แม่ดอกพุดซ้อน

หนังสือคือแสงจันทร์

แม่ดอกพุดซ้อน อเล็กซองดร์ ดูมาส์ เขียน สังวรณ์ ไกรฤกษ์ แปล

"ดิฉันช่างเขลานัก ที่อาจเอื้อมคิดในสิ่งซึ่งไม่มีทางจะเป็นไปได้ มือของดิฉันในขณะนี้แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงถือปากกาเพื่อเขียนบรรยายความฝันที่กระเจิดกระเจิงฟุ้งซ่านของหัวใจ กำลังวังชาของดิฉันหายไปไหนหมดหนอ"

"ยี่สิบห้าวันในเดือนหนึ่ง เธอจะกลัดดอกพุดซ้อนสีขาว อีกห้าวันจะเป็นช่อดอกพุดซ้อนสีแดง ไม่มีใครทราบถึงสาเหตุของการเปลี่ยนสีดอกไม้นี้ ผมกล่าวถึงโดยที่ตัวเองก็ไม่สามารถอธิบายได้เรื่องการเปลี่ยนสีดอกไม้ เป็นที่สังเกตโดยเพื่อนของเธอ และลูกค้าของโรงละครที่เธอไปเป็นประจำ ไม่มีใครเคยเห็นมาร์เกอริตประดับดอกไม้อื่นใด นอกจากดอกพุดซ้อน ร้านดอกไม้ของมาดามบาร์จ็องซึ่งทำช่อดอกไม้ให้เธอเป็นประจำ จึงขนานนามเธอว่า 'สุภาพสตรีแห่งดอกคาเมลเลีย' และชื่อนี้เป็นชื่อที่ทุกคนชอบใช้เรียกเธอ หรือภาษาชาวบ้านก็คือ 'แม่ดอกพุดซ้อน'

แม่ดอกพุดซ้อน หนังสือชื่อไพเราะสุดใจ นวนิยายอมตะเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตที่น่าสงสารของ หญิงเก็บชั้นสูงในปารีสคนหนึ่ง เขียนโดย อเล็กซองดร์ ดูมาส์ แปลโดย สังวรณ์ ไกรฤกษ์ สำนักพิมพ์กะรัต พ.ศ.2529

สำนักพิมพ์กะรัต เกริ่นถึงหนังสือ แม่ดอกพุดซ้อนว่า

"นวนิยายเรื่อง La Dame aux Camelias หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า 'Camille' เป็นนวนิยายอมตะที่ไม่เคยเสื่อมความนิยมจากนักอ่านทุกยุคทุกสมัยเลย ตลอดระยะเวลาเกือบ 140 ปี ฉบับภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษได้พิมพ์จำหน่ายไปแล้วนับร้อยล้านเล่ม แปลเป็นภาษาต่างๆมากมายหลายภาษา ถือเป็นวรรณกรรมที่มีเกียรติประวัติสวยงามยิ่ง โดยสร้างเป็นละครเวทีระบำปลายเท้า ละครวิทยุ ภาพยนตร์โทรทัศน์ ภาพยนตร์เงียบ และภาพยนตร์เสียงในฟิล์ม"

โลกนี้มีชายหญิง และมีน้อยคนเหลือเกินที่จะก้าวพ้นห้วงอารมณ์หนักหน่วงของความรักได้ รักเป็นเป็นเช่นใดกันแน่ ไยทำให้ผู้คนเป็นสุขปานขึ้นสวรรค์ คราเดียวกันก็ทำให้ตกนรกขุมโลกันต์ รักเอย...ไฉนจึงใจร้าย ทำให้หญิงชายคู่หนึ่งต้องพลาดหวังทรมาน แล้วพรากจากกันตลอดชีวิต และโศกนาฏกรรมไม่ใช่หรือที่จะตราตรึงใจผู้อ่านชนิดไม่มีวันเลือน

แม่ดอกพุดซ้อน เรื่องราวความรักสะเทือนใจ มาร์เกอริต มีอาชีพเป็นภรรยาเก็บในสังคมชั้นสูง ที่ผู้ชายสามารถมีภรรยาเก็บได้หนึ่งหรือหลายคนในคราวเดียวกันก็ได้ และผู้หญิงก็มีสิทธิจะเลือกอาชีพภรรยาเก็บ อาชีพที่สุขสบายหรูหราภายนอก แต่ในหัวใจของพวกเธอเป็นเช่นใดกันแน่ ใครเล่าจะรู้ดีไปกว่าพวกเธอเอง เพราะหญิงเก็บเหล่านี้ต่างเป็นที่รังเกียจของสังคม โดยเฉพาะจากเพศเดียวกัน

"ผม" ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องของมาร์เกอริต โกติเย กับ อาร์มางด์ มาเล่าให้เราฟัง มาร์เกอริตอายุ 20 ปี ชายร่ำรวยหลายคนหลงใหลเธอ พวกเขามีมีเงินมากมายที่พร้อมจะจ่ายปรนเปรอเพื่อจะได้เธอมาเป็นภรรยาเก็บ และแล้วโชคชะตาวกพามาให้เธอได้พบรักแท้ รักชั่วนิรันดร์กับชายหนุ่มชื่ออาร์มางด์

แม้จะมีอายุเพียง 20 ปี แต่มาร์เกอริตก็มีชีวิตลึกซึ้งในหลากหลายด้าน เรื่องความรัก ความหรูหราการเสียสละ ความเจ็บปวดรวดร้าว ความสุขใจ ความขมขื่น ความทุกข์ทรมานจากโรคภัย ฯลฯ ชีวิตในช่วงยี่สิบปีกับหัวใจรักยิ่งใหญ่แสนอาดูรของเธอ สร้างความสะเทือนใจแก่เราอย่างนึกไม่ถึง ไยชีวิตของคนบางคนจึงรวดร้าวและแสนโศกยิ่งนัก

"มาร์เกอริต เป็นหญิงสาวที่สวยงามหยดย้อยทีเดียว ยามที่เธอยังมีชีวิตอยู่นั้น ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักกันมาก แต่โดยธรรมดาแล้วหญิงประเภทมาร์เกอริตนี้ ไม่ว่าจะมีชื่อเสียงโด่งดังอื้อฉาวเพียงใดในยามที่มีชีวิต เมื่อยามตายนั้นมักจะเงียบ เหมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นและตก เป็นเรื่องแสนจะธรรมดา ไม่มีใครสนใจหรือคอยสังเกต ถ้าหากตายในยามที่ยังสาว จะมีก็แต่พวกผู้ชายที่รักใคร่ติดพันเธออยู่เท่านั้นที่ทราบทันที"

"ในใบหน้าอันงามหยดย้อยนั้น ดวงตาทั้งคู่ดำสุกใส ใต้คิ้วที่โก่งได้รูปพอดี ราวกับวาดโดยฝีมือศิลปิน ส่วนขนตานั้นเล่า งอนยาวคล้ายสิ่งปกป้องดวงตา ยามเมื่อขนตาหรุบลง จะก่อให้เกิดเงาบนแก้มสีชมพู จมูกโด่งแหงนนิดๆ คล้ายกับมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะเชิดรับชีวิตที่งดงาม...

"มาร์เกอริตจึงเป็นเสมือนงานศิลปะที่วิจิตรประณีตอันหาได้ยาก สิ่งที่น่าประทับใจและน่าประหลาดยิ่งนั้น คือสีหน้าของเธอซึ่งดูเป็นไปโดยธรรมชาติและไร้เดียงสาเหมือนสีหน้าของเด็ก ปราศจากเล่ห์เหลี่ยมมายาดังเช่นหญิงประเภทเดียวกันกับเธอมักจะเป็น"

"ผม" เพิ่งกลับมาฝรั่งเศส และเป็นผู้เล่าเรื่องราวชีวิตน่าสงสารของหญิงสาวคนนี้ มาร์เกอริตจากไป อย่างโดดเดี่ยวเมื่ออายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น ทั้งมีหนี้สินมากมาย ชีวิตของภรรยาเก็บคล้ายสายรุ้งงามก็จริงอยู่ แต่รุ้งที่พาดผ่านฟากฟ้าชีวิตของเธอนั้นคือสายรุ้งสีเทาดำ

ในวันที่ทรัพย์สินของเธอถูกขายทอดตลาด ผู้คนที่ไปประมูลสินค้ามีทั้งชายหญิง โดยเฉพาะผู้ชายซึ่ง ส่วนมากรู้จักมาร์เกอริต บางคนเคยมีสัมพันธ์สวาทกับเธอ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนลืมความจริงในอดีตกันหมด เครื่องใช้เครื่องประดับ รวมทั้งอัญมณีถูกประมูลในราคาสูง มีหนังสือปกทองเล่มหนึ่งชื่อ มานอง เลสโดต์ นวนิยายที่นางเอกตายกลางทะเลทรายในอ้อมแขนคนรัก "ผม" ประมูลมาในราคาสูงเกินราคาหนังสือเพราะเกิดความอยากรู้ว่าในใบรองปกมีถ้อยคำใดเขียนไว้

เพราะหนังสือเล่มนี้ทำให้ "ผม"ได้พบกับคู่รักของมาร์เกอริต ซึ่งกำลังโศกเศร้ารุนแรงปิ่มว่าจะขาดใจ เพราะเขานี่เองที่กลั่นแกล้งด้วยแรงหึงหวงให้มาร์เกอริตทุกข์ใจยิ่งขึ้น แม่ดอกพุดซ้อน หนังสือเล่มหนาสะเทือนอารมณ์ เรื่องราวของภรรยาเก็บ ได้ทำให้เราเห็นและเข้าใจชีวิตอีกชีวิตหนึ่งอย่างลึกซึ้ง

"นึกคิดและจินตกวีในทุกยุคสมัย ได้ประพันธ์เรื่องอันมีชื่อแสดงความสงสารและเห็นใจพวกหญิงงามเมือง และบางครั้งในชีวิตจริง บุคคลสำคัญบางคนก็ได้เคยกู้หญิงประเภทนี้กลับคืนสู่สภาพสตรีธรรมดา ด้วยความรักและชื่อเสียงของเขา การผมขอร้องขอความสงสารเมตตาให้แก่หญิงประเภทนี้ ก็เพราะมีผู้อ่านหลายคนซึ่งเริ่มอ่านหนังสือนี้ อาจจะขว้างหนังสือนี้ทิ้งเสีย ประกอบกับผู้เขียนหนังสือนี้ยังอยู่ในวัยหนุ่ม ที่น่าจะเพิ่มความระแวงในข้อนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ผมมิได้มีเจตนาหลอกลวงให้ทำเช่นนั้นดอก ขอได้โปรดอ่านต่อไปเถิด"

"หัวใจของมนุษย์นั้นช่างแสนสลับซับซ้อน ยากที่จะเข้าใจความคิดร้อยแปดพันประการที่บรรจุในสมองอันน้อยนิด แต่หากหัวใจปรารถนาสิ่งใดอย่างแท้จริงยิ่งแล้ว หัวใจย่อมจะซอกซอนค้นคว้าใฝ่หาหนทางที่จะให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น ถ้าไม่สูงเกินสอย"

"อันว่าความรักนั้น เป็นสิ่งที่แสนประหลาดที่ไม่มีผู้ใดจะเข้าใจได้ ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว เป็นความจริงแท้ที่กล่าวกันว่า ความรักเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทั้งชาย และหญิง โดยไม่เลือกชาติ ชั้นวรรณะ วัยหรือความเหมาะสม พระราชาอาจหลงรักหญิงสามัญ เด็กสาวรักชายวัยแก่ ชายวัยชราก็มีความรักได้ ความรักจะเกิดขึ้นในหัวใจของชายคนใดก็ตามได้ทุกเมื่อ บางครั้งมันจะหลบซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจโดยที่เจ้าตัวเองไม่รู้ ชายหญิงบางคนรู้จักกันมานานแสนนาน ต่างไม่มีความรู้สึกใดๆต่อกัน แต่แล้วในวันหนึ่ง ฝ่ายหญิงก็รู้สึกตัวว่ารักเขาเข้าแล้ว หรือฝ่ายชายรู้ตัวว่ารักเธอ"

ไม่มีมนุษย์คนใดล่วงรู้แหล่งกำเนิดรักได้ รักเป็นเรื่องแปลกประหลาด เป็นดังคู่ขัดแย้งทางอารมณ์เข้มแข็งและอ่อนแอ เป็นสุขเป็นทุกข์ สดชื่นกระวนกระวาย อาร์มางด์หลงรักมาร์เกอริต เขาจะรู้สึกหน้าซีด หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่พบเห็นเธอ ตอนที่เธอนอนป่วยมีแต่เขาเท่านั้นที่ห่วงใย วนเวียนไปถามอาการกับหญิงรับใช้ เพื่อนๆหัวเราะล้อเลียนที่เขาหลงรักหญิงที่ใครๆก็รู้ว่ามีอาชีพเป็นภรรยาเก็บ

อย่างไรก็ตามอาร์มางด์ได้สารภาพรักกับเธอ ด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ ชะตากรรมของคู่รักก็เริ่มต้น

"ผมเชื่อว่า การจะค้นหาความรักอันบริสุทธิ์จากหญิงประเภทนี้ คงยากนักหนา แต่ถ้าเผอิญชายใดได้รับรักแท้จากเธอด้วยหัวใจที่ตรงกันแล้ว ย่อมถือว่าเป็นรักที่ประกอบด้วยรสชาติเลอเลิศซึ่งเป็นการยากที่จะอธิบายให้เข้าใจ

แต่ที่น่าสงสารหญิงประเภทนี้ ถ้าเผื่อเธอเกิดรักแท้กับใครสักคน แม้เธอจะพร่ำบอกเขาว่าเธอรักเขาจริง เขาก็จะไม่มีวันเชื่อ เพราะเธอถูกประณาม ประหนึ่งได้ตีตราไว้ว่าเป็นหญิงที่ไม่มีหัวใจ เธอขายรักเพื่อเงิน ไม่มีทางแก้ตัวหรือพิสูจน์ใดๆ คล้ายกับเรื่องของเด็กเลี้ยงแกะ ที่ไม่มีใครเชื่อถืออีก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความมีมารยา ปรุงแต่งจริต หลอกลวงเก่งของพวกเธอ และแสดงกิริยาวาจาที่เป็นเท็จอยู่เป็นประจำนั่นเอง ในที่สุดพวกเธอก็ต้องขมขื่นและปวดร้าวเพราะรักแท้ของตัวเอง"

ผู้หญิงอย่างดิฉัน หรือจะพูดว่าตัวดิฉันเองนั้น สามารถมีความสุขด้วยความหวังเพียงสิ่งเดียว ที่พอจะเป็นไปได้ก็คือ หวังว่าจะโชคดีได้พบผู้ชายสักคน ซึ่งมีใจกว้างพอที่จะไม่ถามคำถามต่างๆเกี่ยวกับชีวิตของดิฉัน เขาจะรักดิฉันด้วยความสงสาร ไม่ใช่รักด้วยความหวังจะตักตวงความสุขจากร่างกายของดิฉันเพียงอย่างเดียว...

"แล้วดิฉันก็มาพบคุณ ทั้งหนุ่ม ทั้งร้อนแรง รู้สึกเป็นสุข และเมื่อพบว่าคุณเป็นคนมีน้ำใจ ผิดไปจากชายอื่นๆทั่วๆไป ที่ดิฉันเคยมีสัมพันธ์ด้วย ก็เลยคิดหวังจะให้คุณเป็นผู้ชายคนที่ดิฉันใฝ่ฝันคนนั้น ในท่ามกลางชีวิตอันอึกทึก เอิกเกริก แต่แสนจะเปล่าเปลี่ยวในหัวใจ"

หนังสือแม่ดอกพุดซ้อนเป็นหนังสือความรักเศร้า ความรักได้มอบความสุขให้คนทั้งในเวลาไม่นานนั้น อาร์มางด์เป็นชายหนุ่มหลงใหลในรักแรก เขาจึงหึงหวงไร้เหตุผลและขี้น้อยใจ เห็นได้ชัดว่ามาร์เกอริตฉลาดเฉลียวรอบคอบและคิดหวังในอนาคตแสนสุขมากว่า ด้วยความรักที่มากเกินไปจนหน้ามืดตามัวผลีผลามไร้สติทำให้เขาต้องสูญเสียผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดไปโดยง่ายดาย

รักแท้ คือความเศร้าสร้อยชั่วนิรันดร์ คือการเสียสละและยากยิ่งนักที่คนมีรักจะทำได้ มาร์เกอริตหญิงที่สังคมรังเกียจ มีรักแท้แสนเศร้า น้ำใจงดงามของเธอเห็นได้จากความยินดีที่จะเสียสละขณะที่เธอกับเขา อาร์มางด์กำลังครองรักกันเยี่ยงสามีภรรยา ณ บ้านอันแสนสงบในชนบท เธอปิดบังมิให้เขารู้สักนิดว่าพ่อของอาร์มางด์ได้มาพบและขอร้องด้วยเหตุผลต่างๆนานาที่เธอก็รู้ดี ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะสามารถครองคู่กับอาร์มางด์เช่นสามีภรรยาปกติทั่วๆไป

อดีตที่ไม่มีใครสามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนได้ อดีตจะติดตามเธอไปทุกหนแห่ง จะกีดกันรังเกียจเดียดฉันท์และสร้างความปวดร้าวให้แก่เธอ อดีตที่ใช่ว่าจะทำร้ายเฉพาะตัวเธอเอง แต่จะกัดกินทำลายครอบครัวของชายคนรักด้วย น้องสาวของอาร์มางด์กำลังจะแต่งงานกับชายสูงศักดิ์ ซึ่งตระกูลของเขาได้ยื่นคำขาดมาแล้วว่าจะยกเลิกการแต่งงานทันทีหากอาร์มางด์ยังใช้ชีวิตร่วมกับ "ภรรยาเก็บ"

มาร์เกอริตหัวใจแตกละเอียด อาร์มางด์ผู้อ่อนเยาว์กลับโกรธแค้น คิดวางแผนทำลายหัวใจคนรักให้ทุกข์ทรมานยิ่งขึ้น

หกเดือนที่ทั้งสองรักกัน สองเดือนที่ได้ใช้ชีวิตในบ้านหลังเล็กแสนสุขสุขในชนบท คือเครื่องประโลมใจสิ่งเดียวที่ทำให้ให้มาร์เกอริตพอจะเป็นสุขได้บ้าง ขณะป่วยอยู่โดดเดี่ยวเธอเขียนบันทึกถึงชายคนรักทุกวัน บันทึกเหล่านี้สร้างความสะเทือนใจอย่างที่สุด ฉันรู้สึกว่าเหมือนอารมณ์เราถูกคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่อย่างเงียบเชียบ ไม่ทันรู้ตัวน้ำตาก็ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย

"ดิฉันถามตัวเองอยู่เสมอว่า ขณะที่ดิฉันเขียนบันทึกนี้ คุณอยู่ที่ไหนหนอ --- มีคนบอกดิฉันว่าคุณอยู่ห่างไกลจากปารีสมาก ดิฉันคิดว่าป่านนี้คุณอาจจะลืมมาร์เกอริตคนนี้เสียแล้ว ไม่เป็นไรค่ะ ขอให้คุณมีความสุขเถิด ดิฉันเป็นหนี้คุณอยู่มากสำหรับความสุขที่แท้จริงของดิฉัน แม้จะเป็นระยะเวลาอันแสนสั้นของชีวิต ดิฉันไม่เคยมีความสุขแท้จริงเลยก่อนที่จะได้รู้จักกับคุณ และหลังจากที่เราต้องแยกจากกัน คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ความจริงที่ดิฉันรู้ซึ้งแก่ใจก็คือ ดิฉันมีความสุขเฉพาะเวลาที่อยู่ร่วมกับคุณเท่านั้น"

"ทั้งๆที่ดิฉันพยายามตัดใจเสียจากคุณ ซึ่งเท่ากับกรีดหัวใจของตนเองให้มีแผลลึก แต่ดิฉันก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง จิตใจย่อมอ่อนแอ ดังนั้น เมื่อดิฉันได้เห็นคุณอีกที่ปารีสในวันรุ่งขึ้น ดิฉันก็อดจะสะท้อนใจวาบหวาม และอดร้องไห้ด้วยความอาลัยอาวรณ์ไม่ได้ ดิฉันต้องข่มใจไม่ให้พ่ายแพ้ความปรารถนาของตัวเอง"

เพราะโลกแห่งความรักนั้นยิ่งใหญ่ ชายหญิงจึงปรารถนาเขาและเธอสักคนไว้ในหัวใจอันอบอุ่นด้วยประกายแดดงาม แต่เรื่องรักพลาดหวังจะเศร้าซึ้งมากกว่า ตัวละครเศร้าโศกระทมจะกินใจคนอ่านไม่ร้างรา แม่ดอกพุดซ้อน จึงเป็นนวนิยายอมตะ และส่วนหนึ่งก็สะท้อนให้เราเห็นว่าผู้คนในสังคมนี่เองที่ทำร้ายกัน ปลิดโอกาสความสุข และทำให้เกิดโศกนาฏกรรมความรักในความตายอันตราตรึง