Office 2013/365 มาแล้วจ้า

หญิงไทยไอที

ดูเหมือนจะเป็นหน้าที่ของผมเลยครับ กับการรายงานผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่กระทบกับชาวโลกโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Android, Windows หรือ Microsoft Office

และแน่นอนว่าตอนนี้ Microsoft ได้ออก Office เวอร์ชั่นใหม่มา เมื่อกลางเดือนมีนาที่ผ่านมานี่เอง จึงหนีไม่พ้นที่ผมจะต้องนำมารายงานคุณผู้อ่านตามหน้าที่ด้วยความเต็มใจ เพราะเวอร์ชั่นใหม่นี่มีหลายอย่างที่ทำให้ใครต่อใครนอกวงการไอทีได้งงอย่างแน่นอน

เริ่มตั้งแต่ชื่อเวอร์ชั่นกันเลยนะครับ เพราะจะเห็นว่าออกมามีทั้ง 2013 และ 365 ขนาดผมเองตอนแรกยังงงเลยครับ จนกระทั่งซื้อมาใช้งานและได้คุยกับพนักงานขาย (ซึ่งพนักงานขายผู้โชคร้ายในวันนั้นได้แต่ส่ายหน้า เมื่อเจอคำถามแต่ละข้อจากผม)

ที่สุดแล้วผมก็ต้องถือกล่องโปรแกรม Office 2013 กลับมา พร้อมกับโบชัวร์ของ Office 2013/365 โดยไม่ได้ความกระจ่างอะไรจากพนักงานขายเลย

ทำไมต้อง 365

หลังจากงมอยู่ตั้งนาน เพราะศึกษารายละเอียดแล้วถึงได้เข้าใจว่าทำไมต้อง 365?

คือเหตุมาจาก 1 ปีมี 365 วันเป็นปกติ เรียกว่าปีปกติสุรทิน ส่วนที่มี 366 วันนั้นไม่เป็นปกติ เรียกว่าปีอธิกสุรทินครับ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Office 365 เลยแม้แต่น้อย แต่ที่เกี่ยวคือ Office 365 เป็นแบบที่ต้องเสียค่าบริการรายปีนั่นเอง ก็เลยเป็นที่มาของ Office 365

แล้ว Office 2013 ล่ะ

ยังไม่พอครับ ยังมี Office 2013 ให้งงอีกว่า เอ๊ะ! 365 กับ 2013 มันเป็นคนละตัวกันเหรอ?

เรื่องนี้จะว่าเป็นคนละโปรแกรมหรือโปรแกรมเดียวกันก็ไม่ผิดทั้งคู่ครับ ทั้งนี้เพราะ Office 2013 เป็นโปรแกรมที่ใช้ติดตั้งลงในเครื่องแล้วไม่ต้องเสียค่ารายปีครับ ติดแล้วตั้งเลย จ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น ไม่ต้องเสียค่ารายปีแบบ 365 ส่วนฟังก์ชั่นการทำงานก็เหมือนกัน

แล้วแบบนี้ควรเลือกแบบไหนดี

เรื่องนี้ตอบยากครับ เพราะมันขึ้นกับงานของเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าเราใช้งานอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้มีโปรแกรมล้ำลึกอะไรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Access หรือ Publisher อย่างนี้ก็ไม่ต้องใช้ของแพงระดับโปรฯครับ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้โปรแกรมระดับโปรฯ แถมต้องใช้ในระบบธุรกิจก็ต้องใช้ของ Business หรือระดับโปรฯ เท่านั้น

Office 2013 มีกี่รุ่น

บอกแค่ว่างานแบบไหนเหมาะกับ Office ประมาณไหนแบบนี้ เห็นทีจะยิ่งทำให้คุณผู้อ่านงง ขอสรุปเลยก็แล้วกันว่า Office 2013/365 มีกี่รุ่น และแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไรดีกว่านะครับ

1. Office Home & Student 2013

Microsoft Office ราคาประหยัด จ่ายครั้งเดียวครับ เหมาะสำหรับใช้ในบ้าน ทำการบ้านส่งคุณครู หรือเอาไว้ศึกษา และต้องไม่ได้เอาไว้ใช้ในงานธุรกิจด้วย

โปรแกรมที่อยู่ในชุดนี้ก็มี Word, Excel, PowerPoint และ OneNote ครับ

แล้ว 1 License นี่ลงได้ 1 เครื่องเท่านั้น (ไม่เหมือน Office 2010 ที่ลงได้ 3 เครื่อง)

2. Office Home & Business 2013

Microsoft Office รุ่นเริ่มแพงแบบจ่ายครั้งเดียว เหมาะสำหรับใช้ในเชิงธุรกิจ ที่ต้องการซอฟท์แวร์เพียงระดับเบื้องต้นก็พอ โปรแกรมที่อยู่ในชุดนี้ก็มี Word, Excel, PowerPoint, OneNote และ Outlook ครับ

แน่นอนว่า 1 License ก็ลงได้ 1 เครื่องเช่นกัน

3. Office Professional 2013

Microsoft Office รุ่นแพงแต่จ่ายครั้งเดียว เหมาะสำหรับใช้ในเชิงธุรกิจ ที่ต้องการซอฟต์แวร์เพียงระดับโปรฯ เพราะโปรแกรมที่อยู่ในชุดนี้มีเยอะครับ ประกอบด้วย Word, Excel, PowerPoint, OneNote, Outlook, Publisher และ Access ครับ

1 License ก็ยังลงได้ 1 เครื่องเช่นกัน

4. Office 365 Home Premium

Microsoft Office ชุดนี้คือ Office 2013/365 ที่คุยกันเอาไว้ตอนต้นของบทความนั่นเองครับ จะว่ากันจริงๆ เป็น Office รุ่นจ่ายน้อยแต่จ่ายเรื่อยๆ จ่ายทุกปีจนกว่าจะเลิกจ่าย

แน่นอนว่ารุ่นนี้ไม่ให้ใช้ในธุรกิจด้วยเช่นกัน นัยว่าถูกแล้ว แถมโปรแกรมที่อยู่ใน Office ชุดนี้มีครบ ทั้ง Word, Excel, PowerPoint, OneNote, Outlook, Publisher และ Access เลยครับ

ยังไม่หมดครับ เพราะลงได้ถึง 5 เครื่อง แถมพื้นที่บน SkyDrive ให้ฟรีอีก 20 GB จากปกติให้พื้นที่ฟรีแค่ 7 GB เอง

5. Office 365 Plan for Business

Microsoft Office ชุดนี้ผมยังไม่เห็นว่ามีขายในบ้านเราครับ จะว่าไปแล้วก็เป็นรุ่นถูกมาก เพราะคิดค่าบริการเดือนละ 100 กว่าบาทต่อคนต่อเดือน แถมใช้กับงานด้านธุรกิจได้อีกด้วย

ตัวโปรแกรมก็มีเหมือนรุ่นใหญ่เค้าคือ Word, Excel, PowerPoint, OneNote, Outlook, Publisher และ Access ครับ

Office 2013 ทุกรุ่นนี่ ได้ข่าวตอนแรกว่าจะขายแบบออนไลน์เท่านั้น คือจะไม่มีแผ่น DVD มาวางขาย (คงเกรงว่าใครจะไปก๊อบขาย) ซึ่งพอได้ยินข่าวนี้ก็ทำเอาผมถอนใจไปเฮือกใหญ่ ไม่ใช่ว่ากะรวยด้วยการก๊อบหรอกนะครับ (ผมไม่ทำ และทำไม่ได้) แต่เห็นสภาพเน็ตบ้านเรา ที่หลายคนบ่นผ่าน Pantip.com แล้ว คาดว่าถ้าขายแบบนี้เห็นทีจะไม่เกิดในบ้านเราอย่างแน่นอน

แต่ตอนผมไปซื้อ ผมก็ได้กล่องพร้อม DVD อยู่ภายในนะครับ สงสัยตอนแรกจะเป็นข่าวแบบ "โยนหินถามทาง" ซะมากกว่า

คราวนี้คุณผู้อ่านที่เคยได้ยินเรื่อง Office 2013 หรือ Office 365 ก็คงหายสงสัยแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไมต้อง 2013 ทำไมต้อง 365 ส่วนใครสนใจรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมคงต้องแวะเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://office.microsoft.com/th-th กันนะครับ