5 สไตล์วิ่งอินเทรนด์

หน้าต่างสุขภาพ

วิ่งวิ่งวิ่งวิ่งวิ่ง...วิ่งวิ่งวิ่งวิ่งวิ่ง...วิ่งไปๆๆ

การวิ่งเป็นทั้งกีฬาและการออกกำลังกาย ที่เราแทบไม่ต้องตระเตรียมอุปกรณ์อะไรเลย มีเพียงรองเท้าดีๆสักคู่ ชุดที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกาย และสถานที่ที่ปลอดภัยจากการจราจร เท่านี้เราก็ออกวิ่งได้แล้ว การวิ่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่คิดจะออกกำลังกาย แต่ขี้เกียจออกไปหาอุปกรณ์ หาสถานที่ ต้องมีครูฝึก มีค่าใช้จ่าย และอื่นๆอีกสารพัด ทำให้หลายคนที่อยากออกกำลังกายผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ แต่การวิ่งนี้ เพียงแค่เดินออกจากบ้าน ก้าวขาออกวิ่ง ก็ได้ออกกำลังกายสมใจแล้วละค่ะ

การวิ่งแบบดั้งเดิมที่เรารู้จักไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากไปกว่าการเคลื่อนไหวด้วยพลังขาทั้งสองข้าง แต่เดี๋ยวนี้ มีการออกแบบการวิ่งที่ต้องใช้หลากหลายหลายสไตล์ โดยนำเอาศิลปะด้านกายกรรมและศิลปะการต่อสู้เข้ามาผสมผสาน กลายเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ท้าทายสำหรับวัยรุ่นหนุ่มสาว นอกเหนือไปจากการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

มาดูกันว่า เดี๋ยวนี้มีการวิ่งแบบไหนที่กำลังอินเทรนด์ที่สุดกันค่ะ...

1. Retro Running...วิ่งถอยหลัง

เมื่อก่อน เราคุ้นเคยกับการวิ่งถอยหลัง ในลักษณะของเกมการแข่งขัน หรือเล่นกันสนุกๆเท่านั้น แต่ปัจจุบัน เขามีการศึกษากันมาแล้วและพบว่า การวิ่งถอยหลังช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการวิ่งแบบธรรมดาเสียอีก นอกจากนั้นยังช่วยปรับบุคลิกและการทรงตัวให้สมดุลยิ่งขึ้น หากฝึกไปนานๆ ก็จะช่วยให้เรามีสมรรถภาพในการวิ่งเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนั้น และคุณอาจแปลกใจหากจะบอกว่าการวิ่งถอยหลังช่วยให้เราฉลาดขึ้นได้ด้วยนะคะ เอ๊ะ มันเกี่ยวกันตรงไหน...การที่เราต้องบังคับตัวเองให้วิ่งถอยหลัง ซึ่งฝืนจากธรรมชาติที่เราคุ้นเคยนั้น ไม่ได้เพียงใช้พลังขาเท่านั้น หากต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของสมองตลอดเวลาอีกด้วยการวิ่งถอยหลัง จึงเป็นวิธีการฝึกสมองอีกรูปแบบหนึ่ง

2. Chi Running...วิ่งแบบชี่

การวิ่งแบบชี่ เป็นรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกายแบบผสมผสาน เพราะเป็นเทคนิคการวิ่งที่เน้นหลักของการเคลื่อนไหวเหมือนไท้เก๊ก ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้โบราณของจีนที่เน้นการเคลื่อนไหวอย่างเนิบนิ่มและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการควมคุมลมปราณหรือการหายใจ (คำว่า Chi หมายถึงลมปราณ) เป็นการออกกำลังกายที่ต้องประสานกันทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีรูปแบบการจัดร่างกายในขณะวิ่ง และลงน้ำหนักที่กลางเท้า เพื่อเน้นให้วิ่งได้ไกลและได้นานโดยลดการบาดเจ็บ รูปแบบของการวิ่งแบบนี้ยังช่วยในเรื่องของการทรงตัวนอกเหนือจากความแข็งแรงของร่างกาย

3. Eco Running...วิ่งเพื่อสิ่งแวดล้อม

จะเรียกว่าเป็นนักวิ่งพกถุงก็ไม่ผิด แต่เป็นถุงสำหรับเก็บขยะนะคะ เพราะคนที่ฝึกวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวิ่งเพื่อออกกำลังกาย หรือวิ่งเพื่อการแข่งขัน ยังไงก็ต้องใช้สถานที่นอกบ้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะวิ่งในบริเวณหมู่บ้าน ในซอย ในสวนสาธารณะ หรือตามถนนหนทาง เจอขยะที่ไหนก็แวะเก็บใส่ถุงไปด้วย กว่าจะครบเส้นทางที่วิ่ง คงได้ขยะเต็มถุงแน่ๆค่ะ ได้ทั้งประโยชน์เราและประโยชน์ส่วนรวม เป็นวิธีช่วยโลกอย่างง่ายๆ ตัวเรายังได้สูดอากาศสดชื่นและสุขภาพดีอีกด้วย

4. Free Running...วิ่งโลดโผน

ปลดปล่อยตัวเอง แล้ววิ่งไปตามใจฝัน...คือนิยามของการวิ่งแบบ Free Running ซึ่งเป็นศิลปะการวิ่งที่ใช้การเคลื่อนไหวอย่างอิสระจากที่หนี่งไปอีกที่หนึ่ง โดยมีอุปสรรคเป็นสิ่งกีดขวาง เป็นการวิ่งที่ต้องใช้ทั้งการห้อยโหน การกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง การหมุนตัวตีลังกา และต้องใช้พลัง ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของร่างกาย แต่ต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

หากใครนึกภาพไม่ออกว่า Free Running เป็นแบบไหน ลองหาดูใน youtube นะคะ

5. Juggling...วิ่งโยนบอล

ในขณะที่คนทั่วไปไม่สามารถดื่มน้ำไปวิ่งไปโดยน้ำไม่หกเลอะปากเลอะคอได้ แต่กลับมีคนที่สามารถใช้มือโยนลูกบอลสลับไปมาขณะวิ่งไปพร้อมกันได้

Juggling หรือการวิ่งโยนบอลนี้ ไม่ได้เป็นที่นิยมในต่างประเทศเท่านั้น ปัจจุบันหนุ่มสาวในบ้านเราก็สนใจฝึกกันมาก การโยนบอลเป็นศิลปะในเชิงกายกรรมที่ต้องเรียนรู้เทคนิคและอาศัยการฝึกฝน แต่ทุกคนที่ได้ฝึกจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นกิจกรรมที่สนุกมาก และยังได้ฝึกการทำงานร่วมกันของประสาทตา กล้ามเนื้อ และสมาธิได้อย่างดีเยี่ยม

ใครสนใจที่จะฝึกการโยนบอล สามารถหาดูได้ใน youtube เช่นกันค่ะ