จาก "มือบอน" เป็นงานศิลปะ ...กราฟฟิตี้ ในกรุงเทพฯ

เที่ยวถนน ท่องตลาด

ตัวหนังสือและลายเส้นขยึกขยือพ่นด้วยสีกระป๋อง ตามรั้วสังกะสี และรั้วบ้าน เป็นภาพรำคาญสายตา ส่อถึงความ "มือบอน" ของคนทำ

คนที่ชอบแลลอดเข้าไปตามซอกตึกเก่าๆ และใต้สะพานมืดๆ อาจจะพบสิ่งที่แตกต่าง ตรงที่เหล่านั้นมักเป็นงานวาดที่บ่งบอกว่าตั้งใจออกแบบ ดูจะเป็นเรื่องของคน "ไฟแรง" ที่อยากแสดงออกมากกว่าคนมือบอนที่สักแต่ว่าพ่นสีไปบนรั้วของชาวบ้าน

ฝรั่งเรียกงานเหล่านี้ว่า Graffiti

พัชรพล แตงรื่น นักวาดภาพแบบนี้คนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่า งานที่ทำสมัยเป็นนักศึกษาเป็นงานที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว และแอบทำตอนดึกๆ หลังจากที่สำรวจไว้แล้วว่าจะเลือกพื้นที่ตรงไหนเป็นที่ทำงาน

บางทีก็ถูกตำรวจจับ เพราะสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมาย แต่ว่าต้องการแสดงฝีมือและเป็นความตื่นเต้นและท้าทายที่ได้ทำงานอย่างรวดเร็วบนพื้นที่ต้องห้าม

ระยะเวลาที่ผ่านไป กราฟฟิตี้ยกระดับเป็นงานศิลปะ และก้าวจากมุมมืดไปสู่ที่โล่งแจ้ง เช่น งานของ Alex Face ศิลปินชาวไทยที่ไปทำงานอยู่ที่ออสเตรเลีย เป็นงานศิลปะสากล เช่นเดียวกับศิลปินแบบนี้อีกหลายๆคน ในหลายๆประเทศ

พื้นที่บางแห่งที่มืดและไม่น่าสนใจ ราวบันได และผนังว่างๆบนอาคารที่ด้านข้างเป็นถนนซอย หรือว่าทางเดิน กลายเป็นที่แสดงออกของเหล่าศิลปินกราฟฟิตี้ บางแห่งก็เป็นศิลปินรับเชิญ บางแห่งผู้ที่มือคันอยากแสดงฝีมือก็แอบไปวาดเอง

ในเมืองไทยเอง เห็นงานศิลปะบนท้องถนนเคลื่อนที่ได้จากรถทัวร์สองชั้นทั่วไป ที่เจ้าของรถมักแข่งกันแต่งทั้งสีสันและลวดลายเตะตา ส่วนงานวาดภาพบนกำแพงก็ได้รับการสนับสนุนอยู่เหมือนกัน เช่น ให้เด็กนักเรียนวาดกำแพงรั้วสถานที่ทำการกันคนละช่อง ทำให้กำแพงสีขาวหรือสีเทาที่ดูน่าเบื่อและหากปล่อยไว้นานไป ก็คงมีคนเอาสีกระป๋องมาพ่นให้เละ เป็นการแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง และเป็นการนำงานศิลปะไปสู่คนเดินถนนอีกด้วย

ครั้งหนึ่งในคอลัมน์นี้เคยนำเสนอข้อเสนอแนะให้กรุงเทพมหานครแปลงพลังด้านลบ (ทำให้พื้นที่สกปรกเลอะเทอะ) ให้เป็นพลังด้านบวก (เปิดพื้นที่ให้เหล่าศิลปินสมัครเล่น และคนอยากแสดงฝีมือได้มีที่แสดงออกอย่างเปิดเผย ถูกต้อง โดยให้ประกวดหรือเปิดพื้นที่ให้วาดอย่างเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย)

กทม. ทำเช่นนั้นแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นเพราะข้อเสนอหรือว่าคนหลายคนเห็นปัญหาเดียวกันและเห็นทางออกคล้ายๆกัน แต่ก็เป็นที่น่ายินดี

ไปเดินแถวสยามสแควร์ช่วงหน้าแล้ง ปี ๒๕๕๖ เห็นผนังซอกอาคารหลายจุดมีงานกราฟฟิตี้หลายงาน ซึ่งทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดให้ศิลปิน หรือเชิญให้ศิลปินมาทำงาน เห็นงานสวยๆหลายชิ้น บางคนเป็นศิลปินมีชื่อ เช่น รูปหน้าเด็กมี ๓ ตา สีออกแสด เหลือง แดง ของ อเล็กซ์ เฟซ เป็นต้น แม้กระทั่งรั้วของจุฬาฯ ด้านที่ติดกับสยามสแควร์ก็มีลายเส้นสีดำๆ เรียงๆ อยู่ตลาดแนวรั้ว

ถามพนักงานรักษาความปลอดภัยของสยามสแควร์ว่านั่นรูปอะไร รปภ. บอกว่า "รูปแมงมุมครับ"

ขาโย่งเย่งเรียงกันเป็นตับอยู่ตลอดแนวกำแพง มองผาดๆ หาว่ามือบอน มองจริงๆจังๆ เออ จริงด้วย แมงมุม

ไปลืมท่าทางยิ้มแย้มยินดีของ รปภ. จึงคุยกับเขาอีกพักหนึ่งเรื่องใครวาด วาดเมื่อใด ได้ความรู้สึกว่าเขาสนุกไปกับคนวาดด้วย

เมื่อตอนต้นปีนี้ แถวราชประสงค์จัดงานศิลปะบนถนน เห็นศิลปินหลายคนจากหลายชาติกำลังทำงานตามจุดที่กำหนด ช่วงนั้นมีธุระต้องใช้สะพานลอยใต้ทางรถบีทีเอสบ่อยๆ จึงเห็นศิลปินกำลังทำงานบนเสาหน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร ระหว่างสถานีสนามกีฬาฯ กับสถานีสยาม และอีกคนหนึ่งก้มหน้าก้มตาวาดภาพลงบนพื้นทางเดินของสะพานใต้บีทีเอส ตรงจุดใกล้ๆแยกราชประสงค์ มีไทยและต่างชาติมุงกันพอสมควร

งานที่กำลังทำกันเป็นงานที่ต้องลงทุนพอสมควร เช่น สีมากมายหลายกระป๋องเพราะเป็นงานแบบมีสีสัน และคนที่ทำงานบนที่สูง ต้องมีรถกระเช้า พาตัวขึ้นไปนั่งทำอีกด้วย

ตอนนี้เราจะเห็นงานกราฟฟิตี้ที่ทำสวย ทำเสร็จ หนาตาขึ้น ถ้าเดินทางอยู่ในกรุงเทพฯ อย่ามัวแต่หลับตารำคาญรถติด หรือว่าก้มหน้าดูพื้นเลย แหงนเงยขึ้นมองที่สูง หรือว่ามองแนวข้าง พยายามมองผ่านความรกรุงรังของร้านเร่ และป้ายโฆษณาสารพัดอย่าง เหมือนเรามีฤทธิ์สามารถเสกให้สิ่งเหล่านี้หายไปได้ แล้วมองดูกำแพงที่มีภาพสวยๆดีกว่าค่ะ เจริญตา เจริญใจกว่ากันแยะเลย