GU-12 ต่าย - กรุณา ชิดชอบ

นัดพบ

"แม่ต่าย พี่ต่าย เจ๊ต่าย และป้าต่าย" คือสรรพนามที่คนบุรีรัมย์ใช้เรียก กรุณา ชิดชอบ ศรีภรรยาของ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังมีคะแนนอยู่ในลำดับต้นๆ ของตาราง คุณต่ายปลีกตัวมานั่งให้สัมภาษณ์ได้ราวห้าทุ่มเศษๆ หลังเสร็จสิ้นการประกวดมิสบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้จะค่อนคืนเข้าไปแล้วแต่เธอก็ยังตื่นตัวต่อการทำงานอยู่ตลอดเวลา ทุกคำถามจึงมีคำตอบแบบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม เสียงดังฟังชัดสมกับตำแหน่งประธานทีมเชียร์ของทีมปราสาทสายฟ้า

ไม่ค่อยเห็นผู้หญิงลุกขึ้นมาทำเรื่องกีฬาฟุตบอลสักเท่าไหร่

คงเป็นเพราะความชอบส่วนตัวละกระมัง คุณเนวินเองก็อยากเลิกเล่นการเมืองแล้ว และปรึกษาว่าอยากทำเรื่องกีฬา แกชอบเล่นฟุตบอลมากตั้งแต่สมัยเรียนอยู่สวนกุหลาบเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนด้วย แม้กระทั่งตอนเป็นรัฐมนตรีก็ยังไปเล่นฟุตบอลแถวสนามกีฬาแถวกรมชลประทานที่นนทบุรี ต่ายจะติดสอยห้อยตามไปด้วยก็เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อพาลูกไปดูหนังหรือกินข้าวมื้อกลางวันนอกบ้าน

ชีวิตต่ายกับคุณเนวินจะเป็นมาอย่างนี้ตลอด คือเป็นครอบครัวที่คุ้นเคยกับกีฬาฟุตบอล พอวางมือจากการเมืองจริงๆ คุณเนวินก็เดินหน้าทำทีมฟุตบอลทันที เริ่มทำครั้งแรกก็ไปเป็นหุ้นส่วนทีมการไฟฟ้า (PEA) ซึ่งเล่นอยู่ในไทยลีก ตอนนั้นทีมบุรีรัมย์ เอฟซี ยังเล่นอยู่ดิวิชั่น 2 แกก็บอกว่าต่ายไปทำให้พี่หน่อย กลายเป็นว่าคุณเนวินทำทีมในไทยลีก ส่วนต่ายทำอยู่ Devision 2 กระทั่งทีมสามารถขึ้นชั้นไทยลีกได้

อยากทราบว่าคุณต่ายเรียนรู้วิธีการทำทีมฟุตบอลได้อย่างไร

ต่ายเป็นคนชอบดูฟุตบอลต่างประเทศ ทุกเสาร์-อาทิตย์ จะต้องมานั่งหน้าจอทีวี ก่อนเที่ยงคืนก็จะเป็นทีมจากอังกฤษ หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไปคือทีมจาก สเปน อิตาลี เยอรมัน กว่าจะได้นอนก็ตีสี่ตีห้า ลูกก็ดูไปกับเราด้วย ยกเว้นลูกสาวที่ไม่ดู จะรู้หมดว่าคนนี้เป็นแฟนกับใครมีลูกกี่คน แต่เชื่อมั้ยคะว่าต่ายไม่เคยดูฟุตบอลไทยเลยแม้แต่คนเดียว ยกตัวอย่างเช่น สุเชาวน์ นุชนุ่ม เดินสวนกันยังไม่รู้เลยว่าเขาคือใคร แต่ถ้าเป็นรุ่น ปิยะพงษ์ เกียรติศักดิ์ จะรู้จัก แต่รุ่นปัจจุบันไม่รู้จักเลย

ยอมรับว่าในปีแรกยังเป็นไปแบบงูๆปลาๆ อาศัยว่าเป็นคนชอบออกกำลังกาย ชอบศึกษาเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา จึงพอเอาตัวรอดได้ เรื่องเทคนิคการเล่นฟุตบอลจะไม่รู้เรื่องเลย

ส่วนตัวนักฟุตบอลมีอยู่แล้วเพราะคุณเนวินได้คุยไว้กับหลายทีม เป็นต้นว่า TOT ซึ่งทำให้รู้จักกับโค้ชก๊อก (พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ) กุนซือ TOT ซึ่งตอนนี้เสียชีวิตไปแล้ว คุณเนวินจึงลองมาคุยกับทีมไฟฟ้า โค้ชก๊อกก็เลยดึงนักเตะจากทีม TOT มาด้วย เราทำทีมจนขึ้นไทยลีกได้ กระทั่งโดนบังคับขายให้วัวชน ยูไนเต็ด (สงขลา ยูไนเต็ด) ไป เพราะเกรงว่าจะเกิดคำครหาว่า หากวันหนึ่งวันใดเกิดวัวชน จะต้องมาเตะกับบุรีรัมย์ เกิดการฮั้วกันแล้วจะทำอย่างไร เพราะคุณเนวินเป็นประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วนต่ายเป็นประธานสโมสรวัวชน ยูไนเต็ด ถ้าเป็นในต่างประเทศก็จะเป็นเรื่องธรรมดามาก ซึ่งเราก็ต่อสู้พอสมควร แต่เราก็ตัดสินใจขายไปในที่สุด

มีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟังมีอยู่ครั้งหนึ่งวัวชนกับบุรีรัมย์ต้องมาเจอกัน เชื้อมั้ยคะว่าที่บ้านไม่คุยกัน 3 เดือน บ้านจะแตก (หัวเราะ) ตอนนี้เหลือทีมเดียวค่อยยังชั่วหน่อย ต่ายเคยคิดจะไปทำ Division 2 อีก แกไม่ยอมให้ต่ายทำ เพราะแกรู้ว่าเวลาเราทำแล้วเราจะอินมาก และเกรงว่าจะไม่มีคนนำทีมเชียร์ เพราะตอนที่ทำ 2 ทีม ไม่ว่าทีมไหนแข่งต่ายจะยกทีมไปเชียร์ตลอด

ใช้เทคนิคอะไรในการทำทีมฟุตบอลให้ประสบความสำเร็จ

ต้องแยกเป็นส่วนๆ ค่ะ เช่น ร่างกายของนักเตะต้องมีความแข็งแกร่ง เพราะทีมอื่นๆ ส่วนมากแล้วจะไม่เก็บตัวในแคมป์ ซึ่งตอนนี้เรามีแคมป์ของเรา ในปีแรกเราไปอาศัยค่าย อส. เพราะยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง สังเกตว่าเด็กที่เราไปซื้อตัวมาจากทีมอื่น เช่น ปทุม ชูทอง ตอนแรกอ้วนมาก ไม่ทราบว่าคุณเนวินซื้อตัวมาจากคอสตาริก้าหรือเปล่า (หัวเราะ) เวลาเชียร์ต่ายจะดูจากหมายเลขหลังเสื้อว่าใครเป็นใคร ต่ายจะไม่เคยจำหน้าเลย นอกจากรุ่นเดอะอย่าง ดัสกร ทองเหลา เวลาเชียร์บอล ต่ายจะไม่ได้ดูบอลครบทั้ง 90 นาที เพราะต้องหันหลัง ให้สนาม

ส่วนเรื่องความสำเร็จเราต้องยอมรับว่านักเตะไทยวินัยน้อยกว่านักเตะต่างชาติ ต่ายเคยไปดูงานมาหลายชาติมาก เขาจะมีการตรวจสภาพร่างกายของนักกีฬาอยู่ตลอดเวลา ถ้านักเตะย่อหย่อนเรื่องการดูแลร่างกาย ไขมันเกิน จะถูกปรับทันทีเพราะเขาถือว่าจ่ายค่าตัวแพงมาก

จึงเป็นที่มาของการให้นักเตะอยู่แคมป์ 2 ปีแรกอยู่ 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขของนักเตะที่จะเข้ามาสังกัดทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ภายหลังจึงค่อยลดลงมาเหลือเพียง 3 วัน ก่อนแข่ง แต่ถ้าเป็นแมตช์ใหญ่ เช่น เอเอฟซี นักเตะจะเข้ามาขอให้เราเก็บตัวเร็วๆ หน่อย ต่ายจะมีหน้าที่ดูแลเรื่องความฟิตของร่างกายให้กับนักกีฬาทั้งหมด ที่เราประสบความสำเร็จเพราะเราให้ความสำคัญเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างมาก นักเตะบางคนอาจจะคิดว่าเราไปฟิตซ้อมในสนามก็น่าจะเพียงพอ แต่ต่ายจะไม่พอแค่นั้นถ้าคุณยังไม่ฟิต ทุกคนจะต้องมาออกกำลังกายเพิ่มเติมเพื่อที่คุณจะได้ยืนระยะได้ครบทั้ง 90 นาที โดยเฉพาะกองหลัง รวมทั้งเรื่องอาหารการกินด้วย ต่ายจะดูแลเองทั้งหมด เพราะฉะนั้นจะสังเกตว่านักเตะของเราจะวิ่งได้ครบ 90 นาทีทุกคนถ้าไม่บาดเจ็บ

คุณต่ายไปเรียนรู้วิธีการฝึกซ้อมนักกีฬามาได้อย่างไร

หลังจากปฏิวัติครั้งที่ผ่านมา ต่ายชวนคุณเนวินไปออกกำลังกายซึ่งนอกเหนือจากการเตะฟุตบอล พอไปแล้วรู้สึกชอบมาก หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็จะอยู่ในฟิตเนสทั้งวัน ออกกำลังกายทุกอย่างที่มีอยู่ในฟิตเนส ตั้งแต่โยคะ บอดี้คอมแบค จนค่ำถึงจะกลับบ้าน ทำให้ได้รู้จักกับคุณหมอทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามือหนึ่งของเมืองไทย และชักชวนให้มาดูแลนักเตะในทีม ณ ตอนนี้ต่ายกล้าพูดอย่างเต็มปากว่าทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่กลัวใคร เพราะเด็กทุกคนเล่นได้แบบท็อปฟอร์ม

คิดว่าทีมประสบความสำเร็จได้เพราะปัจจัยใดบ้าง

ต่ายคิดว่าอยู่ที่เราซื้อใจนักเตะทุกคนได้หรือไม่ ต่ายกับคุณเนวินเป็นนักการเมืองด้วยกันทั้งคู่ และเป็นนักการเมืองที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะทำอะไรเราจะใช้ใจทำ อยู่กับใครก็เที่ยวไปรักเขาเสียหมด นักฟุตบอลทุกคนต่ายจะดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว

ยกตัวอย่างเด็กอะคาเดมี ที่เราส่งไปอยู่เลสเตอร์ 11 คน ปรากฏว่าคนนึงเข่าบิด ก็ต้องนำกลับมาเมืองไทยเพราะว่าเล่นไม่ได้ ส่วนอีกคนนึงเอ็นหัวเข่าขาด อายุเท่าลูกต่าย ถ้าเป็นคนอื่นคงปล่อยไปแล้ว แต่เราจะดูแลเขาอย่างดี ถ้าลูกสู้ "แม่ก็พร้อมจะดูแลนะ" เด็ก 100 กว่าคนในอะคาเดมี เค้าจะเรียกแม่หมด แม้กระทั่งนักเตะในทีมบางคนก็เรียกต่ายแม่ ถ้ารุ่นอายุ 20 กว่าขึ้นไปแล้วเขาจะเรียกพี่ เด็กทุกคนที่ไปเลสเตอร์เราจะดูแลอย่างดี ทุกคนได้เรียนหนังสือ มีบ้านให้อยู่ มีคนรถให้ เพราะเราตั้งใจจะปั้นเขาจริงๆ แล้วเราก็ทำได้ เนื่องจากเด็กที่ส่งไปทั้ง 11 คน มี 4-5 คน ที่ทางทีมเลสเตอร์ เขาต้องการเซ็นสัญญาด้วย

ทั้งในการทำทีมฟุตบอล สร้างสนามใหญ่โต ไม่ทราบว่ามีเป้าหมายสูงสุดไว้อย่างไร

ตอนที่คุณเนวินเราทำก็คงไม่ได้คิดอะไรไปไกลมากนัก แต่เราทำอะไรแล้วต้องดีที่สุด ตอนที่สร้างสนามเราลงทุนให้สถาปนิกที่ออกแบบไปดูทั้งของสนามของแมนยูฯ และเชลซี เพื่อให้ลงตัวที่สุด ตอนแรกต่ายอยากก็อบปี้สนามของเชลซีมาเลย แต่ในลักษณะย่อส่วนเพราะเป็นแฟนเชลซี แต่ติดตรงที่บ้านเราอากาศร้อนจึงต้องดัดแปลงตามความเหมาะสม

มีบางคนถามว่าทำไมใช้สีน้ำเงินขาว โดยเฉพาะสีน้ำเงิน เพราะเวลาถ่ายถอดสดจะดูมืดมาก ก็เนื่องจากว่าหลังจากปฏิวัติคุณเนวินได้ทำงานถวายในหลวง กอปรกับครอบครัวเราเทิดทูนสถาบันมากเราจึงเลือกใช้สีน้ำเงิน สนามเราจุคนได้ 24,000 คน ตอนนี้กำลังซื้อที่ดินขยายออกไปเพื่อทำสนามแข่งรถ คอนเซ็ปต์คือคนที่อยู่เชียร์บอลต้องสามารถมองเห็นสนามแข่งรถได้ด้วย ตอนนี้ของเล่นใหม่ของคุณเนวินคือมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ทุกวันนี้แกขี่มอเตอร์ไซค์ไปกรุงเทพฯ เราซื้อที่ไว้ทั้งหมด 1,000 ไร่ คาดว่าจะสร้างเสร็จในปีหน้า เราออกแบบไว้ว่าจะมีสวนน้ำเป็นฐานเหมือนในต่างประเทศให้เด็กได้เล่นคล้ายกับสวนสนุก มีสนามฟุตซอล มีสนามเทนนิสด้วย คาดว่าคงใช้เงินลงทุนหลายพันล้าน

คิดว่าการที่เราต้องลงทุนด้วยเงินหลายพันล้านบาทคุ้มค่ามั้ยคะที่ช่วยส่งเสริมให้คนหันมาเล่นกีฬาฟุตบอล

ถ้าในแง่ของเม็ดเงินไม่คุ้มเลย เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่สิ่งที่คุณเนวินได้คือความสุขใจในบั้นปลายชีวิต ลูกๆ ทุกคนก็ส่งให้เรียนในสถาบันที่ดี ถ้าคุณไม่ตั้งใจเรียนคุณก็จะไม่มีอนาคต

ต่ายแต่งงานกับคุณเนวินมา 19 ปี ไม่มีหนังสือพิมพ์เล่มไหนที่ไม่เขียนถึงคุณเนวินทั้งในแง่บวกและแง่ลบ เราจึงมีเพรสเชอร์เรื่อยมา จนเมื่อปฏิวัติลูกคนเล็กแย่มากต้องพาไปพบจิตแพทย์ไม่มีใครคบเลย หลังจากนั้นมาก็เลยต้องเลี้ยงลูกแบบบุพเฟ่ต์คือถ้าพ่อแม่ตายยูต้องอยู่ให้ได้ ก็เลยตัดสินใจส่งเขาไปเรียนต่างประเทศหมด ทุกวันนี้เขาช่วยตัวเองได้หมดไม่ต้องไปส่งไปรับเขาจัดการได้ด้วยตัวเองทุกเรื่อง

ทราบว่าคุณต่ายเป็นหัวหน้าทีมเชียร์ด้วย

ใช่ค่ะ ในปีแรกก็เชียร์ไปตามเรื่องอาศัยชาวบ้านมาเชียร์แต่งตัวกันเหมือนผ้า 7 สี ที่ใช้ผูกต้นไม้ พอเสียงกลองดังเท่านั้นแหละทุกคนก็ของขึ้นส่งเสียงแชร์กันสนั่นหวั่นไหว ต่ายก็ไม่ได้คิดอะไรสนุกกับเขาไปด้วย

จนเราแข่งในบ้านได้ประมาณ 4 แมตช์ แล้วต้องไปแข่งนอกบ้านเพื่อไปเยือนทีมเมืองทองฯ เราถูกแฟนบอลทีมอื่นๆ ดูถูกว่าเราเป็นกองเชียร์บ้านนอก ได้ยินแบบนี้เข้าพอกลับมาก็พนายามหาวิดีโอ ทีมเชียร์อื่นๆแล้วก็นัดให้ทุกคนมาที่สนาม เปิดให้เขาดูบนจอโปร์เจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ว่ากองเชียร์อื่นๆ เขาทำแต่งตัวกันอย่างไร

ต้องยอมรับว่ากองเชียร์ของเราส่วนใหญ่เป็นชาวนา เสร็จจากทำนาก็มาในเชียร์บอลในชุดนั้นเลย บางคนเห็นแต่ลูกตา แต่ว่าใส่เสื้อสโมสรมั้ย ใส่ค่ะ แต่ส่วนล่างมีทั้งผ้าถุง ผ้าขาวม้า คีบรองเท้าแตะ

จะเปลี่ยนแปลงกันมั้ย เพื่อที่เขาจะได้ไม่มาดูถูกเราว่าเป็นกองเชียร์บ้านนอก ทุกคนบอกว่ายอม ต่ายก็ไปเหมารองเท้าผ้าใบที่ช่องจอมมา กับกางเกงขาสั้นสีพื้น เพราะฉะนั้นตอนนี้เวลาเราไปเชียร์ที่ไหนทุกคนจะรู้เลยว่าเรามาจากบุรีรัมย์ กติกาของเราคือต้องใส่รองเท้าใบ ใส่กางเกงสีพื้นไม่งั้นต่ายไม่ให้ขึ้นรถ ไม่ให้ขึ้นแสตนเชียร์ด้วย

ความตื่นตัวเรื่องฟุตบอลของคนบุรีรัมย์เป็นอย่างไรบ้าง

ค่อนข้างมากนะคะ ยกตัวอย่างช่วงที่ไม่มีแข่ง คนก็จะไม่มีกิจกรรมในวันเสาร์-อาทิตย์ คือเขาไม่มีที่จะไป จริงๆ มีคนมาถามว่าโดยตำแหน่งเป็นนายก อบจ. ทำไมไม่ส่งเสริมชนิดกีฬาอื่นๆ ก็กำลังจะดำเนินการอยู่ เพราะกีฬาช่วยให้ตัวเลขเรื่องยาเสพติดของเราลดลงมาก การทะเลาะวิวาทระหว่างวัยรุ่นก็ลดลงด้วย

ตอนนี้ต้องดูแลตัวเองเพราะมือทั้งสองข้างเป็นพังผืด ผ่าตัดไปข้างหนึ่งแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ถือโทรศัพท์ไม่ได้เลยเพราะชา ไม่มีแรง เวลาเชียร์บอลก็จะใส่ปลอกคล้ายเฝือกอ่อนแล้วดามด้วยเหล็ก แต่ 2 ปีหลังถือโทรโข่ง 2 ข้างบ้าง ข้างเดียวบ้าง แต่ปีที่ผ่านมาถือ 2 ข้างครบทั้ง 90 นาทีต่อเนื่อง จนตอนนี้หมอบอกว่าโอเวอร์ยูสต้องไปผ่าตัดแล้ว อันเนื่องมาจากใช้งานหนักเกินไป

มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติไทย

คุณเนวินมักจะพูดเสมอว่า "นักฟุตบอลเวลาอยู่กับทีมตัวเอง ทุกคนเป็นเทพกันหมด" นักเตะมีดีทุกคน แต่ต้องเข้มงวดกับการฝึกซ้อมมีวินัย ประกอบด้วยหลายอย่างจริงๆ

ยกตัวอย่างทีมเราไม่ใช่ว่าเราจะมีกุนซือสมองเพชร แต่เราพยายามหาวัตถุดิบให้โค้ชเพื่อสามารถทำทีมให้เป็นแชมป์ได้ ตอนนี้ทีมเรามีทั้งหมด 28 คน ความสามารถใกล้ๆ กัน

ตอนนี้เราพยายามสร้างตัวยุวชนขึ้นมาด้วย ซึ่งกินนอนอยู่กับเราหมดเลย เพราะรุ่นพี่บางคนอายุใกล้ 30 ในทางฟุตบอลถือว่าเริ่มโรยแล้ว

แต่เด็กที่มาอยู่กับเราต้องผ่านการคัดเลือก แล้วทุกคนต้องเรียนหนังสือ เช้าซ้อมเสร็จจะมีรถรับส่งไปโรงเรียน ค่าใช้จ่ายในการเรียนจ่ายให้ทั้งหมด มาตัวเปล่าว่างั้นเถอะ เหมือนกับโรงเรียนประจำ เรารับเขามาตั้งแต่ 10 ขวบ ต่ายต้องการเลี้ยงเขาตั้งแต่เล็ก ๆ เลย เพราะประสบการณ์จากที่เรารับตอน 13-14 แล้ว ส่งไปเลสเตอร์ตอน 16-17 ปรากฏว่าเข่าหลวมหมดแล้ว เพราะเด็กพวกนี้เราจะได้มาจากทีมหนองจอก บางคนเจ็บตั้งแต่เล็กแล้วขาดการดูแลที่ดีกล้ามเนื้อจึงพังหมด ตอนนี้ยุวชนของเรามีทั้งหมด 121 คน อายุตั้งแต่ 12 จนถึงไม่เต็ม 20 ทุกโรงเรียนที่บุรีรัมย์เขาก็สนับสนุนนะคะ เราจึงอยู่กันอย่างอบอุ่น

สังเกตว่านักฟุตบอลทีมชาติไทยเวลาเสียประตูแล้วมักจะรวน ในส่วนของทีมบุรีรัมย์ มีวิธีการให้กำลังใจอย่างไรบ้าง

ต่ายใช้วิธีพาไปละลายพฤติกรรม ซึ่งเราทำมาอย่างต่อเนื่องทุกปี แอนโทนี่ยังต้องไปล้างจานกับเพื่อนเลย ไปทำในค่ายทหาร ปีที่แล้วยังแบ่งกันเป็นก๊กเป็นเหล่า แต่ปีนี้หลังจากพาไปแล้วทุกคนเข้ากันได้หมด ก่อนลงสนามต่ายจะบอกกับเขาว่า เวลาลงแข่งทั้ง 11 คน ห้ามโทษกันเด็ดขาด แต่คุณต้องช่วยกัน คุณเนวินจะบอกเสมอว่าทุกคนที่ลงสนามถ้าเสียบอลแล้วไม่ไล่จะถูกเปลี่ยนตัวออกทันที เพราะฉะนั้นการเล่นบอลของบุรีรัมย์เวลาเข้าบอลจะช่วยกันหมดทุกคน รับถอยพร้อมกัน

ทุกครั้งที่แข่งคุณเนวินจะอยู่ข้างสนาม ส่วนต่ายจะอยู่บนแสตนเชียร์ตลอดโดยที่ไม่มีตัวสำรองเลย ต่ายต้องเป็นตัวจริงทุกครั้ง (หัวเราะ) แม้จะได้มิสบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดคนแรกมาแล้ว เราก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะมาช่วยเราเชียร์หรอกค่ะ เพียงแต่ที่เราจัดการประกวดขึ้น เป้าหมายคือต้องการให้คนมาใช้จ่ายที่บุรีรัมย์เยอะๆ เท่านั้นเอง ต้นคิดครั้งนี้คือคุณเนวิน ต่ายจะเป็นผู้ตามมากกว่า

ทุกครั้งที่ทีมชนะ คุณต่ายให้กำลังใจนักเตะอย่างไรบ้าง

ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ แต่จะอยู่ในลักษณะดูแลกันมากกว่าบางครั้งลงลึกถึงครอบครัว ส่วนค่าตัวนักบอลเรากล้าที่จะจ่ายสำหรับบางคน กองหน้าจะค่าตัวสูงกว่ากองหลังซึ่งเป็นไปตามหลักสากลอยู่แล้ว

ถ้าไม่ได้เป็นภรรยาคุณเนวินจะได้ทำแบบนี้มั้ยคะ

คงไม่ได้ทำค่ะ (หัวเราะ) เพราะตอนอยู่เชียงใหม่บ้านเราทำการค้ารับเหมาก่อสร้าง ขนดินจากการขุดเหมืองลิกไนต์ที่แม่เมาะไปทิ้ง ทำรันย์เวสนามบิน เราทำหลายอย่างค่ะ สมัยเป็นนักเรียนเป็นคนเรียบร้อยมากนะคะ เวลาที่เพื่อนเห็นต่ายเชียร์บอลทุกคนไม่เชื่อสายตาเลย พ่อกับแม่ยังงง แรกๆก็ยืนบนแสตนธรรมดา ต่อมาพัฒนาเป็นยืนอยู่บนแสตนเดี่ยวจนตอนนี้แข้งขาใหญ่ไปหมดแล้ว เพราะยืนแบบนี้มา 2 ปี กล้ามเนื้อขึ้นหมดแล้ว ตอนที่คุณเนวินจับมาสมัคร ส.ส. แม่เห็นเวลาออกไปเดินหาเสียงก็ร้องไห้แล้ว เพราะเราเป็นคุณนายสะอาดเวลาเข้าห้องน้ำจะลำบากมาก แต่หลังๆมาก็ต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ ต่ายเป็น ส.ส.อยู่ 10 ปีนะคะ

มีความสุขมั้ยคะที่ได้ทำกีฬาฟุตบอล

ต่ายเป็นคนมีความสุขที่ได้ทำงาน พอแต่งงานแล้วคุณเนวินไม่ให้ทำอะไรเลยเพราะต้องการให้เราสบายที่สุด ตอนนั้นเครียดมากถึงขึ้นต้องไปพบจิตแพทย์เพราะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่มีค่าเลย เพราะสมัยอยู่เชียงใหม่ก็ช่วยพ่อทำงาน

ตัวตนที่แท้จริงของ กรุณา ชิดชอบ เป็นคนอย่างไรคะ

เป็นคนตรงไปตรงมา โผงผาง ดำคือดำ ขาวคือขาว ไม่มีสีเทา เป็นคนไม่ค่อยยืดหยุ่นสักเท่าไหร่ จนคุณเนวินต้องคอยเตือนว่า "ต่ายเบาๆหน่อย" แม้กระทั่งเรื่องการเชียร์บอล ต่างกับคุณเนวินซึ่งนิ่งมากเวลาเชียร์บอล ส่วนเราตะโกนใส่โทรโข่งเลย "วิ่งหน่อย ถ้าไม่วิ่งออกไปเลย ใครกินแรงเพื่อนออกไปเลย" แม้กระทั่งกองเชียร์ ซึ่งเราไปกันครั้งละไม่ต่ำกว่าพันคน 20 คันรถบัส แต่ปีที่ผ่านมาเหลือแค่ 10 บัส เพราะเคยพาไป 12 บัสแล้วแพ้กลับมา

ส่วนคำว่า "GU 12" เพิ่งมามีปีนี้ เพราะปีที่แล้วยังมีนักเตะใส่เสื้อเบอร์ 12 อยู่ แต่พอมาปีนี้ บอกคุณเนวินว่าต่ายขอใส่เสื้อเบอร์นี้เอง คนก็เลียนแบบ ทำปีแรกคนด่ากันมาก ต่ายก็เลยสกรีนเสื้อตัวเองว่า "กูทำเหี้_อะไรก็ผิด" แล้วก็ใส่เองเลย (หัวเราะ) เป็นข่าวไปทั่ว เพราะตอนนั้นรู้สึกอึดอัดมากไม่รู้จะพูดกับใครดี

กองเชียร์สำคัญอย่างไรคะ

ต่ายคิดว่ากองเชียร์สำคัญมากสำหรับกีฬาทุกประเภท เมื่อ 2 ปีก่อนเราไปแข่งที่ชลบุรี เราโดนเขายิงนำไป 2 ประตู บังเอิญว่าพอครึ่งหลังฝนตก กองเชียร์ชลบุรีเขากางร่มใส่เสื้อกันฝน เขาก็ตบมือไม่ได้ ส่วนของเราใครจะมาเป็นกองเชียร์จะต้องทนแดดทนฝนเหมือนต่าย เพราะต่ายไม่เคยใส่หมวก ไม่เคยใส่เสื้อกันฝน เคยเชียร์กลางฝนทั้ง 90 นาที ปรากฏว่าเรากลับมาตีเสมอได้ 2-2

อยากฝากไปถึงฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างไรบ้าง

ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีใจให้ ต่อให้คุณมีเงินมากแค่ไหนแต่ถ้าคุณไม่มีใจให้กับสิ่งที่คุณทำ ก็ไม่วันจะประสบความสำเร็จ เหมือนอย่างต่ายอายุจะ 50 ปีแล้วถ้าไม่มีใจ คงเชียร์บอลไม่ได้ เพราะเหนื่อยมาก ใน 90 นาทีบวกๆ ต่ายจะวิ่งตลอดทั้งสองฝั่งสุดสนาม เพื่อกระตุ้นกองเชียร์ ต่ายจึงต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อความพร้อมค่ะ

การสนทนาจบลงราวเที่ยงคืนเศษๆ โดยที่คุณต่ายก็ยังมิมีที่ท่าว่าจะอ่อนเพลีย เธอยังหันไปกำชับนักเตะทุกคนด้วยว่าพรุ่งนี้สิบโมงเช้าให้มาลงซ้อมที่สนามเพราะแม็ตช์หน้าต้องแข่งกับเมืองทองฯซึ่งบุรีรัมย์จะแพ้ไม่ได้เป็นอันขาด