กองทัพภาคที่ 3 กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สกู๊ปพิเศษ

4...พื้นที่ทุรกันดารตามขุนเขาในภาคเหนือ การคมนาคมติดต่อระหว่างหมู่บ้าน เป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่ง ราษฎรประสบปัญหาในการเลี้ยงชีพ และการสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว เมื่อไม่สามารถเลี้ยงดูให้ชีวิตดีขึ้น จึงทำการบุกรุกพื้นที่ป่าแห่งใหม่ๆ เพื่อทำเป็นไร่เลื่อนลอยสลับกันไปมา พร้อมเกิดความเสื่อมโทรมต่อสภาพแวดล้อม ด้วยส่วนใหญ่เป็นบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ ที่เป็นสายน้ำสำคัญๆของภาคเหนือ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชดำริ เพื่อให้ราษฎรสามารถดำรงชีพ อยู่ในพื้นที่ทำกินเดิมอย่างมีความสุข มีอาหารเพียงพอต่อการบริโภคตลอดทั้งปี และมีจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงชัน มีดอยหม่อนล้านเป็นยอดเขาสูงที่สุด 1,696 เมตร ได้มีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้ามาพัฒนาพื้นป่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ ปลูกป่าเพื่อการใช้สอย ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ในที่สุดสภาพป่าได้คืนความสมบูรณ์อีกครั้ง

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยหม่อนล้าน ตำบลป่าตุ้ม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสริมและพัฒนาทางการเกษตร ในการปลูกผักขยายผลสู่เกษตรกร 50 ครอบครัว ส่วนการผลิตพันธุ์ไม้อย่างหม่อน 45 ครอบครัว ชา 25 ครอบครัว และกาแฟ 65 ครอบครัว ส่วนการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง ได้ผลิตข้าวไร่พันธุ์น้ำรู 456 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวพันธุ์แซะซะ 370 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ผลิตข้าวนาพันธุ์จุพูมา 599 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวพันธุ์เชียงแสน 430 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวพันธุ์ขาหนี่ 420 กิโลกรัมต่อไร่ รวมถึงการสร้างอาชีพเสริม ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ อย่างการเลี้ยงหมูหลุม เลี้ยงไก่ และทำปุ๋ยหมัก

เกษตรกรทำนาอายุ 53 ปี อาคอ เปียงแล่ เล่าถึงการทำนาให้ฟังว่า "ผมปลูกข้าวนาประมาณ 3-4 ไร่ ปีนี้ได้ผลผลิตข้าวมากกว่าเดิมครับ ได้ประมาณ 260 ถังต่อไร่ คือหน้าแล้งเราก็ปลูกถั่วเหลือง-ข้าวโพด พอช่วงหน้าฝนก็หันไปปลูกข้าว ด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าวของเราเอง โดยปลูกเพื่อเอาไว้กินให้เพียงพอก่อน เหลือแล้วถึงนำออกไปขาย ก็ขายกิโลกรัมละ 12 บาท ข้าวของผมทานอร่อยมากนะครับ ก็มีทางสถานีฯให้ความรู้เรื่องการปลูกข้าว คือเราไม่ค่อยรู้เรื่องโรคเรื่องแมลง เจ้าหน้าที่จะมาที่นาข้าวให้คำแนะนำ ส่วนมากเป็นโรคมาจากเพลี้ยกระโดดหลังขาว ที่แรกๆใบจะมีสีเขียวๆแล้วกลายเป็นสีขาว เราก็แค่เอาน้ำออกไปจากแปลงนา เพื่อเป็นการขจัดการแพร่พันธุ์แมลง ใช้เวลา 3-4 วันต้นข้าวก็เป็นปกติ"

ดอยหม่อนล้านเป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของอำเภอพร้าว โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น จะมีแสงสาดส่องที่สวยงามมาก ส่วนเวลาอื่นๆจะเห็นทิวทัศน์ต่างๆ อย่างดอยหลวงเชียงดาว เขื่อนแม่งัด และตัวอำเภอพร้าว พร้อมสัมผัสพรรณไม้เมืองหนาวนานาชนิด กระทั่งประเพณีวัฒนธรรมชาวเขาเผ่าอาข่า ในแบบดั้งเดิมให้เห็นอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการโล้ชิงช้า หรือการเต้นระบำแบบเผ่าอาข่า จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่และทางสถานีฯเอง มีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่จากเดิม 5,000 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 7,000 บาทต่อครัวเรือน

จากนั้นเวลา 13.30 น. องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ และคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์กองบิน 41 เข้าสู่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ที่สืบเนื่องมาจากวันที่ 15 มีนาคม 2542 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้พระราชทานพระราชดำริ ในการจะอพยพราษฎรที่ยากจน ไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตัวเอง มาจัดตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่เรียกว่า บ้านเล็กในป่าใหญ่ บริเวณพื้นที่ต้นแม่น้ำตาช้าง ที่ราษฎรจะอยู่ร่วมกับป่าอย่างมีจิตสำนึก โดยมีส่วนร่วมพิทักษ์รักษาป่า และฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย ทำให้ป่าคืนความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร พื้นที่จัดตั้งหมู่บ้านตามพระราชดำริเมื่อปี 2542 หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตาช้าง ถวายรายงานข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับสภาพพื้นที่ป่า พื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำกิน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งและทอดพระเนตรพื้นที่โดยรอบด้วยความพึงพอพระทัย แล้วตรัสขึ้นว่า "นี่แหละที่ฉันฝันไว้" ซึ่งหมายถึงว่าพื้นที่ที่จัดตั้งหมู่บ้าน ตรงกับที่พระองค์ทรงอยากให้เป็นอย่างนี้นานแล้ว ทางผู้ช่วยราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ จึงได้ขอพระราชทานชื่อ "โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ" พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ให้ใช้ชื่อโครงการดังกล่าวได้

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตั้งอยู่บนที่สูง 1,080 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นพื้นที่ทำกินเก่าของเผ่าอาข่า โดยโครงการฯมีขอบเขตพื้นที่ดำเนินการ 15,000 ไร่ ได้สนองพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ อันมุ่งเน้นให้คนอยู่อาศัยร่วมกับป่า ได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน นอกจากนั้นได้น้อมนำพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องของป่าเปียกมาพัฒนาในพื้นที่ ด้วยการใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการสร้างแนวป้องกันไฟป่า ด้วยการสร้างฝายต้นน้ำแบบผสมผสาน เพื่อกักเก็บน้ำ ชะลอความชุ่มชื้น และกับเก็บตะกอนดินไว้ได้บางส่วน

ปัญหาของราษฎรในพื้นที่ คือขาดแคลนข้าวสำหรับบริโภคนั้น ในส่วนของศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ได้รับผิดชอบให้คำแนะนำและส่งเสริม เรื่องการผลิตข้าวให้กับเกษตรกร ให้ผลิตเพียงพอต่อการนำไปบริโภค ซึ่งการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการผลิตข้าวนาดำ บนพื้นที่สูงแบบนาขั้นบันไดนั้น ได้เป็นต้นแบบการใช้พื้นที่ สำหรับการปลูกพืชบนที่สูงแบบการอนุรักษ์ และพึ่งพาต้นเองได้อย่างมั่นคง พร้อมมีเป้าหมายให้เกษตรกร ได้รับความรู้เทคโนโลยีการผลิตข้าว ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของเกษตรกรเอง ทำให้มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคมากขึ้น โดยถ่ายทอดสู่เกษตรกรจำนวน 21 ครอบครัว ในพื้นที่ประมาณ 47 ไร่ พร้อมกับมีการติดตาม ดูแล หรือแก้ปัญหา อีกทั้งมีการรวบรวมข้อมูลและรายงานผล

ผลการดำเนินงานในรอบปี ของชุดปฏิบัติการโครงการฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการฯ และราษฎรในพื้นที่โครงการฯ อาทิ จัดการอบรมการคัดและเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้กับราษฎรจำนวน 21 คน ณ แปลงนาสาธิต อบรมเกษตรกรในโครงการฯ เรื่องการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับราษฎรจำนวน 20 ครอบครัว ปล่อยพันธุ์ปลาไนลงสระประจำหมู่บ้าน พร้อมกับชี้แจงการเลี้ยงปลาทับทิมในบ่อพลาสติก จัดทำแปลงสาธิตการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า และแจกจ่ายพันธุ์ต้นกล้าให้แก่ราษฎรที่อยู่ในโครงการฯ

นอกจากนั้นชุดปฏิบัติการโครงการฯ ได้จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สิน พร้อมจัดตั้งจุดตรวจในพื้นที่เดือนละ 2 ครั้ง และตามถนนเข้าโครงการฯสัปดาห์ละครั้ง รวมถึงออกเฝ้าระวังการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าไม้ และสำรวจน้ำตกบริเวณป่าต้นน้ำ เพื่อเป็นการช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีการดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำ ในพื้นที่โครงการฯจำนวน 10 ฝาย อีกทั้งมีการพบปะเยี่ยมเยียนผู้นำหมู่บ้าน ราษฎรในพื้นที่ และพื้นที่ข้างเคียงโครงการฯเดือนละครั้งอีกด้วย

หลังจากองคมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอบของพระราชทาน ทางสื่อมวลชนได้สัมภาษณ์ราษฎร ที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือ จนกระทั่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่าง กัลย์สุดา จิตราโชติกุล อายุ 21 ปี เป็นหนึ่งที่สนใจการปักผ้า ในมูลนิธิศิลปาชีพ สำนักพระราชวัง เล่าว่า "หนูเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2544 เนื่องด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ บ้านห้วยหญ้าไซ แล้วหนูก็ตามไปร่ำเรียนการปักผ้าที่ภูพิงค์ราชนิเวศ ต่อมาปี 2547 ได้เข้าไปทำงานในสวนจิตรลดา การปักผ้าเป็นงานศิลปะที่สวยงาม ใช้เวลาในการฝึกฝนร่วมปีค่ะ จนกระทั่งมีความชำนาญในงานปักผ้า ชิ้นงานที่เกิดรายได้สูงสุดห้าพันกว่า ได้รับเงินจากพระองค์ท่านด้วย...ดีใจมากค่ะ"

โครงการหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านแม่ส่วยอู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) โครงการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เขียดแลวแบบธรรมชาติตามพระราชเสาวนีย์ โครงการธนาคารอาหารชุมชน บ้านนาป่าแปก ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยหม่อนล้าน ตำบลป่าตุ้ม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ และ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นเพียงส่วนหนึ่งในหลายๆโครงการ ที่ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ ทรงใส่ในพระราชหฤทัยถึงความทุกข์ร้อน โดยหลังจากทรงทราบถึงปัญหา โปรดฯให้กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง สนองรับแนวพระราชดำริไปดำเนินการ จึงบังเกิดโครงการที่มีวัตถุประสงค์หลักๆ คือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้กับราษฎรที่มีฐานะยากจน หรืออาศัยตามถิ่นทุรกันดารห่างไกล ต่อเมื่อราษฎรมีความเป็นอยู่ที่มั่นคง ก็จะส่งผลสู่การพัฒนาประเทศชาติ ที่เจริญทัดเทียมกับอารยประเทศ