เมือง 7,000 เกาะ เงาะอร่อย หอยประดับ

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

เมือง 7,000 เกาะ เงาะอร่อย หอยประดับ คงไม่ใช่คำขวัญประจำจังหวัดสุราษฎรธานีแน่ๆ แต่ก็ใกล้เคียง เพราะฟิลิปปินส์มีหมู่เกาะถึง 7,107 เกาะ แต่มีคนอาศัยอยู่เพียง 2,000เกาะเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า เดิมหมู่เกาะเหล่านี้เป็นแผ่นดินเดียวกับทวีปเอเชียเมื่อ 60 ล้านปีก่อนจะเกิดการระเบิดของภูเขาไฟทำให้แผ่นดินแยกออกมาเป็นเกาะ ปัจจุบันหมู่เกาะเหล่านี้ยังมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ จำนวนถึง 37 แห่ง ที่คุ้นหูคนไทยที่สุดคือ ปินาตูโบ

ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่นับถือศาสนาคริสต์ เกือบร้อยละ 90 ของประชากร เป็นคาทอลิกที่เคร่งครัด อันเป็นผลมาจากเป็นเมืองขึ้นของสเปนยาวนานถึง 300 ปี ก่อนจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอเมริกาที่ซื้อฟิลิปปินส์จากสเปน ในราคา 20 ล้านดอลลาร์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏชื่อนักเดินเรือชาวสเปน นาม เฟอร์ดินานด์ แม็กเจลแลน เดินทางมา ในค..1521 และประกาศยึดครองเกาะเป็นอาณานิคมของสเปน ต่อมาไม่นานนัก เขาได้ถูกชาวพื้นเมืองที่ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจฆ่าตาย ในค..1543 รุย โลเปซ เดอ บิยาโลโบส์ เดินทางมาถึง และได้ตั้งชื่อหมู่เกาะแห่งนี้ว่า Filipinas ตามพระนามของ พระเจ้าฟิลิปส์ที่ 2 ของสเปน

นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงาม ดินฟ้าอากาศในฟิลิปปินส์ยังมีความปรวนแปรเป็นประจำ บางครั้งรุนแรงมากถึงขั้นภัยพิบัติ เวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวจึงอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงต้นมกราคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่อากาศดี แสงแดดเจิดจ้า ชาวฟิลิปปินส์ได้ชื่อว่า รักสวยรักงาม ใจกว้าง ร่าเริง และเปิดเผย มีความเป็นกันเอง และเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะชาวอเมริกันจะได้รับความชื่นชอบมากที่สุด คนฟิลิปปินส์ยังมีนิสัยสุภาพ และให้เกียรติผู้อื่น แม้จะผ่านความเจ็บปวดในชีวิตมาอย่างโชกโชน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศกลับเป็นคนยิ้มง่ายและมองโลกในแง่ดี มีไมตรีจิตกับคนต่างชาติ

คนไทยกับคนฟิลิปปินส์มีหน้าตาละม้ายคล้ายกันมาก แต่เราก็สามารถแยกแยะคนฟิลิปปินส์ได้จากเครื่องแต่งกายประจำชาติที่เรียกว่า บารอง ซึ่งชาวฟิลิปปินส์จะใส่ไปในงานพิธีการสำคัญ

บารอง คือเสื้อที่ตัดมาจากใยสับปะรด เป็นเนื้อผ้าบางที่มีการปักฉลุตกแต่งด้วยลวดลายสวยงามบนผืนผ้า ผู้ชายจะใส่บารองสีขาว-ครีม เป็นเสื้อปล่อยชายทับเสื้อตัวใน ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดราตรียาวคอต่ำ แขนเสื้อยกต้นแขนสูง แขนเสื้อตั้งแผ่แบนออกไปแบบเสื้อสเปน

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่อุดมไปด้วยหอย มีมากกว่า 12,000 สายพันธุ์ เปลือกหอยที่หายากและราคาแพงที่สุดในโลก เรียกว่า Glory of the sea สินค้าหัตถกรรมที่เป็นของฝากดูดี แต่มีราคาไม่แพง ได้แก่ กระเป๋า รองเท้าทำด้วยเชือกและป่านปอย้อมสี เครื่องจักสานสีสด ม่านเปลือกหอย โคมไฟ กรอบรูป จาน ชาม สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เครื่องใช้ทองเหลือง รวมถึงเสื้อผ้าสีสดใสใส่เดินเล่นตามชายหาด

พูดถึงอาหารการกินในฟิลิปปินส์ อาจไม่โดดเด่นเป็นที่ขึ้นชื่อเหมือนอีกหลายประเทศในอาเซียนด้วยกัน เนื่องจากถูกอาหารจากสเปน จีน และมาเลย์กลืนเสียเป็นส่วนใหญ่ ฟิลิปปินส์มีอาหารจานโปรดราว 3 เมนู เมนูแรก เรียกว่า อโดโบ ปรุงจากหมูหรือไก่ต้ม ใส่น้ำส้มกับซอสถั่วเหลืองหรือซีอิ๊ว เมนูที่สอง เลชอน ลูกหมูย่างหนังกรอบ และเมนูสุดท้าย ปันซิท หรือหมี่ผัด

ฟิลิปปินส์มีผลไม้เหมือนประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง แตงโม มะละกอ เงาะ หมุนเวียนไปตามฤดูกาล รวมถึงน้ำมะพร้าวอ่อนที่เรียกว่า บูโก เป็นเครื่องดื่มแก้กระหายน้ำที่ขายดี แหล่งปลูกผลไม้เลื่องชื่ออยู่ที่เมืองดาเวา บนเกาะมินดาเนา นอกจากเป็นเมืองหลวงของกล้วยไม้แล้ว ยังมีผลไม้นานาชนิด เช่น ส้มโอ เงาะ มังคุด และทุเรียน ความที่ดาเวาเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ จึงถูกขนานนามว่า ตะกร้าผลไม้ของฟิลิปปินส์ ดาเวายังมีภูเขาอาโป เป็นภูเขาที่สูงที่สุดของฟิลิปปินส์ และเป็นที่ตั้งศูนย์อนุรักษ์นกอินทรี สัญลักษณ์ประจำชาติฟิลิปปินส์ด้วย

เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ รู้จักกันในนาม มะนิลา ชื่อเต็มคือ เมโทร มะนิลา มาจากการควบคำพื้นเมือง 2 คำเข้าด้วยกันคือ คำว่า May แปลว่า มี กับ Nilad ซึ่งเป็นชื่อต้นไม้ มะนิลาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะลูซอน เดิมมีความสำคัญทางการค้ามาก มีท่าเรือขนาดใหญ่ที่เรือต่างๆจะต้องเข้ามาแวะจอด ปัจจุบันกลายเป็นเมืองที่ประชากรหนาแน่นและแออัดเช่นเดียวกับเมืองหลวงของประเทศทั่วไป ย่านธุรกิจการค้าที่ทันสมัย คือ ย่านมากาตี

ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์ได้พัฒนาเมืองที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยที่สุดของประเทศ คือ เซบูซิตี้ ตั้งอยู่บนเกาะเซบู ได้รับฉายาว่า Queen City of the south นอกจากสร้างสาธารณูปโภค และการคมนาคมที่สะดวกสบาย ยังกำหนดให้เป็นเมืองปลอดภาษี นอกจากนี้ยังมีเมืองตากอากาศที่ทันสมัยพร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่าง โบราเคย์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรีสอร์ทที่มีชายหาดสวยที่สุดของฟิลิปปินส์ รวมถึงบาเกียว เมืองตากอากาศที่คนมะนิลานิยมหลบร้อนไปพักผ่อนระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม

มีคำเปรียบเปรยว่า ในบรรดาอาเซียนด้วยกัน ฟิลิปปินส์เป็นจุดที่ตะวันออกพบกับตะวันตกอย่างสอดคล้องจนยากที่จะแยกออกจากกันได้ เสน่ห์ของฟิลิปปินส์จึงเป็นความหลากหลายของวัฒนธรรม และความมีสีสัน สัญลักษณ์หนึ่งที่ยังอยู่คู่กับประเทศนี้มาจนถึงปัจจุบัน หมายรวมถึง Jeepney ซึ่งเป็นพาหนะขนส่งมวลชนตามเมืองต่างๆ ที่ดัดแปลงมาจากรถจี๊ปอเมริกัน ของเหลือใช้หลังสงครามโลก นำมาต่อเติมและทาสีสันตัวรถอย่างสวยงาม แปลงโฉมเป็นสองแถวรับส่งแอ๋วเรียนรามฯ เด่นที่การระบายสีสันข้างตัวรถเป็นลวดลายต่างๆ รถจี๊ปนีย์เป็นสัญลักษณ์ของมะนิลาที่ใครไปใครมาก็คุ้นเคย

รางวัลแม็กไซไซ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยชื่นชอบฟิลิปปินส์ ทุกวันที่ 30 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของ รามอน แม็กไซไซ อดีตประธานาธิบดีคนที่ 3 ของฟิลิปปินส์ จะมีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ พร้อมเงินรางวัลแก่องค์กร หรือบุคคลในประเทศเอเชียที่มีผลงานดีเด่นในการทำงานเพื่อสังคม ซึ่งโครงการพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยได้รับรางวัลในฐานะองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับรางวัลแม็กไซไซ สาขา Public Service ในค..1991 และทรงมอบรางวัลที่ได้รับครั้งนั้น ช่วยเหลือชาวฟิลิปปินส์ที่ประสบภัยพิบัติจากเหตุภูเขาไฟปินาตูโบระเบิด นอกจากนี้ยังมีคนไทยที่ได้รับรางวัลแม็กไซไซอีกหลายท่าน อาทิ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ประยูร จรรยาวงศ์ นายแพทย์กระแสร์ ชนะวงศ์ นายแพทย์ประเวศ วะสี พลโท จำลอง ศรีเมือง ประทีป ฮาตะ และ ทองใบ ทองเปาว์

ในอดีตคนไทยนิยมส่งลูกหลานเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศฟิลิปปินส์ บ่งบอกถึงวิถีชีวิตที่ยังคงมีความผูกพัน ด้วยลักษณะนิสัยใจคอ และรูปร่างหน้าตาที่ละม้ายคล้ายกันจนบางครั้งแยกไม่ออกเสียด้วยซ้ำ