บนความเรียบง่ายของนักวิจัยเคมี ดร.จุฑาทิพ บุญสมบัติ

นัดพบ

ดวงตาที่เปล่งประกายเมื่อพูดถึงงานทางด้านเคมี บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ดร.จุฑาทิพ บุญสมบัติ หรือ ดร.นิค นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นักเรียนทุน พ.ส.ว.ท. ปี 2528 เต็มไปด้วยความสุข ชีวิตในห้องแล็บ ที่แวดล้อมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อการทดลอง สำหรับบางคนอาจจะไม่รื่นรมย์นัก แต่สำหรับนักวิจัยเคมีอย่าง ดร.นิค สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

"สิ่งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทดลองสร้างความตื่นเต้นให้นักวิจัยอย่างยิ่ง แต่ใช่ว่างานวิจัยทดลองแต่ละครั้งจะประสบความสำเร็จเสมอไป บางครั้งต้องใช้เวลานานหลายเดือน บางครั้งล้มเหลว นักวิจัยจึงต้องมีความอดทนในการรอคอยอุบัติการณ์ทางเคมีที่เกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ ดังนั้น เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย นักวิจัยจึงตื่นเต้นเพราะเท่ากับว่าไม่ต้องกลับไปสู่กระบวนการสังเคราะห์สารตั้งต้นใหม่ซึ่งต้องใช้เวลาอีกเป็นปี"

ดร.นิค ผู้คว้าปริญญาเอกทางด้าน Organic จาก Emory University, Atlanta GA. USA. อธิบายถึงการทำงานในฐานะนักวิจัยเคมี ซึ่งต้องมีความอดทนเป็นเลิศ

นักวิจัยเคมีของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ต้องทำอะไรบ้างคะ

นิคจะอยู่ในส่วนของการทำงานวิจัยเคมี ซึ่งเป็นงานที่หลากหลายมาก เช่น งานทางด้านการสังเคราะห์ งานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องทางด้านยา ในส่วนที่ตัวเองทำอยู่ก็จะเป็นงานทางด้านสังเคราะห์เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเจาะลึกลงไปถึงโมเลกุลขนาดเล็ก เพื่อมองถึงความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ประโยชน์ในอนาคตที่ค่อนข้างไกลว่าสามารถนำไปพัฒนาเป็นยาได้หรือไม่

เมื่อได้โมเลกุลเหล่านี้ออกมา เราก็จะนำสารสังเคราะห์เหล่านี้ไปทดสอบว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้หรือไม่ เพราะที่สถาบันเราจะทำทางด้านมะเร็งเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากพระองค์ท่านทรงอยากช่วยผู้ป่วยทางด้านมะเร็ง

เคยคุยกับเพื่อนเวลาที่มีคนมาถามว่านักวิจัยทำอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากจะอธิบายถึงเนื้องานของเราจริงๆ วิชาเคมีเป็นศาสตร์ที่เข้าถึงยากพอสมควร สิ่งที่เราอธิบายได้คือ สารสังเคราะห์ที่เราค้นพบอาจจะนำมาสกัดเป็นยาได้อีก 10 หรือ 10 ปีข้างหน้า ดังนั้น งานของเราจึงต้องมองไปในอนาคต

ทำไมถึงชอบเรียนเคมีคะ

สนุกกับเขามากกว่า สิ่งที่เราชอบอย่างแรกคือ ออแกนิค ซินเทซีส ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ว่าอิเล็กตรอนมีการส่งผ่านในโมเลกุลอย่างไร แล้วยังสามารถใช้วิธีการทางแมคคานิซึมอธิบายผลการทดลองอย่างไร จุดเล็กๆ ตรงนี้ละกระมังที่ทำให้รู้สึกสนุก เคมีไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แม้แต่นักวิจัยเองเราก็ยังจับต้องสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เพียงแต่ว่าถ้าเราได้เรียนรู้พื้นฐานสิ่งเหล่านี้มา สิ่งที่จับต้องไม่ได้เหล่านี้แหละ ที่ใช้อธิบายสิ่งที่เราจับต้องได้ ตรงนี้คือความน่าหลงใหลของเคมี

ความสนุกจึงอยู่ที่ถ้าเราต้องการสารตัวหนึ่งหน้าตาประมาณเนี้ยะ เราจะต้องใช้สารตั้งต้นชนิดใดบ้าง นิคจึงชอบเขียนการแตกตัวของโมเลกุลลงบนกระดาษถ้าเผื่อว่าเกิดปฏิกิริยาเคมีแบบนี้จะได้สิ่งที่เราต้องการหรือไม่

เยอะมากเลยนะคะที่ทำแล้วไม่ได้สิ่งที่เราต้องการ มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของการทดลองมักเป็นเช่นนี้ แต่บางสิ่งบางอย่างที่เราได้เรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นๆ กลับทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของกระบวนการมากยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับนักวิจัยเคมีความล้มเหลวถือเป็นเรื่องปกติมาก กี่ครั้งเราก็ไม่ท้อนะคะ คงจะเป็นเพราะว่าเรามีเป้าหมาย ในความล้มเหลวนั้นนักวิจัยมักจะมองเห็นเสมอว่าน่าจะมีบางสิ่งสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้ มีหลายครั้งที่ปฏิกิริยาไม่ได้เกิดอย่างที่หวัง แต่แค่เราได้เรียนรู้จากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก็ดีใจจะแย่มากแล้ว ซึ่งเมื่อเราไปศึกษาค้นคว้าดูกลับค้นพบว่าเรื่องที่เราพบได้ถูกบันทึกไว้เมื่อ 100 ปีที่แล้วก็เคยมี

ชีวิตของนักวิจัยเคมีจึงอยู่กับความตื่นเต้นในกระบวนการทดลองอยู่ตลอดเวลา

ใช่ค่ะ การทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ค่อนข้างพบกับความไม่แน่นอนบ่อยมาก ซึ่งมันก็จริงเพราะเราไม่เข้าใจธรรมชาติ ความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันจึงยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายทุกอย่าง

การทำการทดลองทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าจู่ๆ เราจะลุกขึ้นมาทำโดยที่ไม่ศึกษาค้นคว้าอะไรเลยย่อมเป็นไปไม่ได้ การเป็นนักวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะปัจจุบันเราจะต้องบาลาซน์การค้นคว้าทดลองเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ ขณะเดียวกันเราก็จะต้องเรียนรู้ค้นคว้าจากสิ่งเก่าที่ได้สั่งสมความรู้สืบทอดกันมา

ก่อนลงมือทำการทดลองทุกครั้ง เราจึงต้องอุทิศเวลามากพอสมควรเพื่อเข้าสู่โลกของการอ่านหนังสือ เพื่อเรียนรู้วิธีคิดของนักเคมีท่านอื่นๆ ที่คิดคล้ายๆ กับเรา ทุกครั้งที่เราเสียเวลากับการทดลองไปย่อมต้องเกิดประโยชน์ และค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นมาสู่วงวิชาการด้วย

ดังนั้น เมื่อเราเกิดปิ้งไอเดียอะไรขึ้นมา หน้าที่อันดับแรกของเราคือกลับไปค้นดูซิว่า มีนักวิจัยท่านอื่นทำงานวิจัยในลักษณะนี้มากน้อยแค่ไหน ปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตช่วยเราได้สูงมาก

เคมีสำคัญต่อชีวิตเราอย่างไรบ้างคะ

จริงๆ เคมีคือทุกอย่าง ทุกอณูที่แวดล้อมเราอยู่ล้วนแต่มีส่วนประกอบของเคมีเป็นพื้นฐาน บางครั้งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เราจับต้องอยู่เกิดจากระบวนการทางเคมีที่ผ่านการค้นคว้าและสั่งสมความรู้มาตั้งแต่ในอดีต แม้กระทั่งเรื่องของสบู่ แชมพู หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ ล้วนแต่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี

เคมีจึงแทรกซึมอยู่ในทุกสิ่งอย่างๆ เคมีจึงมีทั้งประโยชน์และโทษ ซึ่งเรามักพุ่งประเด็นไปที่สารเคมีมากกว่า เช่น เราบอกว่าสตริคนิล หรือที่เรารู้จักกันในนามของสารหนู คือสารพิษ แต่ในทางการแพทย์ถ้าเราใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม มันคือสารที่เป็นยากระตุ้นมาก่อน ปัจจุบันแพทย์ก็ยังนำมาใช้อยู่บ้างเช่นกัน

ดังนั้น การจะบอกว่าอะไรเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ เราต้องดูถึงปริมาณในการใช้ เส้นแบ่งของประโยชน์หรือโทษจึงเป็นแค่เพียงเส้นบางๆ เท่านั้น

ในวงการนักวิจัยเคมีเคยถกกันถึงเรื่องนี้เช่นกัน เพราะคนปัจจุบันมักจะมองเคมี คือ วิชาหนึ่งและเป็นศาสตร์ของการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่งที่ทำให้เข้าใจธรรมชาติ แต่เรากลับมองคำว่า เคมี คล้ายคลึงกับคำว่าสารพิษ ยกตัวอย่างเช่น มักมีคนพูดว่า ลองยาสมุนไพรตัวนี้ดูซิ ดีนะ เพราะมาจากธรรมชาติไม่มีสารเคมี ในฐานะนักวิจัยเคมีเราจะค้านอยู่ในใจ ทุกอย่างมันคือเคมี ถามว่าเวลาที่เรากินยาสมุนไพรตัวหนึ่งเข้าไปคุณรู้มั้ยว่าประกอบด้วยสารเคมีกี่ชนิด เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปริมาณที่มีอยู่มากน้อยแค่ไหน ส่วนไหนให้เคมีที่ออกฤทธิ์ทางเคมีสูงสุด การปลูกต่างพื้นที่อาจจะให้เคมีไม่เท่ากัน เป็นไปได้มั้ยว่าส่วนที่เรากินเข้าไปมันคือสารพิษล่ะ ดังนั้น เราจึงสรุปไม่ได้หรอกค่ะว่าเคมีให้คุณหรือให้โทษ หรือสารพิษ

ขณะที่เราเลือก ใช้ยาสมุนไพร ออกตัวก่อนนะคะว่าไม่ได้ต่อต้าน เพราะครอบครัวนิคเองก็ใช้ เพียงแต่ว่าเราต้องกินอย่างระมัดระวัง เราไม่สามารถสังเคราะห์ได้ว่าปริมาณของเคมีที่อยู่ในสมุนไพรมีมากน้อยแค่ไหน มีสารประกอบหลายตัวที่ช่วยเสริมฤทธิ์กัน เพราะฉะนั้นข้อดีและข้อเสียจึงแตกต่างกันไป

ทราบว่า ดร.นิค เป็นนักเรียนทุนของ พ.ส.ว.ท.ด้วย

ใช่ค่ะ เพราะนิคเรียนมัธยมที่โรงเรียนบดินเดชาฯ ซึ่งเป็นศูนย์ของโครงการนี้ ก็เลยสอบเข้าโครงการจากที่นั่นตั้งแต่ชั้น ม.4 ยังไม่ทราบอะไรมากเพียงแต่เลือกไปตามโอกาสที่มีเข้ามา

แต่ข้อดีของการเข้าไปในโครงการคือ เขาเปิดโอกาสให้เราค่อนข้างเยอะ เช่น การเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ การทำโครงงานกับนักวิทยาศาสตร์ตัวจริง การฝึกงาน ซึ่งทำให้เราได้มองเห็นภาพกว้างของการทำงานทางด้านนี้มากยิ่งขึ้น

เป็นคนที่เรียนหนังสือเก่งใช่มั้ยคะ

ก็ไม่ถึงกับเก่งมากค่ะ ใช้คำว่าเรียนได้ในระดับดีมากกว่า

เป้าหมายของนักเรียนทุนมักจะเป็นอย่างไร

คนเราจะมีอยู่ 2 ประเภท เพื่อนนิคหลายๆ คนที่ได้ทุนด้วยกันเขาค่อนข้างจะชัดเจนมาก คือ มีพรสวรรค์เป็นเลิศ และนี่คือเส้นทางที่เขาจะเดินไป เขาชอบตรงนี้จริงๆ แสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาเรียน แต่นิคเองจะเป็นประเภทมาตามโอกาสที่มีอยู่ข้างหน้า เพราะเมื่อมีโอกาสแล้วเราเข้ามาทำให้โอกาสเรายิ่งกว้างขึ้นๆ ได้เรียนรู้ ได้สืบค้นอย่างกว้างขวางมากขึ้น

ดังนั้น สำหรับนิคเองปีแรกๆ ที่เข้าโครงการจึงยังไม่ชัดเจนเหมือนเพื่อนบางคน เพราะไม่รู้แม้กระทั่งว่าเมื่อเรียนจบแล้วเราจะมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางด้านไหน หรือทำอะไร

ตอนแรกๆ ยังนึกว่าตัวเองน่าจะชอบชีวะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะสามารถ มองเห็น เข้าใจ และจับต้องได้มากกว่า ยอมรับว่าตอนเรียนเคมีตอนชั้น ม.4 ไม่เข้าใจเลยว่ากล่องดำมันคืออะไร จินตนาการไม่ออก แต่เริ่มชอบเคมีเอาจริงๆ จังๆ มากตอนเข้าเรียนปริญญาตรีที่จุฬาฯ แล้วเราก็รู้ต่อไปด้วยว่าเราชอบเคมีอินทรีย์ เคมีสังเคราะห์

ในวัยเด็กมีความฝันมั้ยคะว่าอยากเป็นอะไร

ตัวเองไม่มีความชัดเจนตรงนั้นค่ะ นิคก้าวไปตามโอกาสที่เปิดหาเรา แต่จะบอกกับตัวเองเสมอว่าโอกาสไม่ได้เข้ามาหาทุกคน เราจึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับโอกาสนั้นด้วยการพยายามหาความรู้ให้มากขึ้น และมากกว่าปกติ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเองสูงยิ่งๆขึ้นไปเพราะรู้ว่าเราชอบทางด้านวิทยาศาสตร์

หากต้องการเป็นนักเรียนทุน พ.ส.ว.ท. ต้องทำอย่างไร

ถามตัวเองว่าเราแค่อยากทำตามกระแสหรือชอบจริง รักจัง เพราะการเรียนสายวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของภาคปฏิบัติเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบาลาซระหว่างการเรียนรู้ภาคทฤษฎีเพื่อนำไปสู่ภาคการปฏิบัติ และใช่ว่าทุกคนจะเข้ามาแล้วสนุกและมีความสุข เราจะต้องมีคุณสมบัติของความอยากรู้อยากเห็น เพราะฉะนั้นไตร่ตรองหลายๆ ครั้งๆ ว่าเราชอบจริงหรือไม่ สำหรับนิคเองใช้ความรู้สึกที่มี ณ ขณะนั้นเป็นหลักในการตัดสินใจว่าพร้อมที่จะกระโดดเข้าไปหรือไม่

การที่เข้ามาเป็นนักเรียนทุนของ พ.ส.ว.ท.ไม่จำเป็นที่ทุกคนจะจบออกมาเพื่อเป็นนักวิจัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีงานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่หลากหลายให้เราสามารถทำได้เช่นกัน หลายๆ คนอาจจะบอกว่าฉันไม่ได้อยากเป็นนักวิจัยอย่างสุดโต่ง แต่เลือกที่จะเบนเข็มไปทางด้านการศึกษาก็เป็นได้ อย่ากลัวว่าเราจะทำไม่ได้

บ้านเราค่อนข้างเปิดกว้างสำหรับนักวิจัย

มีทั้งสองแง่ค่ะ เพราะยังมีสายงานทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่มาก แต่ก็มีข้อจำกัดในแง่ของงานวิจัยเพราะบ้านเรายังขาดการสนับสนุน หรือทำได้อย่างที่ตนเองอยากจะทำ เพราะเราไม่ได้มีบริษัทที่รองรับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมายเท่ากับต่างประเทศ ในเมืองไทยจึงมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่เปลี่ยนไปทำงานทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ทางงานวิจัย

การเป็นนักเรียนทุนค่อนข้างกดดันมั้ยคะ

ที่ผ่านมาตัวเองไม่ได้รู้สึกถึงความกดดันนะคะ นิคแค่ทำตามสิ่งที่เราชอบ เพราะเขาไม่ได้ต้องการเกรดที่สูงมาก เฉลี่ยแล้วประมาณ 3 ขึ้นไปตอนปริญญาตรี เพียงแค่เราใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเราก็จะไปถึงตรงนั้น นิคจึงไม่กดดันตัวเองว่าจะต้องได้เกียรตินิยม

ทุนนี้มีเงื่อนไขอย่างไร

ทุนนี้จะให้ตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย -ปริญญาเอก เมื่อจบแล้วต้องทำงานในประเทศไทย เพราะทุนของเราได้จากภาษีของคนในชาติ แต่ไม่ได้จำกัดในแง่ของสถานที่ทำงานนะคะ

ดร.นิค เข้ามาเป็นนักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้อย่างไร

ตอบเลยว่าอยากมาทำงานที่นี่ เพราะเราชอบทำงานวิจัยทางด้านนี้ เคยมาฝึกงานกับอาจารย์ตอนเรียนปริญญาโท และที่นี่จะทำให้เราสามารถทำตามความฝันได้มากที่สุด เพราะเป็นลักษณะของสถาบันวิจัย งานด้านเคมีเราจะต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะอยู่ในห้องทดลอง วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เกิดจากการอ่านแล้วตอบได้ แต่เราต้องอาศัยการทดลองเพื่อตอบโจทย์ว่ามันใช่หรือไม่ใช่ตามที่เราตั้งสมมติฐานไว้

ที่นี่ยังมีตึกบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ซึ่งเราจะเปิดสำหรับนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก นิคก็จะมีโอกาสได้สอนในบางรายวิชาสั้นๆ เช่น เรื่องสารเคมี หรืออินทรีย์สังเคราะห์ รวมทั้งงานสัมมนา

มีความสุขกับการเป็นนักวิจัยเคมีมากมั้ยคะ

ต้องบอกก่อนว่าอาชีพนักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่อาชีพที่หวือหวา แต่ถ้าถามว่ามีความสุขกับมั้ย? มีค่ะ เพราะเราเป็นคนที่ไม่ชอบเข้าสังคม เลิกงานก็จะกลับบ้านอยู่กับครอบครัว พบปะเพื่อนบ้านตามโอกาส ถ้าว่างก็จะชอบปลูกต้นไม้ เวลาคุยกับเพื่อนเขามักจะบอกว่าเวลาจะคุยกับเรามักจะต้องมีเหตุมีผลมาต่อท้าย (หัวเราะ)

ส่วนเรื่องของงานก็มีกดดันตามสภาพงาน ลักษณะของงานที่นี่อาจจะไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับคนทั่วไปมากนัก แต่เราปฏิสัมพันธ์กับหลอดทดลองเสียมากกว่า ความเครียดจึงอยู่กับการทดลอง บางครั้งเราต้องรอกระบวนการ นักวิทยาศาสตร์จึงต้องมีความอดทนในการรอคอย เพราะใช่ว่ากระบวนการต้องแปรผันตามกันเสมอไป บางครั้งก็มีการแปรผกผันเช่นกัน งานวิจัยจะต้องประกอบด้วยหลายโจทย์ปัญหา การแก้ความเครียดของเราคือกระโดดจากโจทย์ปัญหาหนึ่งไปยังอีกโจทย์ปัญหานึงเพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้ เปลี่ยนระบบการคิด ที่นี่ดีตรงที่อิสระในการทำงานสูงมาก มีกรอบเวลาในการทำงานประมาณ 40 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ เราจึงสามารถเลือกวิธีการทำงานให้เหมาะกับเราได้พอสมควร งานวิจัยค่อนข้างต้องใช้เวลาพอสมควร และแต่ละครั้งเราก็ไม่ได้ทำเรื่องเดียว

สาขาที่ได้รับความนิยมของวิชาเคมีเหมือนกับวิชาทั่วไปมั้ยคะ

คิดว่าขึ้นอยู่กับสถาบันมากกว่า แต่ละสถาบันก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เราก็จะเข้มข้นทางด้าน เคมีคอล ไบโอโลจี ซึ่งเป็นเคมีที่เกี่ยวเนื่องกับทางชีววิทยา และทางยาปฏิชีวนะ

ความสนใจทางด้านเคมีของเด็กที่เรียนวิทยาศาสตร์ในบ้านเราเขาตื่นตัวกันอย่างไรบ้าง

เด็กหลายคนยังค่อนข้างตามกระแส เด็กที่เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์น้อยคนนักที่จะมอง และฟันธงกับว่าฉันจะต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่อย่างหนึ่งที่แปลกคือเด็กผู้หญิงกลับหันมาสนใจฟิสิกส์และคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน พ.ส.ว.ท.ชัดเจนมากเลยนะคะ แต่สำหรับผู้ที่สนใจเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์เคมีกับชีวะก็ยังมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่ แต่เด็กบางคนก็จะบอกว่าเขาเรียนไม่รู้เรื่อง ให้เขาเขียนวงกลมๆ มีขาสี่ขา แล้วบอกว่านี่คือ มีเทน เขาไม่เข้าใจและจินตนาการไม่ถึง

หลังๆจึงชอบเข้าไปอ่าน Blog ของนักเคมีคนอื่น อย่างหนึ่งที่นักเคมีควรจะทำให้ได้คือ สื่อสารเคมีออกมาเป็นภาพให้คนทั่วไปเข้าใจเราได้มากขึ้น เพราะนักเคมีส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมองถึงเผยแพร่เพราะเราก็จะโฟกัสอยู่แต่เฉพาะในวงของงานวิจัย แต่ถ้าเราไม่สื่อสารออกไปให้คนเข้าใจ แล้วเราจะช่วยคนที่เขาไม่เข้าใจเคมีแต่มีความชอบเคมีเข้าใจได้อย่างไร เพราะนิคอาจจะโชคดีที่ได้เข้ามาอยู่ในสายนี้ตั้งแต่เด็ก กระทั่งมองเห็นเรื่อยๆ ว่าเราชอบอะไร

ครอบครัวมีส่วนในการตัดสินใจเรื่องการเรียนบ้างมั้ยคะ

ไม่เลยค่ะ ท่านให้อิสระเราเต็มที่ พ่อทำงานธนาคารออมสิน ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน ความโชคดีอย่างหนึ่งของชีวิตที่มีทั้งสองท่านเป็นบุพการี เพราะเค้าให้โอกาสเรามาก โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสินใจ จำได้ว่าตั้งแต่สมัยเด็กๆ อยากเรียนอะไร ถ้าไหวก็จะให้เราทำ เช่น การเรียนพิเศษ ซึ่งนิคต้องขวนขวายด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก เค้าให้เราเลือกและโตด้วยวิธีของเราเองเสมอ โดยที่จะมองอยู่ห่างๆ ถือว่าท่านเป็นที่สุดของการให้โอกาสเพื่อการเรียนรู้และเติบโต ภูมิใจมากค่ะที่ได้เกิดเป็นลูกท่าน

การเลือกเรียน พ.ส.ว.ท. ก็เป็นเราเองที่เลือก ไม่ใช่เค้าเลือกให้เรา เพราะนั่นคือสิ่งที่ลูกจะทำเพราะมันคืออนาคตของลูก เขาพูดกับนิคแบบนี้ค่ะ มันทำให้นิคเรียนอย่างสบายใจไม่ต้องอยู่ภายใต้ความกดดันหรือความคาดหวังของพ่อแม่ เพราะในแต่ละช่วงของชีวิตมันจะต้องมีเส้นทางที่เราต้องเลือกอยู่เสมอ และเส้นทางที่เราต้องเลือก เรามีโอกาสที่จะเลือกด้วยตนเองมาตลอด จนในที่สุดเราก็จะพบเส้นทางที่ใช่สำหรับเรา

หลายคนอาจจะบอกว่ากลัวจังเลยตอนนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าฉันอยากเป็นอะไร อยากจะทำอะไรในอนาคต แต่นิคจะบอกตัวเองว่าให้เลือกในระยะใกล้ไม่ต้องมองไกลให้มากนัก แล้วจึงค่อยๆ กระเถิบเข้าไปสู่เปาหมายถัดไปทีละน้อย แล้วคุณก็จะไปสู่ไดเรคชั่นที่เป็นตัวคุณเองในเองที่สุด

เคยถามแอดไวเซอร์ตอนที่เรียนปริญญาโทว่า ทำไมจึงเรียนดอกเตอร์ ท่านตอบมากับนิคว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เดินตามความชอบ ความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้น รวมทั้งโอกาสที่ผ่านเข้ามา ตรงกับความชอบของเรา เราก็เดินเข้าไปหาซิ คนเราทำชีวิตให้ง่ายเท่านั้นเอง แล้วเราก็จะประสบความสำเร็จค่ะ


ดร.จุฑาทิพ บุญสมบัติ นักวิจัยเคมี แห่งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ อาจจะดูเป็นชีวิตที่เรียบง่าย เดินไปตามครรลอง ของโอกาสที่ผ่านเข้ามา กระทั่งพบว่ามีเคมีต้องกับวิชาเคมี ที่ใครต่อใครต่างบอกว่ายากเพราะต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับการจินตนาการ ดร.นิค จึงน่าจะเป็นตัวอย่างของนักเรียนทุนรุ่นน้องๆ ที่ลังเลว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไรได้ดีทีเดียว ไดเรคชั่นตัวเองไปในสิ่งที่ชอบ เคลื่อนเข้าใกล้เป้าหมายอย่างช้าๆ ตามโอกาส จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ในที่สุดค่ะ