เสาวรส...ประโยชน์สารพัด

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

เสาวรส หรือที่เรียกทับศัพท์กันว่า แพชชั่นฟรุต นั้น มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานจนถึงเปรี้ยวจี๊ด เสาวรสอาจดูไม่คุ้นตาสำหรับบางคน เพราะหารับประทานได้ค่อนข้างยาก และไม่สะดวกในการรับประทานสดนัก อย่างไรก็ตาม รสชาติที่ออกเปรี้ยว กลับแฝงไว้ด้วยประโยชน์หลายอย่าง ดังภาษิตที่ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา นั่นละ

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดเสาวรสเอาไว้ในจำพวกสมุนไพร ที่สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด โดยแนะนำให้เลือกผลเสาวรสที่แก่จัด ล้างทำความสะอาดแล้วผ่าครึ่งคั้นเอาแต่น้ำ แต่งเสริมรสชาติด้วยเกลือ และน้ำตาล ดื่มกินเป็นประจำ ให้คุณค่าทางโภชนาการ อาทิ แคลเซียม โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินต่างๆ รวมถึงเบต้าแคโรทีน

ดร.กิตติพร พันธ์วิจิตรศิริ ผู้จัดการด้านโภชนาการและสุขภาพ บริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย แนะนำคุณประโยชน์ของเสาวรสว่า "ผลเสาวรสสามารถรับประทานได้สดๆ หรือนำมาคั้นเป็นน้ำผลไม้ โดยมีน้ำมากถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะกับภาวะที่ร่างกายขาดน้ำ รสชาติออกเปรี้ยวช่วยให้สดชื่นตื่นตัวขึ้นทันที นอกจากนี้ยังเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง คิดเป็นอัตราที่สูงกว่ามะนาวถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เสาวรสครึ่งผลให้วิตามินซีมากกว่ามะนาวหนึ่งผลเสียอีก วิตามินซีช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และผลัดเซลล์ผิว อีกทั้งยังมีวิตามินเอ และสารไลโคปีน ที่มีส่วนช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้ผิว บำรุงสายตา สมานผิว และรักษาสภาพเยื่อบุผิวหนัง และที่สำคัญเป็นแหล่งไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารสูง ให้คุณประโยชน์ต่อระบบการขับถ่าย การดูดซับน้ำและลดการดูดซึมสารพิษอีกด้วย"

นอกจากคุณประโยชน์ทางยาและสารอาหารแล้ว เสาวรสยังสามารถใช้ประทินผิว ให้สวยเปล่งปลั่งได้หลายลักษณะ เช่น ใช้ผสมเป็นมาสค์พอกหน้า เพราะวิตามินซี และวิตามินเอในเสาวรสนั้น ขึ้นชื่อทั้งในเรื่องการสมานผิว และลดเลือนรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ รอยแดง ฝ้า กระ ช่วยทำให้ดูจางลง ผิวนุ่มเนียนขึ้น และลดอาการอักเสบของสิว ส่วนน้ำมันเสาวรสใช้เป็นยาบรรเทาปวดเมื่อยได้ มีใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ในปัจจุบันก็ยังนำมาประยุกต์ใช้ในสปา นวดคลายกล้ามเนื้อ หรือการนวดแบบอโรมา

หากยังไม่คุ้นกับรสชาติของเสาวรส อาจเริ่มจากการดื่มน้ำเสาวรส หรือน้ำเสาวรสผสมผลไม้อื่น กระทั่งผสมน้ำผึ้งเพิ่มความหอมหวาน หากต้องการเน้นลดไขมันในเส้นเลือด ก็สามารถใช้เสาวรสผสมกระเจี๊ยบแดงหรือดอกคำฝอยก็ได้ ในต่างประเทศมีการบริโภคเสาวรส มาเป็นศตวรรษในหลายรูปแบบ เช่น ฮาวายมีอัตราการบริโภคเสาวรสต่อหัวสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยนิยมดื่มน้ำเสาวรสเข้มข้น รวมทั้งนำมาทำเป็นน้ำเชื่อม แต่งหน้าน้ำแข็งไสและไอศกรีม ส่วนนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย นิยมรับประทานเสาวรสเป็นฟรุตสลัด รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนม โดยเฉพาะในออสเตรเลียนั้น มีการผลิตน้ำอัดลมรสเสาวรสราว 80 ปีแล้ว ขณะที่ในเม็กซิโกมีการนำเสาวรส มาคู่กับพริกป่นและน้ำเลมอน

สำหรับในประเทศไทย มีการบริโภคเสาวรสแบบคาวและหวาน อย่างเมนูน้ำพริกเสาวรส น้ำพริกกะปิผสมเสาวรส บางคนอาจรับประทานสดๆ โดยผ่าครึ่งแล้วเอาช้อนตักกินเลย หรือนำมาคั้นเป็นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ เสาวรสพันธุ์สีม่วงนิยมมาทานสด เนื่องจากมีรสเปรี้ยวอมหวาน กินแล้วสดชื่น ชุ่มคอ ขณะที่พันธุ์สีเหลืองหรือสีทอง จะมีรสชาติที่เปรี้ยวกว่า เหมาะกับการนำไปแปรรูป หากต้องการบริโภคสดแล้วอยากตัดรสเปรี้ยว ก็สามารถเติมน้ำตาลทรายเล็กน้อย ก่อนที่จะตักขึ้นมากิน โดยกินได้ทั้งเมล็ดกันเลยละค่ะ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเสาวรส

- เสาวรส หรือ แพชชั่นฟรุต พบได้ทั่วบริเวณที่มีอากาศร้อนชื้น อย่างแถบของ Lilikoi (ลิลิคอย) ในหมู่เกาะฮาวาย Maracuya (มาราคูยา) ในประเทศเอกวาดอร์ หรือประเทศบราซิล Parcha (ปาร์ชา) ในประเทศเวเนซูเอลา Chinola (ชิโนลา) และ Parchita (ปาร์ชิตา) ในประเทศเปอร์โตริโก

- ประเทศไทยสมัยก่อนรู้จักในชื่อ ลูกกะทกรก กะทกรกฝรั่ง กะทกรกสีดา กะทกรกยักษ์ ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปลี่ยนมาเป็นเสาวรส พร้อมให้จำหน่าย และบริโภคอย่างกว้างขวาง

- ชื่อ แพชชั่นฟรุต (Passion Fruit) หรือแปลตรงตัวว่า ผลไม้แห่งตัณหา แต่อย่าเข้าใจผิดนะคะ เพราะ passion ในที่นี้หมายถึง ความปรารถนาอันแรงกล้าของพระเยซู ที่จะไถ่บาปให้แก่มวลมนุษยชาติต่างหาก โดยถูกตั้งชื่อขึ้นจากเหล่ามิชชันนารีชาวสเปน ที่ไปเผยแพร่ศาสนาในดินแดนอเมริกาใต้ แล้วมองเห็นดอกของต้นเสาวรส ที่ดูละม้ายคล้ายกับมงกุฎหนามบนพระเศียรของพระเยซูนั่นเอง

- การเลือกซื้อเสาวรสนั้น ควรเลือกซื้อลูกที่เริ่มสุก สังเกตจากเปลือกจะมีสีเหลือง ผิวเต่งตึงไม่เหี่ยว และควรเลือกลูกที่มีขนาดใหญ่ เพราะเนื้อเยอะตักกินได้ง่าย เมื่อซื้อมาแล้วควรกินหรือทำน้ำผลไม้ดื่มสดๆเลย เพราะหากทิ้งไว้นานเปลือกจะเหี่ยว เนื้อและเมล็ดจะหายไป รวมถึงกลิ่นรสก็จะเปลี่ยนไปด้วย

- ควรใช้เครื่องปั่นในการทำน้ำเสาวรส เนื่องจากเสาวรสมีเมล็ดเยอะและขนาดเล็ก เทคนิคเพื่อความอร่อย คือ ต้องผสมน้ำลงไปเพื่อลดความเข้มข้น โดยใช้อัตราส่วนเสาวรส 1 ผลขนาดกลาง นำไปปั่นรวมกับน้ำ 1-2 แก้ว

การดื่มน้ำปรับสมดุลให้ร่างกายคลายร้อน บางครั้งบางคราอาจไม่เพียงพอค่ะ การแก้กระหายด้วยการกินผลไม้ ที่ผลสดๆทั้งน้ำและเนื้อชุ่มฉ่ำ ก็เป็นทางเลือกช่วยให้ร่างกายสดชื่น แล้วยังมีน้ำตาลฟรุคโตสและวิตามินซี ที่มีคุณสมบัติช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย พร้อมเป็นการเสริมวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่สูญเสียไปจากการขาดน้ำแบบครบครัน หนึ่งในผลไม้ที่ให้ได้ครบเครื่องนั้น ย่อมมี "เสาวรส" ผลไม้สารพัดประโยชน์รวมอยู่ค่ะ