สุนัขทรงเลี้ยง

รอบรั้วราชวงศ์

หลังจากมีการเผยแพร่ภาพถ่ายครอบครัวของดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์พร้อมพระโอรสน้อย เจ้าชายจอร์จ สู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก "ลูโป้" หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวซึ่งในภาพกำลังนอนยิ้มแฉ่งอย่างสบายอกสบายใจอยู่บนสนามหญ้าของครอบครัวมิดเดิลตัน ก็กลับมาได้รับความสนใจอย่างล้นหลามอีกครั้ง

ลูโป้ เป็นหนึ่งในค็อกเกอร์สแปเนียลสีดำที่เกิดจากแม่ "เอลล่า" สุนัขของครอบครัวมิดเดิลตัน ซึ่งเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีน ทรงรับมาเลี้ยงก่อนคริสต์มาสปี 2011 ลูโป้เป็นสุนัขที่มาแทนสุนัขแลบราดอร์สีดำชื่อ "วิดเจียน" ซึ่งเจ้าหญิงไดอาน่า ทรงมอบให้เจ้าชายวิลเลียม ก่อนที่พระองค์จะสิ้นชีพิตักษัย ในปี 1997

ลูโป้ไม่เคยห่างจากดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ มันสนุกกับการเดินเล่นในสวนของวังเคนซิงตัน เฝ้าดูเจ้าชายวิลเลี่ยมขณะทรงเล่นโปโล และแม้แต่ไปช็อปปิ้งในลอนดอนด้วยบางครั้ง...ดยุคแห่งเคมบริดจ์เคยทรงให้สัมภาษณ์กับ CNN ด้วยว่า ลูโป้มีความสำคัญสำหรับพระองค์รองลงมาจากเจ้าหญิงแคทเธอรีนและเจ้าชายจอร์จ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สมาชิกของพระราชวงศ์ต่างก็มีสุนัขเป็นเพื่อนสัตว์เลี้ยงในครอบครัวกันทั้งนั้น ดังจะเห็นได้จากภาพถ่าย ทั้งกษัตริย์ ราชินี พระโอรส พระธิดา ต่างก็มีภาพถ่ายกับสุนัขตัวโปรด ซึ่งมีตั้งแต่สายพันธุ์ คิง ชาร์ลส์ สแปเนียลส์ ไปจนถึง ไวร์ ฟ็อกซ์ เทอร์เรียร์ และคอลลี่ ไปจนถึง เพมโบร๊ค เวลช์ คอร์กี้ บางตัวได้รับความสำคัญเทียบเท่ากับสมาชิกของครอบครัว ถึงขนาดมีภาพวาดและรูปปั้นของตัวเองเลยทีเดียว

เมื่อ "โนเบิล" สุนัขคอลลี่อันเป็นที่รักของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย ตายไปในปี 1887 ที่พระราชวังบัลมอรัล ร่างของมันถูกฝังไว้ในปราสาทและมีที่ฝังศพของตัวเอง ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า "Noble by name by nature noble too, faithful companion sympathetic true, his remains are interred here" นอกจากนั้นยังอนุสาวรีย์หินอ่อนขนาดเท่าตัวจริงของโนเบิล ซึ่งสร้างโดยเจ้าหญิงหลุยส์ พระธิดาของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่พระตำหนักออสบอร์น

"ซีซาร์" สุนัขพันธุ์ไวร์ฟ็อกซ์ เทอร์เรียร์ ของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 ก็มีรูปแกะสลักเหมือนตัวจริง ทำด้วยหินโมรา ประดับทองและทับทิม ซีซาร์ จะคอยอยู่เคียงข้างกษัตริย์จอร์จไม่เคยห่าง จนได้รับอภิสิทธิ์ให้นอนบนเก้าอี้นุ่มๆ เคียงข้างกับที่บรรทมของกษัตริย์จอร์จ และยังได้สวมปลอกคอสลักตัวอักษรว่า " I am Caesar. I belong to the King. "

หลังกษัตริย์จอร์จที่ 7 เสด็จสวรรคตในปี 1910 ซีซาร์ได้เข้าร่วมในพระราชพิธีฝังพระศพด้วย โดยเดินไปพร้อมกับขบวนแห่พระศพ นำหน้ากษัตริย์ 9 องค์ และผู้นำรัฐคนอื่นๆ

 

ไบรอัน ฮอย ช่างภาพราชสำนักได้เขียนหนังสือที่เล่าเรื่องราวน่าสนใจเบื้องหลังภาพถ่ายและชีวิตส่วนตัวของพระราชวงศ์ออกมาหลายเล่ม โดยผลงานล่าสุด เขาเขียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระราชินีกับสุนัขคอร์กี้ (และดอร์กิส) ที่ทรงเลี้ยง แบบเจาะลึกยิ่งกว่าที่เคยมีมา

ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า สมเด็จพระราชินีทรงรักสุนัขสายพันธุ์คอร์กี้มาก ความผูกพันของพระราชวงศ์กับคอร์กี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1933 เมื่อพระเจ้าจอร์จที่ 6 ทรงซื้อ "ดูกี้" มาจากบ้านสุนัขแห่งหนึ่ง เพียงไม่นานความสัมพันธ์อันยาวนานของพระราชินีในอนาคตกับเจ้าคอร์กี้ก็เบ่งบาน หลังจากนั้น ก็มี "เจน" คอร์กี้ตัวที่สองเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มอีกตัว เจนมีลูกออกมาอีกหนึ่งครอก สองตัวในจำนวนนั้น คือ "แครอล" กับ "แครกเกอร์" ซึ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเช่นกัน

"ซูซาน" เป็นของขวัญวันเกิดที่สมเด็จพระราชินีทรงได้รับในวันคล้ายวันเกิดครบ 18 ชันษา ซูซานจึงเป็นบรรพบุรุษที่ให้กำเนิดลูกหลานพันธุ์คอร์กี้ในรุ่นถัดๆมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ใช่จะมีแต่คอร์กี้เท่านั้น เพราะในเวลาต่อมา เจ้าหญิงมาร์กาเร็ตทรงให้ "พิพคิน" สุนัขแสนรักของพระองค์ไปร่วมหอกับดัชชุนด์ ได้ลูกหลานออกมาเป็นดอร์กิสอีกหลายตัว ปัจจุบันสมเด็จพระราชินีทรงมีคอร์กี้สองตัวคือ "วิลโลว์" กับ "ฮอลลี่" และดอร์กิสอีกสองตัว คือ "วัลแคน" กับ "แคนดี้"

ชีวิตของคอร์กี้ในวัง ย่อมจะสุขสบายไม่ธรรมดาอยู่แล้ว พวกคุณๆทั้งหลายต่างได้รับการเอาอกเอาใจและดูแลเป็นอย่างดีเยี่ยม และไม่เคยต้องกินอาหารกระป๋อง เพราะจะมีพ่อครัวปรุงอาหารมื้อค่ำให้เป็นพิเศษ โดยสมเด็จพระราชินีจะทรงเป็นผู้ให้อาหารด้วยพระองค์เอง คุณๆสี่ขาเหล่านี้จะรอคอยอย่างอดทน และจะลงมือกินก็ต่อเมื่อสมเด็จพระราชินีทรงอนุญาตเท่านั้น นอกจากนั้น บางครั้งพระองค์ยังทรงอนุญาตให้คุณๆสี่ขา เข้าไปนอนด้วยในห้องบรรทม ส่วนในค่ำคืนปกติ สมาชิกสี่ขาก็จะนอนหลับสบายบนที่นอนสานในห้องของตัวเอง

เป็นที่ทราบกันดีว่า สมเด็จพระราชินีจะทรงแขวนถุงเท้าคริสต์มาสให้สุนัขทุกตัวของพระองค์ ในนั้นเต็มไปด้วยคุ้กกี้ แครกเกอร์ ของขบเคี้ยว และของเล่นต่างๆ มีรายงานว่าที่ผ่านมา สุนัขทรงเลี้ยงเหล่านี้เคยสร้างวีรกรรมชวนปวดเศียรเวียนเกล้าไว้ไม่น้อย...ตั้งแต่ละเลงพรมเลอะเทอะ ไปจนถึงแอบแง้บข้อเท้าข้าราชบริพาร บางทีก็แง้บมือ แง้บขาจนหลายคนได้แผลไปติดพลาสเตอร์เก๋ๆ กันเป็นแถว

ฮอยยังเขียนถึงหนึ่งในหลายๆเรื่องที่อยู่ในกระแสข่าวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา...ในระหว่างช่วงวันหยุดที่บัลมอรัล ปี 2011 สมเด็จพระราชินีทรงสังเกตเห็นว่ามีอาหารสุนัขแช่แข็งอยู่ในตู้เย็น ทั้งที่บรรดาพ่อครัวในวังต่างทราบดีว่า อาหารของคุณๆสี่ขาจะต้องเป็นอาหารสดปรุงใหม่เท่านั้น ดูเหมือนจะมีใครบางคนในครัวคิดว่ามันเป็นเพียงอาหารสุนัข จึงไม่เคร่งครัดต่อคำขอของพระราชินี แต่ความไม่พอพระทัยที่พระราชินีทรงแสดงออกในครั้งนั้น ก็ทำให้ไม่มีใครกล้าปล่อยปละละเลยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกเลย

แต่ก็ใช่ว่าสมาชิกในพระราชวงศ์จะทรงรักใคร่เอ็นดูเจ้าสี่ขาเหล่านี้ เหมือนกับที่สมเด็จพระราชินีทรงรัก หนึ่งในนั้นก็คือ ดยุคแห่งเอดินเบิร์ก พระองค์ทรงเกลียดพวกมันด้วยซ้ำ เพราะความที่มันเห่าเก่งเกินไปนั่นเอง

พระราชวงศ์องค์อื่นๆ ก็ทรงมีสุนัขอีกหลากหลายสายพันธุ์ เช่น "ทิกก้า" สุนัขพันธุ์แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งเคยปรากฏโฉมในภาพถ่ายวันคล้ายวันพระราชสมภพ 40 ชันษาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ นอกจากนั้นยังเคยเป็นนายแบบบนการ์ดอวยพรคริสต์มาสของครอบครัวอีกด้วย ที่กล่าวถึงกันมากที่สุดคือการ์ดของปี 1995 ชื่อ "Flowerpot Men"

ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ก็ทรงเป็นเจ้าของสุนัขพันธุ์แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย ชื่อ "เบ็ธ" และ "บลูเบลล์" ทั้งสองเป็นสุนัขที่ถูกช่วยมาจากสถานสงเคราะห์หมา-แมว แบทเทอร์ซี

...ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงรักสุนัขของพระองค์อย่างที่สุด คอร์กี้และดอร์กิสทั้งหลายจึงได้รับการปฏิบัติเทียบเท่ากับเป็นสมาชิกราชวงศ์เลยทีเดียว คนรับใช้คนหนึ่งในวังถึงกับออกปากว่า "คนรับใช้ใหม่น่ะ จะหามาแทนพวกเราเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สุนัขเหล่านั้น ไม่สามารถหาที่ไหนมาแทนได้" ...ท่าทางหมาดีกว่าคนแล้วกระมังคะ