ล่องท่าจีน ทำบุญถวายเทียน

ศรัทธาจากใจ

2...ในช่วงระยะต้นๆปี คนจีนไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า เพื่อช่วยเรื่องการค้าให้เจริญงอกเงย ได้แก่ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม หลวงพ่อวัดไร่ขิง วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม หลวงพ่อทอง วัดเขาตะเคา จังหวัดเพชรบุรี หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ และหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งถือเป็นพระห้าพี่น้อง อันมีประวัติอยู่ริมฝั่งแม่น้ำทั้งหมด

ชื่นชมคนตึ่งหนั่งเกี้ยไม่ทันไร เรือก็แล่นมาถึง วัดท่ากระบือ เลขที่ 17 บ้านท่ากระบือ หมู่ที่ 5 ตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่งแบน จังหวัดสมุทรสาคร

เดินลัดเลาะกันไปเป็นหมู่คณะ ในบรรยากาศร่มรื่นและเงียบเชียบ แล้วผู้ที่นำหน้าขบวนศรัทธาบุญ ก็พามาหยุดที่วิหารหลวงปู่รุ่ง ซึ่งมีรูปหล่อเหมือนของหลวงปู่รุ่ง สร้างขึ้นด้วยความเคารพนับถือ มาตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2511 โดยศิษยานุศิษย์และบุคคลทั่วไป ทำการสักการบูชากราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตตนเอง

เข้ากราบไหว้หลวงปู่รุ่ง ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วยคาถาที่ว่า นะโมพุทธายะ มะอะอุ อิสะวาสุ พุทธะสังมิ พุทโธ สัพพัญญุตะญาโน มะหาชะนานุ ธัมปะโก ธัมโมโลกุตตะโร วะโร สังโฆ มัคคะผะลัฐโฐ จะ ติสสะโร มะหาเถโร จะ อิจเจตัง ระตะนัตตะยัง เอตัสสะ อานุภาเวนะ สัพพะทุกขา สัพพะโรคา อุปัททะวา อันตะรายา จะ วินัสสันตุ ปุญญะลาภะ มะหาเตโช สิทธิกิจจัง สิทธิลาโภ สัพพะโสตถี ภะวันตุ มเติฯ สาธุ 3 ครั้งแล้วรู้สึกอิ่มบุญ

วัดท่ากระบือ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2439 เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดท่าควาย เนื่องจากประชาชนในสมัยนั้น นำควายสัญจรไปมา หรือข้ามแม่น้ำท่าจีนหน้าวัด เพื่อเดินทางไปค้าขาย สมัยก่อนเป็นเพียงวัดเล็กๆ มีกุฏิมุงด้วยใบจาก รอบวัดเป็นป่า มีลิง ค่าง

ต่อมาราว พ.ศ.2524 พระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงปู่รุ่ง) รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ได้ร่วมมือกับชาวบ้าน สร้างอาคารเสนาสนะ อาทิ หอไตรปิฎก ศาลาตรีมุก และศาลาสาครบุญวัฒน์ รวมถึงปูชนียวัตถุที่มี หลวงพ่อพระประทานพร พระประธานปางสมาธิ สถิตประจำพระอุโบสถ ซึ่งเราตรงเข้าไปกราบกราน หลังเสร็จการถวายเทียนพรรษา

โดยเริ่มกล่าวนะโม 3 จบ ตามด้วยคำบูชาหลวงพ่อพระประทานพร ว่า เทนโต โย สัคคะนิพพานัง เทวะมะนุสสะปาณินัง เทนตัง ธัมมะวะรัง ทานัง เทวะเสฏฐัง นะมามิหังฯ แล้วขอให้แสงแห่งธรรมะ นำพาชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองด้วยเทอญ

ผมเดินกลับไปที่ท่าเรือ แต่พอครั้งเดินเข้าไปใกล้ ก็มีเสียงเรียกให้ขึ้นรถ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ในการเดินทางถวายเทียนพรรษา

ขบวนรถตู้ออกตัวเป็นแถว เลี้ยวไปมาตามพื้นที่ของสวน กระทั่งมาเงียบเสียงอึกทึก ณ วัดธัญญารามราษฎร์บำรุง หมู่ 7 ตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร แล้วก็เริ่มพิธีการถวายเทียนพรรษา โดยสมาชิกในคณะพร้อมหน้าตา

คำถวายมีว่า ยัคเฆ ภันเต สังโฆ ปะฏิชานาตุ มะยัง ภันเต เอตัง ปะทีปะยุคัง สะปะริวารัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ อิมัสสะหมิง อุโปสะถาคาเร นิยยาเทมะ สาธุ โน ภันเต อะยัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ ปะทีปะยุคัสสะ ทานัสสะ อานิสังโส อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ ปิยะชะนานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ

มีคำแปลเป็นภาษาไทย ให้ได้เข้าใจกันอย่างชัดเจน ว่า ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงรับทราบ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอมอบถวายเทียนต้นนี้ พร้อมกับของบริวารไว้ ณ พระอุโบสถแห่งนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษา ขออานิสงส์แห่งการถวายต้นเทียน เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษา ของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย แก่ปิยชนทั้งหลาย มีมารดาบิดาเป็นต้น ตลอดกาลนานเทอญ สาธุๆๆๆ

แล้วสำรวจตรวจตราตามอาราม โดยไม่หลงลืมเข้าสักการะต่อ หลวงพ่อดำ ประดิษฐานในศาลาการเปรียญ กระทั่งหมดเวลาหนึ่งวันแรก ในกิจกรรมของ ล่องแม่น้ำท่าจีน ถวายเทียนพรรษา 9 วัด ในช่วงระยะเข้าพรรษา 3 เดือน ต่อไปก็เดินทางเข้าที่พักผ่อน โดยจองห้องไว้ล่วงหน้า ณ บ้านลีลาไทยรีสอร์ท ซึ่งพร้อมรออยู่เบื้องหน้านานแล้ว

ถึงห้องพักรีบเก็บสัมภาระ พร้อมเตรียมกระเพราให้ว่าง สำหรับอาหารมื้อค่ำแสนอร่อย ผมแว่วมาว่า พ่อครัวเค้าแพ้ผงชูรส และรักสุขภาพตัวยงเลย มื้อค่ำในบรรยากาศริมคลอง จึงทานอร่อยปากและสบายใจ เพราะมีแต่คุณประโยชน์ทั้งนั้น

เสียงจี๊ดๆจากจิ้งหรีด เสียงจิ๊บๆจากนกกระจิบ รวมถึงเสียงขันจากไก่โต้ง ที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องพัก พร้อมแสงแห่งวันใหม่ ทะลุผ่านม่านตรงหัวเตียง

มาสูดอากาศที่ท่าน้ำ ติดคลองดำเนินสะดวก มีน้ำกำลังเอ่อนองเต็มที่ ตามพื้นผิวน้ำมีแสงวิบวับ ที่ปะทะกับแสงพระอาทิตย์ สาดเฉลียงจากคุ้งน้ำโพ้น

แสงจีวรเรื่อเรืองมาแต่ไกล เขยิบเข้ามาด้วยเรือลำน้อย มีเพียงฝีพายกระทบน้ำจ๋อมๆ พอมีโทนเสียง "นิมนต์" ขึ้นมา ก็วาดให้หัวเรือเข้าเทียบท่า พลันก็เกิดภาพสะอาดพิสุทธิ์ ณ ท่าน้ำของบ้านลีลาไทยรีสอร์ท กับการทำบุญใส่บาตรเนืองนิตย์

การทำบุญกุศล ได้อานิสงส์ทันที คือ ความสุขใจ

ในการมาถวายเทียนพรรษา ก็กระทำการแล้วมีความสุข อันเป็นจุดม่งหมายในเบื้องต้น ที่พี่เปี๊ยก-พงษ์ศักดิ์ เน้นย้ำก่อนเดินทางมาด้วยซ้ำไป

หลังจากได้ทานอาหารเช้า ร่วมกับบรรดอาเจ็ก อาม้า อาอึ้ม อาเจ้ หรืออาเฮีย ที่จ่ายตังค์ซื้อเป็นแพ็คเกจ ต่อคนราวสามพันกว่ามา รวมกับค่าเดินทางและอาหาร โปรแกรมก่อการกุศลในตอนเช้า เรามุ่งหน้าเข้าสู่ วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 17 หมู่ 2 ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแผ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

ระหว่างรอถวายเทียนและจตุปัจจัย ก็ค่อยๆย่องออกมากราบไหว้ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์ ปรากฏบุญฤทธิ์เป็นที่พึ่งทางใจ แก่คนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งให้ความเคารพมากราบไหว้ หรือทำการบนบานศาลกล่าว และก็มักประสบความสำเร็จ ดังที่ตนเองปรารถนาเอาไว้ กระทั่งกล่าวขานกันไม่เสื่อมคลาย

เริ่มท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยคาถาบูชา โตเสนโต วะระธัมเมนะ โตสัฏฐาเน สิเว วะเร โตสัง อะกาสิ ชันตูนัง โตสะจิตตัง นะมามิหัง

หลวงพ่อโต ที่คนจีนขอให้ทำมาค้าขายดี จะรู้จักกันในนามของ ซำปอกง ประทับเด่นเป็นสง่าบนวิหารหลังใหม่ ทรงไทยจัตุรมุขมียอดวิหารสูงเสียดฟ้า ทุกส่วนของตัววิหารประดับตกแต่งสวยงาม ตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมไทย อันประกอบด้วยกระจกหลายสีหลากชนิด และทองคำเปลวหลายแสนแผ่น ตั้งบนที่ดินของ แจ่ม วาสุกรี ผู้ที่มีความศรัทธา ยกพื้นที่ให้เป็นธรณีสงฆ์ เบื้องแรกของการสร้างวัดนั้น มีกุฏิมุงด้วยจากเพียงหลังเดียว ต่อมามีคนถวายบ้านเรือนเก่าๆ เป็นฝากระดานบ้าง หรือเป็นฝาขัดแตะบ้าง ทางวัดนำมาปลูกสร้างเป็นกุฏิสงฆ์เพิ่ม และทำการตั้งชื่อวัด ตามหลักแบ่งเขตของลำคลอง ว่า วัดใหม่หลักสี่ ในกาลต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อ วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร นับอายุมาถึงปัจจุบันราว 65 ปี มีการพัฒนาให้รุ่งเรืองโดย พระครูพิพัฒน์สาครธรรม จึงมีความเจริญใหญ่โตสวยงาม อาทิ พระอุโบสถ กุฏิ หอฉัน หอสวดมนต์ ซึ่งศาลาการเปรียญของวัด เป็นหลังใหญ่ที่สุดในคลอง

ก่อนก้าวเท้าออกจากวัด ก็แอบยินเรื่องเล่ามาว่า วันหนึ่งย่านคลองดำเนินสะดวก มีแม่ค้าชาวสวนเจ้าหนึ่ง เมื่อพายเรือผ่านเห็นหลวงพ่อโต ได้บนบานให้ผลไม้ขายดิบขายดี แล้วจะนำผลไม้มาถวายแก้บน ก่อนพายเรือไปถึงตลาดน้ำ ก็นำน้ำพรมผลไม้ราวกับน้ำมนต์ วันนั้นขายดีราวกับเทน้ำเทท่า ต่อมาคงเป็นธรรมเนียมการบนบาน ขอให้สมประสงค์ด้านการค้าขาย และมักนำผลไม้ ขนมเปี๊ยะ หรือประทัด มาทำการแก้บนต่อหลวงพ่อ

รถตู้แฉลบไปตามท้องถนน ใช้เวลาในการสัญจรเพียง 10 นาที แล้วรถก็เลี้ยวเข้ามาในหมู่ 2 ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร อันเป็นสถานที่ตั้งแห่งอารามบุญ ที่ชาวบ้านเรียกกันกว่า วัดมอญ แต่นามที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการ ชื่อว่า วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม อารามในนิกายธรรมยุต เปี่ยมด้วยศรัทธาจากประชาราษฎร์

หลังเสร็จกิจแห่งมหาบุญ คือ การถวายเทียนพรรษา และจตุปัจจัยไทยธรรม บรรดาผู้ก่อกิจการบุญ พากันไปมุ่งดูพระพุทธรูปหยก ทีแรกก็คิดว่าเพียงองค์ย่อมๆ แต่ที่ไหนได้...ขนาดองค์เห็นแล้วต้องตาค้าง ทั้งยังงดงามด้วยศิลปะมอญโบราณ

แล้วไม่รอช้าเร่งเดินทางกันต่อ เพื่อมุ่งหน้าทำบุญวัดสุดท้าย ก็คือ วัดชัยมงคล ตำบลชัยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

วัดแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน พุทธศาสนิกชนเชื้อสายจีนในคณะ ต่างพากันเกิดพลังแห่งปีติสุข หลังการได้ถวายเทียนพรรษา พร้อมสักการะพระพุทธรูปทองคำ โดยมีพระสงฆ์ผู้เจริญในพระธรรม มาช่วยเปิดไฟเปิดหน้าต่างและประตู เพื่อให้ชมในบารมีแห่งพุทธศาสนา ได้อย่างชัดเจนตาและใกล้ชิดที่สุด ด้วยองค์พระทองคำมีขนาดเล็ก จึงสร้างวิหารเป็นที่ประดิษฐาน ตามผังลายรอบด้วยมณฑปหลังเล็ก ซึ่งภายในมีพระพุทธรูปองค์เล็ก

เป็นอันเสร็จสิ้นการถวายเทียนพรรษา 9 วัด

...ที่รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเหลือเกิน...