โกโก้ ชาแนลสร้างชื่อ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของ

C'est si bon!

ชีวิตของกาเบรียล ชาแนล (Gabrielle Chanel) หรืออีกนัยหนึ่งโกโก้ ชาแนล (Coco Chanel) ยังคงน่าสนใจติดตาม แม้เธอจะเสียชีวิตไปเนิ่นนานแล้ว ชีวิตเธอเต็มไปด้วยสีสัน จากเด็กที่พ่อนำไปทิ้งไว้ยังสถานเด็กกำพร้า โตขึ้นไปเป็นนักร้อง จนได้รู้จักกับนายทหารหนุ่ม และติดตามไปใช้ชีวิตร่วมกัน เขาพาเธอเข้าสังคมชั้นสูง เธอต้องหาเสื้อผ้าเองจากการนำชุดนอนของเจ้าของบ้านมาดัดแปลง เป็นชุดแปลกตา ต่างจากสาวอื่นๆที่เฉิดฉาย 

โกโก้ ชาแนลเริ่มทำหมวกขาย ถูกใจสาวในวงสังคม เธอพบรักใหม่ ซึ่งสนับสนุนให้เธอเปิดห้องเสื้อ แล้วหัวใจต้องสลายเมื่อรักของเธอประสบอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต

ชีวิตของโกโก้ ชาแนลวนเวียนอยู่ในสังคมชั้นสูงตลอด แม้ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เธอก็ไม่ตกอับเพราะมีเพื่อนและคู่รักเป็นนายทหารเยอรมัน นั่นเป็นสาเหตุให้เธอถูกประณามเมื่อสงครามสิ้นสุดลง เธอจึงเดินทางไปพำนักในสวิส แล้วจึงหวนคืนมาเปิดห้องเสื้อใหม่ โดยปิแอร์ แวร์เตแมร์ (Pierre Wertheimer) ซึ่งลี้ภัยไปสวิสให้การสนับสนุนทางการเงินอีกครั้งหนึ่ง เพียงเพราะทนไม่ได้ที่คริสติออง ดิออร์ (Christian Dior) จับผู้หญิงมาแต่งตัวเอวคอดกิ่ว ทั้งๆที่โกโก้ ชาแนลได้ปลดปล่อย โดยยกเลิกการแต่งกายที่รัดรึงแล้ว

โกโก้ ชาแนลสร้างสไตล์ให้ผู้หญิงในยุคปัจจุบัน เสื้อสูทที่ตัดด้วยผ้าทวีด กุ๊นขอบด้วยแถบผ้า กระเป๋าเย็บลาย matelass ที่มีสายสะพายเป็นโซ่สอดเส้นหนัง เธอเป็นคนแรกที่ทำสะพายไหล่ให้กระเป๋า เพื่อว่าจะได้มือว่างไปทำอย่างอื่นได้สะดวก การสวมสร้อยมุกเส้นยาวหลายๆเส้นก็มาจากโกโก้ ชาแนล หากห้องเสื้อชาแนลก็ไม่ได้เป็นสมบัติส่วนตัวของเธอ

เมื่อโกโก้ ชาแนลจะออกน้ำหอม หุ้นส่วนของเธอคือ ครอบครัวแวร์เตแมร์ (Wertheimer) โดยโกโก้ ชาแนลถือหุ้นเพียง ๑๐% แต่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวทั้งมวลเป็นภาระของครอบครัวแวร์เตแมร์ ซึ่งน่าจะมีปัญหาระหว่างหุ้นส่วนทั้งสอง ด้วยว่าโกโก้ ชาแนลมีรสนิยมหรูเริ่ด เธอมีห้องพักที่โรงแรมริตซ์ (Ritz) และอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวที่ถนนกองบ็ง

ปิแอร์ แวร์เตแมร์ให้ความสนับสนุนทางการเงินแก่โกโก้ ชาแนลเมื่อเธอต้องการจะออกน้ำหอม Chanel No 5 ในทศวรรษ ๑๙๒๐ เมื่อปิแอร์ แวร์เตแมร์ถึงแก่กรรม โกโก้ ชาแนลคิดว่าน่าจะเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ จึงทำพินัยกรรมขึ้นฉบับหนึ่งในปี ๑๙๖๕ ยกสมบัติทั้งมวลให้แก่มูลนิธิ Coga ซึ่งก่อตั้งในปี ๑๙๖๒ มูลนิธินี้จะจ่ายเงินรายปีแก่บุคคลจำนวนหนึ่ง อันมีครอบครัว ลูกจ้างและเพื่อน หรือสนับสนุนนอาร์ทิสต์รุ่นใหม่และช่วยเหลือผู้ป่วย มูลนิธินี้ตั้งอยู่ที่ลิคเตนสไตน์

โกโก้ ชาแนลไม่ชอบความวุ่นวายทางสังคม ไม่เห็นด้วยกับการเดินขบวนประท้วง ไม่ชื่นชอบกระโปรงมินิที่เปิดให้เห็นขาอ่อนและหัวเข่า ด้วยเธอเห็นว่าหัวเข่าเป็นอวัยวะส่วนที่น่าเกลียดที่สุด กระโปรงของเธอจึงคลุมเข่าเสมอ เธอเคยให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ในปี ๑๙๖๙ ยืนยันความคิดเห็นนี้ แถมท้ายว่าผู้หญิงที่สวมกางเกงขาสั้นน่าเกลียดมาก โกโก้ ชาแนลผู้สร้างสไตล์และปลดปล่อยผู้หญิงมาก่อน ไม่อาจยอมรับความเปลี่ยนแปลงในทางที่เห็นว่าไม่สมควร บทสัมภาษณ์สร้างความฮือฮา ใครๆพากันถามหาบทสัมภาษณ์ทั้งมวล ทว่าห้องเสื้อชาแนลจ่ายเงินซื้อฟิล์มไว้เพื่อกันมิให้มีการวิจารณ์กันต่อ

โกโก้ ชาแนลแวดล้อมไปด้วยเพื่อนนักเขียนอย่าง หลุยส์ เดอ วิลมอแรง  (Louise de Vilmorin) ปอล โมรองด์ (Paul Morin) โจเซฟ เกสเซล (Joseph Kessel) เธออยากให้คนเขียนเกี่ยวกับเธอ แต่เป็น"เธอ"ที่เธอต้องการเท่านั้น เธอให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงจนทำให้นักเขียนเหล่านี้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเขียนเกี่ยวกับชีวิตของเธอ ทว่าหลังจากเธอเสียชีวิต ๓ ปี ได้มีการพิมพ์หนังสือเรื่อง L'irr guli re ou mon itin raire Coco Chanel เขียนโดยเอ็ดมงด์ ชาร์ลส์-รูซ์ (Edmonde Charles-Roux) ซึ่งเคยเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Vogue เธอค้นข้อมูลอยู่หกปี และตระหนักว่าหากโกโก้ ชาแนลยังมีชีวิตอยู่ หนังสือของเธอไม่เกิดแน่นอน เพราะพบว่าโกโก้ ชาแนลปิดบังพื้นเพของเธอ

Sleeping with the enemy เป็นชื่อหนังสือของฮัล วอห์น (Hal Vaughan) ซึ่งรับราชการทหารระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นนักหนังสือพิมพ์ ในหนังสือเล่มนี้ เขากล่าวว่าชู้รักชาวเยอรมันของโกโก้ ชาแนลใกล้ชิดกับฮิตเลอร์ และโกโก้ ชาแนลเคยเดินทางไปเบอร์ลิน อีกทั้งทำงานให้หน่วยราชการลับของนาซี หนังสือเล่มนี้เพิ่งได้รับการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสและออกจำหน่ายในเดือนตุลาคม ๒๐๑๒ หากมีข้อโต้แย้งว่าหากโกโก้ ชาแนลไปเยอรมัน ก็เพื่อขอให้ปล่อยตัวหลานชาย กาเบรียล ปาลาส (Gabriel Palasse) ซึ่งถูกเยอรมันจับตอนต้นสงคราม

กาเบรียล ปาลาสเป็นลูกของน้องสาว เธอเป็นผู้เลี้ยงดูหลานชายคนนี้หลังจากน้องเสียชีวิต รักและทุ่มเท จนมีเสียงซุบซิบว่ากาเบรียล ปาลาสเป็นลูกของโกโก้ ชาแนล ซึ่งเธอไม่อาจเปิดเผย


โกโก้ ชาแนลถึงแก่กรรมในปี ๑๙๗๑ แต่อพาร์ตเมนต์ของเธอยังคงเหมือนเดิมทุกประการ มีการทาสีและเปลี่ยนพรมเพื่อให้ดูเอี่ยมอ่องอยู่เสมอ และเปิดให้คนเข้าชม ในอพาร์ตเมนต์เต็มไปด้วยเครื่องเรือนสวยๆและงานศิลป์ของอาร์ทิสต์ชื่อดัง เช่น ซัลวาดอร์ ดาลี (Salvador Dali) ปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso) ฌอง ก็อกโต (Jean Cocteau) เป็นต้น

ในปี ๒๐๑๑ ห้องเสื้อชาแนลจัดนิทรรศการ Culture Chanel ที่เซี่ยงไฮ้ แสดงภาพเขียน เอกสาร โน๊ตเพลงที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างโกโก้ ชาแนลและสตราวินสกี (Stravinsky) นักแต่งเพลงดัง
ชาแนลมีหลายบริษัทด้วยกัน เช่น Chanel SA, Chanel Inc, Chanel KK ซึ่งดูแลธุรกิจในแต่ละประเทศ