วันประถมศึกษาแห่งชาติ

วันวชิราวุธ...ถวายราชสดุดีลูกเสือ
โน้ตบุ๊ค

เดือนพฤศจิกายนไม่ใช่เพียงเดือนแห่งความรื่นเริง เพราะมีเทศกาลลอยกระทงเท่านั้น แต่ยังเป็นเดือนสำคัญแห่งความรู้อีกด้วย เนื่องจากมีวันแห่งรากฐานสำคัญทางการศึกษา คือ "วันประถมศึกษาแห่งชาติ" อยู่ในช่วงปลายเดือน ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน

เพราะ "บันนี่" เป็นลูกครู จึงสนใจทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษา และเชื่อว่าพื้นฐานที่แข็งแรง จะทำให้การศึกษาแข็งแกร่งในระดับสูงขึ้น จึงให้ความสำคัญกับ "วันประถมศึกษาแห่งชาติ" นี้

การศึกษาในระบบโรงเรียนของประเทศไทยมีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2427 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ วัดมหรรณพาราม ต่อมาในปี 2464 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาขึ้น ซึ่งมีผลให้เด็กที่มีอายุ 7 ปีบริบูรณ์ ทุกคนต้องเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนจนอายุครบ 14 ปีบริบูรณ์ โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน โดยพระราชบัญญัติประถมศึกษานี้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2464 ด้วยเหตุนี้ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีเป็น "วันประถมศึกษาแห่งชาติ" และได้จัดงานวันประถมศึกษาแห่งชาติ มาตั้งแต่พ.ศ.2491-2509 หลังจากหยุดไปนานถึง 14 ปี ต่อมาในปี 2523 ได้มีการเริ่มจัดงานวันประถมศึกษาแห่งชาติอีกครั้ง โดยเปลี่ยนเป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ให้การสนับสนุนการประถมศึกษาอย่างดียิ่ง และทรงเป็นผู้พระราชทานพระราชบัญญัติประถมศึกษา ฉบับพุทธศักราช 2464 เป็นฉบับแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงวางรากฐานการศึกษาของไทย เพื่อเผยแพร่งานการประถมศึกษา ทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ เพื่อแนะนำและเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและสนใจในด้านการบริหารและการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะของนักเรียนระดับประถมศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาใหม่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประถมศึกษา เพื่อปลูกฝังและกระตุ้นความร่วมมือ ร่วมใจให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการประถมศึกษา

ในวันเดียวกันนี้ได้ถือเป็นวันเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอีก ๒ งาน คือ วันมหาวชิราวุธ และวันถวายราชสดุดีลูกเสือ เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระองค์ ซึ่งทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลต่อประเทศชาติ ทั้งในด้านคมนาคม การปกครอง กิจการเสือป่าและลูกเสือ รวมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และวรรณคดี แม้ในภายหลังได้มีหลักฐานยืนยันว่าวันสวรรคตจริงตรงกับเช้ามืดของวันที่ 26 พฤศจิกายน แต่ทางราชการก็ยังคงถือว่าวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันวชิราวุธ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินี พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง (สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี) พระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2423 มีพระเชษฐภคินี และพระอนุชาร่วมพระมารดารวม 8 พระองค์ ซึ่งมีพระอนุชาองค์เล็ก คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

ขณะทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาความรู้จากพระศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) พระยาอิศรพันธ์โสภณ (หนู อิศรางกูร ณ อยุธยา) และหม่อมเจ้าประภากร ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทั้งในพระบรมมหาราชวังและโรงเรียนสวนกุหลาบ เมื่อมีพระชนมายุ 12 พรรษา ได้เสด็จฯไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทยองค์แรกที่ทรงได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชธิดาพระองค์เดียว คือ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี ประสูติแด่พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2468 หลังจากนั้นเพียงหนึ่งวัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จสวรรคตด้วยพระโรคพระโลหิตเป็นพิษในพระอุทร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 เวลา 1 นาฬิกา 45 นาที ด้วยพระโรคพระโลหิตเป็นพิษในพระอุทร รวมพระชนมพรรษาได้ 45 พรรษา รวมเสด็จดำรงสิริราชสมบัติได้ 15 พรรษา โดยทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ทรงพัฒนาไว้ล้วนแต่เป็นรากฐานนำไปสู่ความเจริญของประเทศไทยตราบจนทุกวันนี้