กัญญนันทน์ คล้ายสุวรรณ

"พระราชินี"ในดวงใจ
สุขที่ใจรัก
ช่างภาพ: 

หัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดีและชื่นชมในพระสิริโฉมอันงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระผู้ทรงเปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดิน คือแรงบันดาลใจอันสำคัญที่ทำให้สุภาพสตรีผู้นี้เฝ้าอุทิศตนเพื่อการเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเอาไว้เป็นจำนวนมากอย่างน่าทึ่ง

"ขอพูดอย่างภาษาชาวบ้านว่า ดิฉันรักสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถมาก รักจนไม่รู้จะบรรยายยังไงถูก ตั้งแต่เด็กจนทุกวันนี้ยังคอยเฝ้าติดตามข่าวของพระองค์อยู่เสมอ รวมถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ด้วยนะคะ เวลาที่นั่งดูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มักจะนึกถึงกลอนบทหนึ่งในวรรณคดีไทยที่ว่า 'จะหางามสามโลกก็เหลือหา สมเป็นนางพญาอันสูงสุด ไม่ควรคู่ผู้ใดในมนุษย์ ควรสมมติแต่กษัตริย์ขัตติยา...' บอกตรงๆ ว่าดิฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ"

คุณกัญญนันทน์ คล้ายสุวรรณ อดีตครูอนุบาล ได้เปิดบ้านพักย่านอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ให้ "สกุลไทย" เข้าชมสิ่งสะสมสุดรักสุดหวงของเธอซึ่งเก็บสะสมมากว่า ๔๐ ปี นั่นคือ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งมีเป็นจำนวนมากมายเกินกว่าจะนับไหว เนื่องจากเจ้าตัวได้เก็บเอาไว้หมด ไม่ว่าจะเป็นภาพสี หรือภาพขาว-ดำ และไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่หรือเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ทั้งหมดถูกจัดเข้าเล่มเอาไว้อย่างดี เก็บไว้ในตู้ไม้สักที่ตั้งอยู่ภายในห้องนอน เธอย้ำว่า ของเหล่านี้เป็นสมบัติส่วนตัวที่ล้ำค่ายิ่ง ทั้งยังตั้งใจแน่วแน่ที่จะสะสมต่อเนื่องต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่เลยด้วย

"จุดเริ่มต้นคงต้องเท้าความถึงคุณพ่อเทพ และ คุณแม่เล็ก คล้ายสุวรรณ ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นอย่างมาก คุณพ่อดิฉันเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน จำได้ว่าพอถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ่อจะบอกให้ลูกๆ ไปทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และให้เอาธงไปติดไว้หน้าบ้าน พูดได้ว่าถ้ามีงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับในหลวง พ่อเต็มใจทำหมด เพราะพ่อเคยบอกว่า ในหลวงเป็นผู้มีบุญญาธิการ เปรียบเหมือนกับพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง เวลาเสด็จฯไปไหนเหมือนฝนตกจากฟากฟ้ามาทำให้แผ่นดินชุ่มฉ่ำ ทำให้ประชาชนมีความสุข โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงอยู่เคียงคู่กับพระองค์ในทุกที่เสมอ นี่คือภาพที่เราได้เห็นจากข่าวที่ติดตามมาตลอดตั้งแต่เด็ก

ด้วยแรงบันดาลใจจากคำสอนของพ่อ ดังนั้น เมื่อพบพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ที่ไหน จึงต้องเก็บเอาไว้หมด อย่างเวลาพ่อไปประชุมที่อำเภอได้หนังสือหรือปฏิทินที่แจกตอนปีใหม่ เคยบอกพ่อว่าขอเป็นรูปราชวงศ์เท่านั้นได้ไหม ยิ่งเป็นภาพพระราชินีได้ยิ่งดี พ่อก็ตามใจนะคะ หามาให้จนได้ หรือเมื่อก่อนมีพี่สาว ๒ คน ชอบซื้อสกุลไทยซึ่งมักลงภาพเกี่ยวกับพระราชวงศ์เป็นประจำ เขาจะตัดเอามาแปะข้างฝาเต็มไปหมด ตอนนั้นบ้านเราอยู่ในสวน ไฟฟ้าไม่มี ต้องจุดตะเกียงแปะรูปกัน ดิฉันนั่งดูทุกวันๆ เห็นพระราชินีทรงพระสิริโฉมงดงามมากก็เลยตั้งใจว่าจะเก็บสะสม รวมไปถึงเจ้านายพระองค์อื่นๆ ด้วย ตอนแรกแม่บอกว่าถ้าเก็บแล้ว ห้ามเอาไปทิ้งนะ ก็บอกว่าไม่มีทาง เพราะว่ารักท่านมาก ทุกวันนี้แม่เสียไปแล้ว ดิฉันก็ยังไม่เบื่อ เก็บมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิง เรียนอยู่ชั้นประถม ถึงตอนนี้อายุ ๕๘ ปีแล้ว เมื่อก่อนยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองยังซื้อมากไม่ได้ ส่วนใหญ่จะได้จากนิตยสารที่พี่สาวซื้อมาอ่าน พอเขาจะเอาไปขาย เราก็ขอเอามาหารูปเพื่อจะตัดเก็บแยกไว้ก่อน รูปเล็กรูปน้อยตัดเอาไว้หมด จากนั้นค่อยเอาที่เหลือไปชั่งกิโลขาย คนมารับซื้อของเก่าที่บ้านนี้จะไม่ค่อยได้หนังสือสภาพดีเท่าไหร่ เพราะหน้ากระดาษถูกตัดเสียพรุนไปหมด (หัวเราะ) พอโตทำงานได้แล้ว ถ้ารู้ว่าจะมีข่าวของท่านลงหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร วันรุ่งขึ้นดิฉันจะไปตามกว้านซื้อมาหมดทุกฉบับ หรือที่จริงไม่ต้องมีวาระพิเศษอะไรก็ได้ เอาเป็นว่าถ้าออกจากบ้านไปร้านหนังสือจะตั้งใจเข้าไปหาว่ามีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านบ้างไหม เมื่อซื้อกลับมาบ้านแล้วจะอ่านก่อน อ่านเสร็จแล้วถึงค่อยเลือกตัดเฉพาะภาพที่ต้องการเอามาแปะใส่สมุดไว้ โดยแยกเป็นภาพสี ภาพขาว-ดำ ภาพมัน ภาพด้านเก็บเป็นเล่มๆ เมื่อก่อนจะแปะใส่สมุดนักเรียนไว้ พอเอามาดูตอนโตเห็นว่าไม่ค่อยสวยก็มาบรรจงแกะออกแล้วเอามาแปะใหม่ไว้ในสกุลไทย เพราะว่ามีขนาดใหญ่กว่า แปะได้เยอะ เปิดดูง่าย และยังได้เป็นรูปเล่มที่สวยงามด้วย

ตอนนี้มีอัลบั้มภาพประมาณ ๗๑ เล่มแล้ว แต่ละเล่มจะบรรจุรูปอยู่หลายร้อยรูป ถ้าได้รูปเยอะ ปีหนึ่งอาจจะทำได้เล่มครึ่งถึง ๒ เล่ม แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะทำอัลบั้มภาพได้ปีละ ๑ เล่ม โดยเราต้องคอยเสาะหาภาพเก็บไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด ไปที่ไหนจะต้องไปหา ขนาดเดินอยู่ริมถนนเจอกระดาษอะไรตกอยู่สักแผ่น หยิบขึ้นมาดูถ้ามีภาพพระองค์ท่านจะเก็บกลับบ้านเอาเตารีดมารีดให้เรียบแล้วแปะใส่อัลบั้มไว้ คือคนอื่นอาจจะเก็บเฉพาะภาพที่เป็นใบๆ สวยๆ เท่านั้น เพราะเขาว่าเป็นกระดาษหนังสือพิมพ์มักยุ่ยเปื่อยง่าย แต่ดิฉันเก็บหมดและรักษาอย่างดี จะเอาเข้าเอาออกจากตู้อยู่เรื่อย ไม่วางทิ้งค้างไว้นาน แต่มีอยู่พักหนึ่งปลวกขึ้น ดีที่เอาออกมาบ่อยเลยเห็นก่อน ไม่อย่างนั้นคงถูกปลวกกินหมดทั้งเล่มแน่ ตั้งแต่นั้นย้ายมาเก็บไว้ในตู้ไม้สักอย่างดีตั้งไว้ในห้องนอนเลย เพราะว่าบางทีถ้านอนไม่หลับ ดิฉันจะลุกขึ้นมาเปิดดู มันรู้สึกสบายใจน่ะค่ะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แล้วก็ดูได้ไม่เบื่อ โดยเฉพาะพระพักตร์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยามแย้มพระสรวลนั้น ดูละมุนละไมงดงามมาก

ถามว่าชอบภาพไหนเป็นพิเศษ โอ้โห...ตอบยากมากค่ะ ถ้าประทับใจคงเป็นภาพตอนที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสอนหนังสือให้เด็กๆชาวเขา เหตุผลอาจเป็นเพราะตัวดิฉันเคยเป็นครูมาก่อน แต่จริงๆ แล้วชอบหลายภาพ บรรยายยาก สวยหมด ชอบหมด ไม่มีอันไหนที่เป็นพิเศษ เพราะชอบเป็นพิเศษหมดทุกภาพเลย นอกจากดูภาพในอั้ลบั้มที่ทำเอง ตามสื่อทีวีก็ติดตามไม่เคยขาด ที่ต้องดูเป็นประจำแน่นอนคือ ข่าวในพระราชสำนักตอนสองทุ่ม จะคอยเปิดไล่ดูไปทีละช่อง ยิ่งถ้ามีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีที่สำคัญเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าทีวีเอาไว้ ใครชวนไปไหน ไม่ไป บางครั้งมีธุระต้องไปงานที่ไม่สำคัญนักก็เบี้ยวไม่ไปเสียเลย หรือไม่ก็ให้ลูกไปแทน

คนรอบข้างส่วนมากจะบอกว่าสิ่งที่เราทำนั้นดี และไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้มาก่อน จนบางทีถ้าเขามีภาพก็เอามาให้ พี่น้องดิฉันทั้ง ๘ คน รวมถึงลูกๆหลานๆ จะคอยเป็นฝ่ายสนับสนุนหาภาพมาให้ โดยเฉพาะน้องสาวและเพื่อนสนิทจะเก็บไว้ให้จนได้จำนวนเยอะแล้วจะโทรศัพท์มาบอก เราก็หาโอกาสรีบไปเอาก่อนเลย จะเป็นแบบนี้มาตลอดไม่เคยเปลี่ยน ส่วนคนที่สนใจอยากขอยืมดู ก็ให้ค่ะ แต่ห้ามทำขาด ห้ามขอ จะบอกไว้ก่อน โดยไม่มีความเกรงใจเลย (หัวเราะ) หรือเด็กนักเรียนมาขอยืมเอาไปทำกิจกรรม เอาไปติดบอร์ดก็ได้เหมือนกัน ยกเว้นแต่พวกอัลบั้มภาพที่เป็นภาพซึ่งเราหาไม่ได้อีกแล้วที่ต้องขอว่าให้มานั่งดูที่บ้านเท่านั้น

พระบรมฉายาลักษณ์ที่เก็บสะสมไว้นี้ ซึ่งรวมถึงแฟ้มภาพงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ หากใครต้องการมาชม โดยส่วนตัวมีความยินดีที่จะเผยแพร่อยู่แล้ว เพราะพระองค์ท่านไม่ใช่ของเราคนเดียว แต่เป็นของคนไทยทั้งแผ่นดิน จึงอยากให้คนรุ่นหลังได้เห็นและมีภาพดีๆ สวยๆ เก็บไว้บูชา หรือเมื่อครั้งที่สกุลไทยเคยลงบทสัมภาษณ์ของ คุณนิว-อรรถพล ศรีสันติธรณ์ ซึ่งสะสมพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ดิฉันอ่านเจอก็นึกอยากจะคุยกับเขามากจึงโทรศัพท์มาขอเบอร์กับกองบรรณาธิการ พอได้ก็รีบโทร. หาและชวนเขามาเที่ยวที่บ้านเมื่อตอนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปีที่แล้ว พอเขามาเห็นก็ได้แต่บอกว่า สุดยอด ไม่รู้จะดูยังไงหมด เพราะเยอะมากจริงๆ (ยิ้ม)

เคยถามลูกสาวว่า ถ้าแม่ตายแล้ว จะเอาไปไหน เขาบอกหนูจะเก็บไว้อย่างนี้แหละ ดิฉันก็บอกว่า ถ้าไม่เก็บ หนูเอาไปให้พิพิธภัณฑ์นะ เขาต้องการแน่ๆ เพราะนับวันยิ่งหาดูยาก แม่อยากให้คนรุ่นหลังได้ดู ให้เขาได้รับรู้ว่า ไม่มีกษัตริย์และราชินีองค์ไหนในโลกหรอกที่จะเสียสละความสุขสบายส่วนพระองค์ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเท่ากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ของเราอีกแล้ว ในตอนนี้สิ่งที่ดิฉันต้องการคืออยากให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน ทำงานร่วมกัน แล้วประเทศชาติของเราจะไปได้ดี...อยากบอกว่า การที่แผ่นดินของเรามีทั้งสองพระองค์สถิตเป็นมิ่งขวัญนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างที่จะหาสิ่งใดในโลกมาเปรียบเทียบไม่ได้อีกแล้ว"