม ทรงสร้างเรือจำลองทุกลำด้วยฝีพระหัตถ์ที่ละเอียดประณีตทุกขั้นตอน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจำลองเรือรบหลวงชื่อ ศรีอยุธยา ผลงานฝีพระหัตถ์ของพระองค์นี้เป็นตัวอย่างอันล้ำเลิศที่แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะและการอุทิศเวลาในการทรงงานจำลองเรือรบที่เหมือนจริงมากที่สุดลำหนึ่ง มีทั้งสายเคเบิ้ลและปืนครบครันภายในลำเรือซึ่งยาวเพียงสองฟุต

หลังจากวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อ พ.ศ.2507 สองวัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเริ่มต้นต่อเรือใบที่ใช้งานได้จริง เป็นเรือตามมาตรฐานสากลประเภทเอ็นเทอร์ไพรส์ ได้พระราชทานชื่อว่าราชปะแตน หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนีทรงมีส่วนช่วยในการออกแบบและต่อเรือ เพราะทรงมีความรู้เกี่ยวกับการต่อเรือใบอยู่บ้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงต่อเรือดังกล่าวในโรงทรงงานด้านหลังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเรือราชปะแตนเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเลขกำกับรุ่นว่า11111เพราะเป็นหนึ่งในทุกด้าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทรงช่วยกันกับหม่อมเจ้าภีศเดชและผู้ถวายงานที่คล่องแคล่วจำนวนหนึ่ง พลิกเรือตะแคงข้างเพื่อให้ยกออกพ้นขอบประตูได้ เรือที่งามสง่าก็สามารถผ่านพ้นประตูโรงทรงงานออกไปได้ด้วยแรงคน เรือราชปะแตนถูกปล่อยเป็นปฐมฤกษ์ในคูน้ำรอบสวนจิตรลดา

ภาพที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประคับประคองเรือให้แล่นไปในคูน้ำที่ไม่กว้างนัก อุปสรรคที่เกิดขึ้นทำให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริที่จะทรงพัฒนาทักษะในการต่อเรือ ในปีต่อมาได้ทรงต่อเรืออีกลำหนึ่งเป็นเรือมาตรฐานสากล ประเภทโอเคลำแรกในเมืองไทย พระราชทานชื่อว่า นวฤกษ์ ในเวลาต่อมาทรงต่อเรืออีกหลายลำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงต่อเรือประเภทโอเคอีกสามลำ พระราชทานชื่อว่า เวคา 1 เวคา 2 เวคา 3 ระหว่า พ.ศ.2509-2510 ทรงต่อเรือประเภทมอทสามลำ ลำแรกพระราชทานชื่อว่า มด ลำที่สอง ซุปเปอร์มด ลำที่สามชื่อ ไมโครมด หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนพระราชหฤทัยในการทรงเรือใบมากกว่าการทรงต่อเรือ

คนไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลกต่างทราบดีถึงพระปรีชาสามารถของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะนักแข่งเรือใบ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ อดีตทหารเรืออาชีพ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรเข้าพระทัยดีถึงความเป็นนักกีฬาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงได้รับคำเชิญให้ประลองความเร็วในการแข่งเรือใบจากพัทยา ชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทยไปยังเกาะล้าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเรือใบนำหน้าตั้งแต่เริ่มต้นจากสโมสรเรือใบราชวรุณอ้อมรอบเกาะล้านและกลับสู่ที่เดิม หม่อมเจ้าภีศเดชทรงเป็นผู้ช่วยเช่นทุกครั้ง เจ้าชายฟิลิปทรงสำราญพระทัยอย่างยิ่ง เมื่อเสด็จนิวัติสหราชอาณาจักรแล้วยังประทับพระทัย ต่อมาอีกไม่นาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับของขวัญจากเจ้าชายฟิลิปเป็นการแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและขอบพระราชหฤทัย ของขวัญเป็นเรือชนิดกินน้ำตื้นเรียกว่าแคทามารันลำแรกในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อเรือว่า ปลาดุก คือดยุคมีความหมายถึงดยุคแห่งเอดินเบอระ คู่แข่งเรือใบของพระองค์ นับเป็นพระปรีชาญาณในการเล่นคำแสดงให้เห็นพระอารมณ์ขันที่แฝงไว้เสมอ

ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองเมื่อ พ.ศ.2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบระหว่างประเทศซึ่งเป็นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ด้านกีฬาของพระองค์ก่อนที่จะทรงเลิกต่อเรือ การแข่งขันเรือใบประเภทโอเคซึ่งเป็นจุดเด่นในครั้งนั้น เพราะเรือใบหมายเลขTH27 และ TH 18 เป็นเรือทรงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ทั้งสองพระองค์มีชัยชนะในการแข่งเรือใบ 3 รอบ และทรงเป็นลำดับที่สอง 2 รอบ ทรงเข้ารอบชิงชนะเลิศเหรียญทองทั้งสองพระองค์ในรอบรองสุดท้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหยุดพักหลังจากทรงพลาดทุ่นลอยที่สองไป ในวันนั้นอากาศแปรปรวนมีพายุเป็นพักๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบังคับเรือได้ดีและทรงนำออกหน้าคู่แข่งราซาลี ลูซิน ชาวมาเลเซีย ในเที่ยวกลับอย่างสบาย ขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงอยู่ในลำดับที่ 3ทรงสามารถบังคับเรือขึ้นหน้าราซาลี ลูซินได้ทันควันด้วยกระแสลมที่เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน ทรงเข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่สอง

คนไทยโห่ร้องแสดงความยินดีกันทั่วประเทศในชัยชนะลำดับที่หนึ่งของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชธิดา ซึ่งทรงได้คะแนนเท่ากัน ประวัติศาสตร์การกีฬาไทยในครั้งนี้ยากที่คนไทยจะลืมเลือนได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นแท่นในตำแหน่งผู้ชนะเลิศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับเชิญเป็นผู้ทูลเกล้าฯถวายเหรียญทองแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงหยิบเหรียญจากพานทองมาคล้องพระศอด้วยพระองค์เอง บรรยากาศเหล่านั้นยังติดตาตรึงใจคนไทยในรุ่นนั้นมิรู้ลืม และเป็นคำบอกเล่าให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รับทราบความสุขโดยทั่วหน้าของคนไทยทั้งประเทศในครั้งกระนั้น...