จิม กระดุม กับ 13 ป่าเถื่อน

หนังสือคือแสงจันทร์

จิม กระดุม กับ 13 ป่าเถื่อน มิฆาเอล เอ็นเด้ : เรื่อง ชลิต ดุรงค์พันธุ์ : แปล

เชือกความฝันผูกไว้กับก้อนเมฆนิทาน

ฉันเชื่อว่าคนทุกคนมีเชือกเส้นนี้ เพราะมนุษย์มีความนึกฝันเป็นอาหารใจ ฉันหลงใหลวรรณกรรมเยาวชน เลือกหาหนังสือสำหรับเด็กอ่านอยู่เสมอมา และไม่เคยผิดหวังกับเรื่องราวการผจญภัย ตัวละครประหลาด กับเวทมนตร์ การต่อสู้ที่จบลงด้วยความสุขของเด็กเล็กๆคนหนึ่ง

เรื่องราวผจญภัยสนุกสนานในหนังสือเล่มหนึ่ง ทำให้เกิดรอยยิ้มเปรมปรีดิ์ หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า จิม กระดุม กับ 13 ป่าเถื่อน แต่งโดย มิฆาเอล เอ็นเด้ แปลโดย ชลิต ดุรงค์พันธุ์ สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน

การผจญภัยของ จิม กระดุม กับ 13 ป่าเถื่อน ไม่ใช่เป็นการผจญภัยครั้งแรกของ จิม กระดุม หนังสือเล่มก่อนหน้านี้ชื่อ จิม กระดุม กับลูคัส คนขับหัวรถจักร แม้จะไม่ได้ร่วมผจญภัยครั้งแรกกับจิมและลูคัสในครั้งแรก แต่งานประพันธ์ของ มิฆาเอล เอ็นเด้ ย่อมตีตรารับประกันได้ว่าสนุกสนานอ่านแล้วชื่นใจเต็มอิ่ม

จิม กระดุม เด็กชายหัวหยอยหยองสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีผิว เขาอาศัยอยู่กับคุณอะไรนะ ณ เกาะเล็กมากแห่งหนึ่ง มีพระราชาอัลฟองส์ที่สิบเอ็ดจุดห้าปกครอง มีลูคัส คุณแขนเสื้อ และองค์หญิงลีซี แห่งอาณาจักรมันดาลา จิม กระดุมกับลูคัสเคยช่วยชีวิตเธอไว้ เมื่อโรงเรียนหยุดเธอมาเที่ยวที่บ้านคุณอะไรนะเสมอ เกาะเล็กแห่งนี้ชื่อว่า ดินแดนแสนสบาย ดินแดนที่มักมีฝนตกเสมอ

"แต่อย่าเพิ่งนึกว่าฝนที่ตกลงมานี่จะเป็นฝนทึมๆไร้ชีวิตแบบที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่เลย เพราะที่ดินแดนแสนสบายนี่ แม้แต่อากาศที่ว่าแย่ก็ไม่เคยแย่จริงๆ แต่กลับร่าเริง เบิกบาน จะว่าไปฝนที่นี่ก็คล้ายการแสดงดนตรีของหยดน้ำ หยาดฝนตกลงมากระทบหลังคาสังกะสีเสียงดังติ๋งตั๋ง ปุ๋มปิ๋ม ปึงปัง ธารน้ำฝนไหลตามร่องหลังคาคล้ายเสียงผู้คนพูดคุย น้ำตกจากหลังคาลงที่แอ่งน้ำบนพื้น ฟังแล้วไม่ต่างจากเสียงปรบมือของผู้ชม"

เห็นไหมเล่าว่าเกาะเล็กจิ๋วแห่งนี้แสนสุขเพียงใด ล่องลอยบนแผ่นน้ำกว้าง อากาศเย็นสบายลมแสนดี มีสถานีรถไฟด้วย หัวรถจักรใหญ่ชื่อเอมม่า เจ้าหัวรถจักรเล็กของจิ๋มชื่อมอลลี่ ทั้งสองเป็นหัวรถจักรลอยน้ำได้

การผจญภัยของ จิม กระดุม กับลูคัส เริ่มต้นอีกครั้ง เหตุเกิดเมื่อคืนไร้แสงดาว คุณไปรษณีย์ขับเรือมาชนพรมแดนแสนสบายโครมใหญ่ เขามาส่งจดหมายจากทั่วโลกเต็มกระสอบที่ผู้คนเขียนถึงลูคัสกับจิม ในบรรดาจดหมายมากมายจากทั่วโลกนี้ ผู้เขียนเขียนไว้ด้วยว่า มีจดหมายของผู้อ่านบางคนอยู่ในกระสอบด้วยเหมือนกัน

เพราะเหตุที่ไปรษณีย์ขับเรือมาชนพรมแดนนี้เอง ทำให้พระราชาเรียกประชุมราษฎร เพื่อปรึกษา หารือ แล้วจิมก็คิดออกว่าต้องไปชวนคุณทัว ทัว ประหนึ่งยักษ์ ที่ทะเลทรายชายขอบโลก ให้มาอยู่ดินแดนแสนสบาย เขาจะได้ทำหน้าที่ถือตะเกียงส่องแสงสว่างในเวลากลางคืนให้นักเดินเรือ และคุณทัว ทัวจะได้ไม่อยู่โดดเดี่ยวลำพังกลางทะเลทราย ทำไมจึงต้องเรียกว่า ประหนึ่งยักษ์ นั่นก็เพราะเขาไม่ได้ตัวใหญ่โตตามสายตาเห็นหรอก

มิฆาเอล เอ็นเด้ เขียนหนังสืออ่านเพลิน แสนสนุก ทำให้หัวใจคนอ่านเบิกบานยิ่งเหมือนได้นอนพักผ่อนตากอากาศแสนสบายอยู่ชายทะเล เห็นลมพัดยอดคลื่นกวักไกวแสงสีทองของแดดโบกปีกราวผีเสื้ออยู่บนยอดคลื่นเต็มทะเล

จิม กระดุม กับ 13 ป่าเถื่อน แม้จะเป็นเรื่องผจญภัยอัศจรรย์ในท้องทะเลจินตนาการ แต่สิ่งที่เคียงคู่อยู่กับจินตนาการนั้นก็คือความรู้และความจริงที่สัมผัสได้อย่างสมเหตุสมผล จินตนาการที่ได้ประสานความจริงอย่างลงตัว ต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดความใกล้ชิดกับผู้อ่านมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเปิดต่อมความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักประดิษฐ์วัยเยาว์ และชวนนักอ่านวัยผู้ใหญ่ย้อนคืนเมื่อวันวานแสนสุข ครั้งโลดเล่นทดลองนั่นนี่ด้วยความอยากรู้สนุกสนาน

หลังจากตอบจดหมายเรียบร้อย ลูคัสเป็นคนเขียน เพราะจิมไม่รู้หนังสือ เย็นวันนั้นจิมกับลูคัส ออกเดินทางไปยังทะเลทรายชายขอบโลก คุณอะไรนะกับองค์หญิงลีซี โบกมือให้ทั้งสองด้วยน้ำตา เพราะการเดินทางครั้งนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดไรขึ้นบ้าง และชายขอบโลกก็อยู่ไกลเหลือเกิน

"ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกขอบฟ้า สะท้องแสงไปมาบนผืนผิวมหาสมุทรซึ่งแผ่ตัวอยู่เบื้องหน้านักเดินทางทั้งสอง แสงอาทิตย์ทอดตัวยาวดั่งถนนสีทองจากทิศตะวันตกไปจรดทิศตะวันออก โดยมีหัวรถจักรลอยน้ำล่องไปตามถนนสายนั้น"

หัวรถจักรลอยน้ำ เอมม่ากับมอลลี่ จะพาจิม กระดุม กับลูคัส ไปยังที่ไหนหนอ

แล้ววันหนึ่งกลางทะเลพวกเขาพบกับเด็กหญิงร่างเล็กแบบบาง สูงเพียงเท่าลำแขนของจิม เธอมีผมยาวสีเงิน ใบหน้าสวย ดวงตาโตใหญ่ ปากกว้าง ร่างใสเหมือนแก้ว และท่อนล่างเป็นหางปลา เธอคือธิดาของพระราชาลอร์มอราล เจ้าปกครองทะเลที่มีอายุหกหมื่นปี ชื่อของเธอคือ เจ้าหญิงซัวร์ซูลาพิทซี เจ้าหญิงมีคู่หมั้นเป็นนายเต่าตนุ ชื่อ อูเชาริชูอุม

จากการพบปะครั้งนี้ ทำให้ลูคัสกับจิมได้ช่วยเหลือชาวทะเล คือแก้ไขให้แท่งแม่เหล็กใช้งานได้อีกเพื่อจะทำให้เกิดพรายทะเลในห้วงมหาสมุทรอีกครั้ง หลังจากที่ดับไปแสนนาน การช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้ทั้งสองค้นพบความลับของแท่งแม่เหล็กกลางทะเลเถื่อน เรื่องแรงผลัก แรงดูด เรื่องของกระแสไฟฟ้าแม่เหล็ก เรื่องแรงดึงดูดของแม่เหล็กนี้ ทำให้นึกถึงแท่งแม่เหล็กเล็กๆที่แกะจากกล่องดินสอ

"ไม่มีอันตรายหรอก เขาพูด เพราะนี้ไม่ใช่กระแสไฟ แต่เป็นกระแสแม่เหล็กซึ่งไม่เป็นอันตรายสำหรับมนุษย์ เขาเรียกกระแสแม่เหล็กนี้ว่าไฟเย็น"

"ทะเลที่ก่อนหน้านี้มืดทะมึนน่ากลัว กลับสุกสว่างไปด้วยประกายสีเขียวเย็นตา สะท้อนไปมาจากริมขอบฟ้าด้านหนึ่งไปจรดขอบฟ้าอีกด้านหนึ่ง สีเขียวที่ปรากฏช่างงดงาม เหมือนสีเขียวในเส้นรุ้ง หรืออัญมณีที่หายากบางจำพวก คลื่นลูกใหญ่น้อยคล้ายประดับด้วยมงกุฎที่ส่องแสงสว่างเป็นประกายนับไม่ถ้วน"

การผจญภัยของจิมเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับเหตุการณ์และตัวละครอย่างนึกไม่ถึง เพื่อให้ จิม กระดุม ได้ค้นหาสิ่งสำคัญ คือชาติกำเนิดของตนเอง ถัดจากการผจญภัยในทะเลเถื่อนและการช่วยเหลือชาวน้ำ จิมค้นพบสิ่งสำคัญ ลูคัสได้ทดลองอย่างละเอียดกับสิ่งที่จิมค้นพบจากก้อนแม่เหล็ก ทำให้เขาประดิษฐ์ "อนันตยาน" และดัดแปลงเอมม่าหัวรถลอยน้ำให้กลายเป็นหัวรถจักรบินได้ เพื่อให้ทั้งสองสามารถบินข้ามมงกุฎโลกอันเวิ้งกว้างสูงชัน

"นักประดิษฐ์หลายคนตั้งชื่อให้สิ่งประดิษฐ์ของตัวเองตามจุดเด่นของสิ่งนั้น เราเรียกมันว่า 'อนันตยาน' ก็แล้วกัน

"ยานพาหนะคันนี้สามารถเคลื่อนที่ด้วยตัวเองได้โดยไม่มีวันหยุด เคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องอาศัยเชื้อเพลิงอย่างถ่านหิน น้ำมัน หรืออะไรจำพวกนั้น นักประดิษฐ์จำนวนไม่น้อยพยายามคิดค้น สร้างเครื่องยนต์หรือยานพาหนะแบบนี้กันจนหัวแทบจะระเบิด แต่ก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จ ถ้าเราเรียกสิ่งประดิษฐ์ของเราว่า 'อนันตยาน' ทุกคนที่ได้ยินก็จะรู้ทันทีว่าเราแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จแล้ว"

ถ้านักประดิษฐ์สักคนในโลกจริงสามารถคิดค้นยานที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันทำให้ผู้คนลดค่าใช้จ่ายเงินทองซื้อเชื้อเพลิงในการเดินทาง โดยหากคำนวณเปรียบเทียบกับคุณค่าและเวลาในการใช้ชีวิตแล้ว เรื่องการเดินทางก็ดูจะสิ้นเปลืองเวลาและเงินทองกันเกินจำเป็น

อนันตยาน ลอยขึ้นสู้ท้องฟ้าด้วยเครื่องกลแม่เหล็กที่ลูคัสประดิษฐ์ติดไว้กับตัวหัวรถจักรเอ็มม่า ลอยลิ่วบนอากาศผ่านเมืองมันดาลา เห็นปราสาทหลังคาสีทองด้วย ต่อจากนั้นสองสหายก็ขับยานผ่านสถานที่ซึ่งเรียกว่า มงกุฎโลก เทือกเขาสูงเจ็ดยอด มียอดตรงกลางสูงชันที่สุด แล้วไล่ต่ำลงอีกครั้ง จนถึงทะลทรายชายขอบโลกซึ่งเป็นที่อยู่ของประหนึ่งยักษ์ชื่อ คุณทัว ทัว ผู้น่าเอ็นดู และพบกับมังกร ชื่อ พีโอมุค ซึ่งเป็นชาวไฟ และเป็นมังกรมังสวิรัติด้วย พีโอมุคยินดีไปดูแลแท่งแม่เหล็ก และได้พบผูกมิตรเป็นเพื่อนกับนายเต่าตนุชาวน้ำด้วย

ความน่ารักอีกประการของเรื่องก็คือชื่อตัวละครและสถานที่ต่างๆ เช่น ประหนึ่งยักษ์ ทะเลทรายชายขอบโลก ทะเลเถื่อน มงกุฎโลก พระราชาอัลฟองส์ที่สิบเอ็ดจุดห้า องค์หญิงลีซี เจ้าหญิงซัวร์ซูลาพิทซี นายเต่าตนุอูเชาริชูอุม หุบแห่งสายัณห์ ปฐมกษัตริย์แห่งท้องทะเลกูรูมูซ ดวงตาแห่งพายุ คุณแขนเสื้อ คุณอะไรนะ คุณทัว ทัว เป็นต้น ชื่อไม่คุ้นเคยเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแต่ชื่อ หากได้เปิดหน้ากระดาษความคิดขึ้นอีกหลายๆหน้า มิฆาเอล เอ็นเด้ หยิบจับชื่อจากภาษาจริงของแต่ละประเทศบนโลกมาตั้งชื่อให้ตัวละครของเขา

จิมกับลูคัสกลับจากทะเลทรายชายขอบโลก และพบว่ามอลลี่หายไป เรื่องมาถึงกลางเล่ม โจรสลัด ๑๓ ป่าเถื่อน ปรากฏตัวด้วยจดหมายลายมือโย้เย้อ่านไม่ค่อยจะเข้าใจ เพราะ 13 ป่าเถื่อน รู้จักและอ่านตัวหนังสือได้คนละตัวเท่านั้น การผจญภัยของ จิม กระดุม กับลูคัส ตื่นเต้นมากขึ้น จิมใช้ความสามารถ ผนวกกับโชคชะตา และชาติกำเนิดที่ถูกกำหนดมาแล้ว เหนืออื่นใด จิม กระดุม กับลูคัส คู่แฝดทั้งสองกล้าหาญผจญภัยอย่างไม่หวั่นเกรงภัย

ทั้งสองออกการเดินทางเพื่อช่วยเหลือหัวรถจักรน้อยมอลลี่อีกครั้ง พร้อมกับความลับของ จิม กระดุม ที่รอเปิดเผย ค่ำคืนก่อนออกเดินทาง องค์หญิงลีซี คู่หมั้นของจิม แอบซ่อนตัวขึ้นเรือมาด้วย เรือหลวงซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นเรือรบสีฟ้าเพื่อการต่อสู้กับพวก 13 ป่าเถื่อน ที่ได้ชื่อว่าโหดร้ายที่สุดในท้องทะเล

การต่อสู้ที่แท้จริงกับโจรสลัด และความลับของ จิม กระดุม เรียกร้องให้อ่านและวางไม่ลง มิฆาเอล เอ็นเด้ เป็นนักวางโครงเรื่องชั้นเยี่ยมคนหนึ่ง ทุกอย่างในเรื่องมีเชือกหลายปม มีกุญแจหลายดอกที่จะคลี่คลายเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ นับเป็นความสนุกอีกประการของหนังสือ จิม กระดุม กับ 13 ป่าเถื่อน ความสนุกที่คล้ายคลึงกับเรื่องสืบสวนสอบสวนของผู้ใหญ่

"เรือโจรสลัดแล่นอยู่หน้าเรือพวกเขาเพียงไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร จึงพอจะมองเห็นพวกโจรสลัดหน้าตาน่ากลัวบนดาดฟ้าเรือได้ พวกนั้นยืนกอดอกพร้อมกับส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยมายังพวกที่อยู่บนเรือหลวง และมอลลี่ก็จอดอยู่ด้านหลังดาดฟ้าเรือโดยมีเชือกเส้นโตล่ามอยู่"

"พวกมันใช้เชือกซึ่งตรงปลายผูกตะขอยักษ์เอาไว้ โยนเข้าเกี่ยวดึงเรือหลวงเข้าไปหาเรือของตน พอได้ระยะ พวกมันก็กระโดดขึ้นเรือ ชักดาบออก ตะโกนร้อง โฮ่ โฮ่ โฮ่ ข่มขวัญ ท่าทางของพวกมันน่าเกรงขามและกราดเกรี้ยวที่สุดเท่าที่คนเราพอจะจินตนาการถึงได้ แต่ละคนหน้าตาท่าทางเหมือนกันราวกับแกะ จนไม่สามารถแยกแยะออกว่าใครเป็นใคร"

โจรสลัดเหี้ยมโหดทว่าน่าเอ็นดู ทำให้รอยยิ้มขำๆได้ การอ่านวรรณกรรมเยาวชนงดงามอย่างนี้เอง หากเราโตเป็นผู้ใหญ่ พอจะรู้ว่าต่อให้ในเรื่องจะโหดร้าย ตัวเอกจะพลั้งพลาดขนาดไหน ถึงเวลาหนึ่ง พวกเขาและเธอก็จะได้รับชัยชนะ แต่จะโดยวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถเชี่ยวชำนาญของผู้ประพันธ์

ทุกคนบนเรือหลวงถูกจับ ยกเว้นจิมที่แอบอยู่บนขื่อระหว่างหมู่ใบเรือสีแดงฉาน เขาหนาวสั่นเพราะลมพายุแต่ยังอดทน เมื่อโจรสลัดกลับไปยังบ้านที่ตั้งอยู่บน ดินแดนที่ไม่อาจเป็นได้ จิม กระดุม ได้โอกาสจับโจรสลัดทั้งหมดมัดรวมไว้แล้วช่วยเหลือเพื่อนๆทุกคนให้ปลอดภัย ทั้งยังไว้ชีวิตพวกโจรได้หายใจอีกครั้งหนึ่ง

แล้วทั้งหมดจึงเดินทางออกมาจากดินแดนที่ไม่อาจเป็นไปได้ โดยพาโจรสลัดทั้งหมดมาด้วยพร้อมข้อตกลงบางประการ

ณ มันดาลา องค์หญิงลีซีโผเข้าอ้อมกอดพระบิดา และเธอเป็นผู้พบว่า โจร 13 ป่าเถื่อน นั้น แท้จริงมีเพียง 12 คน พวกโจรสลัดนับคนที่เป็นหัวหน้าเพิ่มอีกหนึ่งเป็นจำนวน 13 ด้วยเหตุนี้ที่พวกเขาบอกว่าไม่เคยมี 13 ป่าเถื่อน มาก่อนเลย และจิมเอาชนะพวกเขาด้วยการไว้ชีวิต โจรสลัดจึงยินดียกให้จิมเป็นเจ้านาย

แล้วความลับของจิมก็เปิดเผยว่า เขาคือ เจ้าชายมดยอบ ทายาทองค์สุดท้ายของอาณาจักรที่สาบสูญ ชื่อ ยัมบาลลา และเกาะเล็กๆที่จิมเคยลากมาเป็นเคียงติดกับดินแดนแสนสบายนั้นได้สร้างความอัศจรรย์อีกครั้งในตอนจบ

"ดินแดนแห่งหนึ่ง ไม่ใช่สิ ทวีปแห่งหนึ่ง -- ปรากฏตัวขึ้นหลังม่านหมอกบางๆสีชมพูเรื่อเรืองจากแสงแรกของตะวันชายฝั่งบางแห่งยกตัวลาดขึ้นจากแนวคลื่นสีฟ้าในท้องทะเล ขณะที่บางแห่งเป็นหน้าผาสูงชัน เท่าที่มองเห็นในตอนนี้เทือกเขากับทุ่งราบทอดตัวตัดกันไปมาอย่างลงตัวยิ่ง

"และพอตะวันเริ่มสาดแสงส่องกระทบ พื้นแผ่นดินก็ส่องประกายระยิบระยับราวสีรุ้ง ราวกับเกาะยักษ์ทั้งเกาะสร้างขึ้นจากอัญมณี แสงวาววับแยงตา ที่เปล่งประกายมากที่สุดเห็นจะเป็นบริเวณใกล้ๆกับชายฝั่งด้านตะวันออก

"สถานที่ที่ส่องประกายระยิบระยับเป็นพิเศษได้ชัดเจนขึ้น หอสูงทำจากอัญมณีใสหลากสี ตั้งตระหง่าน นอกจากนั้นก็มีโบสถ์และวังเก่าดูไร้ร้าง เมืองสุดอลังการราวกับในเทพนิยาย สวยงามชนิดที่ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบายภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าได้"

ความอิ่มเอมใจที่วรรณกรรมเยาวชนมอบให้ คือตอนจบแสนสุขเหลือล้น ความชั่วร้ายพังพ่าย คนดีได้ชูธงแห่งชัยชนะ เพราะมีเมตตา และคุณธรรม ถ้ามองย้อนกลับมาสู่โลกจริง ก็จะพบว่าสังคมที่ผู้คนไร้คุณธรรม สังคมนั้นหมดหนทางที่จะพบความสุข ความดีจึงเป็นหนทางง่ายๆเพียงหนทางเดียวที่จะนำความสงบสุขกลับคืนมา...