ขนมจีนผัดขี้เมาพริกป่น

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

ตอนแรกตะหลิวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าขนมจีนน้ำเงี้ยวของตะหลิวเมื่อคราวก่อนนี้ตะหลิวทำน้ำเงี้ยวน้อยเกินไป หรือว่าเส้นขนมจีนมันไม่อร่อยกันแน่ เพราะปรากฏว่าบรรดานักชิมของตะหลิวพากันตักน้ำเงี้ยวราดข้าวกันเป็นแถว กว่าตะหลิวจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่บรรดาสาวๆ นักชิมกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เพราะพอตะหลิวเปิดตู้เย็นกะจะหาอะไรใส่ท้องตอนหัวค่ำ ก็พบเส้นขนมจีนนอนยิ้มอยู่เต็มจานโดยห่อพลาสติกใสแบบที่ใช้ห่ออาหารเอาไว้เรียบร้อย ส่วนน้ำเงี้ยวหมดเกลี้ยงราวเททิ้ง (แต่ดูแล้วก็ไม่มีอยู่ในถังขยะนะ)

ด้วยความสงสัยตะหลิวเลยโทร.ไปหาหัวหน้าก๊วนนักชิมว่าทำไมเส้นขนมจีนไม่พร่องเลย ซึ่งคำตอบที่ได้ทำเอาตะหลิวอึ้งไป 3 วินาทีเลยเชียว

"อ้าว เขาเอาไว้กินกับขนมจีนเหรอพี่ หนูไม่รู้นี่เห็นบอกมีน้ำเงี้ยวอยู่บนเตา พวกหนูก็เลยตักราดข้าวกันเป็นแถว"

"โอย! พวกเธอนี่ ไม่รู้จักขนมจีนน้ำเงี้ยวกันหรือไงจ๊ะพวกหล่อน" ตะหลิวแอบกลุ้มใจกับคำตอบจริงๆ

ซึ่งคำตอบที่ได้ยิ่งปวดหัว เพราะพวกเธอๆ นั้นรู้จักขนมจีนน้ำเงี้ยวเป็นอย่างดี แต่พอตะหลิวบอกมีน้ำเงี้ยวตั้งเคี่ยวเอาไว้ในเตา แล้วข้างๆ เตาก็มีหม้อหุงข้าวซึ่งข้าวก็เพิ่งหุงใหม่ๆ เธอทั้งหลายเลยตักราดข้าวกันทั้งแก๊ง งานนี้เลยกลายเป็นว่าขนมจีนเหลือบานเบอะ แต่ข้าวหมด (กลุ้มจริงๆ)

ยังโชคดีที่เหลือเส้นขนมจีนแล้วน้ำเงี้ยวหมด เพราะถ้าเหลือน้ำเงี้ยวแล้วเส้นขนมจีนหมด เห็นทีตะหลิวต้องพิจารณาฝีมือการทำอาหารของตัวเองอย่างแรงแล้วละ

เดี๋ยวตะหลิวจะเล่าเพลิน เรามาเอาเส้นขนมจีนที่เหลือมาทำอาหารกันgถอะ หรือถ้าใครไม่มีเหลือจะไปซื้อมาใหม่ก็ได้นะจ๊ะ


สูตรอาหาร

  • เส้นขนมจีน ครึ่งกิโล
  • กุ้งหรือเนื้อสันไก่ 1-2 ขีด
  • ข้าวโพดอ่อน 1-2 ขีด
  • พริกชีฟ้าแดง 2 เม็ด
  • กะเพรา 3-4 ต้น
  • เห็ดฟางหรือเห็ดสด 1-2 ขีด
  • ถั่วฝักยาว 5 ฝัก
  • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด

สำหรับวิธีการทำนั้นก็ง่ายมากดังนี้จ๊ะ

1. อันดับแรกให้แกะกระเทียบแล้วทุบ โดยต้องหยิบเปลือกกระเทียมออกด้วยนะจ๊ะ มิฉะนั้นเวลาผัดแล้วจะไหม้

2. แกะเปลือกกุ้ง ถ้าใช้กุ้งใหญ่ให้ผ่าหลังด้วย ส่วนกุ้งเล็กไม่ต้องก็ได้

3. ใครที่นิยมเนื้อไก่หรือเนื้อหมูก็ให้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆแบบพอดีคำจ้ะ

4. ข้าวโพดอ่อนให้หั่นตามแนวยาว 1 ฝักหั่นเป็น 4 ชิ้น

5. พริกชี้ฟ้าแดง ให้หั่นสไลด์เฉียง

6. กะเพราก็เด็ดใบใส่ถ้วยเตรียมเอาไว้

7. เห็ดฟาง หรือเห็ดอื่นๆ ขอให้เป็นเห็ดสดก็พอ ตอนตะหลิวทำตะหลิวมีเห็ดนางรมหลวงอยู่ก็ใช้เห็ดนี่แหละ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

8. ถั่วฝักยาวให้หั่นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว

9. เมื่อเตรียมเครื่องปรุงทุกอย่างพร้อมแล้ว คราวนี้ก็ตั้งกระทะจ้ะ โดยให้ใช้ไฟอ่อนแล้วเติมน้ำมันลงไป ข้อแนะนำพิเศษคือใช้กระทะเทฟล่อนจะดีที่สุด เพราะไม่ติดกระทะอย่างแน่นอน เส้นก็จะสวย

10. เมื่อน้ำมันเริ่มร้อนก็ให้ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้เหลือง

11. จากนั้นใส่กุ้งหรือไก่หรือหมู (ตามที่เตรียมไว้) ลงไปผัดจนเกือบสุก

12. ใส่เห็ดและถั่วฝักยาวลงไปผัดต่อ

13. เติมน้ำตาลลงไป

14. ใส่น้ำปลาลงไป 1 ช้อนโต๊ะก่อน ที่เหลือเอาไว้ปรุงภายหลัง

15. คราวนี้ก็เส้นละ ให้นำเส้นลงไปผัดได้เลย

16. เติมพริกป่นลงไปแล้วผัดต่อ คลุกเคล้าให้พริกกับเส้นรวมกันให้ดี

17. สามารถเติมน้ำได้เล็กน้อย ถ้าผัดไปแล้วรู้สึกว่าเส้นแห้งเกินไป แล้วอย่าเผลอใส่เยอะเชียว คราวละ 1-2 ช้อนโต๊ะก็พอ

18. ชิมรสชาติดูว่าได้ตามที่ชอบหรือยัง สามารถปรุงรสเพิ่มเติมได้ด้วยน้ำปลากับพริกป่น

19. เมื่อรสชาติได้ที่แล้วใส่ใบกะเพราลงไปผัดต่ออีกนิดหน่อย

20. พอใบกะเพราเริ่มสลดให้ตอกไข่ใส่ลงไป โดยมีเทคนิคนิดหน่อยคือ แหวกตรงกลางกระทะให้เป็นช่อง แล้วตอกไข่ลงไป คนให้ไข่แตกแล้วเอาเส้นกลบให้มิด โดยคราวนี้ไม่ต้องผัดแล้ว แต่ให้ใช้การพลิกกลับไป กลับมาจนไข่สุก

21. สุดท้ายตักใส่ภาชนะ รับประทานได้เลย

จะว่าเป็นเมนูอาหารแบบล้างตู้เย็นก็คงไม่ผิดนักสำหรับตะหลิว เพราะเครื่องปรุงทุกอย่างก็มีอยู่แล้วที่บ้าน เห็ดก็เป็นของค้าง กะเพราก็ปลูกเอาไว้หน้าบ้าน กุ้งก็มีอยู่ในช่องแช่แข็ง พริกป่นก็เป็นของประจำบ้าน ถ้าไม่มีถั่วฝักยาวก็ไม่ต้องใส่ จะใช้กะหล่ำปลี ผักคะน้า แครอทก็ไม่ผิด ขนาดผักสลัดตะหลิวยังเคยจับผัดขี้เมามาแล้ว

ด้วยชื่อ "ขี้เมา" ดังนั้น จะนำอะไรมาผัดก็ไม่แปลก จริงมั้ยจ๊ะคุณผู้อ่าน (ก็คนมันเมา ผัดอะไรก็ได้ อิอิ)