ชาเมี่ยง

อรุณสวัสดิ์ ตลาดเช้า

ท้องฟ้าเริ่มระบายสีส้มจางๆ ลูกวัวน้อยร้องมอๆมาจากท้องทุ่ง เสียงของเช้าวันใหม่ปลุกให้ตื่นจากนิทรา และ "ตลาดเช้า" คือสิ่งแรกที่คิดถึง

อรุณรุ่ง ที่กาดเช้าบ้านแม่ใจ ฉันพบกับ "แม่ลา อินต๊ะเขียว" หญิงวัยเกือบ 60 ปี แห่งร้านเมี่ยงอันเปี่ยมเสน่ห์ แม่ลากำลังง่วนกับการหยิบใบเมี่ยงปั้นเป็นก้อนๆ มัดด้วยตอก เมี่ยง หรือชาหมักดองของท้องถิ่นทางเหนือ เป็นเหมือน "หมาก" ในภาคกลาง เมี่ยงชานี่คนทางภาคเหนือ นิยมเป็นของขบเคี้ยว หรืออมเป็นของว่างระหว่างการทำงาน ยามว่างหลังอาหาร หรือชงดื่มกับน้ำร้อน ช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อย มีอยู่หลายชนิด เช่น เมี่ยงหวาน เมี่ยงเค็ม เมี่ยงหมี่ เมี่ยงขิง เมี่ยงใส่กระเทียมดอง

"ข้าวเสี้ยง-เมี่ยงป๋ง" เมื่อข้าวไว้กินหมดแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาที่เมี่ยงออกยอด คนสมัยก่อนปลูกข้าวไว้กิน ปลูกเมี่ยงไว้ขายหารายได้ให้ครอบครัว ฉันเคยได้ยินว่าคนเชียงใหม่ เขามีการจัดงาน "กาดเมี่ยง ชา กาแฟ" กันด้วย บรรยากาศคงน่ารัก น่ารื่นรมย์ดีไม่น้อย...แม่ลาเล่าให้ฟังว่า

"ใบเมี่ยง ก็คือใบชานั่นแหละ เขาเอาใบชาสดมาฮอม (มัด) แล้วก็มานึ่ง มัดเป็นกำให้สวยงาม ผึ่งเมี่ยงไว้สองวัน จากนั้นก็เอาไปหมักเกลือกับน้ำเปล่าครึ่งเดียน (ครึ่งเดือน) ในโอ่งมังกร ตอนหมักเค้าจะใส่ใบเหมียดทำให้เมี่ยงมีรสชาติเปรี้ยวด้วย เอาไปยัดใส่เข่ง ใบตองเข้ารอง จนใบชาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ใบยุ่ย ถึงจะเอามากินได้ ส่วนมากทางเหนือเค้าปรุงรสกันทั้งนั้น กำ (มัดเป็นก้อนใหญ่) ละ 15 บาท ส่วนเมี่ยงยัดไส้ หรือเมี่ยงหวาน 6 คำ 2 บาท"

เมี่ยงยัดไส้ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชูคลุกๆ แล้วบีบเอาน้ำออก ปั้นเป็นก้อนๆ รสชาติของเมี่ยงหวาน เวลาเคี้ยวออกหวาน ฉ่ำ ซ่า กลมกล่อมดี ก่อนยื่นเมี่ยงหวานให้ชิม ป้าลาเหยาะน้ำใสๆในขวดให้ก่อน ครั้นถามก็อมยิ้มบอกว่า "เป็นน้ำเสน่ห์" ซึ่งก็คือน้ำต้มกับเกลือ ใส่น้ำส้มสายชู หวานน้อยๆ

"ต้นเมี่ยง ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บ เค้าไม่ต้องใช้สารเคมี เพราะคนเคยเอาปุ๋ยเคมีฉีด พอเอาเมี่ยงมาหมักจะเป็นสีน้ำตาล ขายไม่ได้ แล้วเมี่ยงมันก็ไม่มีแมลงมารบกวนด้วย ฝนตกก็ออกยอด ทำกันเป็นสวนๆเลย เมี่ยงนี่เขาปลูกกันที่เชียงใหม่ แถวภูเขา แม่ขะจานโน่น"

"คนสมัยก่อนเค้าเก่ง เค้าขับรถ ขับเรือ ง่วงนอน ก็เคี้ยวเมี่ยงแก้ง่วง คนทางใต้ไม่รู้เอาไปแกง คิดว่าผักขี้เหล็ก แกงก็เต็มหม้อสิ!" ป้าลาเคี้ยวเมี่ยงหัวเราะชอบใจ