เจ้าชายน้อยแห่งเคมบริดจ์

รอบรั้วราชวงศ์

ข่าวดังข้ามทวีปที่นำความปลาบปลื้มยินดีมาสู่คนทั่วโลก และเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของอังกฤษก็คือ การประสูติของเจ้าชายน้อย พระโอรสของดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าหญิงแคทเธอรีน ซึ่งจะทรงเป็นรัชทายาทลำดับ 3 ของราชวงศ์อังกฤษ ที่จะขึ้นครองราชย์ต่อไปในอนาคต

วันที่รอคอย

สำนักพระราชวังเคนซิงตันออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหญิงแคเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือ เคท มิดเดิลตัน พระชายาในเจ้าชายวิลเลี่ยม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ มีพระประสูติการพระโอรส เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม เวลา 16.24 น. ตามเวลาอังกฤษ หรือเวลา 22.24 น. ตามเวลาประเทศไทย ด้วยน้ำหนัก 8.6 ปอนด์ หรือประมาณ 3.8 กิโลกรัม โดยทั้งเจ้าหญิงเคทและพระโอรสทรงมีพระวรกายแข็งแรงดี ซึ่งหลังประสูติการ เจ้าชายวิลเลี่ยม เจ้าหญิงแคทเธอรีน และพระโอรสพระองค์น้อย ก็ได้ปรากฏพระองค์ต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก ณ เฉลียงหน้าประตูของห้องสูทลินโด วิง โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่สดใสอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนที่แม็ตช์กันอย่างดูน่ารัก โดยเจ้าชายพระองค์น้อยทรงหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของพระบิดา ขณะที่เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงทักทายกับสื่อมวลชน และพสกนิกรที่มารอเข้าเฝ้ากันอย่างเนืองแน่น

เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงพระราชทานสัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองว่า "เขาเป็นเด็กตัวใหญ่นะ ตัวหนักเหมือนกัน ตอนนี้พวกเรากำลังคิดกันอยู่ว่าจะให้ชื่ออะไรดี เราจะพยายามคิดให้ได้เร็วที่สุด...ขอบคุณพระเจ้าที่เขาได้หน้าตาแม่มา" เจ้าชายวิลเลี่ยมทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะนำพระโอรสองค์น้อยใส่ตะกร้าอย่างคล่องแคล่ว พร้อมขับรถพระที่นั่งพาพระชายา และพระโอรสองค์น้อย เสด็จกลับไปยังพระราชวังเคนซิงตันด้วยพระองค์เอง กระทั่งได้รับคำชื่นชมจากประชาชนว่า ทรงทำหน้าที่คุณพ่อมือใหม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

พระนามของพระโอรสจะเป็นตัวกำหนดยุคสมัย

แอนโธนี่ อดอล์ฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาแหรกราชสกุลบอกว่า การเลือกพระนามของพระโอรสเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมันจะกำหนดยุคสมัยทั้งหมดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรเลยทีเดียว

ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงมีพระประสูติการพระโอรสที่แข็งแรง น้ำหนัก 81.6 ปอนด์ ที่ตึกลินโด วิง ของโรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ในย่านแพดดิงตัน เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หากคาดการณ์จากที่เคยปฏิบัติกันมา กว่าจะมีการประกาศพระนามของ "หลานปู่" ของพระอัยยิกา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ก็คงนานเป็นเดือนทีเดียว แต่ก็ปรากฏว่า วันที่ 25 กรกฎาคม สำนักพระราชวังเคนซิงตัน ก็มีแถลงการณ์ออกมาว่า เจ้าชายวิลเลี่ยม และเจ้าหญิงแคทเธอรีน ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงตั้งพระนามให้พระโอรสแล้วว่า "จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์" และมีพระนามอย่างเป็นทางการว่า "เจ้าชายจอร์จแห่งเคมบริดจ์" หรือ His Royal Highness Prince George of Cambridge

ที่มาของพระนาม "จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์" ก็คือ "จอร์จ" มาจากพระนามกษัตริย์แห่งราชวงศ์อังกฤษ โดยในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีกษัตริย์ที่ทรงพระนามว่า จอร์จ 6 พระองค์ โดยองค์ล่าสุด คือ พระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ส่วน "หลุยส์" นอกจากจะมาจากพระนามเต็มของดยุคแห่งเคมบริดจ์ (วิลเลี่ยม อาร์เธอร์ ฟิลิป หลุยส์) แล้ว ยังเป็นการระลึกถึง ลอร์ด หลุยส์ เมาท์แบทเทน ซึ่งเป็นพระปิตุลาของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบิร์ก ที่มีศักดิ์เป็นปู่ทวดของเจ้าชายน้อยอีกด้วย ขณะที่พระนาม "อเล็กซานเดอร์" ก็มาจากหนึ่งในพระนามกลางของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (เอลิซาเบธ อเล็กซานดรา แมรี)

โหรทำนายดวงชะตาของเจ้าชายน้อย

นักโหราศาสตร์และนักพยากรณ์เลขศาสตร์ของอินเดีย ทำนายว่า พระโอรสของดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ กษัตริย์ในอนาคตของสหราชอาณาจักร จะทรงมีพระอุปนิสัยหลายอย่างคล้ายกับเจ้าหญิงไดอาน่าผู้ล่วงลับ โดยบอกว่าเจ้าชายจะทรงเป็นที่รักของสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเดีย เพราะมีความเชื่อมโยงทางดวงชะตาต่อกัน

คำทำนายดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Times ของอินเดีย ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่แพร่หลายที่สุดในอินเดีย จากนักพยากรณ์ของหนังสือเอง ชื่อ Anupam V Kapil

ในอินเดีย การพยากรณ์โชคชะตาราศีจากดวงดาวและจากตัวเลขได้รับความเชื่อถือว่าเป็น "ศาสตร์" แขนงหนึ่ง ซึ่งในแวดวงธุรกิจ การแต่งงาน และแม้แต่เมื่อรัฐบาลจะริเริ่มทำอะไรใหม่ๆในบางครั้ง ก็ยังต้องดูฤกษ์ดูยาม

ความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าชายน้อยแห่งเคมบริดจ์กับประเทศอินเดียนั้น มีพื้นฐานมาจาก "ตัวเลข" ในวัน/เดือน/ปีของการประสูติที่ตรงกับวันประกาศเอกราชของประเทศอินเดียพอดิบพอดี

"เลขตามราศีเกิดของพระโอรสคือเลข 8 ซึ่งได้จากการนำเอาเลขของวัน/เดือน/ปี คือ 22 / 07 / 2013 มาบวกเข้าด้วยกันเป็น 2 + 2 +7+ 2 + 0 + 1 + 3 = 17 แล้วก็บวก 1 กับ 7 จึงได้เท่ากับ 8 ในขณะที่วันประกาศเอกราชของอินเดียคือ วันที่ 15 สิงหาคม 1947 เอาเลข 8 + 1 + 5 +1 + 9 +4 + 7 = 35 แล้วเอา 3 + 5 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 8 เช่นเดียวกัน

เจ้าหญิงไดอาน่าก็ทรงได้รับความชื่นชมอย่างมากมากในประเทศอินเดีย เมื่อครั้งเสด็จเยือนพร้อมเจ้าชายแห่งเวลส์ ในปี 1992 และหากสืบสาวไปถึงบรรพบุรุษในราชวงศ์วินด์เซอร์ก็พบว่า เจ้าชายน้อยผู้ที่จะทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ของจักรภพอังกฤษในอนาคตพระองค์นี้ อาจทรงสืบเชื้อสายมาจากอินเดีย เนื่องจากมีบรรพบุรุษทางฝ่ายพระมารดาสืบเชื้อสายมาจากชาวแองโกล-อินเดียน

การทำนายของโหรชาวอินเดียชื่อ Kapil เปิดเผยว่า เจ้าชายพระองค์น้อยจะทรงเจริญพระชันษาเป็นชายหนุ่มที่อารมณ์อ่อนไหวและเก็บตัว แต่จะทรงเหมือนพระมารดา เคท และสมเด็จย่า เจ้าหญิงไดอาน่า ตรงที่จะทรงเป็นที่รักของคนหมู่มาก อันเนื่องมาจากอิทธิพลของดาวศุกร์ที่โคจรอยู่ในเรือนการงาน

"พระอุปนิสัยตรงไปตรงมา ไม่มีชั้นเชิงในการทูต อาจจะทำให้พระองค์ทรงสร้างศัตรู นอกจากนั้นยังอาจจะทรงถูกเข้าใจผิดในเรื่องความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม เช่นเดียวกับเจ้าหญิงไดอาน่า สมเด็จย่าของพระองค์ ซึ่งทรงเป็นชาวราศีกรกฎเหมือนกัน

ด้านโหรชาวจีน ทำนายแนะนำว่า เจ้าชายควรจะพำนักอยู่ใกล้ๆกับต้นไม้ เพื่อลดผลกระทบจากความวุ่นวายที่มีแนวโน้มจะเข้ามาเป็นปัญหาในชีวิตของพระองค์

ส่วนนักพยากรณ์ชาวฮ่องกง Mak Ling-ling ทำนายว่า เจ้าชายจะทรงดื้อรั้น ไม่ยอมใครง่ายๆ แต่จะเป็นหนุ่มเนื้อหอมในหมู่สาวๆ และจะพบรักกับสาวแดนไกล

ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยอีกรายหนึ่งของฮ่องกง Au Chung-tak บอกกับนักข่าวว่า พระโอรสจะทรงมีพระอุปนิสัยหนักแน่นมั่นคงตามลักษณะของคนที่เกิดในธาตุดิน "ถ้าเจ้าชายทรงอยากมีชีวิตแต่งงานที่มั่นคง พระองค์จะต้องประทับอยู่ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ อย่าประทับอยู่ใกล้กับน้ำ"

พระพี่เลี้ยงมืออาชีพ

หนังสือพิมพ์ซันเดย์ พีเพิล เปิดเผยว่า เจ้าหญิงเคทและเจ้าชายวิลเลี่ยมทรงต้องการให้ เจสซี่ เว็บบ์ มาเป็นพี่เลี้ยงให้กับพระโอรสน้อย เจ้าชายจอร์จ

เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงทาบทามให้อดีตพระพี่เลี้ยงของพระองค์ ซึ่งเกษียณอายุไปเมื่อวัย 71 กลับมาเป็นพระพี่เลี้ยงถวายการดูแลพระโอรสน้อย เจสซี่ได้รับความไว้วางใจเป็นพิเศษในฐานะที่เธอเคยเป็นผู้ถวายการดูแลเจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าชายแฮรี่ในช่วงที่พระบิดาและพระมารดาทรงหย่าร้าง

ตอนที่เจ้าชายวิลเลี่ยมยังทรงเป็นเด็กชายที่อ่อนไหวและสับสน อันเนื่องมาจากการได้ทรงเห็นความระหองระแหงระหว่างพระบิดาและพระมารดา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอาน่า เจสซี่คือคนที่คอยโอบอุ้มและกันไม่ให้เจ้าชายได้เห็นความโศกเศร้าของพระมารดา

เจสซี่เป็นคนที่มีความเหมาะสมกับงานนี้มาก เธอไม่ได้แต่งงาน ไม่มีลูก และเธอรักเจ้าชายวิลเลี่ยมมาก อีกทั้งเธอยังคงติดต่อกับเจ้าชายวิลเลี่ยมตลอดเวลาที่ผ่านมา รายงานข่าวว่าเจสซี่อยากกลับมาทำหน้าที่นี้มาก แต่เธอก็ยังลังเลกับการที่จะต้องทำงานแบบเต็มเวลาอีกครั้ง

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงเลือกเจสซี่มาเป็นพระพี่เลี้ยงของพระโอรสทั้งสอง เพราะทรงเชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถปลูกฝังความเมตตา ความยุติธรรม และมอบความสนุกสนานแด่พระโอรสทั้งสองของพระองค์ได้ ในวันนี้ เจ้าชายวิลเลี่ยมจึงทรงต้องการให้พระโอรสของพระองค์ได้รับความอบอุ่นและปลอดภัย เหมือนดังที่พระองค์ทรงเคยได้รับจากเจสซี่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

คุณแม่มือใหม่ แต่หัวใจเต็มร้อย

มีรายงานจากข้าราชบริพารในวังเคนซิงตันว่า เจ้าหญิงเคททรงมุ่งมั่นที่จะให้พระโอรสดื่นนมแม่ตั้งแต่ยังไม่ทรงมีพระประสูติการ โดยทรงเตรียมฉลองพระองค์สำหรับการนี้ไว้โดยเฉพาะ แหล่งข่าวยังเล่าว่า แรกๆ เจ้าหญิงเคททรงมีความเครียดเล็กน้อยตามประสาคุณแม่มือใหม่ แต่หลังจากทรงได้รับการช่วยเหลือจากพยาบาลผดุงครรภ์ เจ้าหญิงเคทก็ทรงทำได้อย่างคล่องแคล่ว และพระโอรสน้อยก็เสวยเก่งมาก หากทรงหิวขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะทรงร้องเสียงดังมากจนพระมารดาไม่อาจรีรอได้ทีเดียว

แต่สำหรับคนที่อยากเห็นภาพดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ขณะทรงให้นมพระโอรส คงจะต้องผิดหวัง เพราะเจ้าหญิงเคทจะทรงป้อนนมพระโอรสในห้องส่วนพระองค์เท่านั้น ด้วยทรงเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ แหล่งข่าวยังเปิดเผยอีกด้วยว่า เจ้าหญิงทรงตั้งพระทัยที่จะให้พระโอรสเสวยนมแม่ตลอดในช่วงเดือนแรกๆ โดยจะไม่ทรงพึ่งนมขวดเลย

เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงตรัสถึงพระโอรสอย่างติดตลกว่า "รัชทายาทลำดับที่ 3 ทรงมีปอดที่แข็งแรง เพราะทรงร้องเสียงดังมาก แต่ยังไงก็ยังหล่ออยู่ดี"

ของขวัญและการเฉลิมฉลอง

สามอาทิตย์ หลังการประสูติของเจ้าชายน้อยแห่งเคมบริดจ์ สำนักพระราชวังเคนซิงตันก็ได้รับของขวัญและจดหมายมากมายนับหมื่นส่งมาจากทั่วโลก รวมถึงเสื้อผ้าและของเล่นเด็ก เจ้าหญิงเคทและเจ้าชายวิลเลี่ยม มีรับสั่งให้ทางสำนักพระราชวังส่งคำขอบคุณตอบกลับไปยังผู้ปรารถนาดีทุกคนที่ส่งของขวัญและจดหมายมาแสดงความยินดีกับพระโอรสน้อย

ข้าราชบริพารในวังเคนซิงตันเล่าว่า "มันเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งมากๆ เราต้องจัดคณะทำงานขึ้นมาสำหรับจัดการกับของขวัญมากมายเหล่านี้โดยเฉพาะ โดยแยกประเภทของของขวัญและส่งคำขอบคุณตอบกลับไปยังทุกคนที่เขียนที่อยู่ของตัวเองมาด้วย"

อันที่จริงแล้ว ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงขอให้ทุกคนบริจาคเป็นเงินช่วยเหลือให้กับ Imperial College Healthcare charity ของโรงพยาบาลแพดดิงตันที่เจ้าชายน้อยประสูติ แทนการส่งของขวัญมาให้มากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ โฆษกของสำนักพระราชวังกล่าวว่า "มันเป็นสิ่งที่งดงามมากและมันก็ช่วยได้มากจริงๆ" เช่นเดียวกับเมื่อครั้งงานอภิเษกสมรสของดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2011 ก็มีผู้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิเพื่อการกุศลที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของทั้งสองพระองค์มากถึงกว่าหนึ่งล้านปอนด์

หลังการประสูติของพระโอรส ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายวิลเลี่ยม เพิ่งทรงประทานสัมภาษณ์เป็นครั้งแรกในรายการหนังสารคดีของไอทีวี ชื่อ "Prince William's Passion : New Father, New Hope" ซึ่งผลิตโดยนักสร้างหนังสารคดีมืออาชีพอย่าง เจน เทรส์ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับความคาดหวังของเจ้าชายวิลเลี่ยมต่อครอบครัวใหม่ของพระองค์ และความสุขของการเป็นพ่อ รวมถึงความรักที่ทรงมีต่อแอฟริกา ความผูกพันกับงานอนุรักษ์สัตว์ป่า รวมถึงงานรณรงค์ด้านมนุษยธรรมที่ทรงสานต่อจากพระมารดา เจ้าหญิงไดอาน่า โดยหนังเรื่องนี้มีกำหนดจะออกอากาศในเดือนกันยายนนี้

นับจากนี้ไป ข่าวคราวของเจ้าชายพระองค์น้อย ก็คงจะมีมาให้เราได้ติดตามกันอีกหลากหลายเรื่องราวเลยละค่ะ "หญิงไทย" ก็จะคอยติดตามความเคลื่อนไหวเพื่อนำเรื่องชื่นใจมานำเสนออีกเรื่อยๆ โปรดติดตามนะคะ