จาก "พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร" สู่ "หมู่บ้านมังกรสวรรค์" สายสัมพันธ์ ไทย-จีน

ที่นี่รายการเพื่อคุณภาพชีวิต

ความสัมพันธ์ไทย-จีน สืบทอดกันมายาวนานหลายศตวรรษ ชาวจีนได้เข้ามาพึ่งใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ขยันหมั่นเพียรทำมาหากิน มีฐานะมั่นคงและเจริญก้าวหน้า เกิดย่านการค้าขายมากมาย ปัจจุบันมีคนไทยเชื้อสายจีน อยู่ร่วมกันดุจพี่น้องเครือญาติใกล้ชิด โดยยึดมั่น "ความกตัญญู" ต่อแผ่นดินไทยในทุกโอกาส

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ตั้งอยู่ภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์ทางการฑูตครบ 20 ปี เมื่อพ.. 2539 ขณะที่ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอารยธรรมจีนที่ยาวนานถึง 5,000 ปี ภายใต้รูปแบบ มังกร สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่รู้จักกันดี

ภายในห้องจัดแสดง เรื่องราวประวัติศาสตร์จีน ตั้งแต่สมัย ตำนานการสร้างโลกยุคแรกเริ่มทางประวัติศาสตร์ ลำดับราชวงศ์ตั้งแต่ยุคหวงตี้ ถึงราชวงศ์ชิงซี่งเป็นราชวงศ์สุดท้าย สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และการแสดงประวัติ ความเป็นมาของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ในประเทศไทย

ชาวจีนเชื่อว่า โลกถูกสร้างขึ้นโดย เทพบุตรผานกู่ ยอมสละชีวิตแยกแผ่นดินออกจากแผ่นฟ้า จึงทำให้ธรรมชาติต่างๆ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ขุนเขา สายน้ำ มาจากเลือดเนื้อ ร่างกายของ เทพบุตรผ่านกู ดั่งนั้นสรรพสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ จึงล้วนมีกำเนิดจากที่มาเดียวกัน เทพธิดาหนี่วา เป็นผู้ปั้นมนุษย์ชาย-หญิงคู่แรก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวจีนขึ้นมาจากดินในแม่น้ำเหลืองแล้วเสกให้มีชีวิตขึ้นมา สืบลูกหลานมาถึงปัจจุบัน และเป็นการตอบคำถามว่า ทำไมชาวจีนจึงมีผิวเหลือง

ฯพณฯ บรรหาร ได้ให้เกียรตินำเยี่ยมชม และเปิดเผยว่า ความมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุด อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรีคือ หมู่บ้านมังกรสวรรค์ ตลาดพันปี ที่จำลองเมืองมรดกโลกลี่เจียงมาไว้ที่ประเทศไทย บรรยากาศโรงเตี๊ยมสไตล์จีนโบราณ ร้านค้าของที่ระลึก โรงนวด โรงหนัง มี กังหันพ่อลูก เป็นกังหันไม้โบราณพันปีที่จะอยู่ตรงทางเข้าหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ และ น้ำตกเปลี่ยนสี ตื่นตากับ หอชมวิว และที่หน้าหอชมวิวคือ เสามังกรสวรรค์ ที่มาจากเมืองเซียะเหมิน สำหรับท่านที่ปีนี้เป็น ปีชง ควรมาสักการะ เทพเจ้า 12 พระองค์ เพื่อแก้ปีชง

วิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี กล่าวว่า 10 แหล่งท่องเที่ยวหลัก ของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ต้องไม่พลาดมาชมและศึกษาหาความรู้ ได้แก่ 1. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ 2. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและอุทยานมังกรสวรรค์ 3. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) 4. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร 5. พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ 6. สวนเฉลิมภัทรราชินี และหอคอยบรรหาร-แจ่มใส 7. ตลาดร้อยปีสามชุก 8. วัดเขาสลักดี 9. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุพรรณบุรี 10. หอเกียรติศย ฯพณฯ บรรหาร ศิลปะอาชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 21

1. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1-3 เมตร พื้นที่ประมาณ 2,700 ไร่ได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อปี พ..2526 มีการสร้างสวนสัตว์ อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อุทยานผักพื้นบ้าน เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์มีความหลากหลาย ในบึงเต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงและสีชมพู และมีนกเป็ดแดงฝูงใหญ่มาจับกลุ่มอยู่ตามกอบัวในช่วงฤดูหนาว

สถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นหน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ รวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาสวยงาม และพันธุ์ปลาหายากเอาไว้ให้ได้ศึกษา แบ่งเป็น 3 อาคาร อาคารหลังที่ 1 จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดและน้ำเค็ม ปลาไทย ปลาต่างประเทศมากกว่า 50 ชนิด ได้แก่ ปลาบึก ปลากระโห้ ปลาม้า ปลากราย ปลาช่อนงูเห่า ปลาเสือตอ เป็นต้น

อาคารหลังที่ 2 จัดแสดงพันธุ์ปลาด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่ บรรจุน้ำ 400 ลูกบาศก์เมตร มีอุโมงค์ความยาวประมาณ 8.5 เมตร ได้สัมผัสกับบรรยากาศโลกใต้น้ำ เป็น อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย มีนักประดาน้ำสาธิตการให้อาหารปลาด้วยค่ะ มีตู้ปลาน้ำจืด และตู้ปลาสวยงาม อาคารหลังที่ 3 จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเล ตู้ปลาขนาดใหญ่ ปลาฉลาม และปลาที่มีรูปทรงแปลกตา ตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์ปลา และบันไดเลื่อนยาว 75 เมตร มีโชว์การให้อาหารปลา เวลา 14.00 . ของทุกวัน

บ่อจระเข้น้ำจืด จำลองให้มีสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด พื้นที่ประมาณ 3 ไร่ มีจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทยขนาด 1.5-4.0 เมตร ประมาณ 60 ตัว สามารถเข้าชมได้อย่างใกล้ชิด มีการแสดงจับจระเข้ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP (หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์) เป็นอาคารสองชั้นติดกรงนกขนาดใหญ่ รวมสินค้าของกินของใช้ของจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง

อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพฯ อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้นเพื่อ สร้างจิตสำนึก ตระหนักรู้ถึงคุณค่า และ อนุรักษ์ผักพื้นบ้านจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยกว่า 500 ชนิด มาปลูกไว้ในบริเวณ เกาะกลางบึงฉวาก ประกอบด้วย พืชสมุนไพร ไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก ไม้ชื้นแฉะที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำเต้าสี่เหลี่ยม บวบหอมขนาดใหญ่ อุโมงค์น้ำพุ การจัดสวนไม้ประดับด้วยผักพื้นบ้าน มีโรงปลูกพืชระบบระเหยน้ำ สาธิตการปลูกพืชไร้ดิน ห้องสมุดบริการคอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าข้อมูลพันธุ์ผักต่างๆ และห้องนิทรรศการแสดงผลผลิตทางการเกษตร

2. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และอุทยานมังกรสวรรค์ มี ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง มี เทวรูปพระอิศวร และพระนารายณ์สมหมวกเติ๊ก (หมวกทรงกระบอก) สลักด้วยหินสีเขียว ศาลเป็นรูปวิหาร และ เก๋งจีน เจ้าพ่อหลักเมือง เป็น พุทธประติมากรรมสลักบนแผ่นหินแบบนูนต่ำ แบบศิลปะเขมร อายุราว 1,300-1,400 ปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของจีนจะมี งานประเพณีทิ้งกระจาด (พิธีทิ้งทาน) ถือเป็นการจำเริญเมตตาให้แก่ดวงวิญญาณที่ลวงลับ โดยนำสิ่งของต่างๆ ที่ผู้ตายใช้สอยและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ มาแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้

3. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) จัดตั้งขึ้นเพื่อ พัฒนางานด้านพันธุ์พืชและฝึกอาชีพการเกษตร ด้านการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ การอนุบาล และการขยายเพิ่มปริมาณการกระจายพันธุ์ การปลูก การส่งเสริม การฝึกอบรม โรงเรียนอนุบาลและผลิตพืชเพาะเลี้ยง 7 โรงเรือน ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

4. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ริมถนนมาลัยแมน ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี หน้าบันของวิหารมี เครื่องหมายพระมหามกุฎ อยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วทรงปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง

มีบันทึกว่า พระเจ้ากาแต ทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ในปี1724 ประชาชนนิยมมานมัสการ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง-สุพรรณภูมิ ลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร ภายในองค์พระบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย จำนวน 36 องค์ เป็นที่เคารพนับถือของชาวสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ด้านหลังวัดป่าเลไลยก์ มี คุ้มขุนช้าง เป็น เรือนไทยไม้สักหลังใหญ่กว้างขวาง ตามบทพรรณนาเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" บนเรือนมีภาพวาดตัวละครเรื่องขุนช้างขุนแผน ตู้จัดแสดงภาชนะเครื่องใช้ที่จำลองวิถีชีวิของคนไทยสมัยอยุธยา อาทิ ฉากกั้น ถ้วยโถชามเก่าแบบต่างๆ

5. พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก องค์เจดีย์ยุทธหัตถี ที่สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงสร้างขึ้น เพื่อฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ต่อมากองทัพบกได้บูรณะฯสร้างเจดีย์แบบ ลังกาทรงกลมใหญ่ ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวง และเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ..2502 ตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีรูปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระสุพรรณกัลยา

6. สวนเฉลิมภัทรราชินี และ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส สวนสาธารณะ 17 ไร่ มีหอคอยบรรหาร-แจ่มใส และอาคารแสดงผลงานของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 สวนน้ำสไลเดอร์ สวนลายไทย สวนนกพิราบ สวนดอกไม้ สนามเด็กเล่น น้ำพุดนตรี สนามออกกำลังกาย เวลากลางคืนจะมองเห็นคอหอยเปิดไฟเป็นจุดเด่นของเมืองสุพรรณบุรี

หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เป็น หอคอยชมวิวแห่งแรกและสูงที่สุดในประเทศไทย โดดเด่นอยู่กลางเมือง สูง 123.25 เมตร กว้าง 30 เมตร การขึ้นเที่ยวชมหอคอยจะมีจุดแวะพักชมวิว 4 ชั้น ชั้น 1 จำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ชั้น 2 จำหน่ายเครื่องดื่ม อาหารว่างและชมสวน ชั้น 3 เป็นจุดชมตัวเมืองสุพรรณบุรี ชั้น 4 เป็น จุดชมทิวทัศน์ของจังหวัดสุพรรณบุรีโดยรอบ มี กล้องส่องทางไกล บริการ ผนังห้องแสดงภาพวาดสีน้ำมัน เรื่องราวเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

7. ตลาดร้อยปีสามชุก เป็นชุมชนการค้าที่อนุรักษ์สภาพบ้านเรือนและตลาดไว้ อยู่ริม แม่น้ำท่าจีน มี อาคารพิพิธภัณฑ์ขุนจำนงค์ แหล่งงรวบรวมภาพถ่ายวิถีชีวิตในสมัยก่อน ร้านถ่ายรูปโบราณ มีกล้องถ่ายภาพอายุกว่า 100 ปีให้บริการ ร้านขายยาสมุนไพร ขนม อาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟโบราณที่ยังใช้ เครื่องคั่วกาแฟแบบดั่งเดิม ตลาดสามชุกได้รับ รางวัลดีเด่นโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประจำปี 2552 จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)

8. วัดเขาดีสลัก มีรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา โพรงหินที่ภายในมีพระพุทธรูป จุดชมวิวทิวทัศน์สวยงาม

9. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วยวิทยาลัยนาฏศิลป์สุพรรณบุรี หอจดหมายเหตุแห่งชาติสุพรรณบุรี หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรีเฉลิมพระเกียรติ และโรงละครแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี

10. หอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 จัดแสดงประวัติและผลงานของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ตั้งแต่วัยเด็กกระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย และแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตแก่เยาวชน เปิดให้บริการ วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 .

จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 100 กิโลเมตร เป็นเมืองสมัยโบราณที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ หลักฐานทางโบราณคดีทำให้พบหลักฐานว่า เดิมมีชื่อว่า เมืองทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ หรือ พันธุมบุรี ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองสองพันบุรี ต่อมา พระเจ้าอู่ทอง ขึ้นครอบราชย์ทรงย้ายเมืองไปอยู่ทางฝั่งใต้ (ทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน) ชาวบ้านเรียกชื่อเมืองใหม่ว่า เมืองอู่ทอง ล่วงเข้าสู่สมัยขุนหลวงพะงั่ว ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เมืองสุพรรณบุรี

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติแล้ว เป็นต้น กำเนิดวรรณคดีสำคัญ ของไทยเรื่อง ขุนช้างขุนแผน มีปรากฏชื่อของสถานที่ต่างๆ ปรากฏเป็นชื่อของตำบล อำเภอ ถนน วัดวาอารามให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ วันนางพิมพ์ คุ้มขุนช้าง เรือนขุนแผน วัดแค วัดป่าเลไลยก์ ถนนขุนไกร ฯลฯ

ปริศนาความยิ่งใหญ่ของ "ลูกหลานพันธุ์มังกร" ที่เปรียบเสมือน ข้าวเปลือกไปอยู่ ณ ที่แห่งใด ก็งอกเงยเจริญเติบโตขึ้นได้ ความยึดมั่นในความกตัญญู ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด พ่อค้าหรือประชาชนทั่วไป ก็จะสืบทอดเจตนาส่งต่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาทบทวน เพื่อสานต่อ "ความสัมพันธ์" ไทย-จีน ให้รุ่งเรือง