โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่เชียงใหม่

สกู๊ปพิเศษ

2...ก่อนติดตามการดำเนินงานและความก้าวหน้า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการต่อไปในช่วงเวลาบ่ายนั้น ทางด้านขององคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ กล่าวสรุปแก่สื่อมวลชนที่ร่วมติดตาม ถึงเรื่องการติดตามการดำเนินงานและความก้าวหน้า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในบริเวณพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

โดยมีใจความสำคัญว่า "ที่หมายที่เราเน้นในคราวนี้ก็คือ ภาคเช้าได้ไปเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างบ้านดงเย็น ในเขตอำเภอจอมทอง ตามแนวพระราชดำริแห่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พื้นที่ตรงบริเวณนั้น เป็นพื้นที่ค่อนข้างจะแห้งแล้งอย่างมาก แล้วเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา มีราษฎรก็ได้ทูลเกล้าฯถวายฎีกา ขอพระราชทานความช่วยเหลือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ออกมาทำการสำรวจตรวจสอบว่า น่าจะช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรกันบ้าง ในที่สุดก็มีมติกันว่า ควรจะต้องทำการปรับปรุงดิน จัดหาแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตร แล้วก็ตั้งขึ้นเป็นลักษณะของฟาร์มตัวอย่าง โดยมีรูปแบบของการทำเกษตรหลายๆรูปแบบผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชผัก การปลูกไม้ผล หรือการเลี้ยงปศุสัตว์ กระทั่งปลูกพวกพืชผักสวนครัวบางชนิด

...ระยะเวลาผ่านไปเพียง 10 ปีเศษ มาบัดนี้ฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้ ก็เป็นต้นแบบของการเพาะปลูกแก่ชาวบ้านข้างเคียง ซึ่งต่างส่งลูกส่งหลานที่เป็นยุวเกษตร เข้ามาเรียนรู้วิธีการเกษตรตามหลักวิชาการ แล้วหลายคนกลับไปขยายผลเป็นของตัวเอง แบบใครถนัดทางไหนก็ไปทำทางนั้น บางรายที่ประสบความสำเร็จ มีรายได้ปีนึงสองแสนกว่าบาท ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตามก็มีสิ่งที่ชาวบ้านร้องของเพิ่มเติมเช่น อยากจะได้อ่างเก็บน้ำลูกเล็กๆเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. ก็มีแนวคิดเอาไว้ว่า จะส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจอีกครั้งหนึ่งว่า มีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร ด้วยพื้นที่ทั้งสองเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งมากเช่นกัน

...แล้วพื้นที่นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแนวพระราชดำริ ไว้ประมาณ 20 ปีที่ผ่านมาว่า จะต้องสร้างอ่างเก็บน้ำลูกเล็กๆมากๆ เพื่อให้ดินเกิดความชุ่มชื้น แล้วบัดนี้ก็ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่ราษฎรปลูกต้นลำไยพันธุ์ดีเป็นแสนๆต้น แล้วให้ผลผลิตนอกฤดูกาล สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวสวนลำไยได้อย่างดียิ่ง จุดบนดอยอินทนนท์เป็นสถานีเพาะเลี้ยงกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสถานีเดียวในโลก ที่เน้นเฉพาะเรื่องของกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ เป็นพันธุ์ที่ขึ้นในท้องถิ่นของดอยอินทนนท์ แล้วก็เป็นแหล่งที่รวบรวมของตระกูลรองเท้านารีจากทั่วประเทศ

...ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พื้นที่จากสตูล จากกระบี่ จากกาญจนบุรี มารวมเอาไว้ที่นี่ แล้วในที่สุดแล้วก็จะขยายผลไปสู่นักเล่นกล้วยไม้ที่มีความสนใจ แทนที่ให้ชาวบ้านแอบไปเก็บมาจากป่า ไปปืนขึ้นบนยอดไม้ เพื่อแอบเก็บมาขายกันในราคาแพงๆ ก็มาซื้อหากันได้ที่สถานีแห่งนี้ ในราคาที่ย่อมเยาอีกด้วย โดยที่ไม่ไปรบกวนต้นที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งสถานีนี้นอกจากเป็นที่เพาะเลี้ยงกล้วยไม้แล้ว ยังเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชม รวมถึงเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจขององค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกด้วย"

ต่อมาในวันเดียวกัน เวลา 14.00 น. องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ พร้อมด้วยหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง เดินทางโดยรถยนต์ติดตามการดำเนินงานและความก้าวหน้าใน โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์) อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีความเป็นมานับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2547 จากพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถึงผู้อำนวยการส่วนโครงการพระราชดำริกับความมั่นคง โกวิท ปัญญาตรง รวมไปถึงกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมีใจความสรุปได้ว่า ให้พิจารณาหนทางในการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ซึ่งเป็นกล้วยไม้ไทยที่หายาก แล้วยังใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินไทย เนื่องจากถูกลักลอบเก็บออกมาจากป่า แล้วส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ จึงให้หน่วยงานดำเนินการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยดำเนินงานใน 3 แผนงาน ได้แก่ งานอำนวยการและบริหารโครงการ งานพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และงานอนุบาล ดูแลรักษา และขยายพันธุ์กล้วยไม้ นอกจากนั้นยังดำเนินการปลูกจิตสำนึก ให้แก่ราษฎรที่อยู่รอบๆบริเวณโครงการฯ ทำให้เกิดการอนุรักษ์ป่า ไม่ทำลายป่า เห็นคุณประโยชน์ และความสำคัญของป่าไม้

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มโนพัศ หัวเมืองแก้ว กล่าวว่า "สำหรับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีนโยบายในการอนุรักษ์เป็นหลัก แล้วยึดถือพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นหลักในการปฏิบัติงานอยู่แล้ว เนื่องจากพระองค์ท่านตรัสว่า พระองค์ท่านจะทรงเป็นป่า ในหลวงทรงเป็นน้ำ แล้วพื้นที่ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ คือ ป่าอนุรักษ์ เรามีความตั้งใจจะอนุรักษ์ป่าเอาไว้ ให้เป็นป่าเพื่อประเทศชาติของเรา ทุกคนจะมีโอกาสใช้ป่าอนุรักษ์นี้ ตอนนี้แนวคิดต้องเรียนว่า ป่าไม้อนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติฯ เป็นของประเทศไทย เป็นของประชาชนคนไทยทุกคน

...ดังนั้น ต้องช่วยกันมาดูแลรักษานะครับ ก่อนอื่นเราต้องทำการอนุรักษ์ผืนป่า ที่เป็นป่าสมบูรณ์ให้คงอยู่ตลอดไป แล้วพื้นที่ไหนๆที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เราก็จะพยายามเข้าไปฟื้นฟู ในขณะเดียวกันราษฎรที่อยู่ในป่า ก็จำเป็นที่ต้องทำการให้เค้าอยู่กับป่าให้ได้ อยู่อย่างสมดุลระหว่างธรรมชาติกับคน หรือคนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ และในป่าไม้มีอะไร...มีพันธุ์ไม้หลายๆอย่าง ไม้มีค่าก็ควรอนุรักษ์และส่งเสริมไว้ ยกตัวอย่างเช่น กล้วยไม้รองเท้านารี ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่สวยงามและหายาก ส่งออกทำรายได้ให้ประเทศอย่างมากมาย

...เราควรต้องมีการส่งเสริมและอนุรักษ์ ในขณะเดียวกันก็พยายามหาสายพันธุ์ที่หายาก มาทำการขยายพันธุ์ต่อไป เราเน้นอยู่เสมอให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทำการประชาสัมพันธ์และเข้าถึงราษฎร ในการมีส่วนร่วมของราษฎรสำคัญที่สุด เราจึงจำเป็นที่จะต้องหาทำการประชาสำพันธุ์ เรื่องราวเกี่ยวกับดิน น้ำ ป่า...จะอยู่ได้อย่างไร คือจริงๆแล้วธรรมชาติที่เป็นอยู่ทุกวัน ตั้งแต่อดีตมาดีอยู่แล้ว...เราอย่าไปทำลาย ถ้าทำลายป่าก็จะทำให้เกิดผลกระทบ เป็นต้นว่า เกิดภาวะโลกร้อน เกิดอุทกภัยช่วงหน้าฝน เกิดภาวะขาดน้ำช่วงหน้าแล้ง

...เราจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันให้มากกว่านี้ ให้เจ้าหน้าที่กับราษฎรเป็นพวกเดียวกันให้ได้ มีจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่า อนุรักษ์ต้นไม้ เพื่อให้อยู่คู่กับบ้านเมืองของเรา สำหรับการท่องเที่ยว การขยายพันธุ์ หรือการใช้ประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าเป็นพวกสมุนไพร ของกินของใช้ ก็ได้มาจากป่าทั้งนั้น โดยในช่วงฤดูแล้งก็ต้องใช้นโยบายของทางรัฐบาลเป็นหลักว่า หนึ่งต้องห้ามเผาป่าโดยเด็ดขาด ในขณะเดียวกันถ้ามีการเผาป่า หรือมีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นมา ก็จะต้องระดมกำลังจากทุกภาคส่วน เข้าไปดับไฟป่าให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหมอกควัน ที่กระทบต่อเศรษฐกิจ กระทบต่อการท่องเที่ยว หรือกระทบต่อการศึกษา"

โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์) ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ห่างจากที่ทำการอุทยานไปประมาณ 8 กิโลเมตร จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 เพื่อสนองตามพระราชดำริใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี จากผลการดำเนินงานจนถึงปัจจุบันของโครงการฯ รวบรวมกล้วยไม้รองเท้านารีสายพันธุ์แท้ 11 ชนิด จากสายพันธุ์ทั้งหมด 17 ชนิด ที่มีการค้นพบในประเทศไทย พร้อมกับขยายพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ในสภาพที่ปลอดเชื้อ (เลี้ยงในอาหารวุ้น) และแยกหน่อได้เป็นจำนวนมาก

ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจ ของการดำเนินงานใน โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์) นอกเหนือจากการร่วมกับโครงการกล้วยไม้รองเท้านารีประเทศไทย สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำการปล่อยกล้วยไม้รองเท้านารี กลับคืนสู่ป่าในบริเวณพื้นที่โครงการฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรื่องเทคโนโลยีชีวภาพในการทดสอบพันธุกรรม พัฒนาสายพันธุ์ และขยายพันธุ์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำหรับปรับปรุงสายพันธุ์ในประเทศต่อไป

วันถัดมา เวลา 08.00 น. พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี สุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการ กปร. จรูญ อิ่มเอิบสิน ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง มโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเกิดจากพระราชดำริใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติในเขตอุทยานฯ จึงได้พระราชทานพระราชดำริ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลรักษา พร้อมกับให้ราษฎรเลิกตัดไม้ทำลายป่า หันมาสร้างความสมดุลผืนป่าให้ยั่งยืน

จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. เดินทางเยี่ยม หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ โดยนอกจากปรับพฤติกรรมในการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำ จะเน้นให้ราษฎรตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมแก่พื้นที่ ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ตลอดไป อย่างที่ ยายเจี๊ยะ เกียรติยากุล อายุ 65 ปี ที่เมื่อก่อนปลูกฝิ่นแต่ไม่มีเงินไม่มีเสื้อผ้า ต่อเมื่อรับการส่งเสริมปลูกไม้ดอกไม้ผลเมืองหนาว มีความเจริญในชีวิตครอบครัวยิ่งขึ้น ยายเจี๊ยะเล่าให้ฟังด้วยนำเสียงสั่นเครือว่า "เมื่อตอนที่ในหลวงเสด็จฯมา ยายเคยนำของถวายและจับมือในหลวงด้วย ในหลวงท่านใจดีกับชาวบ้านมากๆ ดีใจที่ปลูกผักปลูกผลไม้ตามที่ในหลวงบอก ยายอยากเห็นในหลวงมาที่นี่อีก"

ในช่วงบ่าย องคมนตรีและหน่วยงานต่างๆ เดินทางถึง สถานีควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าเชียงใหม่ คือ การบุกรุกทำลายป่า สาเหตุมาจากการทำมาหากินของราษฎร และความต้องการครอบครองทรัพยากร จนส่งผลกระทบเรื่องภัยพิบัติ ภัยแล้ง หรือหมอกควัน ทางหน่วยควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ มีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ 60 คน รับผิดชอบพื้นที่จำนวน 312,500 ไร่ หากกรณีเกิดไฟไหม้หลายจุด หรือดำเนินการไม่ครอบคลุมทั่วถึง จะร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อร่วมในการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงทรัพยากรตามธรรมชาติ อันเป็นทรัพย์สินส่วนกลางของประเทศไทย

องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ กล่าวก่อนเดินทางกลับกับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ ว่า "พระองค์ท่านทรงฝากมาขอบคุณพวกเราทุกคนทุกฝ่าย รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นผู้นำชุมชนว่า คนไทยทั้งประเทศมีจิตใจจดจ่ออยู่กับว่า ปีนี้ป่าทางภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นทางเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน หรือพะเยา สถานการณ์มลพิษทางอากาศเป็นอย่างไร มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ หรืออนุภาคเล็กๆที่ทำให้เกิดฟ้าหลัว หรือทำให้เกิดหมอกควันนั้น...มากน้อยแค่ไหน ทั้งๆที่คนในภาคกลางก็ไม่ได้เดือนร้อนไปด้วย แต่ก็เอาใจช่วยและเป็นห่วงคนภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพของชาวบ้านชาวเมืองในภาคเหนือ หรือว่าสภาพผืนป่าทางภาคเหนือว่า ปีนี้จะถูกไฟป่าเผาผลาญไปกี่พันไร่

...ก็เป็นที่น่ายินดีว่า ปีนี้พวกเรามีความขยันขันแข็ง มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ประกอบกับสภาพอากาศก็ช่วยอำนวย ด้วยมีฝนตกมาช่วยเป็นช่วงๆ ถึงแม้จะไม่มากนัก สำหรับกำลังพลในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องได้รับความชมเชยเป็นพิเศษ เพราะว่าสี่ห้าปีที่ผ่านมาเชียงใหม่ทำงานได้เข้มแข็งมาก เมื่อเทียบกับหลายๆจังหวัด โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นผู้นำชุมชน ในยามได้รับรายงานจากผู้หวังดีว่า มีไฟป่าจุดขึ้น...ลุกไหม้ขึ้นที่ไหน ต่างรีบรุดออกไปจัดการ ไม่เกินสองสามชั่วโมงก็ดับได้หมดสิ้นในเชียงใหม่ ก็ขออนุญาตเป็นตัวแทนพี่น้องในภาคกลาง มาขอบคุณพวกเรา ขอให้มีความมุ่งมั่น มีความเข้มแข็งอย่างนี้ตลอดไปครับ"

การรวมพลังลดไฟป่าและหมอกควัน เสมือนสะพานเชื่อมการแก้ปัญหามิติใหม่ ให้ได้เกิดขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายภายใต้โครงการร่วมกัน คือ มีกลไกการทำงานอย่างชัดเจน หรือมีแผนการขับเคลื่อนที่ชัดเจน บนพื้นฐานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และลงมือปฏิบัติการอย่างเข้มแข็งครับ