เกษตรไฮเทค นวัตกรรมสุดล้ำของวันนี้

เกษตรก้าวไกล

ภูมิความรู้เรื่องเกษตรแต่ดั้งเดิม ทำให้เราคุ้นเคยอยู่แต่ว่า ปลูกต้นไม้ต้องใช้ดิน ต้องมีแสงแดด ต้องคอยรดน้ำ พรวนดิน ถึงจะได้ผลผลิตจากดอกผลของต้นไม้ แต่มาในวันนี้ เทคโนโลยีก้าวล้ำ ได้เข้ามามีบทบาทต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเกษตรที่สุดแสนจะไฮเทคได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ซึ่งไม่ได้ทำขึ้นแบบโก้ๆเก๋ๆ เท่านั้น แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มโอกาสและช่วยให้คนเมืองได้ใกล้ชิดและเข้าถึงการเกษตรในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

ฉบับนี้ "ผักหวาน" ขอนำบางส่วนมาให้ดูกันว่า เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้กับวิถีชีวิตคนยุคใหม่อย่างไรบ้าง...

สหราชอาณาจักร

Postcarden - โปสการ์ดสวนสวย (ภาพ 1)

เป็นไอเดียการทำสวนย่อส่วนในโปสการ์ด ซึ่งยังคงใช้เป็นการ์ดที่ระลึกได้ แต่สามารถปลูกต้นไม้จริงได้ด้วย Postcarden ทำออกมาในรูปของโปสการ์ดสามมิติ แบบป๊อปอัพ ทำด้วยกระดาษและถาดพีวีซี สำหรับใส่น้ำและหว่านเมล็ดพืชที่จัดมาให้ ซึ่งแน่นอนว่า เนื้อที่เท่าขนาดโปสการ์ดทั่วไปคงไม่สามารถปลูกมะเขือเทศได้ ต้นเล็กๆ อย่าง วอเตอร์เครส ซึ่งใช้เวลาปลูกเพียง 2-3 วัน และอยู่ได้ประมาณสองอาทิตย์

สวนในโปสการ์ดนี้ ทำเขาต้องการที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวใกล้ๆตัวเรา และความสดชื่นให้กับโต๊ะทำงาน มุมห้อง ริมระเบียง อะไรแบบนี้ค่ะ โดยออกแบบเป็นรูปอาคาร ตึกรามบ้านช่อง และอื่นๆ อีกหลายแบบ เพื่อจำลองให้เหมือนเมืองเล็กๆที่สวยงาม ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความสดชื่นให้กับคนเมืองได้อีกรูปแบบหนึ่ง

สวนสวยในโปสการ์นี้คิดค้นขึ้นโดย A Studio for Design ขายในสนนราคาประมาณเกือบ 400 บาท สามารถสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ด้วยค่ะ

MyFarm - เกษตรกรออนไลน์ (ภาพ 2)

เห็นชาวเฟซบุ๊คติดเกม "ฟาร์มวิลล์" กันทั่วโลก ทาง National Trust องค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักรเพื่อการปกป้องและคุ้มครองโบราณสถานและภูมิทัศน์ในชนบท จึงก่อตั้งโครงการ "My Farm" ขึ้นมาเพื่อให้นักทำฟาร์มออนไลน์ ได้บริหารฟาร์มจริงๆ กันซะเลย

ด้วยฟาร์มขนาด 2,500 เอเคอร์ เกษตรกรออนไลน์กว่า 10,000 คน จะสามารถบริหารจัดการภารกิจต่างๆในฟาร์มร่วมกับผู้จัดการฟาร์ม โดยทุกครั้งที่จะตัดสินใจปลูกหรือเลี้ยงอะไรเพิ่ม จะต้องมีการโหวตกันในหมู่สมาชิกผ่านทางออนไลน์ โดยแต่ละคนจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีประมาณ 47 เหรียญ ผู้จัดการฟาร์มจะคอยทำหน้าที่ให้ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับชีวิตในฟาร์ม แต่การตัดสินใจจะเป็นของเหล่าสมาชิกเท่านั้น

นอกจาก ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถเดินทางไปชมพื้นที่ฟาร์มจริงได้ฟรีแล้ว ที่นี่ยังมีรายได้จากการขายบัตรให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้เข้าชมชมหรือศึกษาการบริหารจัดการฟาร์มสมัยใหม่อีกด้วย

Farm Shop - ร้านเกษตรเพื่อชุมชน (ภาพ 3)

โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อต้องการที่จะสร้างชุมชนเกษตรคนเมืองให้แพร่หลายยิ่งขึ้น โดยสร้างระบบให้เกษตรกรสามารถส่งผลผลิตไปขายยังศูนย์ของ Farm Shop ซึ่งคล้ายกับระบบ CSA (Community supported Agriculture หรือระบบการตลาดที่ผู้บริโภคให้การสนับสนุนผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์) แต่ในขณะที่ ระบบ CSA ไม่ได้มุ่งค้ากำไร ไม่เน้นขยายกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ระบบ Farm:Shop จะเน้นการขายในชุมชนด้วย

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือ การใช้ระบบ "อควาโปนิกส์" (Aquaponics) ซึ่งเป็นการรวมระบบของการเลี้ยงสัตว์น้ำและการปลูกพืชเข้าด้วยกัน โดยปัจจุบันทำได้โดยการเลี้ยงปลาแบบน้ำไหลเวียนร่วมกับการปลูกพืชผักด้วยระบบไฮโดรโปรนิกส์ ซึ่งเป็นการพัฒนาขั้นสูงของนักวิจัยและผู้ปลูกพืชผัก เพื่อให้เกิดต้นแบบการผลิตอาหารแบบยั่งยืนเพื่อเลี้ยงประชากรโลกในอนาคต

ญี่ปุ่น

Merry Project - สวนฝาขวด จิ๋วแต่แจ๋ว (ภาพ 4)

สวนดาดฟ้าดูหรูไปเลย เมื่อเทียบกับสวนน้อยๆในฝาขวด ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่น ทำอะไรก็กระจุ๋มกระจิ๋ม น่ารักไปหมด แม้แต่ชุดปลูกผักขนาดจิ๋ว สนนราคาแค่ชุดละ 2 เหรียญ ประกอบด้วยฝาขวดพลาสติก เมล็ดพันธุ์ basil และดิน วิธีปลูกก็แสนง่าย เพียงน้ำดินใส่ในฝาขวด หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป และหมั่นรดน้ำจนกว่าต้นกล้าจะโต เอามาจัดเรียงกันหลายๆต้น ก็จะได้สวนฝาขวดที่จิ๋วแต่แจ๋ว ทั้งน่ารักและกินได้ด้วย ซึ่งต่อไป ทางโครงการ Merry Project ก็จะขยายให้มีเมล็ดพันธุ์ที่หลากหลายเพิ่มขึ้น

Green Potato - สวนมันเทศ ลดโลกร้อน

โครงการนี้ ริเริ่มโดยบริษัท NTT Facilities ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงธุรกิจด้านสถาปัตย์และก่อสร้าง แต่ปัจจุบัน NTT ยังเป็นองค์กรที่เสาะหาพื้นที่ว่างที่ถูกทิ้งร้าง หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อใช้เป็นที่ปลูกมันเทศบนดาดฟ้า มันเทศนอกจากหวานอร่อยแล้ว ยังเป็นพืชทนแล้ง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพเช่นนี้ เนื่องจากเมืองใหญ่ๆของญี่ปุ่น เช่น กรุงโตเกียว ขาดแคลนพื้นที่ทำเกษตรในดินอย่างมาก ผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งของการปลูกมันเทศบนดาดฟ้าก็คือ ช่วยลดโลกร้อน เนื่องจากใบของมันเทศมีขนาดใหญ่ จึงสามารถแผ่ปกคลุมป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี

NTT Facilities ยังมีแผนที่จะขยายโครงการนี้ไปยังอาคารสำนักงานอื่นๆของโตเกียวอีกด้วย

สหรัฐอเมริกา

Easy Bloom - ผู้ช่วยมือใหม่หัดปลูก (ภาพ 5 - 6)

Easy Bloom เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ระบบเซ็นเซอร์อ่านและวิเคราะห์สภาพของปัจจัยต่างๆที่จำเป็นในการปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านหรือสนามในบ้านของคุณ เป็นต้นว่า แสงแดด ความชื้นในอากาศ ความชื้นในดิน และการระบายน้ำ เพื่อให้ข้อมูลในการวางแผนปลูกต้นไม้ โดยวิธีนำเจ้าเซ็นเซอร์นี้ไปปักลงในดินบริเวณที่คุณต้องการจะปลูก ปักเอาไว้ 1วัน แล้วดึงออก นำไปเสียบกับ USB คอมพิวเตอร์ เท่านี้ก็จะทำให้ทราบได้ว่า สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นเหมาะกับการปลูกต้นอะไร ชนิดไหน นอกจากนั้นยังช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมในการดูแลต้นไม้ที่อ่อนแอ หรือติดโรคได้ด้วย เรียกว่าเป็นผู้ช่วยมือใหม่หัดปลูกได้เป็นอย่างดี

USB Greenhouse - เรือนปลูกต้นไม้ไฮเทค (ภาพ 7)

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น greenhouse เจ้าอุปกรณ์ชนิดนี้ก็คือ เรือนปลูกต้นไม้แบบไฮเทคนั่นเองค่ะ ที่ว่าไฮเทคก็เพราะว่า มันจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย แม้จะเป็นต้นไม้ที่ปลูกยากที่สุด ก็ยังต้องยอมแพ้ ลักษณะของ USB Greenhouse จะคล้ายๆแจกันแจดอกไม้ แต่พิเศษตรงที่มีแสงสว่างสำหรับการเจริญเติบโตของพืช โดยไม่ต้องง้อแสงแดด พลังงานที่ใช้ก็มาจากคอมพิวเตอร์ ผ่านทาง port USB

ด้วยซอฟท์แวร์ที่มีมาให้ จะช่วยรายงานสภาพของอุณหภูมิ ไปจนถึงช่วยเตือนเมื่อคุณลืมรดน้ำต้นไม้ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ คุณสามารถติดตามและชื่นชมการเจริญเติบโตของต้นไม้ของคุณได้แบบเรียลลิตี้เลยทีเดียว จึงเหมาะสำหรับวางประดับบนโต๊ะทำงาน เสริมฮวงจุ้ยได้อีกต่างหาก

Ready to Plant Mats - เสื่อปลูกพืชสำเร็จรูป

ถ้าคุณอยากมีต้นไม้ไว้ในบ้าน แต่ไม่อยากลงมือปลูกเอง อุปกรณ์นี้ช่วยคุณได้ค่ะ Amber's Garden ร้านขายอุปกรณ์ทำสวนที่แคลิฟอร์เนีย เป็นผู้ออกแบบ Ready-to-Plant Mats "เสื่อ" ปลูกต้นไม้สำเร็จรูป ที่ลูกค้าซื้อไปแล้ว ถึงบ้านก็เพียงแค่ คลี่ออกมาวางในจุดที่ต้องการเท่านั้น ไม่ต้องขุดปลูกใดๆให้เหนื่อยแรง เจ้าเสื่อนี้ทำด้วยผ้ากระสอบและกระดาษที่ทำจากเส้นใยพืช มาพร้อมกับเมล็ดพันธุ์ที่บรรจุไว้ในความลึกและระยะห่างที่เหมาะสม เสื่อนี้สามารถปลูกได้ทั้งในมุมสวน บริเวณที่มีแสงส่องถึง หรือจะตัดขนาดให้พอเหมาะสำหรับวางในกระถางต้นไม้หรือภาชนะสำหรับปลูกก็ได้ และเนื่องจากชั้นของกระดาษที่ย่อยสลายได้ บางครั้งมันจึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันพวกวัชพืชได้ด้วย

หลังจากปลูกแล้ว ใช้เวลาเพียง 1 เดือน พืชก็จะโต ออกดอกออกผล ซึ่งเขาจะมีให้เลือกทั้งผัก ผลไม้ และดอกไม้ สวนผสมแบบเอเชียก็มี สะดวกซะขนาดนี้ นอกจากจะเหมาะสำหรับคนที่ปลูกต้นไม้ไม่ค่อยเก่งแล้ว ยังเหมาะกับคนขี้เกียจอีกด้วยนะคะ