10 วิธีทำร้ายคอมพิวเตอร์

หญิงไทยไอที

แรกสุดผมตั้งใจจะเขียนเรื่อง "การกำจัดมัลแวร์" ครับ แต่พอดีเห็นว่าเรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์แบบผิดๆ กำลังเป็นกระแสฮิตกันบนโลกอินเทอร์เน็ตในช่วงนี้ ประมาณว่า

"ใช้ USB ไดร๊ฟ์ เวลาเลิกใช้งานก็ดึงออกจากเครื่องเลย ไม่เห็นต้องเสียเวลามาทำขั้นตอนอะไรให้ยุ่งยากเลยซักนิด"

จากนั้นก็มีเสียงสนับสนุนว่าคนอื่นๆก็ไม่เห็นจะเคยเจอปัญหาอะไรกับการทำแบบนั้นเลยนี่นา บลาๆๆ

ผมอ่านความเห็นพวกนี้แล้วก็ได้แต่ "ฮึ ฮึ ฮึ" อยู่ในใจ พร้อมกับคิดว่า

"ประชาชนกลุ่มนี้เป็นพวกที่ไม่เคยเจอฝันร้ายอันเกิดจากการดึง USB ไดร๊ฟ์ออกจากเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต"

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ผมเจอมากับตัวเองตรงๆเลยครับ คือผมทำการย้ายรูปจากการ์ดหน่วยความจำของกล้องดิจิทัลมาเก็บในคอมพิวเตอร์ พอทำการย้ายครบทุกไฟล์แล้วก็พยายามจะเอาออกด้วยวิธีที่ถูกต้อง (คือขออนุญาตคุณคอมพิวเตอร์นั่นแหละ) แต่ปรากฏว่าเครื่องยังไม่ยอมครับ และด้วยความใจร้อน ผมก็เลยดึงออกดื้อๆเลย ด้วยคิดว่าคอมพิวเตอร์รึจะมาสู้คนได้

ปรากฏว่าไฟล์ที่ทำการย้ายหายสนิทเลยครับ แถมหายเปล่าๆด้วย เพราะหายแบบกู้กลับไม่ได้กันเลยทีเดียว

เหตุการณ์คราวนี้ก็เลยเป็นอุทาหรณ์สอนใจตัวเองว่า คอมพิวเตอร์สั่งอะไรให้เชื่อฟัง อย่าคิดว่าตัวเองเจ๋งแล้วคอมพิวเตอร์จะยอมอ่อนข้อให้ มิฉะนั้นจะเสียใจไฟล์หายแบบกู้กลับไม่ได้แบบนี้

เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่าครับ เล่าอะไรมาตั้งมากมายแล้ว

ในการใช้คอมพิวเตอร์นั้น โดยหลักการแล้วเราต้องทะนุถนอมครับ ไม่ใช่คิดอยากจะทุบก็ทุบ อยากจะทิ้งก็ทิ้งซะดื้อๆ

ส่วนใครที่คิดจะทำร้ายเครื่องแบบเนียนๆไม่ให้ใครจับได้ ด้วยหวังจะได้เปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่หรือลงโปรแกรมใหม่ในเร็ววันแล้วละก็ต้องทำตามวิธีการต่อไปนี้ครับ

1. ดึง USB ไดร๊ฟ์ออกทันทีโดยไม่ใช้คำสั่ง Remove Disk วิธีนี้เป็นเรื่องของวัยรุ่นใจร้อนทั่วไปครับ คือพอถ่ายข้อมูลเสร็จแล้วจะดึงอุปกรณ์ออกทันที ซึ่งหลายคนบอกว่าไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนี่นา ซึ่งอันนี้ก็ยอมรับครับว่าปกติแล้วจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ยกเว้นไฟล์ขนาดใหญ่อย่างไฟล์ที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิทัล การทำแบบนี้สามารถจะทำให้ไฟล์หายได้ เพราะที่เราเห็นว่าถ่ายข้อมูลเสร็จแล้วนั้น จริงๆแล้วมันยังมีกระบวนการอื่นๆที่ซ่อนอยู่หลังการถ่ายข้อมูลเสร็จด้วย ถ้าดึงออกในจังหวะที่การทำงานเหล่านี้ยังไม่เสร็จ ก็อาจทำให้ไฟล์หายได้ แถมอาจก่อให้เกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าของเครื่องได้ด้วย (ประมาณไฟกระตุกไฟกระชากแบบนั้นครับ เพราะพอร์ตยูเอสบีจะมีไฟเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา)

2. ชอบกดปุ่มปิดเครื่องหลังเลิกใช้งาน เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนที่จำว่าเวลาเครื่องแฮ้งค์แล้วให้กดปุ่มปิดเครื่องค้างไว้พักนึงแล้วเครื่องจะปิดตัวเอง ซึ่งวิธีการนี้ปกติแล้วจะไม่แนะนำให้ใช้ครับ ยกเว้นแต่เครื่องที่เปิดรอมาเป็นชั่วโมงแล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้ ขนาดพ้อยน์เตอร์ยังไม่ยอมขยับเลย แบบนั้นก็กดปุ่มปิดไปเถอะครับ เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แต่ถ้าในยามปกติให้ใช้คำสั่ง Shutdown จะดีกว่า ทั้งนี้เพราะการกดปุ่มปิดเครื่องค้างไว้นั้นจะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการปิดเครื่องผิดขั้นตอน พวกโปรแกรมที่ทำงานต่างๆยังไม่ถูกลบออกจากหน่วยความจำ แถมหัวอ่านฮาร์ดดิสก์ก็อาจจะไม่อยู่ในจุดที่ปลอดภัย ดังนั้น การกดปุ่มปิดแบบนี้อาจทำให้ระบบของซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์เกิดความเสียหายได้ ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าทำเด็ดขาด

3. ชอบแกะเครื่องเล่นเพราะอยากเห็นข้างใน เรื่องนี้เป็นนิสัยของบางคนครับ คือซื้ออะไรมาใหม่ก็แล้วแต่ ขอแกะดูข้างในหน่อยเถอะ ก็จ่ายเงินซื้อมาแล้วนี่ อยากจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเราจริงมั้ยคุณผู้อ่าน ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยนะครับ เพราะเครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั้นล้วนเป็นอุปกรณ์ที่บอบบาง แถมผู้ผลิตยังต้องให้ประกันกับผู้ซื้ออีกด้วย (ส่วนใหญ่ก็ 1 ปี เป็นอย่างต่ำ) และผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็คงรู้ว่าผู้ซื้อบางคนก็มืออยู่ไม่สุขก็เลยใช้หัวนอตที่ใช้ล็อคอุปกรณ์ต่างๆให้อยู่นิ่งเป็นหัวนอตแบบแปลกๆ เช่น "หัวมะเฟือง" คือมี 6 แฉก ไม่ใช่ 4 แฉก หรือหัวแบนแบบทั่วไป ถ้าสมาชิกชมรมมืออยู่ไม่สุขคนไหนพยายามใช้มีดบ้าง ไขควงหัวเล็กบ้างในการแงะเพื่อจะดูสิ่งที่อยู่ข้างในแล้วละก็ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออาจทำให้ประกันที่ติดมากับเครื่องเป็นสิ้นสุดได้ เผลอๆอาจทำให้อุปกรณ์บางชิ้นเสียหายอีกด้วยได้ (ก็บอกแล้วว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่บอบบาง ต้องการการทะนุถนอม)

4. ถอดๆใส่ๆอุปกรณ์เป็นว่าเล่น เรื่องนี้เป็นขั้นกว่าของ "สมาชิกชมรมมืออยู่ไม่สุข" ครับ คือนอกจากจะแกะดูโน่น นี่ นั่นข้างในเครื่องแล้วยังไม่พอ ยังชอบถอดอุปกรณ์มาดู แล้วก็ใส่กลับเข้าไป ไม่ว่าจะเป็น RAM ที่เป็นหน่วยความจำ หรือฮาร์ดดิสก์ที่เป็นแหล่งเก็บข้อมูล แถมสายไฟอีกสารพัดสาย แกะแล้วถึงจะใส่กลับเข้าที่เดิมก็เถอะ แต่ปัญหาอาจเกิดได้นะครับ เช่นบางครั้งเราใส่กลับเข้าไปไม่แน่นพอ หรือใส่กลับเข้าไปไม่ถูกวิธีเป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยทำเรื่องมาแล้วครับ สมัยที่ยังเป็นสมาชิกชมรมคนมืออยู่ไม่สุขอยู่ คือถอดฮาร์ดดิสก์เสร็จแล้วก็ใส่กลับเข้าไป พอเปิดเครื่องปุ๊บกลิ่นไหม้หึ่งทันที ทั้งนี้เพราะดันสลับสายไฟซะงั้น (เก่งจริงๆ) ดังนั้น ใครที่ไม่มีอาชีพด้านนี้ก็อย่าเลยนะครับ เสี่ยงเครื่องพังเปล่าๆ

5. ใส่ฮาร์ดดิสก์หลายลูก เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญครับ คือบางท่านอาจมีฮาร์ดดิสก์เหลือใช้อยู่หลายลูก จากนั้นอารมณ์เสียดายก็ทำให้จับฮาร์ดดิสก์เหล่านั้นใส่รวมกันเข้าไปในเครื่องเพื่อใช้งานไปพร้อมๆกัน ซึ่งดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ เพราะไม่ว่าเราจะเพิ่มอุปกรณ์อะไรเข้าไปก็แล้วแต่ หมายความว่าคอมพิวเตอร์จะต้องดึงพลังงานมากขึ้นตามจำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น แล้วฮาร์ดดิสก์นี่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้พลังงานตลอดเวลา ดังนั้น หมายความว่ายิ่งเราใส่ฮาร์ดดิสก์มากขึ้นก็ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ภาระก็จะตกอยู่ที่แหล่งจ่ายพลังงานที่เรียกว่า Power Supply ผลก็คือบางครั้งเครื่องก็อาจดับไปเฉยๆ บางครั้งก็ไม่สามารถเรียกใช้งานฮาร์ดดิสก์บางลูกได้ ที่ร้ายแรงสุดสุด คือข้อมูลหาย ฮาร์ดดิสก์พังแบบที่ไม่สามารถกู้ข้อมูลคืนได้ด้วยวิธีปกติ ดังนั้น อย่าทำนะครับ ใส่ทีไม่เกิน 2 ลูกก็พอ

ปรากฏว่าหน้ากระดาษหมดอีกแล้วครับ ดังนั้น อีก 5 ข้อที่เหลือขอยกยอดไปคราวหน้านะครับ สำหรับฉบับนี้ สวัสดีครับ ^_^