ครอบครัวสดใสในฟาร์ม "จิม ทอมป์สัน "

โลกสุขสันต์
ช่างภาพ: 

แม้ช่วง "เทศกาล จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์" ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ที่เปิดเพียงปีละครั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่เสียงวิ่งเล่นหยอกล้อของพ่อแม่ลูกที่ใช้ลานกว้างข้างทุ่งนาเขียวขจีเป็นที่วิ่งไล่จับกัน ยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ ความอบอุ่นของครอบครัวไทยที่อาจเริ่มห่างหายไป เพราะสังคมวุ่นวายด้วยภาระเศรษฐกิจที่บีบคั้นให้คิดถึงแต่เรื่องปัญหาปากท้องเป็นประเด็นหลัก สามารถรื้อฟื้นคืนกลับมาได้ขอเพียงมีเวลาอยู่ร่วมกัน ช่วงปิดเทอมนี้คุณพ่อ คุณแม่ต้องหาโอกาสพาลูกๆ ออกไปรับรู้เรื่องราวในโลกกว้างให้มากขึ้น นอกเหนือจากกิจกรรมพาลูกเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าในวันหยุดแล้ว ลองเพิ่มโปรแกรมเดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อหาแหล่งเรียนรู้ให้เด็กๆ ได้ลองสัมผัสวิถีชีวิตในชนบท เสริมสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน เติมเต็มความรักความอบอุ่นในครอบครัวค่ะ

ในปี 2531 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ถือกำเนิดขึ้นบนพื้นที่กว่า 600 ไร่ บนเชิงเขาพญาปราบ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย ไกลจากตัวจังหวัดนครราชสีมา เพียง 25 กิโลเมตร โดยเริ่มจากเป็นแหล่งผลิตไข่ไหมจำหน่ายให้สมาชิกเกษตรกร เพื่อรับซื้อรังสดในการผลิตเส้นไหมและเป็นพื้นที่ปลูกหม่อนอันเป็นอาหารหลักของหนอนไหม และเมื่อปลาย พ.ศ.2541 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จึงได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปีละครั้งในเดือนธันวาคม ให้บุคคลทั่วไปที่หลงใหลในธรรมชาติได้ชื่นชมบรรยากาศอันงดงาม และเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร พร้อมเรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ชมแปลงพืชผักและดอกไม้สีสวยสดนานาชนิด รวมถึงเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับและผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษซึ่งปลูกด้วยความเอาใจใส่จากเหล่าเกษตรกรของ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ต่อมาในปี 2550ได้ริเริ่มนำบ้านอีสาน อันเป็นสถาปัตยกรรมไทยอีสานที่เป็นเอกลักษณ์มารวบรวมไว้บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ อาทิ บ้านโคราช บ้านภูไท และเรือนเหย้า ซึ่ง "หมู่บ้านอีสาน" แห่งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยมีการจำลองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี การละเล่น อาหารการกิน และการประกอบอาชีพของชาวบ้านในอดีต ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวอีสานอันเรียบง่ายและพอเพียง ต่อมาในปี 2551 ได้สร้างและรวบรวม "หมู่บ้านโคราช" เพิ่มในบริเวณใกล้เคียง เพื่อเป็นการสะท้อนสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของภาคอีสานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ปัจจุบันนี้ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม มีบ้านอีสานและบ้านโคราชรวม 14 หลัง และมีศาสนาคาร จำนวน 3 หลัง ได้แก่ หอแจก สิมกลางน้ำ และ หอไตร

ต่อมาในปี 2552 จิม ทอมป์สัน ฟาร์มได้ริเริ่มโครงการ "Art on Farm" ขึ้นเพื่อเป็นโครงการนำร่องในการเชื้อเชิญศิลปินมาทำผลงานศิลปะในบริบทของการเกษตรเชิงนิเวศน์และงานสถาปัตยกรรมอีสาน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงศิลปะ ชีวิต และธรรมชาติเข้าด้วยกัน ศิลปินได้รับการสนับสนุนให้ทำงานกับธรรมชาติ วัสดุในท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล โดยผลงานศิลปะต่างๆ มุ่งสร้างให้ผู้เยี่ยมชมมีความเข้าใจต่อศิลปะ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และระบบนิเวศ และยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างรากฐานความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการศิลปะ โดยอิงแหล่งความรู้และโครงการการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการกับศิลปินและผู้นำกิจกรรมต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เยี่ยมชมทั้งจากท้องถิ่นและจากแหล่งอื่นๆ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่ยาวนานตลอดชีวิต

เราเริ่มต้นนั่งรถชมจุดท่องเที่ยวต่างๆ จากอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ไปยังทุ่งปอเทืองเหลืองอร่ามตา ที่มีประโยชน์มากมายกว่าความสวยงามภายนอกอย่างที่เราคาดไม่ถึงเชียวค่ะ ปอเทืองถูกปลูกขึ้นเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด ปริมาณธาตุอาหารที่ได้มีเปอร์เซ็นต์ของไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม หลังจากไถกลบแล้ว 45 วัน ก็จะสลายตัวสมบูรณ์ หลังจากนั้นก็ปลูกพืชหลักตามได้ นอกจากนี้แล้วลำต้นของปอเทืองเป็นอุตสาหกรรมทำเยื่อกระดาษ ที่เพิ่มรายได้ให้แก่กสิกรอีกทางหนึ่งด้วย รถท่องเที่ยวพาเราผ่านทุ่งดอกดาวเรืองและแปลงผักปลอดสารพิษนานาพันธุ์ พร้อมไก๊ด์นำเที่ยวที่บอกเล่าเรื่องราวของฟาร์ม และความรู้ต่างๆ ให้เราฟังตลอดทาง ต่อไปเป็นจุดที่สองคือ ทุ่งทานตะวันและลานฟักทอง สัมผัสความงามแห่งธรรมชาติในอ้อมกอดอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ซึ่งทอดตัวอยู่ทางทิศตะวันตกของ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม และร่วมเก็บภาพความทรงจำกับทัศนียภาพอันสวยงาม ณ ทุ่งทานตะวันและทุ่งคอสมอส ที่บานสะพรั่งต้อนรับผู้เข้าชม เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจกับฟักทองหลากหลายสายพันธุ์นับหมื่นผล รวมทั้งฟักทองยักษ์สีสันสดใสรูปทรงแปลกตา แปลงกะหล่ำปลียักษ์ชูช่อรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยว พร้อมพักผ่อนในซุ้มเครื่องจักสานยักษ์ อาทิ กระติ๊บข้าว ข้อง สุ่ม และแง่บ จากจุดนี้ผู้เข้าชมสามารถนั่งรถนำเที่ยวหรือเลือกที่จะเดินชื่นชมธรรมชาติและบรรยากาศอันงดงามผ่านทุ่งทานตะวัน ทุ่งคอสมอส หรืออุโมงค์น้ำเต้าเพื่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่อไปค่ะ

จุดที่สามเป็น "หมู่บ้านอีสาน" ที่มีสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานหาดูได้ยากในปัจจุบัน ทั้งในส่วนของหมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี การแสดงและการละเล่นต่างๆ มากมายของชาวอีสาน อิ่มอร่อยกับอาหารอีสานหลากหลายรสชาติ เรียนรู้วงจรชีวิตหนอนไหมที่ถักทอเส้นใยธรรมชาติ พร้อมชมทุ่งนาข้าวอินทรีย์และกระบวนการผลิตข้าวแบบพื้นบ้าน พร้อมเลือกซื้อข้าวอินทรีย์พื้นบ้านจากทุ่งข้าวของ จิม ทอมป์สันฟาร์ม และถ่ายรูปคู่กับครอบครัวบุญหลาย ควายไทยแสนรู้ที่ยืนรอต้อนรับทุกท่านที่กระท่อมปลายนา นอกจากนี้ยังอิ่มเอมใจไปกับผลงานศิลปะจากศิลปินมากฝีมือในโครงการ Art on Farm ที่จัดแสดงไปทั่วบริเวณ

จุดนี้เราเริ่มลงเดินกันแล้วค่ะ หลังจากรับประทานอาหารเที่ยง ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำปลาร้า ส้มตำโคราชแสนอร่อยเราก็เริ่มเดินย่อยอาหาร ผ่านซุ้มต้นไม้ใหญ่น้อยไปชม "สิมน้ำ" และนิทรรศการหมอลำที่หาชมได้ยากในหอไตรกลางน้ำ ความร่มรื่นของแมกไม้และสายลมเย็นที่พัดผ่านผืนน้ำขึ้นมา ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อย แม้จะต้องเดินไปเรื่อยๆประมาณ700-800เมตร จนถึงหมู่บ้านจิม เพื่อร่วมย้อนรอยความเป็นมาของการผลิตผ้าไหม จิม ทอมป์สัน เราเดินชมกระบวนการทอผ้าและพิมพ์ผ้าของ จิม ทอมป์สัน และทดลองปฏิบัติจริงกับทุกขั้นตอนของการทอผ้า ก่อนเดินทางไปช็อปปิ้งยังจุดสุดท้าย คือ ตลาดจิม ทอมป์สัน ซึ่งมีผ้าพันคอและผ้าไหมสีสันสวยงาม และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากในฟาร์มให้เลือกซื้อ ชมแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์และเก็บภาพสวยงามกลางทุ่งไม้ดอกหลากสีสัน เป็นความสนุกสนานและความประทับใจไม่รู้ลืมค่ะ

ราคาบัตรเข้าท่องเที่ยวในฟาร์มวันธรรมดา ผู้ใหญ่ 120 บาท เด็ก 80 บาท ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ใหญ่ 140 บาท และเด็ก 100 บาท...ปีนี้ไปไม่ทัน ไม่เป็นไร เตรียมตัวไปกันใหม่ปีหน้านะคะ