หลงรักประเทศไทย

ที่นี่รายการเพื่อคุณภาพชีวิต

"...ผมตกหลุมรักผู้คนและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่คงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ ผมรู้สึกพิเศษทุกที่ที่ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ที่เราไม่คุ้นตา เสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย ทำให้ผมตกหลุมรักได้ทุกวัน" เป็นภาพยนตร์โฆษณา "หลงรักประเทศไทย" ของ ททท. ที่มี ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เป็นผู้แสดง

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2556 หรือ Thailand Tourism Festival 2013 (TTF 2013) โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างการรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ กระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในประเทศ ภายใต้แนวคิด "หลงรักประเทศไทย และไทยเป็นศูนย์กลางตลาดท่องเที่ยว AEC+6"

ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รวบรวมกิจกรรมที่มีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยจากทุกภูมิภาค นำเสนอรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเชื่อมโยงภายในประเทศ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และได้มอบหมายให้ ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา

สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และพนักงาน ททท.ทั่วประเทศ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. จัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2556 ขึ้น ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน 2556 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี บนพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร รวมทุกองค์ประกอบของการท่องเที่ยวไว้อย่างหลากหลาย ให้ผู้เข้าชมและนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อแพ็คเกจต่างๆ ตามที่ต้องการ

คาดว่าในปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมชมงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2556 ประมาณ 2 แสนคน ก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท (ปี 2555 มีผู้เข้าร่วมชมงานราว 1.7 แสนคน ประมาณการรายได้ 290 ล้านบาท) สำหรับปัจจัยในการส่งเสริมให้เกิดรายได้ภายในงาน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ กิจกรรมเที่ยวฟรีมีจริง โดยจะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดแรงจูงใจในการซื้อขายแพ็คเกจท่องเที่ยวภายในงานมากยิ่งมาก และงานแลกเปลี่ยนซื้อขายด้านการท่องเที่ยวสำหรับตลาดในประเทศ (Trade Show) ซึ่งได้จัดขึ้นในปีนี้เป็นปีแรก เพื่อส่งเสริมการขายตลาดในประเทศ โดย ททท. ได้เชิญผู้ซื้อ (Buyer) เข้าร่วมงานจำนวน 500 ราย จากทั่วประเทศ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สถานศึกษา สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภาคเอกชนต่างๆ เป็นต้น

กิจกรรมภายในงานแบ่งเป็น 10 โซน

1. นิทรรศการ ททท. นำเสนอที่มาของแคมเปญล่าสุดคือ "หลงรักประเทศไทย" และผลงานของ ททท. ตลอด 53 ปีที่ผ่านมา ชมนิทรรศการท่องเที่ยวไทย ศูนย์กลางตลาดท่องเที่ยวและประชาคมเศรษกิจอาเซียน (AEC+6) ประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ บูรไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นิทรรศการอนุสาร อสท. Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย 7 Green Concept เทศกาลงานประเพณี และ TAT SHOP

2. นิทรรศการท่องเที่ยว 5 ภูมิภาคท่องเที่ยว นำเสนอเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยว ภาคเหนือ "วัฒนธรรมล้ำค่างามผืนป่าธรรมชาติ" จำลองวัฒนธรรมชนเผ่าที่หลากหลาย ทั้งชาวเขาและชนพื้นราบ ในรูปแบบนิทรรศการมีชีวิต บ้านเรือน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาทิ ลาหู่แดง (จังหวัดเชียงใหม่) ไทหย่า (จังหวัดเชียงราย) ม้ง (จังหวัดพิษณุโลก) ไทใหญ่ (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) และ ไทลื้อ (จังหวัดน่าน)

ภาคกลาง "เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลาง" นำเสนอในบรรยากาศงานวัด ชิงช้าสวรรค์ และสวนสนุก สอดแทรก กิจกรรมท่องเที่ยว 6 รูปแบบ (มนต์เสน่ห์ทะเลวัง-แดนสวรรค์ตะวันออก-ท่องเที่ยววิถีชุมชน-เที่ยวเมืองเก่าเล่าประวัติศาสตร์-ผจญภัยหัวใจสีเขียว-กรุงเทพฯสุขหรรษา) มุมถ่ายภาพแบบ 3 มิติ เปิดท้ายขายของ Cyber Market ซื้อ-ขายทัวร์ผ่าน On Line และเล่นเกมชิงรางวัล "เที่ยวฟรีมีจริง"

ภาคอีสาน "แหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม" ชมพระธาตุศรีสองรัก (จำลอง) ตามรอยบูรพาจารย์ หัตถศิลป์ถิ่นอีสาน เสน่ห์วิถีประเพณีอีสาน เวทีการแสดงวัฒนธรรมพื้นเมือง เปิดตัวแอพฯ-การท่องเที่ยวอีสาน ณ Nokia Zone รวมทั้งการให้คำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวอีสานาแบบเจาะลึกที่ "คลินิกอีสาน"

ภาคใต้ "ป่าสวยทะเลใสหลากหลายวัฒนธรรม" ร่วมสนุกกับกิจกรรมปีนผาท้าลมจากหาดไร่เลย์ ร่วมถ่ายภาพ 3 มิติ ผืนป่าฮาลาบาลา มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา (จำลอง) ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ วิถีชีวิตชาวใต้ และเวทีศิลปวัฒนธรรมภาคใต้

ภาคตะวันออก "สีสันตะวันออก" ชมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศ (จำลอง) Adventure Zone นิทรรศการ AEC นำเสนอภาพ 3 มิติจากพิพิธภัณฑ์ Art In Paradise ชมสาธิตการเจียระไนพลอย หัตถกรรมจักสาน และกิจกรรมบันเทิง

3. นิทรรศการท่องเที่ยวไทย ศูนย์กลางการตลาดและการท่องเที่ยว การประชุมของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC+6) โดยร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ สสปน. นำเสนอรูปแบบนิทรรศการไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจไมซ์ (MICE : Meeting Incentive Convention) ของ AEC

4. มุมมองท่องเที่ยวใหม่กับ ถนนคนเดิน 5 ภูมิภาค เป็นโซนใหม่ในปีนี้ที่ ททท. ภูมิใจนำเสนอ เพื่อสร้างสีสันภายในงาน ได้แก่ ภาคเหนือ กาดมั่วตลาดริมเมย 2537 บ้านกง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย และกาดมั่วคัวน่าน จังหวัดน่าน ชิมอาหารพื้นเมืองที่หาลิ้มลองได้ยาก เลือกซื้อผ้าหมักโคลนของบ้านนาต้นจั่น และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ภาคกลาง จับจ่ายซื้อของตลาดน้ำและตลาดโบราณยอดนิยม อาทิ ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดซิเคดา-เพลินวาน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ภาคอีสาน สัมผัสตลาดเมืองเคาบอย อำเภอปากช่อง เขาใหญ่ เลือกซื้อสินค้าพืชผลทางการเกษตร ภาคใต้ เลือกซื้ออาหารปักษ์ใต้หลากชนิดในบรรยากาศตลาดสถานีรถไฟกันตัง และฝั่งอันดามัน ภาคตะวันออก ยกตลาดผลไม้จากเมืองจันทบุรีมาให้เลือกจับจ่ายใช้สอยซื้อกลับบ้านกันจุใจ

5. ชิม ช็อป อาหารอร่อย เมนูเด่น-เด็ด-ดัง จากร้านอาหารชื่อดังใน 5 ภูมิภาค

6. เวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-ร่วมสมัย และนานาชาติ ณ เวทีใหญ่ เป็นช่วงเวทีที่ไม่ควรพลาด เพราะหาชมกันไม่ได้ง่ายๆ อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก 5 ภูมิภาค การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก การแสดงหุ่นคน เพลงพื้นบ้านคณะแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องชื่อดังทั้งลูกทุ่ง และลูกกรุง อาทิ วงดนตรีสุนทราภรณ์ รวงทอง ทองลั่นทม ธานินทร์ อินทรเทพ จิตติมา เจือใจ เสรี รุ่งสว่าง สายัณห์ สัญญา แอ๊ด คาราบาว ฮั่นเดอะสตาร์ แคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์ ฯลฯ

7. โชว์เคสของหน่วยงานพันธมิตรกับ ททท. อาทิ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ สสปน. และศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศศป.) จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค

8. กิจกรรมสัมมนาวิชาการด้านการท่องเที่ยว ในหัวข้อ "ประเทศไทยในมุมเล็กๆ" (Smaill Is New Big) เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ความรู้เกี่ยวกับเทรนด์ของการท่องเที่ยวไทยและทั่วโลกในยุคปัจจุบัน ที่กระแสความนิยมเริ่มขยายไปยังกลุ่มคนเล็กๆ ซึ่งนับเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่รวมตัวกันทำกิจกรรมท่องเที่ยวและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดิฉันมีโอกาสได้เข้าไปร่วมฟังการสัมมนาเปิดมุมมองท่องเที่ยวไทย เป็นกิจกรรมหนึ่งของงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้วค่ะ ทำให้ได้รับรู้ว่า จากสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของสังคม อันเป็นผลมาจากการเกิดขึ้นของวัฒนธรรมย่อย (Sub Cclture) การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม (Cross Cultural Communication) การเกิดขึ้นของ Micro Trends และกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและทุ่มเทความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางการตลาดที่น่าสนใจ 2 ปรากฏการณ์ คือ ปรากฏการณ์การเติบโตขึ้นของกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มเล็กๆหลายๆกลุ่มในภาษาการตลาด เรียกว่า Niche Market และปรากฏการณ์การเกิดกลุ่มคนที่ทำธุรกิจ ทำงานศิลปะ ตามความสนใจ และลุ่มหลงเรื่องนั้นๆ อย่างจริงจัง

Trend เรื่อง Sub Culture (วัฒนธรรมย่อย) / Minimal (นิด/หน่อย) / Simple (ง่าย/งาม) / Local (ดิบ/ด้าน) เป็น Trend ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย และทุกวันนี้เริ่มเป็นที่ยอมรับ และนิยมในกลุ่มคนเล็กๆ โดยเฉพาะในวงการความเคลื่อนไหวเรื่องการท่องเที่ยว

พบว่ากระแสความนิยมและการเติบโตของกลุ่มนี้กระจายไปในหลายธุรกิจ อาทิ ที่พัก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ การประดิษฐ์สินค้าที่มีดีไซน์ รวมไปถึงการเติบโตขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Passion และมีจริตของชนชั้นกลางในเมือง

การเกิดย่านใหม่ ที่รวมของงานอาร์ต การเกิดกลุ่มคนที่รวมตัวกันทำกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น กลุ่มจักรยาน กลุ่มคนนิยมความเงียบในกรุงเทพฯ (Quiet Bangkok) กลุ่มคนชอบถัก กลุ่มคนรักพิพิธภัณฑ์ กลุ่มคนเที่ยวร้านหนังสือ เกิดเป็นชุมชนที่หลากหลาย สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวในเมืองนั้นๆ

การสัมมนาในปีนี้จึงมุ่งให้ความสนใจกับกลุ่มคนเล็กๆ และการเปิดเวทีเพื่อประกาศความเล็กที่เริ่มใหญ่ขึ้นทุกวัน และท้าทายการท่องเที่ยวกระแสหลักที่เริ่มลดทอนคุณค่าให้เหลือเพียงการขาย ลด แลก แจก แถม การทำตลาดแบบ Me Too Marketing ที่ไร้จินตนาการและแรงบันดาลใจ

9. ส่งเสริมการขายด้านตลาดในประเทศเป็นพิเศษ เฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและแขกวี.ไอ.พี. โดย ททท. เปิดเวทีเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวเฉพาะผู้ประกอบการฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน (Trade Show)

10. ศูนย์รวมสินค้าบริการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ พบกับสินค้าการท่องเที่ยวและโปรโมชั่นมากกว่า 1,000 ราย อาทิ โรงแรม บริษัทนำเที่ยว สายการบิน สปา สวนสนุก โรงพยาบาล ฯลฯ

ผู้เข้าร่วมงานร่วมสนุก "เที่ยวฟรีมีจริง" ด้วยการประทับตราให้ครบ 22 จุดแหล่งท่องเที่ยวลงในพาสส์ปอร์ต รับของที่ระลึก เขียนคูปองชิงโชคเพื่อรับแพ็คเกจทัวร์จาก 5 ภูมิภาคท่องเที่ยว และสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าภายในงานรวมมูลค่า 10,000 บาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล "เที่ยวฟรีมีจริงสุดพิเศษ" เที่ยวหรูอยู่สบาย 5 ภูมิภาคท่องเที่ยว มูลค่ากว่า 50,000 บาทต่อรางวัล

ในโอกาสนี้ ค่าย Lovestyle Happy ได้จัดกิจกรรม เปิดตัว 2 พ็อคเก๊ตบุ๊ค เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวไทยคือ "ตามนักเขียนเรียนรู้วิถีไทย" และ "สุดยอดเที่ยวไทย ไม่ไปไม่รู้" ซึ่งทั้งสองเล่มนี้ได้รับคำนิยมจาก สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมี ธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เกียรติเป็นประธานในงานแถลงข่าว ณ เวทีหลากหลายสไตล์ภาคกลาง

มีการแสดงดนตรีของศิลปิน อาร์ท ถมยา และ บ๊อบ บุณยะรัตเวช ผู้สร้างผลงาน เพลงมหัศจรรย์เมืองไทย (Miracle Thailand) ให้แก่ ททท. มี ทรงศักดิ์ ศรีเคลือบ ประธานสมาพันธ์สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้านตลาดในประเทศ พัฒน์มาศ วงศ์พัฒนศิริ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ให้เกียรติมาร่วมงานฯ ท่ามกลางแขกรับเชิญ และผู้เข้าชมงานจำนวนมาก

พ็อคเก๊ตบุ๊ค "ตามนักเขียน เรียนรู้วิถีไทย" ผลงานของ 8 นักเขียน และ 8 นักเขียนกิตติมศักดิ์ ร่วมกันถ่ายทอดความประทับใจแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและวิถีไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น 80 แห่ง รูปภาพสวยงาม มีชีวิตชีวาและน่าติดตาม สอดรับกับปี 2556 ที่ ททท.ได้มุ่งนำเสนอ ความเป็นไทย (Thainess) ด้วยหัวใจสำคัญของแผนปฏิบัติการของ ททท. นั่นคือรายได้ก้าวกระโดดด้วยวิถีไทย กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยนักเขียน ไปสัมผัสเสน่ห์ของวิถีไทยที่งดงามในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนจากเหนือจรดใต้

พ็อคเก๊ตบุ๊ค "สุดยอดเที่ยวไทย ไม่ไปไม่รู้" เป็นผลงานลำดับที่ 20 ของ สาธิตา โสรัสสะ รวบรวมสุดยอด 50 สถานที่ท่องเที่ยวไทยสุดฮิตแห่งปี 2556 มีขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ผลิตขึ้นเพื่อแจกฟรี และเป็นพ็อคเก๊ตบุ๊คที่ได้รับคำนิยมจาก สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการฯ ททท. เป็นเล่มที่ 7

อยากให้คนไทยทุกคน ได้มีโอกาสออกเดินทางไปค้นพบ ความสวยงาม ความมหัศจรรย์ และเสน่ห์ของเมืองไทยในอีกหลายแง่มุม ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยเอกลักษณ์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตอันน่าประทับใจและมิตรไมตรี เชื่อเถอะว่า ทุกพื้นที่ของเมืองไทย จะทำให้ คุณตกหลุมรักได้ทุกวัน เมื่อออกไปสัมผัส...แล้วคุณจะหลงรักประเทศไทย ค่ะ