บ้านพักที่ปากช่อง

บ้านเก่านอกกรุง

"รู้ไหม รถแล่นได้นิ่ง เราถือแก้วน้ำไว้ น้ำไม่กระฉอกจากแก้วเลย"

นี่เป็นคำอธิบายของญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งสมัยเปิดใช้ทางสายมิตรภาพ สระบุรี - นครราชสีมา เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านั้นคนอีสานติดต่อกับทางเมืองหลวงได้ผ่านทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนสองเลนสายนี้ที่สร้างขึ้นโดยความร่วมมือจากสหรัฐอเมริกา จึงเป็นทางสายสำคัญที่เป็นเสมือนประตูสู่อีสาน และเป็นทางที่ก่อสร้างด้วยวิธีการสมัยใหม่ของยุคนั้น

ตอนเป็นเด็กมัธยมต้น ดิฉันเคยไปอยู่ปากช่องในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน พักอยู่กับน้าชายซึ่งเป็นข้าราชการทำงานที่กองวัคซีน กรมปศุสัตว์ และมีบ้านพักของราชการอยู่บนถนนสายหนึ่งในปากช่อง

 

ตอนนั้นชีวิตคือการเที่ยวเล่น จำได้ว่า ปีนเขาน้อยเป็นประจำ เดินไปตลาดบ่อยๆ แม่ค้าทั้งตลาดจำเด็กผู้หญิงแปลกหน้าสองคน คือดิฉันกับน้าคนเล็ก น้าชายไม่ต้องพึ่งสายลับหรือ รปภ.บอกน้าว่า วันนี้เด็กสองคนไปทางไหน ชาวบ้านร้านตลาดช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้โดยไม่ต้องร้องขอ

น้าชายเป็นหนุ่มโสด ดังนั้น พวกเราจึงฝากท้องไว้ที่บ้านสามีภรรยาข้าราชการคู่หนึ่งที่มีบ้านอยู่ก่อนถึงบ้านพักของเรา พวกเราจึงจบวันแต่ละวันลงด้วยการลงเล่นน้ำเย็นๆ ที่ลำตะคองก่อนเวลาอาหาร แบบว่าไม่เรียกไม่ขึ้น ตรงนั้นมีฝายกั้นพอดี ได้ทั้งแอ่งน้ำและน้ำตกเตี้ยๆ พอให้ได้น้ำแรงและมีเสียงน้ำไหลดังๆ

ลำตะคองไหลผ่านหลังบ้านพักที่เราจะรับประทานอาหารพอดี

 

บ้านข้าราชการสมัยนั้นเป็นเรือนไม้ทรงร่วมสมัย คือใต้ถุนสูง ห้องนอนหลักและที่พักอาศัยปกติของพวกเราอยู่ชั้นบน แต่เมื่ออยู่มานานวันเข้าจนกระทั่งวันนี้ที่เด็กชั้นมัธยมต้น (สมัยนั้น) กลายเป็นคนที่เกษียณมาแล้วเกือบจะพอๆ กับวัยที่ไปอยู่ปากช่องครั้งแรก บ้านพักก็เป็นบ้านเก่าน่าสนใจโดยปริยาย

ใต้ถุนสูงสมัยก่อนใช้จอดจักรยาน สมัยนี้จอดรถเก๋ง บางคนอาจต่อเติมบางส่วนเป็นครัว หรือเป็นห้องพักเพิ่มอีกห้อง

บ้านหลังงาม (ในสายตาผู้เขียน) อยู่รวมกันเป็นกลุ่มแบบนี้มักเห็นในเขตที่ของราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศ เช่น บ้านพักนายทหารที่สัตหีบ และที่กองบิน ๕๓ (อ่าวมะนาว) เป็นต้น

แต่ถ้าเป็นบ้านราชการหลังงามโดดๆ มักเป็นบ้านประจำตำแหน่ง เช่น บ้านอัยการ บ้านผู้พิพากษา และจวนของผู้ว่าราชการจังหวัด

บ้านเหล่านี้ยังอยู่ ดีบ้างไม่ดีบ้างแล้วแต่จังหวัด ส่วนราชการที่ได้งบก่อสร้างสำหรับพื้นที่ใหม่ก็อาจย้ายไป ปล่อยให้บ้านหลังเก่าร้างคน รอเวลารื้อลงด้วยเหตุผลว่าผุพังแล้ว ส่วนบ้านหลังใหญ่ที่มีความสำคัญหน่อย ก็อาจจะเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอย เช่น เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัด ฯลฯ

 

ปากช่องวันนี้พลุกพล่านขึ้นมาก ตลาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และถนนสายกลางตลาดกว้างกว่าเดิม จนต้องระวังตัวอย่างมากถ้าจะข้ามไปสถานีรถไฟ

ลึกเข้ามาในบริเวณใกล้ๆ กองวัคซีน เห็นว่าวงเวียนที่เคยขี่จักรยานอ้อมรอบๆ พร้อมชมดอกกุหลาบแดงที่ขึ้นเต็มพื้นที่ของวงเวียนหน้ากองวัคซีนนั้นยังอยู่ แต่กุหลาบแดงไม่มีแล้ว

สมัยนั้นวงเวียนนี้มีกุหลาบแดงบานสะพรั่ง กุหลาบแดงเป็นดอกไม้ในความทรงจำเสมอมา เมื่อนึกถึงปากช่อง

แวะไปเยี่ยมบ้านหลังนี้หลังจากห่างหายไปเกือบห้าสิบปี ก็ยังพบว่าอยู่ดีและยังคงใช้เป็นที่พักอาศัยเช่นเดิม

อาณาบริเวณรอบบ้านยังกว้างขวาง ยืนมองสนามกว้างที่รกร้างเพราะขาดคนงานช่วยดูแล ใจก็มองเห็นแปลงผัก แปลงดอกไม้ของยาย ที่จะง่วนกับการลงสวนทุกวัน เพราะอะไรๆ ที่กรุงเทพฯ ปลูกไม่ขึ้น หรือขึ้นแบบจำใจ กลับงอกงามอวบอ้วนด้วยอากาศเย็นสดชื่นและดินแดงของปากช่อง

น้าเคยถามปัญหาการสังเกตว่า บ้านแต่ละหลังมีรั้วเหมือนๆ กัน จำบ้านของเราได้ด้วยวิธีใด

ตอนนั้นตอบน้าชายไปว่า บ้านของเรามีหลังคาคร่อมประตูรั้วอยู่หลังเดียว

คราวก่อนสุดท้ายยังเจอหลังคาอยู่

ไปมองใหม่เมื่อปีที่แล้ว หลังคาหายไป แต่เสาและร่องรอยหลังคายังอยู่

คราวหน้าไม่ทราบเสาจะยังอยู่หรือไม่

แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็หาเจอ เพราะคราวนี้นับหลังเอาไว้แล้ว

มีโอกาสมองที่พักต่างๆ ของราชการด้วยสายตาของคนที่ผ่านงานมามากแล้ว เห็นว่าบ้านเหล่านี้อยู่ดีมาได้เพราะมีการใช้งาน บ้านที่มีคนอยู่ เป็นบ้านที่มีชีวิต

พลางก็นึกว่า หากได้งบประมาณมาปรับปรุงให้ดี จะเป็นบ้านโก้ทีเดียว สมัยนี้หาบ้านไม้ได้ที่ไหน อย่างบางหลังตั้งอยู่ในทำเลที่แม้แต่รีสอร์ทหรูยังต้องอิจฉา

ส่วนงบก่อสร้างใหม่ ก็ให้สร้างตึกให้ข้าราชการที่เบื่อที่จะอยู่เรือนไม้ซึ่งดูไม่ทันสมัย หรือดูแลรักษายาก

งบพัฒนาเอาไปทำบ้านเหล่านี้เป็นบ้านพักของโรงแรมหรูได้สบายๆ และโก้มากด้วยไม้แท้สไตล์แท้ๆ ของสมัยนั้น

ถ้าบริหารจัดการไม่เป็นก็ให้เอกชนทำ โดยกำหนดเงื่อนไขการบำรุงรักษาอาคารและพื้นที่ให้รัดกุม นี่อาจจะเป็นสินทรัพย์ที่ทำรายได้ให้กรมกองได้

ถ้านี่เป็นการชี้โพรงให้กระรอกก็ยินดี ถ้าการชี้จะช่วยรักษาโพรงกระรอกไว้ได้

อาคารเก่ามีกลิ่นอายของยุคสมัยอวลอยู่ เป็นรูปลักษณ์อาคาร การวางผังห้อง ตลอดจนวัสดุที่ใช้ บ่งชี้ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์เทคโนโลยีร่วมสมัย

งานอนุรักษ์ไม่จำเป็นต้องอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หรือในอาคารหรูของสมัยเท่านั้น เราต้องการประวัติศาสตร์สังคมของคนธรรมดาๆ ด้วย