เพราะว่าคุณสวยกว่าที่คุณคิด

รอบรู้เพื่อสุขภาพ

ทำเอาไอดอลสาวมั่นอย่าง กาละแมร์-พัชรีศรี เบญจมาศ และ อมิตา-ทาทา ยัง รวมทั้ง หมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล ถึงกับอึ้ง เมื่อทางโดฟ เผยผลวิจัยชุดล่าสุดที่ได้ไปสำรวจผู้หญิงทั่วภูมิภาค รวมทั้งผู้หญิงในประเทศไทย แล้วพบว่า มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิงไทยเท่านั้น ที่กล้ายอมรับว่า ตนเองสวยและดูดี

เท่ากับว่า มีผู้หญิงไทยมากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ที่มีความไม่มั่นใจจะพูดถึงความสวยของตนเอง ดังนั้น สามตัวแทนตอบรับคำเชิญเข้าร่วมเสวนา "เพราะว่าคุณสวยกว่าที่คุณคิด" ที่เปิดเวทีให้ทุกคน ร่วมระดมความคิดเห็นประเด็นร้อน พร้อม พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และ ดร.เสรี วงษ์มณฑา แนะนำการสร้างความมั่นใจในรูปลักษณ์

ปัจจุบันเพียงร้อยละ 1 ของผู้หญิงไทย ที่มั่นใจในความงามของตน และกล้านิยามว่าตนเองดูดี เป็นอัตราส่วนน้อยที่สุดในโลก ทั้งๆที่ผู้หญิงไทยร้อยละ 79 เชื่อว่าผู้หญิงทุกคน มีความงามในแบบตนเอง ผู้หญิงถึงร้อยละ 66 ยอมรับว่า ปัจจัยที่ทำให้ขาดความมั่นใจ คือคำวิจารณ์จากตนเอง ส่งผลกระทบต่อความสุข และความพอใจในชีวิต เพราะกว่าร้อยละ 60 เชื่อว่า รูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม นำสู่โอกาสประสบความสำเร็จในชีวิต และผู้หญิงไทยถึงร้อยละ 79 เผยว่า ความพอใจในความงามของตน ทำให้มีความสุขมากขึ้น เป็นอัตราส่วนที่สูงยิ่งกว่าความสุขจากที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือมั่นคงทางการเงิน

ก่อนเสวนานำเสนอภาพยนตร์สั้นชุด Real Beauty Sketches ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน กิล ซาโมรา...Gil Samora นักร่างภาพผู้ต้องสงสัยจาก FBI ภารกิจในครั้งนี้ คือร่างภาพตามคำบอกเล่าผู้หญิง 7 คน ที่บรรยายถึงรูปลักษณ์ตนเองหลังม่าน ก่อนหน้านั้นผู้หญิงแต่ละคน ได้จัดให้พบกับคนแปลกหน้า ซึ่งไม่รู้จักมาก่อนเป็นระยะสั้นๆ เพื่อให้ กิล ซาโมรา ร่างภาพที่ 2 ผ่านคำบอกเล่าคนแปลกหน้าเหล่านั้น เป็นที่น่าแปลกใจว่า ภาพร่างจากคำบอกเล่าบุคคลอื่น ล้วนแล้วออกมาสวยงามมากกว่า ดูเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากกว่า มักจะเป็นภาพที่ใกล้เคียงกับรูปลักษณ์ที่แท้จริง เมื่อเทียบกับภาพที่ร่างจากคำบรรยายตนเอง

เมื่อเปิดไมค์แสดงความคิดเห็น ในมุมมองของแต่ละคน เริ่มกันที่ กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ ผู้ประกาศข่าวสาวมั่น บอกว่า "ฟังงานวิจัยของโดฟ ดูคลิปวิดีโอบน YouTube นักวาดภาพจากเอฟบีไอ มาสเก๊ตช์ภาพผู้หญิง อาจสะท้อนเหตุการณ์จริงบางอย่าง เช่น ก่อนผู้หญิงจะอัพรูปขึ้นเฟซบุ๊ค หรืออินสตาแกรม จะต้องสวยด้วยแอพลิเคชั่นแต่งรูปก่อน ลึกๆแล้วอยากให้คนมากด Like และคอมเม้นต์ชม ทำให้รู้สึกดีและมั่นใจขึ้น

...แมร์ยอมรับว่า ไม่ใช่คนสวยตามเช็คลิสต์หนุ่มไทย แล้วก็เคยเป็นหนึ่งใน 99 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่มั่นใจในตนเอง แต่หลังจากที่หันมาเชื่อว่า เสน่ห์ของแต่ละคน มาจากการเป็นตัวของตัวเอง และมั่นใจที่จะพูดว่า เราสวยในแบบของเรา ทำให้แมร์กลับมามองว่า ความแตกต่างคือพลัง ในการสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัว ให้กับแต่ละคน อย่างแมร์อยู่เมืองไทย อาจจะไม่ได้สวยสะดุดตา แต่ขอบอกว่า ไปเมืองนอกทีไร หนุ่มๆฝรั่งเข้ามาบอกว่า You are beautiful กันตรึม แมร์อยากให้หันมานับถือตัวเองให้มาก อาจเริ่มจากหากิจกรรมทำ แล้วส่งเสริมความสามารถ ก็จะทำให้มั่นใจในคุณค่า และความงามจากภายใน จะช่วยให้ดูมีเสน่ห์มาถึงภายนอก แมร์มองว่า อย่าเอาความสวยของเรา แขวนบนความพอใจของคนอื่น และต้องบอกตัวเองให้ได้ว่า เราก็มีดีในแบบของเรา ความสวยต้องมีวันพอ เมื่อเราพอใจเราก็จะสวย"

ส่วน หมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล หมอหนุ่มรูปหล่อหน้าใส เปิดประเด็นที่น่าสนใจ ว่า "หน้าแรกจากตำราเรียนแพทย์ ด้านความงามของผม สอนว่า 'Beauty is in the eye of beholder?สวยหรือไม่ ใช้ใจดู' ดังนั้น ผมจึงคิดเสมอว่า แม้แต่แพทย์ด้านความงาม ก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินได้ว่า คนไหนสวยไม่สวย ในมุมมองของผม เสน่ห์ของผู้หญิง ไม่ใช่เรื่องที่เรามองเห็น แต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกอย่างเดียว แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือความมั่นใจที่ทำให้ผู้หญิงดูดีมีเสน่ห์ขึ้น ผมชอบผู้หญิงที่มีทัศนคติเชิงบวก เพราะพลังในการคิดบวกของเขา สามารถเผื่อแผ่มาถึงคนรอบตัว นี่เป็นเสน่ห์สำคัญที่มาจากความมั่นใจ

...ผมเห็นผู้หญิงหลายคนที่ก่อนจะออกจากบ้าน ต้องแต่งหน้าแต่งตัวหลายชั่วโมง รวมทั้งความสวยทุกวันนี้ ได้กลายเทรนด์ไปแล้ว คนไข้บางรายกังวลมาก มาหาผมแล้วบอกว่า ช่วยทำให้หน้าสวยเหมือนดาราคนนั้นคนนี้ แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง มองว่าจริงๆผู้หญิงเป็นเพศแห่งความสวยงามอยู่แล้ว และผู้ชายส่วนมากจะชอบผู้หญิงที่มั่นใจในธรรมชาติ ไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ ผมบอกได้เลยว่า สุภาพบุรุษจะไม่ติติง รูปลักษณ์ภายนอกผู้หญิง เพราะนั่นคือการอยากครอบครอง ไม่ใช่ความรัก ถ้าทุกคนสวยเหมือนกันหมดโลก...ก็คงน่าเบื่อ แต่ความเชื่อมั่นในตัวเองนี่แหละ ที่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขและสวยที่สุดครับ"

ปิดท้ายที่นักร้องสาว อมิตา-ทาทา ยัง หลังปล่อยคลิประบายความเครียดจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไป เล่าว่า "ทาทาเคยเครียดจนร้องไห้ เพราะรูปร่างที่บวมขึ้นจากไทรอยด์ แต่หลังจากได้กลับมาคิด ทาทาก็มองว่า ไม่มีใครที่ทำให้เราเครียดเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกได้ นอกจากตัวเราเอง ทุกวันนี้อะไรที่ทาทาทำแล้วมีความสุข...ก็จะทำ ถ้ากินแล้วมีความสุข...ก็จะกิน ถึงแม้สยามสแควร์จะมีแต่เสื้อไซส์ XS เราก็ไม่ต้องสนใจ เพราะถ้าเราสุขภาพจิตดีจากภายในแล้ว ก็จะมีกำลังไปทำอะไรได้อีกเยอะ นอกจากนี้ ทาทายังเชื่อในเรื่อง Natural beauty หรือสวยแบบธรรมชาติและไม่ต้องพยายาม

...ทุกวันนี้ทาทาไม่ใช่สาวน้อยเหมือนสมัยออกเทป 20 ปีแล้ว ร่างกายเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามวัย เรื่องริ้วรอยหรือไขมันที่มาตามวัย...ก็เป็นเรื่องธรรมดา นอกจากนี้อยากเสริมว่า บุคคลรอบตัวก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้กลับมามีความมั่นใจในตนเอง ที่ผ่านมาได้กำลังใจจากเพื่อน ครอบครัว...ที่มีคุณแม่เป็นแบบอย่างของผู้หญิงที่มั่นใจ เวลาคนชมก็จะสอนให้พูดว่า ขอบคุณ ไม่ใช่ให้ตอบว่า ไม่จริง เหมือนที่คนไทยชอบตอบ ที่สำคัญแฟนคลับและพี่แมร์พร้อมใจกันมาบอกทาทาวันนี้ว่า เสน่ห์ทาทามาจากความสามารถและความมั่นใจ ไม่ว่าทาทาจะรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ถ้าทาทาก็ยังเป็นนักร้อง เจ้าของพลังเสียงมหัศจรรย์คนเดิมเสมอ ถ้าทาทามีความมั่นใจในตนเองแบบเดิมก็พอแล้ว"

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวทิ้งท้ายถึงผู้หญิงที่มั่นใจ คือก้าวผ่านพ้นกลไกสมอง ที่ยอมกดดันตนเอง และทำสวยให้คนอื่นพอใจ แต่เป็นคนที่มีเหตุมีผล รู้จักจุดเด่นจุดด้อยตนเอง ดังนั้น จึงไม่หวั่นไหวกับคำติ หรือคำชมที่มากเกินไป ลองเริ่มมองให้ลึกซึ้งว่า ผู้หญิงทุกคนมีความงามในแบบตนเอง เมื่อคุณได้ดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด เพื่อดึงส่วนที่สวยงามของตัวเองออกมา แล้วคุณจะรู้ว่า คุณก็สวยได้ ในแบบของคุณเหมือนกันค่ะ