ยำไส้กรอกเศรษฐี

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

คุณผู้อ่านรู้สึกเหมือนตะหลิวมั้ยว่า ข้าวของเดี๋ยวนี้มันแพงจนจะหยิบจับอะไรแต่ละชิ้นนี่ต้องคิดแล้วคิดอีก บางทีจะซื้ออะไรซักอย่างนอกจากต้องเดินหากันขาแทบขวิดแล้ว พอพบเจอแล้วก็ยังต้องทำใจกว่าจะหยิบจับและจ่ายเงินได้

ก็อย่างมะนาวไงคุณผู้อ่าน เกิดมาก็เพิ่งเห็นมะนาวแพงกว่าไข่ไก่ได้ขนาดนี้ จะถือว่าเป็นบุญวาสนาก็ไม่อยากให้มันเกิด ในขณะที่ไข่ไก่เบอร์ 3 ที่ตะหลิวซื้อประจำนั้นฟองละ 3 บาท แผงแม่ค้าข้างๆ ขายมะนาวลูกเล็กซะยังกับมะเขือพวง ขายลูกละ 8 บาท ตะหลิวเห็นแล้วก็ได้แต่เหงื่อตก จะไม่ซื้อก็ไม่ได้เพราะได้ซื้อเครื่องปรุงมาซะเกือบครบแล้ว ก็เลยต้องทำใจว่า

"เพื่อคุณผู้อ่านที่รัก ต่อให้การทำอาหารมื้อนี้ต้องหมดตัวเพราะมะนาวแพงก็ยอม"

คิดดังนั้นแล้วก็เลยก้มหน้าก้มตาเลือกมะนาวลูกสวยๆ มา 4 ลูก ในราคา 32 บาท

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ในเมื่อมะนาวแพงราวกับปลูกเอาไว้ในกระถางทองคำขนาดนี้ เครื่องปรุงอย่างอื่นก็ต้องเลือกกันแบบที่ไม่ให้น้อยหน้ามะนาว จะได้สมฐานะ "ยำไส้กรอกเศรษฐี" ที่คุณผู้อ่านจะได้ทัศนากันดังต่อไปนี้

สูตรอาหาร

ไส้กรอกอย่างดี 150 กรัม

น้ำมันทอด 1 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูแดง(เม็ดใหญ่) 4-5 เม็ด

หัวหอมใหญ่ (ขอเน้นว่าใหญ่ๆ) 1 หัว

ผักกาดแก้ว 1 ต้นใหญ่

มะเขือเทศ 2-4 ลูก

ต้นหอม 2 ต้น

ขึ้นฉ่าย 1 ต้น

เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกลือ 40 กรัม

ผักชี 1 ต้น

มะนาว 2 ลูก

น้ำตาล 1 ช้อนชา

มีเรื่องที่ต้องบอกคุณผู้อ่านนิดหน่อยคือ

1. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สามารถใช้เม็ดอัลมอนด์อบเกลือแทนได้

2. ผักกาดแก้ว สามารถใช้ผักกาดหอม หรือผักไฮโดรที่เขาปลูกแบบไม่ใช้ดินก็ได้ (ตอนตะหลิวทำ ใช้ผักกาดหอม เพราะซื้อมาก่อนมะนาว)

3. ไส้กรอกเลือกอย่างดีนะจ๊ะ ที่ร้าน 7-11 ก็ได้ อย่าได้เลือกแบบที่เป็นแป้งๆ สีชมพูดูหวานแหววเชียว อย่างนั้นมันไม่ค่อยสมฐานะซักเท่าไหร่ (งานนี้ต้องแพงและมีคุณภาพเอาไว้ก่อน)

คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการทำกันเลยนะจ๊ะ

1. อันดับแรกให้หั่นไส้กรอกแบบสไลด์เฉียงเป็นชิ้นบางๆ ซักครึ่งเซนต์จ๊ะ

2. ตั้งกระทะโดยใช้ไฟอ่อน ใส่น้ำมันทอดลงไป

3. พอน้ำมันร้อน ก็เอาไส้กรอกลงไปทอดแบบคนไปคนมา (ตะหลิวเรียกว่า "รวน")

4. พอไส้กรอกเริ่มสุก (สังเกตได้ว่า เนื้อจะขาวๆ เกรียมๆ แต่ไม่ถึงไหม้) ก็ให้ตักใส่จานพักเอาไว้

5. ผักกาด (จะแก้ว จะหอม จะไฮโดรก็ตาม) ให้เด็ดเป็นใบๆ ล้างให้สะอาด

6. แบ่ง 3-4 ใบมาซอยหยาบเป็นเส้นยาวๆ

7. พริกขี้หนูให้ตำแบบหยาบๆ

8. หัวหอมใหญ่ให้หั่นซอย เหมือนตอนจะทำไข่เจียวหัวหอม

9. ผักชีก็ซอยจ้ะ ซอยละเอียดๆ หน่อย เพราะจะเอาไว้โรยหน้า

10. ต้นหอมกับขึ้นฉ่ายให้หั่นเป็นท่อน ยาวท่อนละประมาณ 1 นิ้ว

11. มะเขือเทศต้องหั่นเป็นรายการสุดท้าย เพราะเราต้องใช้น้ำที่ออกมาจากมะเขือเทศเพื่อเพิ่มรสชาติ

12. หั่นมะเขือเทศลูกละ 4 ซีก เสร็จแล้วให้ใส่ลงในอ่างสำหรับทำยำเลย

13. ใส่ผักกาดซอย หัวหอมใหญ่ซอย ต้นหอม ขึ้นฉ่าย ลงในอ่างยำเป็นรายการถัดมา

14. ใส่พริกขี้หนูตำลงไป

15. ใส่ไส้กรอกรวนลงไปเป็นอันดับสุดท้าย แล้วก็ใช้ทัพพีคน 2-3 ที

16. บีบมะนาวกะว่าให้ได้น้ำมะนาวราว 2 ช้อนโต๊ะแล้วใส่ลงไปในยำ

17. เติมน้ำตาล แล้วคนไปเรื่อยๆ จนมะเขือเทศเริ่มคายน้ำออกมา

18. สุดท้ายใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปคน 2-3 ทีแล้วเทใส่จาน

19. โรยหน้าด้วยผักชีซอย

เมนูคราวนี้ถ้าไม่นับเรื่องราคาแล้วล่ะก็ตะหลิวขอบอกว่า "แซบ" มาก ไม่เชื่อคุณผู้อ่านลองทำรับประทานเองที่บ้านดูสิจ๊ะ

ป.ล. สังเกตไหมว่าเมนูสูตรนี้ตะหลิวไม่ได้ใช้น้ำปลาเลย ไม่ใช่ว่าตะหลิวลืม แต่เป็นเพราะส่วนประกอบส่วนใหญ่เขาใส่เกลือมาให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งไส้กรอก ทั้งเม็ดมะม่วง ขืนยังใส่น้ำปลาอีกจะเค็มไปกันใหญ่

**********************************

Note

ผลมะเขือเทศมีคุณค่าทางอาหารสูงทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี และวิตามินเค

ผลมะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแด๊นท์ในปริมาณสูง ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ได้

ผลมะเขือเทศมีกรดอะมิโนกลูตามิคสูง ทำให้เพิ่มรสชาติอาหาร (เหมือนการใช้ผงชูรส)

ผลมะเขือเทศมีสารอาหารที่ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

ผลมะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและช่วยเรื่องความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย