"บัว"...สรรพคุณรากจรดใบ

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

บัว ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Nelumbo nucifera Gaertn. จัดอยู่ในตระกูล NYMPHACACEAE มีหลากหลายสายพันธุ์ พบมากในเขตอบอุ่น ตามแหล่งน้ำทั่วโลก นับตั้งแต่อดีตมา ดอกบัวถือเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ นิยมใช้ในการกราบไหว้บูชา ไม่ว่าเทพเจ้า พระพุทธรูป หรือพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งสำคัญในหลายๆช่วงของชีวิต อีกทั้งนำมาใช้ในสัญลักษณ์ทางศาสนา ทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์

ชาวจีนมีความเชื่อว่า ดอกบัว หรือ เหลียนฮวา เป็นสัญลักษณ์แห่งความปรองดอง จึงปรากฏในภาพเขียนที่มีความเป็นสิริมงคลอยู่เสมอ สำหรับชาวไทยศาสนาพุทธ จะนิยมนำดอกมาสักการะพระรัตนตรัย และใช้ในพิธีทางศาสนา นอกจากนี้ในศิลปะหลายๆแขนง ก็ได้มีการนำดอกบัวมาใช้ในเชิงสัญลักษณ์กันแพร่หลาย

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า "ในหลายๆพื้นที่เชื่อว่า สมุนไพรหลายๆชนิด มีรหัสบ่งบอกตัวคุณสมบัติว่าเหมาะสมที่จะใช้กับอวัยวะใดเสมอ ดอกบัวก็เช่นกัน หากหลายๆท่านสังเกตจะพบว่า ดอกบัวมีลักษณะคล้ายอวัยวะในร่างกายเรา ที่เรียกว่า หัวใจ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย บำรุงครรภ์ เกิดลมเบ่งและคลอดลูกง่าย ดอกบัวมิใช่แค่ใช้กราบไหว้พระเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์เป็นยาในทุกส่วนของบัว"

ตำหรับ ยาสว่างอารมณ์ จากเกสรบัวหรือรากบัว ช่วยบำรุงหัวใจ โดยนำเกสรบัวหรือรากบัว หั่น และตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 เวลา ก่อนอาหาร หากไม่มีน้ำผึ้ง อาจใช้ผงยาละลายน้ำ กินครั้งละ 1/2 -1 ช้อนชา จะทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ทั้งรากบัวช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้อ่อนเพลีย เป็นยาชูกำลัง ส่วนที่เรียกว่า ไหลบัว ก็นำประกอบอาหารได้อีกด้วย

กลีบบัว รสฝาดหอมเล็กน้อย มีสรรพคุณทางสมุนไพร ช่วยแก้ไข้ ไข้มีพิษร้อน แก้ธาตุพิการ แก้เสมหะ บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต บำรุงครรภ์ทำให้คลอดบุตรง่าย นิยมนำไปบูชาพระ เพราะดอกบัวคงความงามไว้ได้นานวัน

เม็ดบัว รสหวานมันเย็น คุ้นเคยใช้ทำขนมหวานหรือบ๊ะจ่าง เม็ดบัวให้คุณค่าทางอาหาร โดยเม็ดบัวแห้ง 100 กรัม ให้พลังงาน 332 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 64.4 กรัม โปรตีน 15.4 กรัม แคลเซียม 163 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 626 มิลลิกรัม ซึ่งสนับสนุนตำรายาจีนและอินเดีย ที่ถือว่าเม็ดบัวเป็นยาและอาหารบำรุงกำลัง นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงกระเพาะ และลำไส้ให้แข็งแรง ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี นอนหลับง่าย บำรุงประสาท แก้ร้อนใน แก้อาเจียน แก้กระหายน้ำ แก้ระดูขาว ช่วยให้กระชุ่มกระชวยหลังฟื้นไข้

ดีบัว สีเขียวเข้มและมีรสขม เป็นต้นอ่อนที่อยู่ภายในเม็ดบัว บริเวณแกนกลางของเม็ดบัว ให้สรรพคุณด้านสมุนไพร คือ ช่วยบำรุงหัวใจ ขยายหลอดเลือดหัวใจ บำรุงร่างกาย แก้กระหายน้ำ ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี แก้อาเจียนเป็นโลหิต ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ลดโคเลสเตอรอล ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

เกสรบัว รสฝาดหอมเย็นชื่นใจ มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร โดยทำเป็นยาสมานแผล แก้ไข้ แก้เสมหะ แก้อ่อนเพลีย แก้คลื่นเหียนอาเจียน บำรุงครรภ์ ทำเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ บำรุงปราสาท ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกชุ่มชื่น

ใบบัว ใบบัวอ่อนมีรสฝาดอมเปรี้ยว ส่วนใบแก่รสฝาดเปรี้ยวเมาเล็กน้อย มักพบเห็นการใช้ใบบัว ในการใช้ห่อข้าวของเครื่องใช้ แต่ที่ใช้ใบบัวทางด้านยาสมุนไพร อาทิ แก้เลือดกำเดาไหล แก้ลมพิษ ทำให้เกิดลมเบ่ง แก้ไข บำรุงโลหิต นำมาสูบแก้ริดสีดวงจมูก หวัดเรื้อรัง ลดเสหะ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด

รากบัว ส่วนเนื้อของรากบัว มีวิตามินซีและเกลือแร่ สรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง พื้นไข้เร็ว แก้ร้อนใน ช่วยสร้างเลือด ทำให้เจริญอาหาร

ส่วนต่างๆของบัว ทำเมนูหลากหลาย อาทิ

ชาดีบัว ช่วยขยายหลอดเลือดในหัวใจ มีขั้นตอนการเตรียม คือ นำดีบัวมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปตากให้แห้ง จากนั้นนำมาคั่วหรืออบแห้ง เก็บใส่ขวดให้มิดชิด ปิดฝาให้แน่น วิธีทำ ใช้ดีบัวแห้งราวหนึ่งหยิบมือใส่แก้ว เทน้ำร้อนที่เดือดแล้วลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้ตัวยาละลายออกมาจึงดื่ม หรือใช้วิธีการต้มเดือด

ชาเกสรบัว โดยมีขั้นตอนการเตรียม คือ ล้างเกสรบัวให้สะอาด แล้วนำไปตากให้แห้ง จากนั้นนำมาคั่วหรืออบแห้ง แล้วเก็บใส่ขวดปิดฝาให้มิดชิด วิธีทำ ใช้เกสรบัวแห้งประมาณหนึ่งหยิบมือใส่ในแก้วน้ำ เทน้ำร้อนที่เดือดแล้วลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ให้ตัวยาละลายออกมา...แล้วค่อยดื่ม หรือใช้วิธีการต้มให้เดือด

ชาใบบัว มีขั้นตอนการเตรียม คือ ล้างใบบัวให้สะอาด แล้วนำไปตากให้แห้ง จากนั้นนำมาคั่วหรืออบแห้ง แล้วเก็บใส่ขวดปิดฝาให้แน่น วิธีทำ นำใบบัวแห้งประมาณหนึ่งหยิบมือ ใส่ลงในแก้วน้ำ เทน้ำร้อนที่เดือดแล้วลงไป พักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้ตัวยาละลายออกมา แล้วค่อยๆดื่ม หรือใช้วิธีการต้มให้เดือด

น้ำรากบัว มีส่วนประกอบ คือ น้ำ 6 ถ้วย รากบัวหั่นแว่น 300 กรัม น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย น้ำแข็ง วิธีทำ 1. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟอ่อนให้ร้อน ใส่รากบัวลงไป ต้มจนได้น้ำสีชมพู แล้วกรองเอากากออก 2. ใส่น้ำตาล ต้มต่อสักครู่ให้น้ำตาลละลาย แล้วยกลงรินใส่แก้ว เติมน้ำแข็งพร้อมดื่ม ซึ่งดื่มได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น

สายบัวดอง มีส่วนประกอบได้แก่ สายบัว เกลือ มะดันแห้ง หรือมะขามเปียก วิธีทำ 1. .นำสายบัวมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก และหั่นยาวประมาณ 1 คืบ 2. นำสายบัวใส่หม้อหรือขวดโหลที่เตรียมพร้อมไว้ ใส่เกลือและมะดันแห้งลงไป 3. ดองทิ้งไว้สักพัก พอให้สายบัวนิ่ม จึงค่อยนำมารับประทานกัน

ไหลบัวดอง ส่วนผสมประกอบด้วย ไหลบัว เกลือ มะดันแห้ง หรือมะขามเปียก วิธีทำ 1. นำไหลบัวมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออกไป แล้วหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 1 คืบ 2. นำไหลบัวใส่หม้อหรือขวดโหลที่เตรียมเอาไว้ ใส่เกลือและมะดันแห้งลงไป 3. ดองทิ้งไว้สักพักพอให้ไหลบัวนิ่มตัว จึงนำมารับประทาน

เต้าส่วนเม็ดบัว มีส่วนประกอบไปด้วย เม็ดบัวแกะเปลือก น้ำตาลทรายแดง แป้งท้าวยายม่อม มะพร้าวขูด เกลือ น้ำเปล่า วิธีทำ 1. นำเม็ดบัวที่แกะเปลือก มาผ่าเอาไส้ใน (ดีบัว) ออก แล้วล้างน้ำให้สะอาด 2. นำเม็ดบัวมาผ่าซีก นำต้มในน้ำเดือดจนเม็ดบัวสุก แล้วนำมาพักไว้ 3. นำแป้งมาละลายกับน้ำ คนให้เข้ากัน ก่อนนำไปตั้งไฟจนแป้งสุก 4. นำเม็ดบัวที่ต้มสุกแล้ว เทลงผสมกับแป้งมันที่ตั้งไฟ จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดง กวนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน 5. นำมะพร้าวขูดมาคั้น จนได้น้ำกะทิ เติมเกลือเล็กน้อย 6. นำเม็ดบัวที่กวนได้ที่ ตักใส่ถ้วยราดหน้าด้วยน้ำกะทิ พร้อมเสิร์ฟเพื่อรับประทาน

ขนมสายบัว ส่วนผสมมีดังนี้ สายบัว แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทรายแดง หัวกะทิ มะพร้าวขูด เกลือ วิธีทำ 1. นำสายบัวล้างให้สะอาดและปอกเปลือก แล้วไปหั่นและโขลกพอแหลก 2. นำสายบัวที่โขลกแล้ว มาผสมกับแป้งข้าวเจ้า เติมหัวกะทิและน้ำตาลทรายแดง แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน 3. นำส่วนผสมที่คลุกเค้าจนได้ที่ มาใส่ลงในใบตอง โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดคลุกเกลือ ห่อให้เรียบร้อย 4. นำขนมนึ่งในลังถึงจนสุก

บัว แม้เกิดจากโคลนตม แต่ยกย่องให้เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ผูกพันกับช่วงชีวิตตั้งแต่เกิด โดยกินให้เกิดลมเบ่งตอนคลอด ยามบวชทดแทนคุณ ก็ใช้รองผมที่ตัดออกมา หรือใช้เป็นดอกไม้ไหว้บูชาพระ ส่วนตอนที่แก่ชรา นำมากินแก้วิงเวียน แต่ในยามเจ็บป่วยไม่สบาย ใช้รักษาอาการป่วยไข้ และถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นดอกไม้ไหว้พระบนสวรรค์ หลายสิ่งได้เริ่มห่างหายไปบ้าง ควรช่วยกันนำกลับมา เยียวยาด้านจิตใจและสังคม

หากท่านใดมีความสนใจ เชิญเข้าเยี่ยมชมที่ ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องของสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โทรศัพท์ 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ